Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 218 กลับสู่อาณาจักรลิขิตฟ้า
“อืม…” มู่เชียนหยี่คิดอยู่ชั่วครู่และกล่าวออกมา “มีอยู่วิธีหนึ่ง หาก
เจ้ากางอาณาเขตแห่งโลกมายา มนุษย์ทุกคนที่อยู่ในโลกมายาก็จะถูกตัด
ขาดจากโลกภายนอก และเจ้าก็สามารถสังหารผู้คนที่อยู่ในโลกมายาได้
โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดใดเอาไว้”
มู่เชียนหยี่ไม่ได้อยากรู้ว่าหลินหมิงจะสังหารใครหรือสังหารเพราะ
อะไร สำหรับนาง คนที่นางชอบก็คือมิตร คนที่นางเกลียดก็คือศัตรู นาง
ไม่ได้สนใจความถูกต้องชั่วดี
“รับสิ่งนี้ไปสิ…”
มู่เชียนหยี่หยิบไข่มุกสีม่วงที่ส่องประกายระยิบระยับออกมาจาก
แหวนนมิติ “นี่คือไข่มุกเขตแดนมายา หลังจากที่ใช้งาน มันจะสร้างเขต
แดนมายาขึ้นมา นักสู้ที่มีการฝึกฝนต่ำกว่าขั้นปราณปลายฟ้าจะไม่
สามารถสัมผัสถึงมันได้ ผู้คนที่อยู่รอบๆก็จะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใด
ใด มิติมายาสามารถทำให้เจ้าและศัตรูของเจ้าถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
แม้จะอยู่ท่ามกลางกองทัพของศัตรู เจ้าก็ยังมีเวลาในการจัดการกับศัตรู
ของเจ้าอย่างเหลือเฟือและไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
หลินหมิงรับไข่มุกสีม่วงจากมู่เชียนหยี่และยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
เขาเก็บมันลงไปในแหวนมิติและกล่าวถาม “ไข่มุกนี่มีมูลค่าเท่าไร?”
มู่เชียนหยี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน “ถือว่านี่เป็นของขวัญที่ข้ามอบ
ให้เจ้า แต่เจ้าต้องไม่ลืมว่าไข่มุกนี้เพียงแค่ทำให้เจ้าและศัตรูของเจ้าถูก
แยกออกมาอยู่ในเขตแดนมายาที่ตัดขาดจากโลกภายนอกเท่านั้น เจ้า
จะต้องลงมือฆ่าศัตรูของเจ้าด้วยความสามารถของเจ้าเอง”
เมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้น เขายิ้มออกมา
และกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจมากสำหรับของขวัญอันล้ำค่าชิ้นนี้”
“ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องทำสำเร็จ แม้แต่การดูดกลืนจิตวิญญาณสายฟ้า
ระดับพิภพเจ้ายังทำสำเร็จมาแล้วเลย” มู่เชียนหยี่กล่าวและยิ้มออกมา
พวกเขาทั้งสองพูดคุยและทานอาหารเช้าด้วยกันอยู่หน้าถ้ำ หลังจาก
ทานอาหารเสร็จหลินหมิงก็ออกไปล่าสัตว์ตามปกติ แต่ในการออกไปล่า
สัตว์ครั้งนี้เขารู้สึกว่า เมื่อเขากลับมาเขาก็คงไม่ได้พบกับมู่เชียนหยี่ที่รอ
ต้อนรับเขาอยู่ในถ้ำพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนหวานเช่นเดิมอีกแล้ว…
………………
“ได้เวลาแล้วเจ้านกไฟน้อย” มู่เชียนหยี่พูดกับวิหคเพลิงของนาง แต่ดู
เหมือนว่าวิหคเพลิงของนางจะไม่เต็มใจที่จะไปจากที่แห่งนี้
นางกล่าว “เราสัญญากันแล้วนี่ เจ้าเองก็ได้กินเนื้อย่างจนเต็มอิ่มอีก
ตั้งหลายมื้อแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องไปกันแล้ว”
วิหคเพลิงกระพริบตาและทำหน้าเศร้าใจ ตั้งแต่ที่มันเกิดมามันก็อยู่
บนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และกินแต่สมุนไพรและธัญพืชวิญญาณ อาหาร
เหล่านี้เป็นอาหารบริสุทธิ์และไม่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกที่อยู่บนโลก มันถูก
เลี้ยงด้วยอาหารที่มีคุณประโยชน์มากที่สุด แต่รสชาติของอาหารเหล่านั้น
ก็จืดชืดและไม่มีความน่ารับประทานเลยแม้แต่น้อย
“หากเจ้าอยากกินเนื้อย่างอีก ข้าจะเป็นคนทำให้เจ้ากินเอง” มู่เฉินยู่
กล่าวปลอบใจวิหคเพลิง และส่งสัญญาณให้มันบินขึ้นไปบนทองฟ้า
เมื่อได้ยินมู่เชียนหยี่กล่าวเช่นนั้น มันก็ยอมบินขึ้นไปแต่โดยดี
มู่เชียนหยี่หันกลับไปมองถ้ำที่นางเคยพักอาศัยมาตลอดสามวัน ถ้ำ
แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำอันมีค่าของนาง แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่
อยากจะจากไป
มู่เชียนหยี่ถอนหายใจเบาๆ นางหยิบขวดหยกและแผ่นหยกอีกแผ่น
หนึ่งออกมาจากแหวนมิติ นางใช้พลังวิญญาณเขียนข้อความลงบนแผ่น
หยกและบังคับให้วิหคเพลิงบินย้อนกลับไปที่ถ้ำ
นางทิ้งขวดหยกและจดหมายแผ่นหยกเอาไว้หน้าถ้ำและกล่าว “ไป
กันได้แล้วเจ้านกไฟน้อย”
วิหคเพลิงทะยานกลับขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้ง มู่เชียนหยี่หัน
กลับมามองถ้ำแห่งนั้นที่มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆและในที่สุดก็หายลับไปจาก
สายตา
“ขอให้… ได้พบกันอีก…”
………………………..
เมื่อหมินหมิงกลับมาเขาก็พบกับถ้ำอันว่างเปล่าที่เหลือทิ้งไว้เพียงแค่
ขนของวิหคเพลิง ขวดหยก 2 ขวด และแผ่นหยกอีกแผ่นหนึ่ง
หลินหมิงถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจ เขาไม่เคยโศกเศร้าถึง
ขนาดนี้มาก่อน เขาหยิบขนของวิหคเพลิงขึ้นมาจ้องมองด้วยความคิดถึง
ก่อนจะเก็บเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นก็หยิบขวดหยกทั้งสองและแผ่น
หยกขึ้นมา
เขาส่งพลังวิญญาณเข้าไปในแผ่นหยกเพื่ออ่านข้อความที่มู่เชียนหยี่
ทิ้งเอาไว้
——————————-ข้อความ——————————-
ข้าคิดว่าข้าจากไปโดยที่ไม่กล่าวอำลาจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า ขอบใจเจ้า
มาที่ช่วยดึงมังกรวารีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ออกจากร่างกายของข้า ข้าทิ้ง
ยาโอสถไว้ให้เจ้าสองขวด
เดิมทีข้าจะมอบยาที่ช่วยยกระดับการฝึกฝนให้เจ้า แต่ในเวลานี้เส้น
ชีพจรของเจ้าก็เชื่อมต่อถึงกันด้วยวิธีที่ไม่เป็นธรรมชาติแล้ว หากเจ้าใช้ยา
โอสถที่ช่วยยกระดับการฝึกฝนอีก ก็จะทำให้การฝึกฝนของเจ้าไม่มั่นคง
ข้าจึงมอบยาโอสถที่ช่วยเสริมการฝึกฝนของเจ้าแทน การฝึกฝนของเข้า
จะได้มีเสถียรภาพและก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง นี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและ
ส่งผลดีในอนาคตมากที่สุด ข้ามอบยาเม็ดผสานวิญญาณให้กับเจ้าทั้งหมด
20 เม็ด เจ้าจงใช้มันเพื่อปรับสภาพร่างกายและพลังปราณของเจ้าให้เข้า
กับเส้นชีพจรที่ผสานเข้าด้วยกันก่อน แล้วค่อยทะลวงขึ้นไปขั้นผสานชีพ
จร
ในขวดหยกอีกขวดหนึ่ง เป็นยาจิตกายสิทธิ์ที่มีอยู่แค่ 3 เม็ดเท่านั้น
มันสามารถทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในชั่วระยะเวลาหนึ่ง หากเจ้า
ตกอยู่ในอันตรายเจ้าก็จงใช้มัน มันจะทำให้เจ้าหนีรอดกลับมาได้อย่าง
ปลอดภัย
ข้ามาจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หากโชคชะตาเป็นใจก็ขอให้เราได้พบ
กันอีกครั้ง
มู่เชียนหยี่
—————————————————————————
หลินหมิงเก็บขวดหยกทั้งสองและแผ่นหยกเข้าไปในแหวนมิติ เขา
ถอนหายใจออกมา ความฝันอันยาวนานของเขาได้ดำเนิดมาถึงจุดสิ้นสุด
แล้ว ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตื่นจากความฝันเสียที ยังมีอีกหลายสิ่งหลาย
อย่างที่เขาต้องกลับไปทำ
แม้ว่าเขาจะต้องการเปลวเพลิงนิรันดร์จากหัวหน้าเผ่าหนอนไฟ แต่
หัวหน้าเผ่าหนอนไฟก็แข็งแกร่งเกินไป แม้ว่าเขาจะมีเข็มสายฟ้าประจักษ์
ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาเป็นฝ่ายชนะ
เพียงแค่เด็กเปลวเพลิงที่เป็นเปลวเพลิงนิรันดร์ของมันก็เกือบจะ
สังหารเขาได้แล้ว หากเขาต้องพบกับตัวจริงของมันเขาคงไม่มีทางหนีรอด
ไปได้ และต่อให้ได้เปลวเพลิงนิรันดร์มา เขาก็คงจะยังไม่แข็งแกร่งพอจะ
ดูดกลืนเข้าไปอยู่ดี
เรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือกลับไปที่อาณาจักรลิขิตฟ้าและ
สังหารโอหยางไดฮัว
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาบังเอิญเรียนรู้วิชาเพลิงสายฟ้าพิโรธได้สำเร็จและ
บังเอิญได้รับประคำปีศาจมาจากซางกวนยู่ เขาก็คงถูกฮังกงสังหารไปแล้ว
เขาจะต้องชำระแค้นนี้อย่างสาสม!
โอวหยางตี๋ฮัวมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรช่วงกลาง หากมันไม่มีใคร
คอยช่วยเหลือ การจะฆ่ามันก็ไม่ใช่เรื่องยาก!
…………………..
ณ อาณาจักรลิขิตฟ้า
ในช่วงเวลานี้อาณาจักรลิขิตฟ้ากำลังพบกับฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ
มีลมกระโชกแรงพัดพาอากาศเย็นไปทั่วทุกบริเวณ หากเป็นคนธรรมดาที่
ไม่ได้ฝึกฝนการต่อสู้ละก็ เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็อาจจะหนาวตายได้
พื้นดินถูกปกคลุมด้วยหิมะ แทบทุกหลังคาเรือนจะมีเตาผิงสำหรับใช้
ในฤดูหนาวเช่นนี้ พวกคนร่ำรวยก็จะมีเตาผิงขนาดใหญ่ที่คอยให้ความ
อบอุ่น พวกเขาจะได้นอนบนเตียงอิฐอุ่นๆและได้กินอาหารร้อนๆ
แตกต่างกับพวกคนจนที่ต้องก่อกองไฟเล็กๆและต้มน้ำซุปกินกันอย่างอด
อยาก มีคนจนหลายคนที่ต้องอดตายในฤดูหนาวเช่นนี้
ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองลิขิตฟ้า มีคฤหาสน์อันงดงาม
หลังหนึ่งตั้งอยู่ ใกล้ๆกับคฤหาสแห่งนั้นมีศาลาที่ตกแต่งอย่างหรูหราตั้งอยู่
ริมแม่น้ำ
โดยทั่วไปแล้ว ในช่วงฤดูหนาวนี้เช่นนี้แม่น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่
แม่น้ำแห่งนั้นมีอาคมที่ช่วยรักษาอุณภูมิของน้ำเอาไว้ น้ำจึงยังไม่แข็งเป็น
น้ำแข็งเหมือนในแหล่งน้ำอื่นๆ
ในศาลาริมน้ำแห่งนั้นมีชายแต่งตัวดูดีมีฐานะสองคนกำลังนั่งพูดคุย
กันอยู่
พวกเขาสวมผ้าชุดผ้าไหม้คุณภาพสูง และสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ทับลง
ไปอีกชั้นหนึ่ง รองเท้าของพวกเขาทำจากหนังสัตว์ซึ่งให้ความอบอุ่นต่อ
ร่างกายได้เป็นอย่างดี โต๊ะในศาลาถูกทำขึ้นด้วยไม้จันทร์และถะแกระ
สลักเป็นลวดลายที่ประณีตงดงาม บนโตะมีไวน์โบราณ ผลไม้สุกและ
อาหารรสเลิศวางอยู่
สิ่งต่างๆที่ได้เห็นต่างก็สามารถบ่งบอกถึงความมั่งคั่งร่ำรวยของพวก
เขาได้
ชายคนหนึ่งคือทูตแห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า โอวยางไดฮัว และชายอีก
คนหนึ่งคือผู้นำแห่งหอการค้าพันธมิตร พ่อของซางกวนยู่ ซางเฟิงเซียน
หลังจากซางกวนยู่พิการ ซางเฟิงเซียนก็อาฆาตแค้นหลินหมิงเป็นอ
ย่างมาก
แต่หลินหมิงก็มีอำนาจมากเกินไป นอกจากสำนักเจ็ดแก่นแท้และ
ฉินจื่อหยาจะคุ้มครองเขาอยู่ องค์รัชทายาทหยางหลินก็ยังให้การ
สนับสนุนและคอยคุ้มครองเขาด้วย แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะ
จัดการหลินหมิงได้ หากหลินหมิงกลับมาในอาณาจักรแห่งนี้
โอวหยางตี๋ฮัวจ้องมองไปบนแม่น้ำพร้อมกับจิบไวน์และกล่าว “ได้ข่าว
ของมันบ้างหรือไม่?”
ซางเฟิงเซียนถอนหายใจออกมาและกล่าว “ป่าแดนใต้กว้างใหญ่
เกินไป ภูมิประเทศก็มีความซับซ้อนและเป็นป่ามีหญ้าขึ้นสูงหนาแน่น มี
ชนเผ่าต่างๆอยู่มากมายเต็มไปหมดและสัตว์ดุร้ายอีกมากมายนับไม่ถ้วย
การจะหาใครซักคนที่หนีเข้าไปในป่าแห่งนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับงมเข็มเล็กใน
มหาสมุทร”
เดือนครึ่งก่อนหลินหมิงและฮัวกงหายไปในป่าแดนใต้พร้อมกับนก
อินทรีย์สวรรค์ของฮัวกงอีกสองตัว หลังจากฮัวกงไม่กลับมารายงาน โอวห
ยางตี๋ฮัวก็เริ่มตามสืบเรื่อง แต่ข้ารับใช้ของเขาก็มีจำกัด เขาจึงขอความ
ช่วยเหลือจากทางสมาคมหอการค้าพันธมิตรเพื่อสืบเรื่องที่เกิดขึ้น
ในความคิดของโอวหยางตี๋ฮัว ฮั่วกงมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจรและทะลวงไปขั้นปราณต้นฟ้าได้ครึ่งก้าวแล้ว การจะจัดการ
กับหลินหมิงที่มีการฝึกฝนขั้นที่ 4 ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
เมื่อฮัวกงหายตัวไปเช่นนี้ โอวหยางตี๋ฮัวจึงคิดว่าฉินจื่อหยาไปช่วย
หลินหมิงเอาไว้ แต่เมื่อเขาพบกับฉินจื่อหยาที่ไม่รู้เรื่องการหายตัวไปของ
หลินหมิงเลย ก็ทำให้เขามั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉินจื่อห
ยา
โอวหยางตี๋ฮัวมั่นใจว่าฉินจื่อหยาไม่ได้ไปช่วยหลินหมิง แต่สิ่งที่เขา
สงสัยก็คือฮัวกงหายไปไหน?
หรือว่าหลังจากฮัวกงสังหารหลินหมิงแล้วเขาเกิดอุบัติเหตุและตาย
ในป่าแดนใต้?
หรือว่าหลังจากที่เขาสังหารหลินหมิงแล้ว เขาก็ค้นพบพลังอันยิ่งใหญ่
ที่แฝงอยู่ในร่างกายของหลินหมิงและหนีไปพร้อมกับพลังนั่น?
โอวหยางตี๋ฮัวไม่ได้สนใจว่าฮั่วกงจะตายหรือไม่? และไม่สนใจว่าใน
ร่างกายของหลินหมิงมีพลังอะไรอยู่? หรือใครจะเอาพลังนั่นไป? แต่สิ่งที่
เขาสนใจและต้องการจะรู้คือหลินหมิงตายแล้วหรือยัง? หากหลินหมิง
บังเอิญรอดชีวิตหนีกลับมาได้ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลินหมิงจะต้องมาแก่
แค้นพวกเขาอย่างแน่นอน!
ทันใดนั้นซางเฟิงเซียนก็พูดขึ้นมา “ข้ามีอยู่วิธีจัดการกับเรื่องนี้อยู่ เรา
จะโจมตีตระกูลหลินและขับไล่พวกเขาออกไปจากเมืองนี้ หากไอ้เด็กนั่น
ยังมีชีวิตอยู่มันจะต้องโผล่หัวออกมาอย่างแน่นอน เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”
ซางเฟิงเซียนต้องการที่จะทำลายตระกูลหลินอยู่แล้ว หากตระกูล
หลินยังอยู่ในเมืองนี้เขาคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่
พวกเขาทั้งสองพูดคุยและวางแผนจัดการกับหลินหมิงต่อไป แต่หารู้
ไม่ว่า ในเวลานี้พวกเขากำลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์
ด้วยเขตแดนมายาที่หลินหมิงสร้างขึ้นจากไข่มุกเขตแดนมายา…