Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 234 เมืองแก่นนภา
สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้มีที่ตั้งอยู่ภายในขอบเขตของหุบเขาแก่น
นภา หุบเขาแก่นนภาไม่ได้เป็นของอาณาจักรใด มันมีสถานะพิเศษภายใน
36 อาณาจักรในอาณาเขตหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
หุบเขาแก่นนภาเป็นหุบเขาที่สูงชัน มีความสูงประมาณ 60,000 ก้าว
หุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยแร่เหล็กปริมาณมหาศาล พื้นที่บนหุบเขาแห่งนี้จึง
เป็นสีดำ หุบเขาแห่งนี้มีแรงกดดันอย่างมากอยู่ มันทำให้มนุษย์ที่อยู่บน
หุบเขาแห่งนี้อึดอัด ไม่มีมนุษย์คนใดอยากเดินทางผ่านหุบเขาแก่นนภา
พวกเขามักจะใช้ทางอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านหุบเขานี้
ที่ตีนเขาของหุบเขาเป็นเมืองขนาดใหญ่ ผนังของเมืองสูงกว่า 50
ก้าว และทอดยาวไปหลายร้อยลี้
เมืองนี้มีชื่อว่าเมืองแก่นนภา การประลองร่วมสำนักจะขั้นขึ้นที่เมือง
แห่งนี้ทุกๆสามปี
อาณาเขตบริเวณเหนือเมืองแก่นนภา เป็นเขตห้ามบิน หลินหมิงมอ
เห็นถึงเมืองอันสิวิไลแห่งนี้ มีผู้คนร่อนอินทรีย์วายุสวรรค์ลงมาเพื่อเข้า
เมืองด้วยการเดินเท้า
หน้าประตูเมืองแก่นนภามีทหารยามเฝ้าอยู่ เมื่อสังเกตจากการหาย
จะของพวกเขาแล้วก็สามารถระบุถึงระดับการฝึกฝนของพวกเขาได้ พวก
เขามีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่ฝึกฝนกล้ามเนื้อหรือเหนือกว่า ด้วย
ความสามารถในการเคลื่อนไหว พวกเขาสามารถที่จะเดินทางไปร้อยลี้ได้
ใน 15 นาที
ด้านนอกของเมืองแก่นนภา มียามคอยเฝ้าระวัง เมื่อมองเห็นยาม
เหล่านี้ หลินหมิงก็ได้ถอนหายใจ พวกเขาอยู่ในขั้นดัดกระดูก และหัวหน้า
อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูก
ไม่เสียแรงที่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ถูกเรียกว่าเป็นเป็นสำนักใหญ่ ระดับ
การฝึกฝนเฉลี่ยของพวกเขาสูงกว่ากว่าอาณาจักรลิขิตฟ้าเป็นอย่างมาก
นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูก ยังได้เป็นแค่ยามเฝ้าประตู
เมืองเท่านั้น หากเป็นที่อาณาจักรลิขิตฟ้าละก็ นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูก คงจะได้เป็นแม่ทัพไปแล้ว
นักสู้หลายคนมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เพราะชื่อเสียงของพวก
เขา หุบเขาแก่นนภาเต็มไปด้วยพลังงานสวรรค์และปฐพีที่มากมาย มันดี
อย่างยิ่งที่จะใช้ชีวิตที่นี่ ตัวอย่างเช่น บางคนยอมใช้ชีวิตในเมืองหลวงเพื่อ
ทำงานหนัก บางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตในชนบทหาภรรยาและมีลูก ตราบ
ใดที่พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองหลวง พวกเขาก็จะมีหวังในการทะลวงระดับ
นั้นเอง แต่หากอาศัยอยู่ในชนบท ทั้งชีวิตก็คงเป็นได้เพียงขั้นดัดกระดูก
และไม่มีวันที่จะกลายเป็นนักสู้ขั้นดัดกระดูกได้
เมืองแก่นนภามีประตูขนาดใหญ่ มีหลายคนที่พยายามเข้าไปยังเมือง
ที่ผู้คนเนื่องแน่นเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่างานประลองชุมนุมร่วมสำนักนักที่
กำลังจะเกิดขึ้น มีหลายคนมาพร้อมกับศิษย์หลักของตน
เพื่อที่จะเข้าไปในเมืองได้ต้องจ่าย 10 เหรียญทอง ค่าทำเนียมที่แพง
ลิบนี้ทำให้นักสู้หรือคนธรรมดาถึงกลับถอยกลับไปเลยทีเดียว
เมื่อหลินหมิงได้จ่ายค่าเข้าเมือง เขาได้พบว่ากว่า 90% ของ
ประชากรเมืองแก่นนภานั้นเป็นนักสู้ แม้แต่คนขายของชำบนถนนหรือ
พนักงานเสิร์ฟที่ภัตตาคารภายนอกก็เป็นนักสู้ ถึงแม้พวกเขาจะมีระดับ
การบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นที่ 1 และ 2 ของกายผันแปรเท่านั้น แต่หากคน
เหล่านี้ไปยังเมืองลิขิตฟ้า พวกเขาสามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างสบายและมี
ครอบครัวที่ได้รับความเคารพ ขณะเดียวกันก็อาจมีรายได้และชื่อเสียงที่
มากขึ้น
ขณะที่หลินหมิงมองเห็นสิ่งของต่างถูกขายไป มันก็มีร้านขาย โอสถ
วัสดุ และจารึกดีดีมากมาย สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่หาได้ยากใน
อาณาจักรลิขิตฟ้า มีอาคารขายสมบัติขนาดใหญ่ สิ่งที่ขายในนั้นล้วนแต่
เป็นสิ่งมีค่าที่นักสู้ธรรมดาไม่สสามารถอาจเอื้อมได้
.
สิ่งเหล่านี้ทำให้หลินหมิงถอนหายใจ หากใช้ชีวิตที่แตกต่าง ย่อมมี
ประสบการณ์ที่แตกต่าง หาเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งเช่นตอนนี้ เช่นนั้น
ตลอดชีวิตเขาก็อาจจะไม่มีโอกาสมายังเมืองแก่นนภานี้เลย
โจวหยี่และเหลียงหลงจ้องมองไปที่สินค้าที่จัดแสดงอยู่ พวกเขา
อยากไปจับจ่ายซื้อขายสิ้นค้าเหล่านั้นเป็นอย่างมาก มีหลายสิ่งหายอย่าง
ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในอาณาจักรลิขิตฟ้า แต่พวกเขาก็ยังไม่มีเวลา ทำได้
แต่จำใจเดินผ่านไป
ฉินจื่อหยาเข้าใจความคิดของทุกคนดี เขาเดินนำพาทุกคนมาถึงโรง
เตี้ยมและกล่าว “พวกเจ้าสามารถไปเที่ยวชมเมืองแห่งนี้ได้ แต่จะต้อง
กลับมาร่วมกันที่นี่ก่อนที่ฟ้าจะมืด แล้วก็อย่าก่อปัญหาเด็ดขาด”
“ขอรับ” โจวหยี่กับเหลียงหลงกล่าวพร้อมกันด้วยรอยยิ้มหลังจากได้
ยินคำพูดของฉินจื่อหยา มีร้านค้ามากมายที่พวกเขาอยากจะไปเลือกดู
สินค้า
หลินหมิงคิดจะขึ้นไปพักในโรงเตี้ยมและเข้าฌานโคจรพลังปราณ
อย่างสงบ แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินแยกตัวออกไป ฉินซิงเซวียนก็ดึง
แขนเสื้อของเขาเอาไว้และกล่าว “หลินหมิง เจ้าไม่ไปเดินเล่นในเมืองหรือ?
นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามาที่นี่ ข้าอยากจะไปเดินเที่ยว…”
นี่เป็นคำชวนของฉินซิงเซวียน เขาไม่คิดจะปฏิเสธ เขายิ้มออกมา
และกล่าว “ก็เป็นเรื่องที่ดี ข้าจะไปด้วย…”
ฉินซิงเซวียนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มของนางอ่อนหวาน มี
เสน่ห์และให้ความรู้สึกอบอุ่น
หลังจากที่ทั้งคู่เดินออกไปด้วยกัน ซุนเหยาเต๋าก็ยิ้มออกมาและกล่าว
“เด็กๆสมัยนี้ช่างน่ารักกันเสียจริงๆ พวกเขาทั้งสองเป็นเหมือนกิ่งทองกับ
ใบหยก ข้าหวังว่าพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน”
ฉินจื่อหยาได้ยินแล้วก็ยิ้ม แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา หากพวกเขา
ทั้งคู่พอใจซึ่งกันและกันแล้วละก็ การแต่งงานของพวกเขาสามารถเกิดขึ้น
ได้โดยไม่มีใครกล้าขัดขวางอย่างแน่นอน แต่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ต้องการที่
จะมุ่งไปให้ถึงจุดสูงสุดแห่งการฝึกฝนการต่อสู้ นี่จะเป็นเหตุผลที่ทำพวก
เขาทั้งสองไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน พวกเขาทั้งคู่จะต้องเดินไปตามเส้นทาง
แห่งการต่อสู้ของตนเอง
…………………………
สองหนุ่มสาวเดินเที่ยวในเมืองแก่นนภาด้วยกันอย่างสนุกสนาน
สินค้าที่ฉินซิงเซวียนสนใจและเลือกซื้อคือผ้าไหมเนื้องาม เครื่องประดับ
ล้ำค่า และอัญมณี
ในการซื้อขายที่เมืองแก่นนภาแห่งนี้ นอกจากจะซื้อขายด้วยเงินทาง
เหมือนอาณาจักรลิขิตฟ้าแล้ว พวกเขายังซื้อขายกันด้วยหินลมปราณแท้
ด้วย
ฉินซิงเซวียนมาจากตระกูลที่ร่ำรวย นางมีเงินทองมากพอที่จะซื้อชุด
ผ้าไหมสวยๆและเครื่องประดับที่สวยหรูต่างๆได้
ในขณะที่หลินหมิงกับฉินซิงเซวียนเดินเลือกซื้อสินค้าด้วยกัน สายตา
ของเขาก็ไปสะดุดอยู่ที่ป้ายร้านอาหารแห่งหนึ่ง ร้านอาหารร้านนี้มีชื่อว่า
ภัตตราคารบุบผาสะพรั่ง
ภัตตราคารแห่งนี้หรูหราและมีเนื้อสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 อยู่ใน
รายการอาหาร
เป็นที่รู้กันดีกว่าสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 นั้นมีความแข็งแกร่งเทียบเท่า
กับนักสู้ระดับปราณต้นฟ้า แม้แต่หลินหมิงในตอนนี้ก็ใช่ว่าจะสามารถ
เอาชนะพวกมันได้ง่ายๆ
ร่างกายของสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 นั้นมีค่าราวกับทรัพย์สมบัติ มี
มากมายหลายส่วนที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งปรุงเป็นโอสถล้ำค่า
ทั้งใช้เป็นวัตถุดิบหายากในการจารึก หรือแม่แต่นำมาประกอบอาหาร
แน่นอนว่าอาหารที่ทำจากพวกมันก็จะมีราคาแพงมากด้วยเช่นกัน
“ตลอดการเดินทางพวกเรากินแต่อาหารแห้ง เราไปรับประทาน
อาหารอร่อยๆที่ร้านนั้นกันดีกว่า” หลินหมิงกล่าวและชี้ไปที่ภัตตราคา
รบุบผาสะพรั่ง นี่เป็นภัตตราคารที่ดีที่สุดในเมืองแห่งนี้
ฉินซิงเซวียนมองดูภัตตราคารแห่งนั้น นางลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะพูด
ออกมา “ราคา… คงจะแพงมาก…”
หลินหมิงยิ้มออกมา ราคาของอาหารที่นี่ประมาณ 20-30 หิน
ลมปราณแท้ หากตีเป็นเหรียญทองก็ประมาณ 20000-30000 เหรียญ
ทอง ซึ่งมากพอที่จะซื้ออาวุธระดับมนุษย์ขั้นกลางได้ 1 ชิ้นเลยทีเดียว ฉิน
ซิงเซวียนรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่จะหมดเงินจำนวนมากไปกับค่าอาหาร
แต่สำหรับหลินหมิงในตอนนี้ เขาเป็นคนที่มั่งคั่งร่ำรวยอย่างมาก
เหรียญทองที่เขาได้มาจากโอวหยางตี๋หัวและชางเฟิงเซียนมากพอที่จะให้
เขาใช้อย่างฟุ่มเฟือยไปได้หลายปี เขายิ้มและกล่าว “ในการผจญภัยของ
ข้า ข้าได้รับหินลมปราณแท้และทรัพย์สมบัติกลับมามากมาย ให้ข้าได้
เลี้ยงเจ้าเถอะ…”
“แต่ว่า…”
ก่อนที่ฉินซิงเซวียนจะทันได้กล่าวคำพูดอะไรออกมา หลินหมิงก็ดึง
มือของนางและเดินนำเข้าไปในภัตตราคารแล้ว
เมื่อพวกเขามานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็รีบนำเมนูอาหารมาให้ในทันที ฉิน
ซิงเซวียนพยายามเปิดหาเมนูที่ถูกที่สุด แม้แต่อาหารที่ถูกที่สุดของที่นี่ก็
ยังมีราคาเกือบ 20 หินลมปราณแท้หรือ 20000 เหรียญทอง
‘ถ้าข้ากินอาหารของที่นี่เข้าไปแล้วข้าจะกลายเป็นอมตะหรือยังไง?
เหตุใดอาหารของที่นี่ถึงได้แพงขนาดนี้?’ฉินซิงเซวียนคิด นางมีเงินอยู่
ทั้งหมด 80000 เหรียญทอง ไม่ใช่เรื่องตลกเลยที่นางจะกินอาหารมื้อหนึ่ง
ที่มีราคาสูงถึง 1 ใน 4 ของเงินทั้งหมดที่นางมี
“ข้าอยากรู้เกี่ยวกับเมนูพิเศษที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่?” หลินหมิงถาม
เขาอยากจะกินอาหารที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุด
พนักงานยิ้มและกล่าว “เรามีอาหารจานพิเศษอยู่มากมาย ข้าของ
แนะนำ ซุปกระดูกงู ซึ่งทำจากไขกระดูกของสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 ที่มี
สายเลือดของมังกรเขา และยังถูกปรุงด้วยสมุนไพรล้ำค่าหลายสิบชนิดที่
ผสานรสชาติออกมาได้อย่างลงตัว น้ำซุบมีรสชาติกลมกล่อม สามารถช่วย
ในการโคจรพลังปราณได้เป็นอย่างดี ซุปกระดูกงูนี้ราคา 25 หินลมปราณ
แท้”
25 หินลมปราณแท้?! 25,000เหรียญทอง?! บ้าไปแล้ว!
ฉินซิงเซวียนตกใจเป็นอย่างมาก แต่นางก็ไม่ได้แสดงปฏิกริยาอะไร
ออกมา
พนักงานยิ้มและกล่าว “ท่านยอดฝีมือทั้งสองต่างก็มาจากตระกูลที่
ยิ่งใหญ่ หากท่านได้ทานซุปกระดูกงูแล้วล่ะก็ ในอนาคตพวกท่านจะ
สามารถทะลวงไประดับปราณปลายฟ้าได้ง่ายขึ้น”
“ข้าเอาซุปกระดูกงู 1 ชาม ข้าวจิตวิญญาณเจ็ดแก่นแท้ 2 ชาม
เครื่องดื่มเอาเป็นชาเขียว”
หลังจากที่เขากล่าวจบ พนักงานก็นำรายการอาหารที่เขาสั่งไปให้พ่อ
ครัวอย่างรวดเร็ว และไม่นานอาหารของพวกเขาก็มาเสิร์ฟ
น้ำซุปของซุปกระดูกงูเป็นสีขาวนวลราวกับสีของไข่มุขหรือนมสด
เพียงแค่มองหรือได้กลิ่นของมันก็ทำให้รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาทันที
ฉินซิงเซวียนตักแบ่งซุปกระดูกงูมาในชามหยกอันว่างเปล่าของนาง
จากนั้นนางก็ค่อยๆยกชามหยกใบนั้นขึ้นมาจิบเบาๆ
ทันทีที่ซุปกระดูกงูไหลผ่านปากเข้าสู่ร่างกายของนาง นางก็สัมผัสได้
ถึงพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีจางๆที่ไหลเวียนอยู่ในน้ำซุปกระดูก
งู พลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีเหล่านั้นถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นชีพจรของ
นางอย่างรวดเร็ว!
แม้ว่าพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีจะมีปริมาณน้อย แต่มันก็มี
คุณภาพสูงและบริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง!
นี่เป็นอาหารที่ช่วยยกระดับการฝึกฝนของนักสู้ได้เป็นอย่างดี!
สำหรับโอสถที่ช่วยยกระดับการฝึกฝน เมื่อทานมันเข้าไปก็จะทำให้
ระดับการฝึกฝนเพิ่มขึ้นได้ แต่มันก็จะทิ้งสิ่งตกค้างเอาไว้ในร่างกาย สิ่ง
ตกค้างเหล่านี้ยากที่ขจัดออกไป และอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดจุดตีบตัน
ในอนาคต แต่น้ำซุปกระดูกงูนี่กลับไม่มีสิ่งตกค้างอยู่เลยแม้แต่น้อย มัน
เป็นอาหารที่มีแต่คุณประโยชน์
หากได้กินซุปกระดูกงูนี่เป็นประจำ ระดับการฝึกฝนจะก้าวหน้าไป
อย่างรวดเร็วขนาดไหน?!
นางค่อยๆตักข้าวจิตวิญญาณเจ็ดแก่นแท้เข้าไปในปาก แม้ว่า
คุณประโยชน์ของข้าวจิตวิญญาณเจ็ดแก่นแท้จะน้อยกว่าซุปกระดูกงูแต่
มันก็ถือเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อการฝึกฝนการต่อสู้ และไม่ได้ทิ้งสิ่ง
ตกค้างเอาไว้ในร่างกาย
“เป็นอย่างไรบ้าง?” หลินหมิงกล่าวถามฉินซิงเซวียน
ฉินซิงเซวียนยิ้มและกล่าว “อาหารเหล่านี้มีคุณประโยชน์เป็นอย่าง
มาก และยังไม่ทิ้งสิ่งตกค้างเอาไว้ในร่างกาย ข้าไม่แปลกใจเลยที่ราคาของ
มันสูงถึงขนาดนี้ หากเจ้ารับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ เพียงไม่
นานเจ้าจะต้องทะลวงไปขั้นผสานชีพจรได้อย่างแน่นอน…”