Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 241 การรวบตัวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 241 การรวบตัวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ
ในขณะที่หลินหมิงกำลังเดินขึ้นไปบนบันไดหยก เขาก็ได้ยินเสียง
ตะโกนขึ้นมาจากด้านหลัง ” ทักษะของเจ้าก็ไม่เลว แต่ก็คงจะยังเทียบข้า
ไม่ได้อยู่ดี”
หลินหมิงหันหลังกลับไป ผู้ที่กล่าวออกมาคือหวังมู่จากอาณาจักรฮั่ว
หลัว เขาอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เขากำลังเดินขึ้นบันไดหยกอย่างสบายใจ
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเท่าใดนัก
“ขอบใจที่ชม ทักษะของเจ้าเองก็ไม่เลวเช่นกัน” หลินหมิงกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดยอกย้อนของหลินหมิง หวังมู่ก็เริ่มอารมณ์เสียและ
กล่าว “มาดูกันว่าเจ้าจะยโสไปได้อีกนานเพียงใด”
เมื่อเกือบจะถึงช่วงกลางของบันไดหยก การจะก้าวขึ้นไปขึ้นก็ไปก็ยิ่ง
ยากลำบากมากขึ้นไปอีก
แม้ว่าหลินหมิงจะรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ และเขาก็ไม่คิดจะลด
ความเร็วลง เขายังก้าวขึ้นบันไดหยกต่อไปด้วยความเร็วเท่าเดิม
‘มาเลย รีบก้าวขึ้นไปเลย ข้าอยากจะเห็นตอนที่เจ้าพลาดท่า’ หวังมู่
สาปแช่งหลินหมิงอยู่ในใจ มีกับดักเล็กน้อยอยู่ช่วงกลางของบันไดหยก
หากไม่ระวังก็จะพลาดท่าได้ง่ายๆ
เหล่านักสู้คนอื่นที่เห็นหลินหมิงเดินขึ้นไปถึงช่วงกลางของบันไดโดย
ไม่ลดความเร็วลงต่างก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจ
“เด็กหนุ่มคนนั้นคงจะไม่รู้เรื่องกับดักที่ซ่อนเอาไว้เป็นแน่”
“ต่อให้เป็นนักสู้ขั้นผสานชีพจรก็ใช่ว่าจะผ่านกับดักนั้นไปได้ง่ายๆ”
นักสู้บางคนใช้กระแสเสียงปราณแท้สนทนากันเกี่ยวกับหลินหมิง
ทันทีที่หลินหมิงก้าวมาถึงช่วงกลางของบันไดเขาก็ค้นพบกับดักที่
ซ่อนเอาไว้ นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้โอวหยางหมิงเจียงเป่าอวิ้นชะลอ
ความเร็วลงช่วงหนึ่งในขณะที่พวกเขามาถึงช่วงกลางของบันไดหยก
‘อาคมสังหารงั้นรึ…’ หลินหมิงคิดขณะที่เขามองไปยังอาคมจึกรึกบน
บันไดหยก อาคมจารึกเหล่านั้นปล่อยอัดอากาศมหาศาลออกมา บริเวณนี้
มีแรงอัดอากาศปล่อยออกมาเต็มไปหมด การจะก้าวผ่านไปโดยไปปลิวตก
ลงไปข้างๆไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลินหมิงจึงปล่อยจิตสัมผัสออกมาเพื่อตรวจหาตำแหน่งที่มีแรงอัด
อากาศมหาศาลอยู่ แม้ว่าการจะป้องกันแรงดันอากาศเหล่านั้นจะเป็น
เรื่องที่ยากมาก แต่การจะหลบมันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา
ขณะที่เขาใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมและวิถีแห่งลม ร่างกายของ
เขาจะเบาและเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และด้วยพลังจิตวิญญาณอัน
แข็งแกร่งของเขา ทำให้เขาสามารถตรวจหาตำแหน่งของแรงดันอากาศ
และหลบมันได้ และในที่สุดเขาก็ข้ามช่วงกลางของบันไดได้อย่างปลอดภัย
“เขาหลบมันได้ทั้งหมดเลยหรือ-?”
“เขาหลบมันได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้!”
“ทักษะการเคลื่อนไหวของเขาไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง ทักษะการ
เคลื่อนไหวของเขาสูงส่งพอๆกับทักษะการเคลื่อนไหวของศิษย์จากหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้เลยทีเดียว ข้าอยากรู้จริงๆว่าความสามารถในการต่อสู้ของ
เขาจะแข็งแกร่งเพียงใดกัน?”
นักสู้หลายคนพูดคุยกัน เมื่อได้ยินพวกเขาพูดคุยกันชายหุน่มชุดขาว
คนหนึ่งก็พูดออกมา “สาเหตุที่เขาหลบแรงดันอากาศได้ไม่ใช่เพราะทักษะ
การเคลื่อนไหวของเขา แต่เป็นเพราะพลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของ
เขาต่างหาก เขาใช้พลังจิตวิญญาณของเขาหาทางหลีกเลี่ยงและผ่าน
แรงดันอากาศไปอย่างปลอดภัย เขาเป็นอัจฉริยะในด้านพลังจิตวิญญาณ
ข้าเคยเห็นเขาอยู่ในภัตตราคารบุษบาบาน เพียงแค่พลังจิตวิญญาณของ
เขาก็สามารถเอาชนะโอวหยางจื่ออวิ๋นได้แล้ว”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? เขาชนะโอวหยางจื่ออวิ๋นได้งั้นรึ? เป็นไปได้
อย่างไร… ข้าได้ยินมาว่าโอวหยางจื่ออวิ๋นจากแผนกลงทัณฑ์ถูกใครบาง
คนจัดการ ซึ่งก็คือเด็กหนุ่มนั่นเองหรอกหรือ…”
เหล่าศิษย์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ต่างก็ได้ยินข่าวการบาดเจ็บของ
โอวหยางจื่ออวิ๋น บรรดาศิษย์จากของอีก 6 ฝ่ายต่างก็ไม่พลาดที่จะให้
โอกาสนี้เยาะเย้ยศิษย์จากแผนกลงทัณฑ์ ข่าวของโอวหยางจื่ออวิ๋นจึง
แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว
หลังจากได้ยินคำอธิบายของชายหนุ่มชุดขาว เหล่าศิษย์ก็เริ่มให้
ความสนใจหลินหมิง พวกเขาคงไม่สามารถเอาชนะหลินหมิงได้ เพราะ
แม้แต่โอวหยางจื่ออวิ๋นพวกเขาก็ยังเอาชนะไม่ได้เลย
หลังจากที่หลินหมิงข้ามกับดักที่อยู่ช่วงกลางของบันไดหยกไปได้แล้ว
บันไดหยกแห่งนี้ก็ไม่มีอุปสรรคอะไรอีก ใช้เวลาซักพักในที่สุดเขาก็ไปขึ้น
ชั้นบนสุดของบันได เมื่อเขามาถึงก็มีศิษย์ประมาณ 70 คนรออยู่แล้ว
ศิษย์ทั้ง 70 คนนี้กว่า 90% เป็นศิษย์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ มีแค่ 10%
เท่านั้นที่มาจาก 36 อาณาจักรหรือ 16 ตระกูลนักสู้
แต่ถึงแม้นักสู้ทั้ง 70 คนนี้จะมาถึงก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวก
เขาจะแข็งแกร่งกว่าคนที่อยู่ข้างล่าง สำหรับการผ่านด่านทดสอบประตู
หุบเขามีเงื่อนไขแค่ขึ้นไปให้ถึงให้ถึงชั้นบนสุดในเวลาที่กำหนด ยังมีนักสู้
อีกมากมายที่แข็งแกร่งแต่ก็ยังขึ้นมาอย่างช้าๆไม่ได้เร่งรีบมาก พวกเขาไม่
คิดที่จะแสดงความแข็งแกร่งออกมาในตอนนี้จนกลายเป็นที่สนใจของ
ผู้อื่น
ในเวลานี้ธูปไหม้ไป 3 ใน 4 ดอกแล้ว มีศิษย์มากมายที่ก้าวขึ้นมาได้
ถึงช่วงกลางของบันไดหยกแล้วไม่สามารถผ่านกับดักแรงดันอากาศขึ้นมา
ได้ แรงดันอากาศเหล่านั้นจะพัดให้เหล่าศิษย์กระเด็นตกลงไปข้างล่าง
โชคดีที่แรงดันอากาศนี้เพียงแค่ทำให้บาดเจ็บ ไม่มีทางที่ศิษย์คนใดถูก
สังหารด้วยแรงดันอากาศเหล่านั้น
โจวหยี่กับเหลียงหลงกำลังก้าวขึ้นบันไดอย่างช้าๆ พวกเขาดูไม่ต่าง
อะไรกับคนแก่ที่กำลังเดินขึ้นบันไดอยู่ พวกเขาได้แต่ฝืนยิ้มอย่างขมขื่น
ตั้งแต่เริ่มการทดสอบ พวกเขาทั้งสองไม่เคยหวังว่าจะผ่านการทดสอบนี้
ไปได้อยู่แล้ว
“ข้าจะทำยังไงดี?” เหลียงหลงมองไปยังเหล่านักสู้ที่โดนแรงดัน
อากาศพัดปลิวลงไปข้างล่าง เขาเต็มไปด้วยความกังวล หากเขาก้าวไป
ช่วงกลางของบันไดละก็ เขาก็คงจะถูกพัดปลิวขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนคน
พวกนั้น
โจวหยี่กัดฟันและกล่าวว่า “เราต้องไป! ถ้าเรายอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้
จะเป็นการทรยศต่อหัวใจแห่งสู้ของตนเอง! หากเราไม่ได้ออกมาจาก
อาณาจักรลิขิตฟ้า เราคงคงไม่รู้ว่ายังมีนักสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเราอยู่อีก
มากมายขนาดไหน!”
สี่ตระกูลนักสู้จากอาณาจักรลิขิตฟ้ามักจะทำตัวอยู่เหนือผู้อื่นอยู่
เสมอ ตอนนี้โจวหยี่กับเหลียงหลงเข้าใจแล้วว่า นักสู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่ง
จากอาณาจักรลิขิตฟ้าอย่างพวกเขาเป็นแค่นักสู้อ่อนแอเท่านั้นเมื่อต้องมา
อยู่ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ขณะที่โจวหยี่และเหลียงหลงก้าวเข้าไปช่วงกลางของบันได ร่างของ
พวกเขาก็ลอยไปกลางอากาศ นอกจากพวกเขาแล้วก็ยังมีนักสู้อีกสองสาม
คนที่ลอยไปพร้อมกับพวกเขาด้วย
พวกศิษย์ที่ปลิวลอยลงมาก็ได้แต่ถอดใจยอมแพ้ พวกเขาไม่หวังที่จะ
ผ่านไปได้ในรอบนี้
ความพยายามและความสิ้นหวังของเหล่าศิษย์ปรากฏออกมาให้เห็น
หลินหมิงมองดูพวกเขาและถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ
นี่เป็นเส้นทางแห่งการต่อสู้ พวกเขาจะต้องก้าวข้ามมาให้ได้ด้วยทุก
สิ่งทุกอย่างที่พวกเขามี
การจะมายืนอยู่บนจุดสูงสุดได้นั้นจำเป็นต้องมีทั้งพรสวรรค์ ความมั่ง
มั่นและโอกาส!
แม้โอกาสจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่พวกเขาก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะ
คว้าโอกาสที่เกิดขึ้นให้จงได้ มิฉะนั้นโอกาสที่เกิดขึ้นเหล่านั้นก็จะ
กลายเป็นแค่สิ่งไร้ค่า
ผู้เชี่ยวชาญแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ทั้งสามคนกำลังยืนอยู่บนนาวาจิต
วิญญาณขนาดใหญ่ พวกเขามองลงมาดูเหล่าศิษย์ปีนขึ้นไปบนบันไดราว
กับดูฝูงแมลง
ในเวลานี้ธูปเริ่มเหลือความยาวอีกแค่ 2 ก้าวครึ่งเท่านั้น อีกไม่เกิน
ครึ่งชั่วโมงธูปก็คงจะไหม้หมดดอก
ในเวลานี้หลินหมิงเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ด่านทดสอบประตูหุบ
เขาอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้บรรดานักสู้ที่หยิ่งยโสทั้งหลายได้เข้าใจถึงความ
ต่ำต้อยของตนเอง เพื่อที่จะเป็นตัวกระตุ้นความพยายามของพวกเขาใน
อนาคต
เหล่าศิษย์ที่ผ่านขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของบันไดต่างก็มองลงไปยังเหล่า
ศิษย์ที่ยังขึ้นมาไม่ถึงด้วยสายตาดูถูก นี่อาจจะเป็นการยั่วยุเพื่อดึง
ศักยภาพของนักสู้ออกมา
ไม่มีทางที่อัจฉริยะอย่างพวกเขาจะยอมรับสายตาที่มองลงมาด้วย
ความดูถูกเช่นนี้ได้
เมื่อมองไปที่แววตาของเหล่าผู้ที่อยู่ชั้นบนสุดของบันไดหยกแล้ว
หลินหมิงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา พวกเขาต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มี
พรสวรรค์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ในเวลานี้เอง ฉินซิงเซวียนก็ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของบันได ใบหน้าของ
นางแดงก่ำ ร่างกายของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หลินหมิงยิ้มให้นางก่อน
จะส่งโอสถฟื้นฟูให้กับนาง
ถึงแม้ว่านางจะพึ่งจะขึ้นมาถึง แต่เหล่านักสู้ที่อยู่ข้างบนก็ตกใจมาก
นางยังดูอายุน้อยอยู่เลย แต่กลับมีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงกลาง
แล้ว
อีกเกือบครึ่งชั่วโมงการทดสอบประตูหุบเขาก็จะสิ้นสุดลงแล้ว ใน
เวลานี้มีศิษย์หลายคนที่หมดแรงและทรุดตัวอยู่บนขั้นบันได แม้จะ
พยายามแค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถขึ้นไปให้ถึงชั้นบนสุดได้
เมื่อเวลาหมดลง ผู้ที่ผ่านไปถึงชั้นบนสุดได้ก็มีประมาณ 200 คน ใน
บรรดาศิษย์ทั้ง 200 คนนี้ 70% เป็นศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ มีเพียง
แค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่มาจาก 36 อาณาจักรและ 16 ตระกูลนักสู้ ศิษย์ที่
ไม่สามารถผ่านขึ้นมาได้ส่วนใหญ่จะติดกันอยู่ตรงช่วงกลางที่มีแรงดัน
อากาศเต็มไปหมด แทบไม่มีผู้อยู่ต่ำกว่าขั้นผสานชีพจรช่วงต้นผ่านมาได้
สำหรับศิษย์จากอาณาจักรลิขิตฟ้า ผู้ที่ผ่านมาได้คือ หลินหมิง หลิง
เซ็น และฉินซิงเซวียน สำหรับศิษย์จากอาณาจักรทั้ง 36 อาณาจักร อย่าง
น้อยครึ่งหนึ่งของพวกเขาจะตกรอบ แม้แต่อาณาจักรใหญ่ๆอย่าง
อาณาจักรฮั่วหลัวและอาณาจักรจิงฉาน ที่ส่งเหล่าศิษย์มาได้ถึง 10 คนยัง
เหลือศิษย์ที่ผ่านด่านทดสอบหุบเขามาได้แค่ 3-4 คนเท่านั้น
การที่อาณาจักรลิขิตฟ้ามีศิษย์ที่ผ่านเข้าไปร่วมการประลองชุมนุม
ร่วมสำนักได้ถึง 3 คนถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากแล้ว
สำหรับตระกูลนักสสู้ทั้ง 16 ตระกูล พวกเขาดูดีกว่าอาณาจักรทั้ง 36
อาณาจักรอยู่เล็กน้อย ตระกูลนักสู้เหล่านี้จะมีการฝึกแบบพิเศษ ทุก
ตระกูลจะมีศิษย์อย่างน้อย 1 คนที่สามารถผ่านมาได้ และส่วนใหญ่ผ่าน
เข้ามาได้ถึง 2-3 คน