Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 226 หลินหมิง ปะทะ เจียงบิ๋น
องค์รัชทายาทจ้องมองไปที่หลินหมิงด้วยรอยยิ้มเป็นสุข การตายของ
โอวหยางตี๋ฮัวและการกลับมาของหลินหมิงทำให้อิทธิพลของเขาเหนือว่า
องค์ชายสิบอย่างชัดเจน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยถือตัวและปฏิบัติต่อทุก
คนด้วยความสุภาพเช่นเดิม
“ท่านจอมพลฉินได้มาถึงแล้ว!” เสียงประกาศดังขึ้น
เมื่อจอมพลฉินปรากฏตัวขึ้น ทุกคนก็ยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติการมา
เยือนของเขา แม้แต่สองในสิบแม่ทัพใหญ่ก็ยังต้องยืนขึ้นเพื่อแสดงความ
เคารพต่อเขาด้วย จอมพลฉินเซี่ยวปกป้องอาณาจักรด้วยความกล้าหาญ
เขาได้รับการยกย่องจากประชาชนอย่างสุดหัวใจ
ด้านหลังของจอมพลฉินเซี่ยวคือฉินซิงเซวียนกับมู่อี้ ฉินซิงเซวียนอยู่
ในชุดที่หรูหราและสง่างาม เหล่าชายหนุ่มต่างก็จ้องมองไปที่นางด้วย
ความหลงไหลและใฝ่ฝันอยากจะได้นางมาครอง แต่ด้วยฐานะอันสูงส่ง
ของนาง ทำให้พวกเขาต้องผิดหวังไปตามๆกัน
หลินหมิงสบตากับฉินซิงเซวียนจากระยะไกล เขายิ้มให้นางอย่าง
สุภาพอ่อนโยน เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน เพียงแค่เห็นจอมพลฉินหรือผู้
อาวุโสที่มีการฝึกฝนระดับปราณฟ้าคนอื่นๆก็ทำให้เขารู้สึกถูกกดดันแล้ว
แต่หลังจากที่ได้รู้จักกับมู่เชียนหยี่ก็ทำให้เขารู้สึกเฉยๆ
เมื่อเทียบกับมู่เชียนหยี่ที่เป็นถึงนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้น
ปราณปลายฟ้าแล้วละก็ ฉินเซี่ยวที่เป็นแค่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าไม่ได้มีแรง
กดดันอะไรเลยสำหรับหลินหมิงเลย
ในเวลานี้ผู้อาวุโสที่เป็นประธานในการแข่งขันครั้งนี้ก็ยืนขึ้นและ
กล่าว “เริ่มจับคู่ประลองได้”
การจับคู่ในครั้งนี้ จะมีการต่อสู้กัน 2 คู่ ผู้ชนะจะได้ไปต่อ ส่วนผู้ที่แพ้
จะตกไปอยู่สายล่าง
หลินหมิงและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆอีก 4 คนเดินต่อแถวกันไปจับ
ฉลาก เขาจับได้แผ่นหยกที่เขียนเอาไว้ว่า “คู่แรก” และจะได้ประลองกับ
ผู้ที่จับได้แผ่นหยกที่ถูกเขียนว่า “คู่แรก” อีกคนหนึ่ง
ในรอบแรกจะเป็นการต่อสู้ระหว่างหลินหมิงกับเจียงบิ๋น รอบที่สอง
จะเป็นการต่อสู้ระหว่างหลิงเซ็นกับเฉ่าชีเฟิง ส่วนต้ากู่ผ่านไปรอบต่อไปได้
โดยที่ไม่ต้องต่อสู้
เมื่อเห็นผลการจับฉลากแล้ว เหล่าผู้ชมต่างก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วย
ความตื่นเต้น พวกเขาอยากชมการต่อสู้ของหลินหมิงเร็วๆ พวกเขาดีใจ
มากที่หลินหมิงได้ต่อสู้ในรอบแรก!
ในอีกมุมหนึ่ง เจียงบิ๋นมีสีหน้าขุ่นเคือง เขาไม่ค่อยชอบที่เหล่าผู้ชม
เอาใจช่วยแต่หลินหมิง
เมื่อเฉ่าชีเฟิงเห็นใบหน้าบูดบึ้งของเจียงบิ๋น เขาก็กล่าวถามออกมา
“เจ้าไม่พอใจงั้นรึ?”
“เจ้าไม่เห็นผู้ชมพวกนั่นหรือไง? ไม่มีใครเลยซักคนที่เอาใจช่วยข้าอยู่
ไม่มีใครเลยซักคนที่รู้จักชื่อของข้า” เจียงบิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงประชด
ประชัน
เจียงบิ๋นมีพรสวรรค์ขั้นที่ 5 เขาอายุ 18 ปีและมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุด
ของขั้นที่ 5 หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็คงจะทะลวงไปขั้นผสานชีพจรได้
ก่อนจะอายุ 20 ปี แม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะช้ากว่าหลินหมิง
แต่เรื่องความแข็งแกร่ง เขาเชื่อมั่นว่าความแข็งแกร่งของเขาไม่เป็นรอง
หลินหมิงอย่างแน่นอน
สำหรับเจียงบิ๋น การที่หลินหมิงเอาชนะจูเอี๋ยนหรือซางกวนยู่ได้ก็
เป็นแค่เรื่องธรรมดาๆ เขาไม่ได้รู้สึกชื่นชมอะไรในตัวหลินหมิงเลยแม้แต่
น้อย!
เฉ่าชีเฟิงยิ้มและกล่าว “เราไม่ได้ทำงานให้อาณาจักรแห่งนี้ เป็นเรื่อง
ธรรมดาที่คนพวกนั้นจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเรา เจ้าต้องเหยียบหลินห
มิงด้วยรองเท้าของเจ้า เมื่อถึงเวลานั้นเราก็จะมีชื่อเสียงขึ้นมาเอง”
“ข้าจะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน!”
เจียงบิ๋นมาจากตระกูลเจียง หนึ่งในสี่ตระกูลโบราณที่ยิ่งใหญ่แห่ง
อาณาจักรลิขิตฟ้า คนจากตระกูลโบราณทั้ง 4 ตระกูลนี้จะเกิดมาพร้อม
กับความสามารถพิเศษในการต่อสู้และมักจะเป็นคนหยิ่งสโย พวกเขามี
ความภาคภูมิใจในตนเองและไม่ชอบให้เหล่าผู้ชมเมินเฉยต่อเขาเช่นนี้
“เจ้าไปขยี้หลินหมิงซะ แล้วข้าก็จะไปขยี้หลิงเซ็น เมื่อถึงเวลานั้นก็จะ
ไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของพวกเรา”
หลินหมิงเดินขึ้นมารออยู่บนลานประลองแล้ว เขาถือหอกอ่อน
ปราณคลั่งเอาไว้ข้างกาย
เจียงบิ๋นเดินขึ้นไปบนลานประลอง เขาแผ่จิตสังหารออกมาและจ้อง
มองไปที่หลินหมิง “ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามามาก ได้ข่าวว่าเป็นอัจฉริยะที่
ร้อยปีจะมีซักคนงั้นรึ? ข้าเป็นคนจากสี่ตระกูลโบราณอันยิ่งใหญ่แห่ง
อาณาจักรลิขิตฟ้า ตระกูลของข้าสืบทอดมรดกความรู้มายาวนานกว่าพัน
ปี อย่างคิดที่จะมาเทียบชั้นกับข้า!”
สิ่งที่เขาพูดออกมาเป็นความจริง แม้ว่าอาณาจักรแห่งนี้จะถูกโค่นล้ม
และเปลี่ยนตระกูลผู้ปกครองมาแล้วกว่า 6 ครั้ง แต่ตระกูลโบราณอัน
ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ก็ยังมั่นคงไม่สั่นครอน เหล่าตระกูลที่เคยได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ
ทั้ง 6 ตระกูลไม่เคยมีตระกูลใดกล้ารุกรานตระกูลโบราณอันยิ่งใหญ่ทั้งสี่
“โอ้? สืบทอบมรดกความรู้มายาวนานกว่า 1000 ปีงั้นรึ?” หลินหมิง
แสยะยิ้มและส่ายหัว
เมื่อเจียงบิ๋นเห็นใบหน้าเยาะเย้ยของหลินหมิง เขาก็โกรธจนเลือดขึ้น
หน้า “ข้าจะสอนให้เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง แล้วเจ้าจะต้องเสียใจที่ไม่เคารพยำ
เกรงข้าตั้งแต่ทีแรก!”
‘สำหรับเด็กอายุ 15 ปีอย่างเจ้า เพียงแค่ 20 กระบวนท่าก็เกินพอ!’
เจียงบิ๋นดูถูกหลินหมิงอยู่ในใจ เขาส่งปราณไปที่ดาบของเขา ดาบของเขา
เป็นดาบระดับมนุษย์ ชั้นกลาง ขั้นที่2 ความแข็งแกร่งของดาบนั่นเป็นรอง
ดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทันใดนั้นผู้ตัดสินก็ประกาศกฎเกณฑ์ในการต่อสู้ออกมา
“พวกเจ้าสามารถใช้อุปกรณ์ระดับใดก็ได้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล่าว
ยอมแพ้การต่อสู้เป็นอันยุติ และห้ามสังหารคู่ต่อสู้โดยเด็ดขาด เริ่มได้!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของผู้ตัดสิ้น เจียงบิ๋นก็พุ่งไปหาหลินหมิงในทันที การ
เคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและพริ้วไหวจนน่าอัศจรรย์ นี่เป็นทักษะ
เคลื่อนไหวแห่งตระกูลเจียง – สายน้ำพริ้วไหว!
นี่เป็นทักษะการเคลื่อนไหวที่ล้ำเลิศและงดงามเป็นอย่างยิ่ง การ
เคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและพริ้วไหวดุจสายน้ำ!
เมื่อเหล่าผู้ชมได้เห็นการทักษะการเคลื่อนไหวของเจียงบิ๋นต่างก็ตก
ตะลึงไปตามๆกัน!
แม้แต่นักสู้ขั้นผสานชีพจรก็ยังแอบอิจฉาทักษะในการเคลื่อนไหวของ
เจียงบิ๋น พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านักสู้ขั้นผสานชีพจรอย่างพวกเขา
ยังมองตามการเคลื่อนไหวของเจียงบิ๋นแทบไม่ทัน!
เจียงบิ๋นเคลื่อนไหวไปรอบๆอย่างรวดเร็วจนดูราวกับเป็นร่างแยก
กว่าสิบร่าง!
“นั่นมัน… ปราณประจักษ์!”
โดยทั่วไปแล้วผู้ที่จะมีปราณประจักษ์จะต้องเป็นนักสู้ที่มีการฝึกฝน
ขั้นผสานชีพจรเป็นอย่างน้อย การที่เจียงบิ๋นมีปราณประจักษ์ตั้งแต่มีการ
ฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่ 5 ทำให้ผู้ชมประหลาดใจเป็นอย่างมาก!
“จันทราท่องมหาสมุทร!”
เจียงบิ๋นคำราม ทันใดนั้นร่างเงากว่าสิบร่างของเขาก็ใช้ดาบพุ่งเข้า
โจมตีหลินหมิง!
วิชาจันทราท่องมหาสมุทรเป็นหนึ่งในสามวิชาจู่โจมอันทรงพลังของ
ตระกูลเจียง เขาไม่คิดที่จะประมาณหลินหมิง เขาจึงใช้วิชาที่รุนแรงและมี
ประสิทธิภาพสูงตั้งแต่กระบวนท่าแรก!
“เป็นการจู่โจมที่ยอดเยี่ยม การโจมตีของเขาพริ้วไหวดุจสายน้ำและ
สมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง ข้าอยากรู้จริงๆว่าหลินหมิงจะรับมือการโจมตี
ของเจียงบิ๋นได้หรือไม่…” เหลียงหลงหนึ่งในศิษย์หลักพึมพำ
เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่หลินหมิงยังเอาแต่ยืนสงบนิ่งอยู่ทั้งๆที่
เจียงบิ๋นจู่โจมเข้ามาแล้ว และทันใดนั้นเองร่างของหลินหมิงก็หายวับไป
อย่างน่าเหลือเชื่อ!
หมัดสลายกระดูก!
ปึก!
จู่ๆหลินหมิงก็มาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าร่างจริงของเจียงบิ๋น พร้อม
กับปล่อยหมัดไปที่หน้าอกของเจียงบิ๋น หมัดของหลินหมิงอัดแน่นด้วย
พลังปราณสั่นสะเทือนอันแข็งแกร่งจากเส้นใยพลังปราณทั้ง 5000 เส้น
พื้นอิฐของลานประลองที่อยู่บริเวณใต้เท้าของหลินหมิงแตกเป็นเสี่ยงๆ
ถ้าการจู่โจมของเจียงบิ๋นเปรียบได้กับสายน้ำที่เกรี้ยวกราด หมัดของ
หลินหมิงก็เปลี่ยนได้พญามังกรเจ้าแห่งมหาสมุทร!
ฟู่!
ร่างเงาทั้งหมดของเจียงบิ๋นสลายไป ร่างจริงของเขากระเด็นลอยถอย
หลังไปอย่างรุนแรงพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นออกมาจากปาก ดาบที่
เคยอยู่ในมือของเขาก็กระเด็นไปอีกทางหนึ่ง
โดยทั่วไปแล้วนักสู้จะไม่ยอมปล่อยให้อาวุธของตัวเองหลุดมือไป
เด็ดขาด เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส!
เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่าผู้ชมก็อ้าปากค้างด้วยความตก
ตะลึง!
แม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่าหลินหมิงน่าจะเป็นฝ่ายชนะ แต่พวกเขา
ก็ไม่คิดว่าหลินหมิงจะชนะได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเช่นนี้ ยิ่งไปกว่า
นั้นหลินหมิงยังไม่ได้ใช้อาวุธของเขาเลย
มู่หรงซีมองไปที่หลินหมิง นางพำพำออกมา “น่าเหลือเชื่อ! ผ่านไป
แค่สองเดือน เหตุใดเขาถึงแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดนี้?!”