Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 228 ปะทะต้ากู่
“การแข่งขันรอบถัดไปจะเริ่มขึ้นเลยหากเหล่าผู้เข้าแข่งขันพร้อม
พวกเจ้าทั้งสองคนต้องการเวลาพักหรือไม่?” ผู้ตัดสินหันไปกล่าวถาม
หลินหมิงกับหลิงเซ็น
หลิงเซ็นกับหลินหมิงส่ายหัวพร้อมกัน
“ดี งั้นเราจะเริ่มการประลองต่อในทันที” ผู้ตัดสินกล่าวประกาศและ
หยิบกล่องแผ่นหยกออกมา ในกล่องใบนั้นมีแผ่นหยกอยู่ 2 ใบสำหรับ
หลินหมิงกำหลิงเซ็น คนหนึ่งจะผ่านการต่อสู้ครั้งนี้ไปได้ และอีกคนหนึ่ง
จะต้องไปต่อสู้กับต้ากู่
ทันใดนั้นต้ากู่ก็กล่าวขึ้นมา “ศิษย์น้องหลิน ข้าว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องจับ
สลากนั่นหรอก เจ้าไม่อยากได้ยาเม็ดปาฏิหาริย์สีครามซึ่งเป็นของรางวัลที่
เจ้าจะได้รับหลังจากที่เจ้าเอาชนะข้าได้หรืออย่างไร? เจ้าสามารถสละ
สิทธิ์การจับสลากนั่นและมาสู้กับข้าได้” ต้ากู่กล่าวยั่วยุหลินหมิง
หลินหมิงหัวเราะและกล่าว “ข้าตกลง ข้าขอสละสิทธิ์การจับสลาก”
“หึหึ มาเลย เรามาสนุกกันดีกว่า!” ต้ากู่กล่าวขณะที่ทะยานขึ้นไปบน
ลานประลองพร้อมกับไม้พลองของเขา ไม้พลองของเขามีสีม่วงดำยาว 8
ก้าว ทำจากเหล็กเหนียวทมิฬ
หลินหมิงมองไปที่ไม้พลองของต้ากู่ จากนั้นเขาก็ดึงหอกทะลวง
สายรุ้งของเขาออกมา สาเหตุที่เขาเลือกใช้หอกทะลวงสายรุ้งก็เพราะหอก
ทะลวงสายรุ้งทำจากเหล็กเหนียวทมิฬเช่นเดียวกันกับไม้พลองของต้ากู่
เขาต้องการจะต่อสู้กับต้ากู่ด้วยอาวุธที่มีระดับเดียวกัน
เมื่อต้ากู่เห็นหลินหมิงหยิบหอกเล่มเก่ามาใช้ก็ยิ้มและกล่าว “ศิษย์
น้องหลินไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาวุธหรอก ข้าไม่ได้คิดจะเอาชนะศิษย์น้อง
หลินในการประลองยุทธอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของต้ากู่ หลินหมิงก็ตกใจเล็กน้อยและกล่าวถาม “ถ้า
ไม่ได้ต้องการประลองยุทธแล้วศิษย์พี่ต้องการสิ่งใด?”
ต้ากู่ยิ้มอย่างมีความสุขและกล่าว “ข้าอยากประลองพละกำลัง!”
ต้ากู่พูดเสียงอันดังก้อง เหล่าผู้ชมทุกคนต่างก็ได้ยินคำพูดของเขา
อย่างชัดเจน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นมู่หรงซีก็เป็นกังวล หากประลองกันด้วยพละกำลัง
ของร่างกายเพียงอย่างเดียวละก็ หลินหมิงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่าง
ชัดเจน ต้ากู่กำเนิดมาพร้อมกับพละกำลังศักดิ์สิทธิ์ เขาคือผู้ที่มีพละกำลัง
สูงที่สุดในสำนักเจ็ดแก่นแท้แห่งนี้
แม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่ง แต่ในเรื่องพละกำลังเขาก็คงเทียบกับต้า
กู่ไม่ได้ ไป๋จิ้งอวิ๋นพึมพำ “ต้ากู่เปรียบได้กับกอริลลายักษ์ หลินหมิงเปรียบ
ได้กับเสือโคร่งที่ดุร้าย วรยุทย์และพลังปราณเปรียบได้กับเคี้ยวเล็บ หาก
เสื้อโคร่งไม่ใช้เคี้ยวเล็บก็ไม่มีทางเอาชนะกอริลลายักษ์ได้…”
ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าว “ต้ากู่ต้องการใช้จุดเด่นของตนเองเอาชนะหลินหมิง
เขาต้องการต่อสู้กับหลินหมิงโดยไม่ใช้เคล็ดบ่มเพาะและพลังปราณ”
ต้ากู่กล่าว “ศิษย์น้องหลิน หากต้องประลองด้วยเคล็ดบ่มเพาะและ
พลังปราณเช่นเดียวกันกับการประลองทั่วๆไปละก็ ข้าขอยอมแพ้
ล่วงหน้า”
“ทั้งความเร็ว ทั้งทักษะและเทคนิคในการต่อสู้ ทั้งความแข็งแกร่ง
และปริมาณของพลังปราณ ทั้งระดับการฝึกฝน ศิษย์น้องหลินล้วน
เหนือกว่าข้าทั้งสิ้น สิ่งที่ข้าพอจะใช้ประลองกับศิษย์น้องหลินได้ก็คงมีแต่
พละกำลังที่เป็นจุดเด่นของข้าเท่านั้น ศิษย์น้องหลินช่วยเปลี่ยนการ
ประลองยุทธของเราเป็นการประลองพละกำลังได้หรือไม่?” ต้ากู่กล่าว
เมื่อหลินหมิงได้ยินเขาก็หัวเราะออกมาและกล่าว “ประลอง
พละกำลังงั้นรึ? ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ในการประลองของเรา ผู้ที่มี
พละกำลังทางกายภาพมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ!”
ต้ากู่ประหลาดใจที่หลินหมิงตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เขากล่าว “ข้ารอดูการประลองระหว่างศิษย์น้องหลินกับหลิงเซ็นอยู่ ข้า
เคยประมือกับหลิงเซ็นมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าพละกำลังของข้าจะ
เหนือกว่าหลิงเซ็น แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ข้าสามารถเอาชนะหลิงเซ็นได้เลย”
หลินหมิงยิ้มและกล่าว “ศิษย์พี่คิดว่าข้าจะแพ้ศิษย์พี่ในด้านพละกำลัง
งั้นรึ?”
“ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าจะแพ้ แต่ก็… ” ต้ากู่ยิ้มและกล่าว “มีโอกาสสูง
มากที่ข้าจะเป็นฝ่ายชนะ”
“ฮ่าๆ งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า!” หลินหมิงกล่าว
“ย่าห์!” ต้ากู่คำรามและเบ่งกล้ามเนื้อของเขา เสื้อของเขาขาดกระจุย
เป็นเศษผ้าร่วงลงไปบนพื้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้ออันหนาแน่นและ
แข็งแกร่งราวกับหินแกรนิต
ต้ากู่มีความสูงกว่า 9 ก้าว เขาสูงกว่าหลินหมิงเกือบ 2 ก้าวเลย
ทีเดียว โดยทั่วๆไปคนในอาณาจักรแห่งนี้จะมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 7
ก้าว เมื่อเทียบกับต้ากู่หัวของพวกเขายังสูงไม่ถึงไหล่ของต้ากู่เลยด้วยซ้ำ
ทั่วทั้งร่างกายอันใหญ่โตของต้ากู่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขนาดใหญ่ เมื่อ
ได้เห็นร่างกายของเขาแล้วเหล่าผู้คนต่างก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาดู
ไม่ต่างอะไรกับหมีขนาดยักษ์ตัวหนึ่ง!
“เข้ามา!”
ต้ากู่คำรามพร้อมกำกระทืบเท้า พื้นอิฐบนลานประลองแตกออกเป็น
เสี่ยงๆ
หลินหมิงอดนับถือพละกำลังทางกายภาพอันสูงส่งของต้ากู่ไม่ได้ พื้น
อิฐบนลานประลองถูกทำขึ้นจากวัสดุที่แข็งแกร่งและยังถูกเสริมความ
คงทนด้วยอาคม การที่ต้ากู่สามารถทำลายพื้นอิฐนี่ไดโดยไม่ใช้พลังปราณ
ช่วยแสดงให้เห็นว่าพละกำลังทางกายภาพของเขาสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง!
หลินหมิงถอดเสื้อออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เข้ารูปงดงามน่า
หลงไหล นี่เป็นกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับนักสู้ทั่วๆไป แต่
เมื่อต้องมาเทียบกับต้ากู่แล้วกล้ามเนื้อของหลินหมิงดูอ่อนแอไปเลย
เดิมทีตามร่างกายของหลินหมิงมีรอยแผลเป็นมากมายนับไม่ด้วย แต่
หลังจากที่เขาได้รับพลังแห่งชีวิตที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของเลือดและ
ช่วยรักษาบาดแผลให้กลับมาหายดีอย่างรวดเร็วจากด่านทดสอบแห่งชีวิต
และความตายในเจดีย์แม่มด รอยแผลเป็นต่างๆบนร่างกายของเขาก็จาง
หายไป ในเวลานี้ผิวพรรณตามร่างกายของเขาใสสะอาดอย่างกับว่าเขา
เป็นชายหนุ่มรูปงามจากตระกูลขุนนางชั้นสูงที่ได้รับการดูแลทะนุถนอม
เป็นอย่างดี
หลินหมิงเกือบจะอายุครบ 16 ปีแล้ว เขาเจริญเติบโตจนเข้าสู่ช่วง
วัยรุ่น ความอ่อนโยนของเด็กเริ่มจางหายไปจางใบหน้าของเขา ใบหน้า
ของเขาดูคมเข้มมากขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่ได้หล่อเหล่าถึงขั้นที่เรียกว่าเป็น
หยกสวรรค์ แต่เขาก็จัดว่าเป็นชายหนุ่มรูปหล่อที่หน้าตาดีคนหนึ่ง
ในขณะที่เขาถอดเสื้อออก เหล่าหญิงสาวทั่วลานประลองก็แววตาเป็น
ประกาย พวกนางกรีดร้องออกมาด้วยความปราบปลื้มในหัวใจ
หลินหมิงและต้ากู่กำลังเผชิญหน้ากันบนลานประลอง ทว่าดูจาก
ขนาดของร่างกายแล้วหลินหมิงเสียเปรียบต้ากู่อย่างชัดเจน เหล่าผู้ชมอด
เป็นห่วงเขาไม่ได้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่หลินหมิงจะเอาชนะต้ากู่ด้วย
พละกำลังทางกายภาพ
หลินหมิงกวัดแกว่งหอกของเขาและตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เขาถือหอก
ทะลวงสายรุ้งไว้ในแนวนอนขนานไปกับพื้นดิน นี่คือท่าสะพานเหล็กกั้น
แม่น้ำ!
“รับมือ!” ต้ากู่คำรามและพุ่งเข้าไปหาหลินหมิง พื้นอิฐใต้เท้าของเขา
ถูกบดขยี้จนแหลกเป็นฝุ่นควัน
“ย่าห์!”
ต้ากู่ใช้ไม้พลองของเข้าฟาดลงไปหาหลินหมิงอย่างรุนแรง หลินหมิ
งเองก็ตั้งท่าเตรียมรับมือการโจมตีของต้ากู่ไว้แล้ว
เปล้ง!
อาวุธที่ทำจากเหล็กเหนี่ยวทมิฬทั้งสองเล่มปะทะกันอย่างรุนแรง พื้น
อิฐใต้เท้าของหลินหมิงเกิดรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ พวกเขาทั้งสองไม่ได้ใช้
พลังปราณหรือเคล็ดบ่มเพาะใดใด พวกเขาประลองกันด้วยพละกำลังทาง
กายภาพเท่านั้น!
เปล้ง! เปล้ง! เปล้ง! ….
เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาผลัดกัน
รุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด แม้ว่าหลินหมิงจะตัวเล็กกว่าต้ากู่มาก แต่เขาก็
สามารถรับมือกับต้ากู่ได้อย่างสูสี
ในระหว่างที่อาวุธของพวกเขาปะทะกัน อาวุธของพวกเขาก็จะโค้ง
งอเพื่อช่วยรับแรงกระแทก นี่เป็นข้อดีของอาวุธที่มีความยืดหยุ่นอย่างไม้
พลองและหอก!
การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองทำให้พื้นบนลานประลองค่อยๆแตกไปที
ละหย่อมๆ นี่เป็นการต่อสู้ของมนุษย์สองคน หรือช้างสารสองตัวกันแน่?
หลังจากปะทะกันอย่างดุเดือดไปหลายสิบกระบวนท่า การต่อสู้ก็ยัง
สูสีและยังไม่มีทีท่าว่าใครจะเป็นฝ่าย หลินหมิงเริ่มกังวลว่าหากต้องปะทะ
กับต้ากู่อย่างรุนแรงเช่นนี้ต่อไป หอกทะลวงสายรุ้งของเขาอาจจะเสียหาย
ได้ นี่เป็นหอกเล่มแรกของเขา เขาใช้มันมานานและมีความผูกพันธ์กับมัน
เช่นเดียวกับอวัยวะของตนเอง เขาไม่อยากให้มันได้รับความเสียหาย
“ข้าว่าเรามาเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้กันซักเล็กน้อยเถอะ หากเป็น
เช่นนี้ต่อไปอาวุธของพวกเราจะต้องเสียหายอย่างแน่นอน” หลิมหมิงพูด
ออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนล้า
เลยแม้แต่น้อย
“ข้าก็คิดเช่นนั้น แล้วเราจะประลองกันอย่างไร?” ต้ากู่กล่าวถาม
“ไม่ต้องใช้อาวุธ การประลองพละกำลังด้วยมือเปล่า” หลินหมิงตอบ
ต้ากู่ครุ่นคิดเล็กน้อยและกล่าว “ข้าตัวใหญ่กว่าเจ้ามาก หากทำ
เช่นนั้นเจ้าก็จะเสียเปรียบข้าเป็นอย่างมาก เอาอย่างนี้ดีกว่า เราจะวัด
พละกำลังด้วยแท่นหินทดสอบพละกำลัง นี่เป็นวิธีการวัดพละกำลังที่มี
ประสิทธิภาพที่สุด! ”
“แท่นหินทดสอบพละกำลังงั้นรึ? ข้าตกลง!” หลินหมิงกล่าว ทั้ง
หลินหมิงและต้ากู่ต่างก็ไม่ได้ทดสอบพละกำลังของตนเองด้วยแท่นหิน
ทดสอบพละกำลังมาเป็นเวลานานแล้ว พวกเขาทั้งสองคนต่างก็อย่างรู้ว่า
ระหว่างพวกเขา ใครจะมีพละกำลังทางกายภาพมากกว่ากัน!
“ผู้ตัดสิน ท่านช่วยเตรียมแท่นหินทดสอบพละกำลังมาให้พวกเราได้
หรือไม่?” หลินหมิงกล่าวถาม
“ไม่มีปัญหา!” ผู้ตัดสินกล่าว ห้องทดสอบความแข็งแกร่งอยู่ห่าง
ออกไปไม่ไกล เขารีบสั่งให้ผู้ดูแลสองคนไปจัดการ
“หึหึ ทดสอบพละกำลังด้วยแท่นหินทดสอบพละกำลังงั้นรึ? ข้าจำได้
ว่าเมื่อปีที่แล้วเด็กร่างยักษ์นั่นแสดงพละกำลังกว่า 8000 จินออกมา ตอน
นั้นเขาพึ่งจะมีการฝึกฝนขั้นที่ 5 ช่วงต้นเท่านั้น ในตอนนี้เขามีการฝึกฝน
ขั้นที่ 5 ช่วงกลาง ข้าคิดว่าพละกำลังของเขาต้องมากกว่า 9000 จินอย่าง
แน่นอน…. ที่เขามีพละกำลังขนาดนั้นเป็นเพราะเขาถือกำเนิดขึ้นมาพร้อม
พละกำลังศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพ
จรก็ยังมีพละกำลังแค่ 8000 จินเท่านั้น หลินหมิงมีการฝึกฝนที่แค่
จุดสูงสุดของขั้นที่ 5 หลินหมิงหลงกลต้ากู่เสียแล้ว ฮ่าๆ” ซุนหยูโดว
หัวเราะขณะที่ลูบเคราของตนเอง
ฉินจื่อหยายิ้มและไม่ได้พูดอะไรออกมา เป็นไปได้สูงที่ต้ากู่จะเป็น
ฝ่ายชนะ พละกำลังของเขาเหลือกว่าหลิงเซ็นเสียอีก เขาเป็นผู้ที่มี
พละกำลังสูงสุดในสำนักเจ็ดแก่นแท้แห่งนี้
“ถึงหลินหมิงจะไม่ได้เกิดมาพร้อมพละกำลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนต้ากู่ แต่
พละกำลังของเขาก็สูงกว่านักสู้ทั่วๆไป ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า
พละกำลังของเขาจะเทียบกับต้ากู่ได้หรือไม่?” ฉินจื่อหยากล่าว
ผ่านไปไม่นานแท่นหินทดสอบพละกำลังก็ถูกขนย้ายมาที่ลาน
ประลองแห่งนั้น แท่นหินทดสอบพละกำลังมีความสูง 12 ก้าวและมีอาคม
วัดพละกำลังเป็นแถบวัดพลังอยู่ในแนวตั้ง ผลึกสีดำจะส่องแสงขึ้นไปบน
แถบวัดพลังตามระดับพละกำลังที่มันวัดได้ มันสามารถส่องแสงขึ้นไปได้
สูงสุด 12 ก้าว และทุกๆ 1 ก้าวคือพละกำลัง 1000 จิน
ต้ากู่ยิ้มออกมาและกล่าว “ใครจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนดีล่ะ?”
“เชิญศิษย์พี่เริ่มก่อนเลย”