Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 221 สังหารโอวหยางตี๋ฮัว
หลินหมิงจ้องมองไปที่โอวหยาวไดฮัวด้วยสายตาที่โหดเหี้ยม เขา
สะบัดนิ้วเล็กน้อย เข็มสายฟ้าสีม่วงก็ปรากฏขึ้นมาควงสว่านและพุ่งไปหา
โอวหยางตี๋ฮัวในทันที ความเร็วของเข็มสายฟ้าเล่มนี้ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่ง
นัก!
ฟุบ!
เข็มสายฟ้าเจาะทะลุผ่านมือทั้งสองข้างของโอวหยางตี๋ฮัว ประคำ
สายฟ้าหลายลูกที่เขาเคยถือเอาไว้กระเด็นไปกลางอากาศ!
“อ๊ากกกกกก!” โอวหยางตี๋ฮัวกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
หลินหมิงสะบัดมืออีกครั้ง ทันใดนั้นก็เกิดพายุขนาดเล็กขึ้น พายุที่
เกิดขึ้นที่หอบเอาประคำปีศาจทั้งหมด 20-30 เม็ดขึ้นไปขึ้นไปบนฟ้า
แขนทั้งสองข้างของโอวหยางตี๋ฮัวถูกทำลายด้วยการโจมตีเพียงครั้ง
เดียวของเข็มสายฟ้าสีม่วง แม้ว่าเข็มสายฟ้าสีม่วงจะแทงเข้าที่มือ แต่ก็
สามารถทำให้ตั้งแต่ข้อศอกลงมาถึงปลายนิ้วไหม้เกรียมจนกลายเป็นสีดำ!
เมื่อเห็นแขนทั้งสองข้างของโอวหยางตี๋ฮัวไหม้เกรียม ซางเฟิงเซียนที่
เคยหวังว่าโอวหยางตี๋ฮัวจะสามารถต่อกรกับหลินหมิงได้บ้าง ก็สิ้นหวังไป
ในทันที เขาเป็นถึงผู้นำแห่งสมาคมพันธมิตรหอการค้า นี่เป็นตำแหน่งที่
ทรงอำนาจและยิ่งใหญ่ ด้วยฐานะของเขา เขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวผู้ใด
แต่ในเวลาที่ชีวิตของเขากำลังจะได้พบกับความตาย เขากลับหวาดกลัว
อย่างสุดหัวใจ เขาไม่เคยหวาดกลัวถึงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!
นี่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เมื่อพวกเขามีอำนาจมากขึ้น พวกเขา
ก็จะยิ่งเสียดายชีวิตและกลัวความตามมากขึ้น เขาเป็นผู้นำแห่งสมาคม
พันธมิตรหอการค้าที่ใครๆต่างก็ต้องเคารพยำเกรง เขามีอำนาจและทรัพย์
สมบัติมากกว่าใครๆในอาณาจักรแห่งนี้ จะกล่าวว่าเขาเป็นคนที่มั่งคั่ง
ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ก็ไม่ผิด สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาเสียดายชีวิต
และกลัวความตายเป็นอย่างยิ่ง!
ประคำปีศาจเกือบ 30 เม็ดนั่นยังไม่ทำงานเพราะเขาใช้เข็มสายฟ้าสี
ม่วงโจมตีมือทั้งสองข้างทันทีที่โอวหยางตี๋ฮัวหยิบพวกมันออกมาจาก
แหวนมิติ หลินหมิงยิ้มออกมา เขาจะเป็นคนเก็บประคำปีศาจเหล่านั้นไว้
ใช้เอง
“เมื่อข้ารู้ว่าเจ้ามีประคำปีศาจอยู่ เหตุใดข้าถึงต้องปล่อยให้เจ้าใช้มัน
กับข้า?”
โอวหยางตี๋ฮัวทรุดตัวลงไปกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง นอกจากเจ้า
จะต้องตายแล้ว เขายังไม่สามารถฆ่าศัตรูของเขาได้ เขากระอักเลือดออก
มาและกล่าว “ท่านลุงของข้า… จะสังหารเจ้าเพื่อแก้แค้นให้ข้า… เจ้าจะ
ทรมานจนต้องร้องขอความตาย!”
หลินหมิงหัวเราะออกมาและกล่าว “ท่านลุงของเจ้างั้นรึ? ท่านลุงของ
เจ้าจะมาสังหารข้าเพื่อแก้แค้นให้เจ้าได้อย่างไร? ในเมื่อไม่มีหลักฐานใดใด
ที่สามารถเชื่อมโยงมาถึงข้าได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นข้าได้ลงบันทึกว่าจะออก
ผจญภัยเป็นเวลา 2 เดือน นี่ก็พึ่งจะผ่านมาเดือนครึ่งเท่านั้น หลังจาก
สังหารเจ้าแล้วข้าก็จะรออีกซักครึ่งเดือนแล้วค่อยกลับไปรายงานต่อสำนัก
เจ็ดแก่นแท้ว่าข้าพึ่งจะกลับมาแล้ว ข้ามั่นใจว่าท่านลุงของเจ้าต้องคิดว่า
การตายอย่างไร้ร่องรอยของเจ้าเป็นฝีมือของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า ท่าน
ลุงของเจ้าจะไม่สงสัยข้าอย่างแน่นอน!”
หลินหมิงใช้หอกอ่อนปราณคลั่งแทงไปที่นิ้วมือที่ไหม้เกรียมของโอวห
ยางตี๋ฮัวที่กำลังทรุดตัวอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช นิ้วที่ไหม้เกรียมของ
โอวหยางตี๋ฮัวแตกออกเป็นเขม่าควัน แหวนมิติที่เคยอยู่บนนิ้วของเขาก็
หลุดออกมา
หลินหมิงยิ้มออกมาก่อนจะก้มลงไปหยิบแหวนมิติของโอวหยางตี๋ฮัว
และส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายใน
หลังจากตรวจสอบดูทรัพย์สมบัติที่อยู่ในแหวนมิติชั่วครู่ เขาก็ยิ้ม
ออกมาด้วยความยินดีและกล่าว “สมแล้วที่เป็นหลานของผู้อาวุโสแห่งหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ ท่านลุงของเจ้ามั่งคั่งและร่ำรวยเป็นอย่างยิ่ง ข้าพึ่งจะเคย
ได้ครอบครองทรัพย์สมบัติที่มากมายถึงขนาดนี้”
อัก!
จู่ๆโอวหยางตี๋ฮัวก็กระอักเลือดคำโตออกมา เส้นชีพจรของเขาได้รับ
ความเสียหายร้ายแรง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะการกระทำของหลินห
มิง แต่เกิดขึ้นเพราะความโกรธแค้นและความเกลียดชังต่อหลินหมิงใน
จิตใจของเขาเอง
ความโกรธแค้นเป็นส่วนหนึ่งของ “จิตวิญญาณ” หากนักสู้มีความ
โกรธแค้นมากๆและไม่ปล่อยวางความโกรธนั้นออกไป ก็อาจจะส่งผล
กระทบต่อชีพจรของตนเอง!
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเคียดแค้นที่โอวหยางตี๋ฮัวมีต่อหลินหมิงได้อ
ย่างชัดเจน โอวหยางตี๋ฮัวคงจะเกลียดหลินหมิงเข้าไส้ เขาคงจะไม่ยอมใช้
ชีวิตอยู่บนโลกที่มีหลินหมิงอาศัยอยู่!
หลินหมิงรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขายอมรับว่าการตามสืบว่าใครเป็น
คนปลอมตัวเป็นฉินจื่อหยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากโอวหยางตี๋ฮัวตายไป
แล้ว เขาก็แทบจะไม่มีเบาะแสใดใดที่เชื่อมโยงไปหาคนที่ปลอมตัวเป็น
ฉินจื่อหยาได้
ทันใดนั้นซางเฟิงเซียนก็ตะโกนออกมา เขาหนีไปหลบอยู่ในที่ห่าง
ออกไปค่อนข้างไกล แต่เขาก็ไม่สามารถออกจากเขตแดนมายาได้ “ท่าน
ยอดฝีมือ ข้ารู้ว่าใครปลอมตัวเป็นฉินจื่อหยาเพื่อหลอกลวงท่าน!”
“จริงรึ?!” หลินหมินหันไปหาซางเฟิงเซียนและกล่าว “เจ้ารู้จักมัน
อย่างนั้นรึ?”
ซางเฟิงเซียนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันโหมเหี้ยมของหลินหมิง เขารีบ
กล่าว “ข้าไม่แน่ใจ แต่ข้าคิดว่าจะต้องเป็นเขา”
“บอกข้ามา”
“ข้า… ข้าจะบอกท่าน แต่ท่านต้องไว้ชีวิตข้า!” ซางเฟิงเซียนคุกเข่าลง
และก้มหัวให้หลินหมิง ในตอนที่ซางเฟิงเซียนได้พบกับองค์จักรพรรดิ เขา
เพียงแค่ยืนก้มหัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพเท่านั้น แต่ในเวลานี้เขา
ถึงกับคุกเข่าก้มหัวให้เขา
เมื่อชีวิตเกือบจะต้องเผชิญกับความตาย พวกเขาจะยอมทิ้งทุกอย่าง
เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด ทั้งทรัพย์สมบัติ เงินทอง เกียรติยศศักดิ์ศรี ต่างก็
กลายเป็นสิ่งไร้ค่าหากไร้ซึ่งชีวิต!
“โอ้? เจ้าคิดว่าเจ้ามีสิทธิ์ที่จะต่อรองกับข้าอย่างนั้นรึ?” หลินหมิงก
ล่าวด้วยน้ำเสียงอันน่าหวาดกลัว
ซางเฟิงเซียนรีบส่ายหัว “ข้ามิกล้า เพียงแค่ท่านยอดฝีมือไว้ชีวิตข้า
ข้าจะมอบเงินให้ท่านหนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง! และสมาคมพันธมิตร
หอการค้าของข้าจะบริการท่านเป็นอย่างดี เพียงแค่ท่านบอกชื่อวัตถุดิบ
หรือสิ่งที่ท่านต้องการมา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่หายากเพียงใด สมาคม
พันธมิตรของข้าก็จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อหาของสิ่งนั้นมาให้ท่าน สมาคม
พันธมิตรหอการค้าเป็นองค์กรค้าขายและแหล่งข่าวที่ใหญ่ที่สุดใน
อาณาจักรแห่งนี้ แม้แต่ฝ่ายข่าวขององค์จักรพรรดิก็ยังมีข้อมูลน้อยกว่า
ฝ่ายข่าวจากสมาคมพันธมิตรหอการค้าของข้า หากท่านไว้ชีวิตข้า ท่านจะ
ได้รับทุกอย่างที่ท่านต้องการ!”
หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง?!
หลินหมิงตกตะลึงเล็กน้อย ขนาดภาษีที่คนทั้งอาณาจักรจ่ายให้กับวัง
หลวงในแต่ละปียังแค่ประมาณ 20 ล้านเหรียญทองเอง สมาคมพันธมิตร
หอการค้าช่างมั่งคั่งร่ำรวยจริงๆ
ซางเฟิงเซียนเห็นหลินหมิงครุ่นคิด เขากลัวว่าหลินหมิงะไม่เห็นด้วย
เขาจึงรีบกล่าว “ท่านยอดฝีมือ ข้าเป็นแค่ผู้นำสมาคมพันธมิตรหอการค้า
แต่ท่านเป็นถึงนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า ข้ามิกล้าทรยศท่านอย่างแน่นอน!”
แม้ว่าข้อเสนอของซางเฟิงเซียนจะน่าสนใจและยากจะปฏิเสธได้ลง
แต่การปล่อยให้ศัตรูรอดไปได้นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป หากซางเฟิง
เซี่ยนทรยศและไปบอกเรื่องทั้งหมดกับลุงของโอวหยางตี๋ฮัว เขาก็จะ
กลายเป็นกบฏต่อหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ นี่เป็นเรื่องที่เสี่ยงมากเกินไป หลินห
มิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าว “เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ก่อนอื่นบอกข้ามา
ก่อนว่าใครปลอมตัวเป็นฉินจื่อหยา?”
ซางเฟิงเซียนลังเลเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถาม “ท่านจะไม่สังหารข้าใช่
หรือไม่?”
หลินหมิงกล่าวด้วยความมั่นใจ “แน่นอน ข้าจะไม่สังหารเจ้า”
ซางเฟิงเซียนรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของหลินหมิง เขา
กำลังจะเอ๋ยปากขอให้หลินหมิงสาบานด้วยเกียรติแห่งนักสู้ แต่ทันใดนั้น
หลินหมิงก็ใช้ฝ่ามือฟาดไปที่หลังของโอวหยางตี๋ฮัวอย่างรุนแรง!
ฝ่ามือทลายจุดชีพจร!
ปึก!
โอวหยางตี๋ฮัวหน้าทิ่มลมไปกับพื้น ในเวลานี้สภาพของเขาไม่ต่างจาก
หมาขี้เลื้อนตัวหนึ่ง!
หลินหมิงยิ้มและกล่าว “อย่าคิดว่าจะใช้พลังปราณทำลายชีพจรเพื่อ
ฆ่าตัวตาย ข้าทำลายจุดชีพจรของเจ้าเพื่อให้เจ้าสูญเสียการฝึกฝนและ
พลังปราณทั้งหมดไปแล้ว ในเวลานี้เจ้าไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาๆคน
หนึ่ง”
ซางเฟิงเซียนตกใจกับสิ่งที่หลินหมิงทำ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
เพียงฝ่ามือฝ่ามือเดียวจะสามารถทำลายการฝึกฝนของโอวหยางตี๋ฮัวได้
ในเวลานี้เขาไม่กล้าขอให้หลินหมิงสาบานด้วยเกียรติแห่งนักสู้อีกแล้ว
“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง?”
“บอกสิ… ข้าจะบอก” ซางเฟิงเซียนไม่กล้าต่อรองอะไรอีก “ข้าคิดว่า
คนที่ปลอมตัวเป็นฉินจื่อหยาคือไป่โหล่ว เขาเป็นรองเจ้าสำนักของสำนัก
เจ็ดแก่นแท้ เขามาจากฝ่ายภาพมายาแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้และ
เชี่ยวชาญด้านการปลอมตัวเป็นที่สุด เขาไม่ค่อยถูกกับฉินจื่อหยาอยู่แล้ว
และยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นสหายกับโอวหยางตี๋ฮัวและเคยเป็นศิษย์ของผู้
อาวุโสโอวหยาง เขาต้องเป็นคนที่ปลอมตัวเป็นฉินจื่อหยาอย่างแน่นอน”
สมาคมพันธมิตรหอการค้ามีแหล่งข่าวอยู่ทั่วทั้งอาณาจักร ซางเฟิง
เซียนซึ่งเป็นผู้นำสมาคมพันธมิตรหอการค้าจึงรู้จักบุคคลต่างๆและ
ความสัมพันธ์ของใครหลายๆคนเป็นอย่างดี!
“ไป่โหล่วงั้นรึ? เขามีการฝึกฝนระดับใด?”
“ข้าคิดว่า…. คงจะเป็นขั้นปราณต้นฟ้า”
“อืม… ขอบใจเจ้ามา มอบแหวนมิติของเจ้ามาให้ข้า”
“ขะ… เข้าใจแล้ว” ซางเฟิงเซียนกล่าวพร้อมกับถอนแหวนมิติของ
ตนเองส่งให้หลินหมิง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและกลายเป็นสี
ขาวไร้ซึ่งลูกตาดำ
ดวงตาของหลินหมิงเหลือสีขาวอยู่เพียงเล็กน้อย และมีสีดำที่กำลัง
หมุนวนเหมือนน้ำวน ราวกับว่าในดวงตาของเขามีความมืดมิดอันไร้ที่
สิ้นสุดอยู่
ซางเฟิงเซียนรู้สึกเหมือนกับว่าวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง
จากนั้นทัศนีย์ภาพของเขาก็แปลเปลี่ยนไป เขาได้พบกับตัวเองที่กำลังอยู่
ในวัยเด็กอีกครั้ง แต่เด็กที่หน้าตาเหมือนเขาคนนั้นกลับมีนิสัยแตกต่าง
จากเขาอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ชอบเด็กคนนั้นเอาเสียเลย เขารักในตัวตนที่
เขาเป็น เขากรีดร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ จากภาพของเด็กคนนั้นก็
แตกสลายไป เขาได้พบกับตัวเองชั่ววัยรุ่นที่กำลังนั่งขอทานและเก็บเศษ
อาหารเน่าๆมากินประทังชีวิต เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นเขาก็กรีดร้องออกมา
อย่างบ้าคลั่ง…
ซางเฟิงเซียนได้พบกับโลกคู่ขนานนับไม่ถ้วนของตนเอง เขาติดอยู่ใน
ภายมายาอันไร้ที่สิ้นสุด เขาเริ่มบ้าคลั่งและเสียสติ ในเวลานี้เขาไม่ต่าง
อะไรกับคนบ้าที่พูดไม่รู้เรื่องคนหนึ่ง!
แต่หลินหมิงก็ยังไม่หยุด หลินหมิงยังใช้เจตจำนงนักสู้ ‘วัฏสงสาร’
โจมตีจิตวิญญาณของซางเฟิงเซียนต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าซางเฟิงเซียนจะ
บ้าคลั่งเสียสติและลืมเรื่องราวของเขาทั้งหมดอย่างไม่สามารถจะฟื้นคืน
ความทรงจำกลับมาได้ เขายังรักษาคำพูดของเขาโดยการปล่อยให้ซางเฟิง
เซียนมีชีวิตอยู่ต่อไป!
อ๊ากกก!
ซางเฟิงเซียนกรีดร้องออกมา ในเวลานี้เขาได้สูญเสียตัวตนของ
ตนเองและความทรงจำทั้งหมดไปแล้ว เขากลายเป็นคนบ้าที่พูดคุยไม่รู้
เรื่องคนหนึ่ง!
ดวงตาของหลินหมิงกลับคืนสู่สภาพปกติ “ข้าไม่ได้สังหารเจ้า นี่เป็น
ข้อตกลงของเรา”
หลินหมิงหันไปมองโอวหยางตี๋ฮัว เขาชูนิ้วชี้ขึ้นมา ทันใดนั้นเข็ม
สายฟ้าสีม่วงก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา เขากล่าว “เจ้ามีคำพูดที่
อยากจะพูดก่อนตายหรือไม่?”
โอวหยางตี๋ฮัวไม่ได้ยินเสียงของหลินหมิง ความโกรธแค้นของเขาทำ
ให้หูของเขาหนวก
“ตายไปซะ” หลินหมิงกล่าวและสะบัดปลายนิ้วชี้ลงมา
เข็มสายฟ้าสีม่วงพุ่งออกไปหาโอวหยางตี๋ฮัว เข็มสายฟ้าสีม่วงแทง
ทะลุร่างของเขาออกไปและแทงกลับเข้ามาซ้ำไปซ้ำมาอย่างอย่างเร็ว ใน
ชั่วพริบตาร่างของโอวหยางตี๋ฮัวก็กลายเป็นตอตะโกสีดำ
เขาสะบัดนิ้วเล็กน้อยเพื่อเรียกเข็มสายฟ้าสีม่วงกลับมาและเก็บกลับ
เข้าไปในหัวใจของเขา จากนั้นเขาก็โบกมือใช้วิถีแห่งลมพัดเอาเถ้าถ่าน
เหล่านั้นให้ปลิวไปในอากาศ
ก่อนที่เขตแดนมายาจะสลายไป เขาก็จัดการลบร่อยรอยต่างๆและ
ไปรออยู่ที่ปลายสุดของเขตแดนมายา เมื่อเขตแดนมายาสลายไปเขาก็หนี
ไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาเดินทางออกจากสมาคมพันธิมิตรหอการค้าโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด
ใดไว้เลยแม้แต่น้อย
“การฝึกฝนขั้นปราณต้นฟ้า รองเจ้าสำนักไป่โหล่ว…” หลินหมิงพึมพำ
ออกมา
ผู้ที่ล่อลวงให้เขาไปพบกับความตาย ก็ต้องได้พบกับความตาย
เช่นกัน!