Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 219 ข้าจะมอบความสิ้นหวังให้พวกเจ้าเอง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 219 ข้าจะมอบความสิ้นหวังให้พวกเจ้าเอง
“โจมตีขับไล่ตระกูลหลิน… ” โอวหยางตี๋ฮัวคิดไตร่ตรองอย่างเป็น
กังวล เขายอมรับว่านี้เป็นแผนการที่ดีในการบังคับให้หลินหมิงโผล่หัว
ออกมา แต่เขาก็ยังกังวลเรื่องฉินจื่อหยาอยู่
อีกไม่นานการชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่จะเริ่มขึ้นแล้ว ฉินจื่อหยาก็กำลังตาม
หาตัวหลินหมิงอยู่ ในเวลานี้ฉินจื่อหยายังไม่พบหลักฐานใดที่เชื่อมโยงการ
หายตัวไปของหลินหมิงกับพวกเขาทั้งสอง แต่หากพวกเขาทั้งสองโจมตี
ขับไล่ตระกูลหลินละก็ ฉินจื่อหยาก็คงจะรู้ว่าเรื่องที่หลินหมิงหายตัวไป
เกี่ยวข้องกับพวกเขา
ทันใดนั้นซางเฟิงเซียนก็กล่าวขึ้นมา “ข้ารู้ว่าท่านโองหยางกำลังกังวล
เรื่องใดอยู่ ข้าจะไม่ได้คิดจะบุกโจมตีตระกูลหลินโดยตรง ข้าเพียงแค่จะใช้
อำนาจทางธุรกิจของสมาคมพันธมิตรหอการค้าแย่งลูกค้าของตระกูล
หลินมา หากตระกูลหลินไม่มีลูกค้าแล้วละก็ พวกเขาต้องขาดทุนและ
ล้มละลายในที่สุด”
“นี่เป็นเรื่องของธุรกิจ ฉินจื่อหยาไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้
หลังจากธุรกิจของตระกูลหลินล้มละลายแล้ว พวกเขาก็คงจะหนีไปเริ่มทำ
ธุรกิจใหม่ในต่างแดน เมื่อพวกเขาออกไปนอกอาณาจักร การจะจับตัว
พวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องยาก เจ้าคิดยังไงกับแผนการนี้?”
โอวหยางตี๋ฮัวพยักหน้า นี่คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ด้วยอำนาจ
ของสมาคมพันธมิตรหอการค้าที่ทรงอำนาจมานานหลายร้อยปี การจะ
ทำลายธุรกิจของตระกูลตระกูลหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งไปกว่านั้น วิธีนี้จะ
ไม่ทำให้ฉินจื่อหยาสงสัยพวกเขา
“ข้าเห็นด้วย ข้าต้องการสังหารทุกคนในตระกูลของมัน และถ้ามัน
กล้าโผล่หัวออกมา ข้าก็จะสังหารมันด้วย หากมันไม่โผล่หัวออกมา ข้าจะ
ทำให้พ่อแม่ของมันพิการและปล่อยให้เป็นขอทานอ้อนวอนขอเศษอาหาร
อยู่ตามท้องถนนเยี่ยงสุนัข!” โอวหยางตี๋ฮัวพูดออกมาด้วยความสะใจ
ซางเฟิงเซียนยิ้ม เขาจิบไวน์และกล่าว “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะทำให้
ตระกูลหลินพินาศ ข้าจะบังคับให้พวกมันขายลูกสาวมาเป็นทาสของข้า
และมอบลูกสาวของมันเป็นของขวัญให้ท่าน ลูกสาวของตระกูลหลินมี
พรสวรรค์ระดับสาม ท่านสามารถใช้ความบริสุทธิ์ของนางเพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่งของท่านได้…”
เมื่อได้ยินที่ซางเฟิงเซียนกล่าว โอวหยางตี๋ฮัวก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ
ดีมาก ข้าจะใช้นังนั่นเยี่ยงทาส!”
โอวหยางตี๋ฮัวยกแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วย
รอยยิ้มที่ชั่วร้ายเลวทราม “ไอ้หลินหมิง ไม่ว่าเจ้าจะตายไปแล้วหรือจะ
หลบซ่อนอยู่ที่ใด ตระกูลของเจ้าก็ต้องพังพินาศและถูกข้าย่ำยีอยู่ดี!”
ในขณะที่โอวหยางตี๋ฮัวนึกถึงช่วงเวลาที่จะได้บดขยี้ตระกูลหลิน เขา
ก็เผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอัน
โหดเหี้ยม!
“ใคร?!” โอวหยางตี๋ฮัวตะโกนขึ้นมาอย่างกระทันหัน เขาโคจรพลัง
ปราณเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ แต่เมื่อเขามองไปรอบๆเขาก็ไม่พบใครเลย
แม้แต่ผู้คุมกันที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ไกลก็ยังยืนรักษาการอยู่
ตามปกติ
ซางเฟิงเซียนตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่โอวหยางตี๋ฮัวทำ เขาคิดว่าโอวห
ยางคงจะประสาทหลอนไปแล้ว พวกเขาอยู่ในสมาคมพันธมิตรหอการค้า
มีผู้คุมกันที่มีการฝึกฝนขั้นปราณต้นฟ้ามากมายคอยรักษาความปลอดภัย
อยู่ ไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาที่นี่อย่างแน่นอน
แต่เมื่อซางเฟิงเซียนเงยหน้าขึ้น เขาก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก บน
ท้องฟ้ามีชายคนหนึ่งกำลังเหาะมาทางนี้
“มันเหาะได้!”
ซางเฟิงเซียนอุทาน แม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้ที่มีระดับการฝึกฝนไม่สูง
เท่าไรนัก แต่เขาก็รู้ดีว่า มีเพียงแค่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้นที่จะ
สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้!
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้างั้นรึ?!
ไม่…เป็นไปไม่ได้!
โอวหยางตี๋ฮัวรู้สึกเป็นกังวลและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก นอกจาก
ชายคนนั้นจะสามารถบินได้แล้ว เขายังไม่สามารถสัมผัสถึงระดับการ
ฝึกฝนของชายคนนั้นได้ ชายคนนั้นอาจจะไม่ใช่แค่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า
เขาอาจจะทะลวงผ่านไปยังระดับที่สูงกว่าปราณปลายฟ้าแล้วก็ได้!
“นั่นมัน… หลินหมิง!”
โอวหยางตี๋ฮัวพูดออกมาด้วยความตกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
ชายที่กำลังเหาะมาทางนี้จะเป็นหลินหมิง เขารีบหยิบดาบของเขาออกมา
จากแหวนมิติ
เหตุใดหลินหมิงจึงสามารถเหาะได้? เขามีการฝึกฝนขั้นปราณปลาย
ฟ้าอย่างนั้นหรือ?
ไม่จริง! ตั้งแต่อดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นดินแดนใดในจักรวาลแห่งนี้ ก็ไม่
เคยมีใครสามารถทะลวงไปขั้นปราณปลายฟ้าได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี!
ในการเผชิญหน้าครั้งนี้หลินหมิงแสดงพลังอำนาจของตัวเองออกมา
ทั้งหมด เขาต้องการเห็นความสิ้นหวังของผู้ที่เป็นศัตรูกับเขา!
“เจ้าเป็นใคร?” โอหยางไดฮัวกล่าว ในเวลานี้เขารู้สึกหวาดกลัวจน
แทบจะเสียสติ ฮัวกงถูกหลินหมิงสังหารไปแล้วหรือ? หากหลินหมิง
สามารถสังหารฮัวกงที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุงของขั้นผสานชีพจรได้ การที่
หลินหมิงจะสังหารเขาที่มีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรช่วงกลางก็ไม่ใช่เรื่อง
ยาก หากหลินหมิงแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆ เขาจะมาฝึกฝนในสำนักเจ็ด
แก่นแท้เพื่ออะไร?
“ข้าเป็นใครงั้นรึ?” หลินหมิงกล่าวถามกลับไปและก็หัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ เป็นคำถามที่โง่เง่าสิ้นดี ผ่านไปแค่เดือนเดียวเจ้าก็ลืมข้าไปแล้วรึ
เจ้าให้ใครซักคนปลอดตัวเป็นฉินจื่อหยาล่อลวงให้ข้าออกไปที่ป่าแดนใต้
และให้ฮัวกงลงมือสังหารข้า เจ้าจำได้หรือยังล่ะว่าข้าเป็นใคร?”
ขณะที่หลินหมิงพูด โอวหยางตี๋ฮัวก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เขา
ไม่คิดว่าหลินหมิงจะมีชีวิตรอดกลับมาได้ หลินหมิงคงมาที่นี่เพื่อสังหาร
พวกเขา!
“หลินหมิง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้พบกัน” ซางเฟิงเซียนยิ้มและ
กล่าวออกมาอย่างสงบ เขารู้ดีกว่าไม่มีทางที่หลินหมิงจะเป็นนักสู้ระดับ
ปราณฟ้าไปได้อย่างแน่นอน เขาคงจะให้อุปกรณ์วิเศษบางอย่างเพื่อเหาะ
อยู่บนฟ้า!
“ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ที่นี่คือสมาคมพันธมิตรหอการค้าของข้า เจ้า
คิดว่าจะสามารถทำร้ายข้าที่เป็นผู้นำแห่งสมาคมพันธมิตรหอการค้าในที่
แห่งนี้ได้อย่างนั้นหรือ? ฮ่าฮ่า! แล้วเจ้าก็คงรู้ถึงฐานะของโอวหยางตี๋ฮัว
เป็นอย่างดี เขาเป็นถึงทูตแห่งอาณาจักร มีฐานะสูงส่งเทียบเท่าเจ้าสำนัก
ฉินจื่อหยา หากเจ้าทำอะไรกับพวกข้า เจ้าก็จะกลายเป็ยกบฏ ทั้งหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ สำนักเจ็ดแก่นแท้และอาณาจักรลิขิตฟ้าจะตามล่าและสังหาร
เจ้า แม้แต่คนในตระกูลหลินของเจ้าก็จะถูกสังหารด้วย!
ซางเฟิงเซี่ยนหัวเราะ ขณะที่เขาพูดเขาก็แอบหยิบยันต์สื่อสาร
ออกมาใช้งาน เขาส่งคำสั่งไปยังผู้คุมกันขั้นปราณต้นฟ้าเพื่อให้รีบมาที่นี่!
แม้ว่าการกระทำของซางเฟิงเซียนจะแนบเนียบ แต่หลินหมิงก็
สามารถสังเกตเห็นได้ เขาปล่อยให้ซางเฟิงเซียนใช้ยันต์สื่อสารเพราะ
แม้แต่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าก็ยังไม่สามารถรับรู้หรือทำอะไรเขตแดนมายา
แห่งนี้ได้ การที่ยันต์สื่อสารจะสามารถส่งข้อความออกจากเขตแดนแห่งนี้
ได้เป็นเรื่องตลกสิ้นดี!
“เพียงแค่เพราะมีลุงเป็นผู้อาวุโสแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เจ้าคิดว่าเจ้า
จะสังหารใครในอาณาจักรแห่งนี้ก็ได้งั้นรึ? ฮ่าๆ เมื่อเจ้าคิดจะสังหารข้าได้
ข้าก็คิดจะสังหารเจ้าได้เช่นเดียวกัน” หลินหมิงกล่าว
“ส่วนเจ้าคงเป็นซางเฟิงเซียน พ่อของซางกวนยู่งั้นสินะ? เมื่อเดือน
ก่อนข้าทำให้ลูกของเจ้าสูญเสียการฝึกฝนทั้งหมดไป ข้าคิดว่าข้าควร
จะต้องทำแบบนั้นกับเจ้าด้วย เจ้ากับลูกข้องเจ้าจะได้รับชะตากรรม
เดียวกันและเข้าใจกันและกันมากขึ้น”
“ไอ้เด็กนรก!” เมื่อหลินหมิงพูดถึงซางกวนยู่ ซางเฟิงเซียนก็เลือดขึ้น
หน้า นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง “อย่าคิดว่าเจ้าจะหนี
ไปได้ วันนี้เจ้าต้องตาย!”
“ฮ่าๆ ข้าจะรอดูว่าข้าจะตายได้อย่างไร?” หลินหมิงกล่าวด้วยความไม่
แยแส
“ผู้คุมกันทั้งหลาย ยืนบื่ออะไรกันอยู่? รีบมาสังหารผู้บุกรุก…” โอวห
ยางตี๋ฮัวตะโกนเรียกผู้คุ้มกัน 4 คนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล พวกเขามีการ
ฝึกฝนขั้นผสานชีพจร
หลินหมิงมองไปที่โอวหยางตี๋ฮัวราวกับมองดูตัวตลกคนหนึ่ง เขายิ้ม
และหัวเราะออกมา
“ผู้คุมกันทั้งหลาย…” โอวหยางตี๋ฮัวยังคงตะโกนเรียกผู้คุ้มกันอย่าง
สุดเสียง แต่ก็เหมือนว่าผู้คุ้มกันเหล่านั้นไม่ได้ยินเสียงของเขา
โอวหยางตี๋ฮัวเริ่มตระหนักได้แล้วว่าถึงตระโกนอย่างไรผู้คุมกัน
เหล่านั้นก็ไม่ได้ยินเสียงของเขา เขาหันกลับไปหาหลินหมิงและกล่าวถาม
“นี่มัน… เรื่องบ้าอะไรกัน?”
หลินมิงหัวเราะและกล่าว “พวกเจ้าพึ่งจะรู้ตัวงั้นรึ? ไม่ว่าเจ้าจะ
ตะโกนอย่างไร หรือจะใช้ยันต์สื่อสารระดับสูงแค่ไหน ก็ไม่สามารถเรียก
ให้ใครมาช่วยพวกเจ้าได้หรอก”
เดิมทีหลินหมิงต้องการที่จะสังหารโอวหยางในทันทีที่พบหน้า แต่
เมื่อเขาได้ยินแผนการณ์ที่จะทำร้ายตระกูลหลินและพ่อแม่ของเขา เขาจึง
เปลี่ยนใจและไม่คิดจะปล่อยให้โอวหยางตายไปง่ายๆ
โชคดีที่เขากลับมาทัน หากเขากลับมาช้ากว่านี้ คงจะเกิดอันตราย
ขึ้นกับตระกูลของเขา
หากคนทั้งตระกูลของเขาถูกสังหารละก็ ต่อให้เขาสังหารโอวหยางตี๋
ฮัวซักร้อยครั้งก็คงยังไม่หายแค้น
จริงๆแล้วเขาไม่คิดจะเป็นศัตรูกับโอวหยางตี๋ฮัวเลย เขาเพียงแค่
ต้องการจะจัดการกับซางกวนยู่ที่คิดจะทำร้ายหลานอวิ๋นเยว่เท่านั้น แต่
โอวหยางตี๋ฮัวกลับต้องการจะสังหารเขา เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็จะเป็นต้อง
จัดการกับโอวหยางตี๋ฮัวก่อนที่ตัวเขาเองจะเดือดร้อน
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถเรียกให้ใครมาช่วยได้ โอวหยางตี๋ฮัวก็เต็มไปด้วย
ความสิ้นหวัง
สำหรับซางเฟิงเซียน เขาก็สงสัยอยู่นานแล้วว่าทำไมทหารองค์รักษ์
ซึ่งอยู่ไม่ไกลยังไม่รีบมาที่นี่เสียที ทั้งหมดนี้เป็นเพราะหลินหมิง หลินหมิง
ใช้วิธีการบางอย่างทำให้เขาไม่สามารถใช้ยันต์สื่อสารติดต่อกับบุคคลอื่น
ได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความสงบที่เคยมีมาก็หายไป เขาเต็มไปด้วยความ
หวาดกลัวและความสิ้นหวังเช่นเดียวกับโอวหยางตี๋ฮัว
“เจ้า… เจ้าจะทำอะไรลงไป?!”