Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 223 เป็นฝีมือของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 223 เป็นฝีมือของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า
“โอวหยางตี๋ฮัวตายแล้ว…” ไบหยวนเป่ยพึมพำออกมา เขาไม่อย่าจะ
เชื่อในสิ่งที่เขาได้รับรู้ผ่านยันต์สื่อสาร
“อะไรนะ?!” ไป๋จิ้งอวิ๋นอุทาน
“โอวหยางตี๋ฮัวถูกรอบสังหารในสมาคมพันธมิตรหอการค้า แม้แต่ศพ
ของเขาก็ยังหาไม่พบ ส่วนผู้นำพันธมิตรหอการค้า ซางเฟิงเซียนก็
กลายเป็นคนบ้าไร้สติสัมปชัญญะ แม้แต่ยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญด้านการ
รักษาเยียวยาก็ยังไม่สามารถรักษาหรือดึงความทรงจำของเขากลับมาได้
เลย…” ไบหยวนเป่ยกล่าว เขารู้ดีกว่าโอวหยางตี๋ฮัวเป็นนักสู้ขั้นผสานชีพ
จรช่วงกลางที่มีทักษะและเทคนิคในการต่อสู้เหนือชั้นกว่านักสู้ทั่วๆไป แม้
โอวหยางตี๋ฮัวจะมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรช่วงกลาง แต่เขาก็สามารถ
ประมือกับนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรได้อย่างสูสี
แต่โอวหยางตี๋ฮัวกลับถูกสังหารท่ามกลางผู้คุ้มกันส่วนตัว 4 คนที่มี
การฝึกฝนขั้นผสานชีพจร ในสมาคมพันธมิตรหอการค้าที่มีผู้คุ้มกันขั้น
ปราณต้นฟ้าคอยตรวจสอบความปลอดภัยอยู่เต็มไปหมด นี่ต้องเป็นฝีมือ
ของนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าอย่างแน่นอน!
“ปกติแล้วโอวหยางตี๋ฮัวจะมีผู้คุ้มกัน 4 คนคอยอารักขาอยู่ใกล้ๆไม่ใช่
รึ?” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าวถาม
ไบหยวนเป่ยกล่าว “ผู้คุ้มกันทั้ง 4 คนของเขาอยู่ห่างออกไปเพียงแค่
200 ก้าวแยกกันไปดูแลจากทั้ง 4 ทิศ และยังมีผู้คุ้มกันขั้นปราณต้นฟ้า
ของสมาคมพันธมิตรหอการค้าอีกเป็นสิบคนที่ดูแลอยู่ตามทางเข้าออก
และจุดเฝ้าระวังต่างๆของสมาคมพันธมิตรหอการค้า แต่พวกเขากลับไม่
สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆเลย กว่าพวกเขาจะรู้ตัวโอวหยางตี๋ฮัวก็หาย
ตัวไปและซางเฟิงเซียนก็กลายเป็นคนบ้าไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ลง
มือยังไม่ทิ้งร่อยรอยหรือหลักฐานใดใดเอาไว้เลยแต่น้อย”
ไป๋จิ้งอวิ๋นตกตะลึง นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก นางไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำ
เช่นนี้
ไปหยวนเป่ยกล่าว “ผู้ที่ลงมือคนนั้นต้องแข็งแกร่งและมีฝีมือสูงส่ง
เป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยเขาก็ต้องเป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า อาจจะเป็น
คนที่มีความแค้นกับโอวหยางปั๋วเหยียน แต่ไม่สามารถลอบสังหารโอวห
ยางปั๋วเหยียนได้ จึงมาสังหารหลานชายของเขาแทน…”
ไป๋จิ้งอวิ๋นยิ้มและกล่าว “ตายไปซะได้ก็ดี! มันสมควรจะตายไปตั้ง
นานแล้ว”
เมื่อไบหยวนเป่ยได้ยินคำพูดของหลานสาวเขาก็ตกใจและรีบกล่าว
“จิ้งอวิ๋น เจ้าอย่างพูดแบบนั้นให้ใครได้ยินเด็ดขาด วันนี้เมืองลิขิตฟ้าได้
ประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อค้นหาตัวฆาตกรที่สังหารโอวหยางตี๋ฮัว โอวห
ยางปั๋วเหยียนกำลังเดินทางมาที่นี่ ต่อจากนี้บ้านเมืองของเราอาจจะไม่
สงบสุขอีกต่อไป… ”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าว
หลังจากพูดคุยกันจบแล้ว ไบหยวนเป่ยก็กลับไป ไป๋จิ้งอวิ๋นเอนกาย
นอนลงบนเตียงนอนของนาง นางยิ้มอย่างมีความสุข
เพราะการตายของโอวหยางตี๋ฮัว สัญญาหมั้นระหว่างนางกับโอวห
ยางตี๋ฮัวจะเป็นโมฆะและถูกยกเลิก!
นางเป็นอิสระแล้ว!
ตลอดระยะเวลา 3 ปีมานี้ นางสาปแช่งและแอบหวังว่าจะมีใครซัก
คนมาสังหารเขา นางไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่นางหวังเอาไว้จะกลายเป็น
ความจริง
นางอย่างรู้เป็นอย่างยิ่งว่าใครเป็นคนสังหารเขา…
การตายของโอวหยางตี๋ฮัวทำให้รอยยิ้มอันบริสุทธิ์ของนางกลับมาอีก
ครั้ง อนาคตของนางจะไม่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานอีกต่อไป ชะตา
กรรมของนางได้เปลี่ยนไปแล้ว!
ตั้งแต่ที่โอวหยางตี๋ฮัวมาที่อาณาจักรลิขิตฟ้าและถูกแต่งตั้งให้เป็นทูต
แห่งอาณาจักร อิทธิพลขององค์ชายสิบก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และการ
หายตัวไปของหลินหมิงก็ทำให้อิทธิพลขององค์ชายสามลดลงไปมาก
ทีเดียว แต่ในเวลานี้โองหยางไดฮัวถูกสังหาร อิทธิพลขององค์ชายสิบจึง
สั่นครอนอย่างรุนแรง
หากหลินหมิงกลับมาละก็ อำนาจและอิทธิพลขององค์ชายสามจะ
เหนือกว่าองค์ชายสิบอย่างชัดเจน!
………………………………
หลังจากหลินหมิงเดินทางออกจากเมืองลิขิตฟ้าแล้ว เขาก็มาหลบ
ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งที่ห่างจากเมืองลิขิตฟ้าหลายร้อยลี้
เขามองดูแหวนมิติระดับมนุษย์ ชั้นสูง ทั้งสองวงในมือของเขา และ
ดาบกับชุดเกราะระดับมนุษย์ชั้นสูงที่เคยเป็นของโองหยางไดฮัว
ทั้งโอวหยางตี๋ฮัวและซางเฟิงเซียนต่างก็เป็นบุคคลที่มั่งคั่งร่ำรวย
ด้วยกันทั้งคู่ พวกเขามีทรัพย์สมบัติอยู่มากมาย
หลินหมิงเริ่มที่แหวนมิติของซางเฟิงเซียน เขาส่งพลังวิญญาณเข้าไป
ตรวจสอบสิ่งที่อยู่ข้างใน สมแล้วที่เขาเป็นถึงผู้นำแห่งสมาคมพันธมิตร
หอการค้า แหวนมิติที่เขาใช้ทำจากวัสดุชั้นเลิศ ผู้ที่สร้างแหวนมิติวงนี้
ขึ้นมาต้องเป็นนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าอย่างแน่นอน ชิ้นงานของนักสู้ขั้น
ปราณปลายฟ้าจะมีราคาแพงมาก เพียงแค่แหวนวงนี้ก็มีมูลค่ามากกว่า
หนึ่งล้านเหรียญทองแล้ว
ภายในแหวนของเขามีหีบสมบัติอยู่ 3 หีบ และชุดเสื้อผ้าของเขาอีก
2-3 ชุด
หลินหมิงหยิบเสื้อผ้าของเขาออกมาเผาทิ้ง และมองไปที่หีบสมบัติทั้ง
สาม หีบทั้งสามถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ชั้นเลิศ ไม้ประเภทนี้แข็งแรงทนทาน
และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม้ประเภทนี้เป็นไม้ล้ำค่า มันมีมูลค่ามากค่า
ทองคำที่มีน้ำหนักเท่ากันเสียอีก
เขาเปิดฝาของหีบใบแรกออก ทันใดนั้นเขาก็ตกตะลึง หีบใบนี้เต็มไป
ด้วยทรัพย์สมบัติ เครื่องประดับ เพชรพรอย และอัญมณีล้ำค่า
สิ่งเหล่านั้นเปล่งประกายแห่งความงดงามออกมาชวนให้หลงไหล
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเพชรพรอยและอัญมณี แต่เขาก็มั่นใจว่า
เพชรพรอยและอัญมณีเหล่านี้ต้องเป็นเพชรพรอยและอัญมณีชั้นเลิศ
อย่างแน่นอน
เพชรพรอยและอัญมณีแต่ละชิ้นมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหมื่นเหรียญทอง
เพชรพรอยและอัญมณีทั้งหมดในหีบใบนี้คงมีมูลค่ารวมกันไม่น้อยกว่าสิบ
ล้านเหรียญทอง!
หลังจากที่ตรวจดูหีบสมบัติใบหีบแรกเสร็จแล้ว เขาก็เก็บมันเข้าไปใน
แหวนมิติและหยิบหีบสมบัติใบที่สองออกมา
เมื่อเขาเปิดฝาหีบออกก็เผยให้เห็นเสื้อคลุมสีทองตัวหนึ่งและกอง
ธนบัตรทองคำที่อัดแน่นอยู่ด้านใน ธนบัตรเหล่านี้คงมีมูลค่ารวมกัน
ประมาณ 7-8 แสนเหรียญทอง
ซางเฟิงเซียนไม่ได้เก็บเงินทองเอาไว้กับตัวมากนัก เงินทองส่วนใหญ่
จะถูกเก็บไว้ที่ธนาคารแห่งสมาคมพันธมิตรหอการค้า เงิน 7-8 แสน
เหรียญทองที่เขาเก็บไว้กับตัวคงจะเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น
สำหรับเสื้อคลุมสีทองตัวนั้น เขามั่นใจว่ามันต้องไม่ใช่เสื้อคลุม
ธรรมดาๆอย่างแน่นอน
‘นี่มัน… เส้นใยจากหนอนไหมนภาสีทอง?!’
ในตอนที่เขาเริ่มฝึกฝนการจากรึก เขาจำเป็นต้องใจเส้นใยจากหนอน
ไหมนภาเพื่อวาดจารึกขึ้นมา เขาจึงมีข้อมูลของมันอยู่บ้าง
หนอนไหมนภาเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากเป็นอย่างยิ่ง เส้นไหมของมัน
เป็นสีขาวและมีมูลค่าสูงมาก และในบรรดาหนอนไหมนภา1000ตัว จะมี
หนอนไหมนภาสีทองที่ให้เส้นไหมนภาสีทองอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น
เสื้อคลุ่มสีทองตัวนี้ถูกทอขึ้นจากใยไหมนภาสีทอง มูลค่าของมันสูง
จนน่าเหลือเชื่อ!
เขาตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะวางเสื้อคลุมสีทองลงในหีบเช่นเดิมและ
เก็บหีบเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นเขาก็หยิบหีบสมบัติใบสุดท้ายออกมา
เขาเปิดฝาหีบใบที่สามออก หีบใบนี้เต็มไปด้วยหินพลังปราณบริสุทธิ์
คุณภาพสูงอยู่หลายพันก้อน
หินพลังปราณจำนวนมากเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ซางเฟิงเซียนเตรียมไว้
มอบให้กับผู้อาวุโสโอวหยาง มันมีมูลค่าหลายล้านเหรียญทอง แม้ว่าเขา
จะใช้มันอย่างเต็มที่ก็ต้องต้องใช้เวลากว่า 2 ปีถึงจะใช้หมด
ในแหวนมิติของซางเฟิงเซียนยังมีภาพวาดอยู่อีกเล็กน้อย เขาไม่ได้
สนใจมัน เพียงแค่สมบัติในหีบสมบัติทั้งสามก็มีมูลค่ากว่า 20 ล้านเหรียญ
ทองแล้ว!
เขาจะเก็บหินพลังปราณเหล่านั้นไว้ใช้เอง ส่วนทรัพย์สมบัติอื่นๆเขา
จะเอาไปขาย จากนั้นก็เอาเงินที่ได้มาไปซื้อหินพลังปราณและยาโอสถ
หรือสิ่งของจำเป็นอื่นๆ
จากนั้นเขาก็หันไปดูแหวนมิติของโอวหยางตี๋ฮัว แม้ว่าโอวหยางตี๋ฮัว
จะไม่มั่งคั่งร่ำรวยเท่ากับซางเฟิงเซียน แต่เขาก็เป็นนักสู้ที่มีฝีมือและได้รับ
การสนับสนุนจากผู้อาวุโสโอวหยาง เขาจะต้องมียาโอสถหรือสิ่งที่มี
ประโยชน์ต่อการฝึกฝนอยู่มากมายอย่างแน่นอน
ในแหวนมิติของเขามีขวดยาโอสถอยู่กว่า 20 ขวด ยาโอสถเหล่านี้
เป็นทั้งยารักษาอาการบาดเจ็บและยาส่งเสริมการฝึกฝน เช่นยาศิลาเลือด
ที่ช่วยฟื้นฟูพลังปราณให้กลับมาอย่างรวดเร็ว ยาเม็ดผสานวิญญาณที่ช่วย
ส่งเสริมการฝึกฝน ยาโอสถเหล่านี้เป็นยาโอสถที่ล้ำค่าและมีมูลค่าสูงมาก
ยาโอสถเหล่านี้ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง ยาโอสถเหล่านี้จะถูก
สร้างขึ้นและแจกจ่ายซื้อขายกันเฉพาะในนิกายใหญ่ๆเท่านั้น และไม่มี
ทางหลุดไปในตลาดหรือร้านค้าทั่วๆไป
นอกจากนั้นก็ยังมีแผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะอีก 3 แผ่น มีแผ่นหนึ่งเป็น
เคล็ดบ่มเพาะระดับมนุษย์ชั้นสูงที่ล้ำค่าและหาได้ยาก และยังมีหินพลัง
ปราณบริสุทธิ์อีกหลายร้อยก้อน
สิ่งที่มีค่าที่สุดของโอวหยางตี๋ฮัวก็คือ อาวุธและชุดเกราะระดับมนุษย์
ชั้นสูงของเขา แต่หลินหมิงก็ไม่สามารถนำมันมาใช้ได้หรือนำออกไปขาย
ได้ เพราะจะทำให้เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย
เมื่อตรวจสอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ได้รับมาแล้ว เขาก็ถอนหายใจ
ออกมา เขาไม่มั่นใจว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เขาได้มาในวันนี้ คุ้มค่ากับที่
ต้องเสียไข่มุกเขตแดนมายาที่ได้รับมาจากมู่เชียนหยี่ไปหรือไม่
เขาไม่รู้ว่าไข่มุกเขตแดนมายามีมูลค่าขนาดไหน แต่เขามั่นใจว่ามัน
เป็นสิ่งล้ำค่าที่หายาก และไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง
“ข้าจะฝึกฝนอยู่ในถ้ำแห่งนี้ตลอดครึ่งเดือนนับจากนี้ จากนั้นค่อย
กลับไปรายงานตัวที่สำนักเจ็ดแก่นแท้ เมื่อข้าทำเช่นนี้จะไม่มีใครสงสัยว่า
ข้าเกี่ยวข้องกับการตายของโอวหยางตี๋ฮัวอย่างแน่นอน”
ภาค 4 งานประลองชุมนุมร่วมสำนัก