Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 244 โดดเด่นในฐานะผู้มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 244 โดดเด่นในฐานะผู้มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม
“เขาเป็นอัจฉริยะด้านพลังจิตวิญญาณ ข้าเคยได้ยินว่าเขาก่อความ
วุ่นวายในภัตตราคารบุบผาสะพรั่งเมื่อเร็วๆนี้” ชายหนุ่มที่สวมหน้ากาก
เงินปิดบังใบหน้าไว้ครึ่งหน้ากล่าว
ชายสวมหน้ากากสีเงินคนนี้มีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย
เขาเป็นศิษย์จากแผนกภาพมายาแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ และเขายังเป็นผู้
เข้าประลองในกลุ่มการต่อสู่ที่ 6 อีกด้วย
สำหรับบรรดาศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ศิษย์หลักกับศิษย์ทั่วไป
นั่นมีความแตกต่างกันอย่างมาก เหล่าศิษย์หลักจะได้ทรัพยากรมากกว่า
ระดับการบ่มเพาะและความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงเหนือกว่าศิษย์ทั่วไป
ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
“โอ้? ศิษย์พี่สนใจชายหนุ่มผู้นั้นด้วยหรือ?” ศิษย์คนหนึ่งกล่าวถาม
ชายสวมหน้ากากเงิน พร้อมกับเติมชาในถ้วยให้กับเขา
“เขาไม่มีค่าพอให้ข้าสนใจหรอก ข้าแค่พูดออกมาว่ามันใช้พลังจิต
วิญญาณ ในการเอาชนะก็เท่านั้น”
“ฮ่าๆ สำหรับศิษย์พี่ที่เป็นอัจฉริยะทางด้านพลังจิตวิญญาณ แล้ว
การจะกำจัดเขาด้วยพลังจิตวิญญาณ คงไม่ต่างอะไรกับการเชือดไก่ซักตัว
หนึ่ง” ศิษย์ผู้นั้นใช้โอกาสนี้พูดประจบชายหนุ่มสวมหน้ากาก เขาเป็นศิษย์
ทั่วไปของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ แต่ชายสวมหน้ากากผู้นั้นเป็นศิษย์หลัก
เหล่าศิษย์ทั่วไปจึงมักจะประจบศิษย์หลักเผื่อว่าพวกศิษย์หลักจะถูกใจ
และให้การช่วยเหลือพวกเขา
“เอ่อ.. ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปประลองแล้ว”
ชายสวมหน้ากากพูด เขาได้ยินผู้ตัดสินเรียกชื่อของเขา เขายืนขึ้น
และเดินขึ้นไปบนเวทีประลองทันทีที่ได้เห็นคู่ต่อสู้ สายตาของเขาก็เป็น
ประกาย
โชคดีอย่างยิ่ง! คู่ต่อสู้ในการประลองรอบแรกของเขาเป็นหญิงสาวที่
งดงามมาก แม้ว่านางจะยังดูอายุน้อยอยู่ แต่ระดับการบ่มเพาะของนางก็
ถือกว่าสูงมากทีเดียวเมื่อเทียบกับอายุของนาง
“ข้าไป๋ถิงฮัว มาจากแผนกภาพมายา แม่หญิงงามจะยอมแพ้ข้าด้วย
ความเต็มใจได้หรือไม่? หรือจะให้ข้าต้องทำให้เจ้ายอมแพ้อย่างไม่เต็มใจ?”
ไป๋ถิงฮัวกล่าวขณะที่ยิ้มออกมา หญิงสาวผู้นั้นมีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพ
จรช่วงกลาง
นางคือฉินซิงเซวียนนางไม่อยากคิดเลยว่าคู่ต่อสู้ในรอบแรกของนาง
จะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้
“ซิงเซวียนยอมแพ้เถอะ!”
หลินหมิงตะโกนขึ้นมา หลินหมิงรู้ถึงความแข็งแกร่งของฉินซิงเซวียน
เป็นอย่างดี นางสามารถเอาชนะนักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงต้นได้ ต่อให้เป็น
นักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงกลางนางก็ยังสามารถต่อสู้ได้อย่างสูสี แต่กับนักสู้
ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายนางมีโอกาสชนะน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นคู่ต่อสู้
ของนางไม่ใช่นักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายๆธรรมดาๆอีกด้วย
ฉินซิงเซวียนถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจและกล่าว
“ข้าฉินซิงเซวียน ขอยอมแพ้!”
“ผู้ชนะคือ ไป๋ถิงฮัว!” ผู้ตัดสินประกาศออกมา
ฉินซิงเซวียนรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย นางแพ้โดยทีไม่ได้ต่อสู้
หลินหมิงวางมือลงบนไหลของนางและกล่าว “ไม่ต้องเสียใจไปหรอก
เจ้ายังอายุน้อยอยู่เลย อีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นเวลาของเจ้า”
“อืม!” ฉินซิงเซวียนพยักหน้า หลังจากได้ฟังคำปลอบใจของหลินหมิ
งนางก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง
ไป๋ถิงฮัวมองไปที่หลินหมิงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันไปมองฉินซิงเซ
วียนและยิ้มให้นาง เขารู้สึกได้ว่าหลินหมิงกับฉินซิงเซวียนมีความสัมพันธ์
บางอย่างอยู่ มันคงจะสนุกมากหากเขาได้เอาชนะเด็กหนุ่มนั่นต่อหน้านาง
ไป๋ถิงฮัวเดินลงจากเวทีประลองศิษย์คนหนึ่งรอต้อนรับเขาด้วย
รอยยิ้ม “ข้าขอแสดงความยินดีกับชัยชนะของท่านด้วย ศิษย์พี่ไป๋ถิงฮัว”
“นางเป็นแค่หญิงสาวตัวเล็ก เป็นเรื่องธรรมดาที่นางจะไม่สามารถ
เอาชนะข้าได้ แต่พรสวรรค์ของนางก็สูงมาก นางคงจะได้เป็นศิษย์หลัก
ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ในอนาคต”
ทันใดนั้นผู้ตัดสินก็กล่าวประกาศ “การประลองรอบที่หก เฉียนเสี่ยว
หู่ ปะทะ หลิงเซ็น!”
เฉียนเสี่ยวหู่ เป็นคนที่คอยเทชาให้กับไป๋ถิงฮัว เขามีการบ่มเพาะขั้น
ผสานชีพจรช่วงต้น การที่เขาสามารถผ่านด่านทดสอบประตูหุบเขามาได้
เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเขามีทักษะคาวมสามารถที่ดีพอสมควร
เฉียนเสี่ยวหู่ ลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินชื่อของตนเอง “ศิษย์พี่ ถึงเวลาของ
ข้าแล้ว แล้วข้าจะรีบกลับมา”
ไป๋ถิงฮัวมองไปที่คู่ต่อสู้ของเฉียนเสี่ยวหู่ เขาตกใจเป็นอย่างมาก นักสู้
ผู้นั้นมีการบ่มเพาะดัดกระดูก ช่วงต้นเท่านั้น เขาผ่านด่านทดสอบประตู
หุบเขาขึ้นมาได้อย่างไร? นี่มันเรื่องจริงเช่นนั้นหรือ?
ในด่านทดสอบประตูหุบเขา นักสู้ที่มีทักษะการเคลื่อนไหวดีจะ
ได้เปรียบนักสู้คนอื่นๆ นักสู้ผู้นั้นอาจจะผ่านมาได้เพราะทักษะการ
เคลื่อนไหวของเขา
“ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่ ข้าช่างโชคดีจริงๆ คู่ต่อสู้ของข้ายังมีการบ่มเพาะดัด
กระดูกช่วงต้นอยู่เลย เขามาจาก 36 อาณาจักร คงจะมีเพียงทักษะการ
เคลื่อนไหวระดับสูงถึงได้ผ่านด่านทดสอบประตูหุบเขาขึ้นมาได้ ”
เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาชนะตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต่อสู้ ระดับการบ่ม
เพาะของพวกเขาต่างกันเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นคู่ต่อสู้ผู้นั้นยังมาจาก 36
อาณาจักร จะเอาอะไรมาสู้ศิษย์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้อย่างเขา การต่อสู้
ในครั้งนี้ไม่ทำให้เขารู้สึกกดดันเลย
“เริ่มการประลองได้!”
ทันทีที่สิ้นของของผู้ตัดสิน เฉียนเสี่ยวหู่ ก็พุ่งเข้าไปหาหลิงเซ็นอย่าง
รวดเร็ว เขาไม่มีคิดจะปล่อยให้นักสู้ที่มีการบ่มเพาะขั้นดัดกระดูกช่วงต้น
ยืนอยู่ต่อหน้าเขานานไปกว่านี้ หากเขาไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่าง
รวดเร็วเขาคงจะเสียหน้าน่าดู
หลิงเซ็นก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบ เขาแผ่จิตสังหารอันโหดร้าย
ออกมา เจตจำนงแห่งนักอาชูร่าถูกใช้งาน!
วิสัยทัศน์ของเฉียนเสี่ยวหู่ เห็นค่อยๆแปลเปลี่ยนไปเป็นโลกอันมืดมิด
ที่เต็มไปด้วยโลหิต มีปีศาจอาชูร่านับไม่ถ้วนปรากฏออกมา พวกมันกรีด
ร้องออกมาอย่างกระหายเลือดและน่าสยดสยอง จากนั้นเหล่าปีศาจอาชู
ร่าจำนวนนับไม่ถ้วนก็วิ่งเข้ามาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
เฉียนเสี่ยวหู่ เป็นผู้มีจิตวิญญาณที่ไม่แข็งแกร่งเขาจะต่อกรกับจิต
สังหารอันโหดร้ายและทรงพลังของหลิงเซ็นได้อย่างไร?
จิตใจของเฉียนเสี่ยวหู่ เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว ร่าง
ของเขาทรุดลงบนพื้นและกรีดร้องออกมาราวกับคนเสียสติ
หลิงเซ็นเดินไปหาเขาและชกเข้าที่หน้าอกของเฉียนเสี่ยวหู่ อย่าง
รุนแรง
ปัง!
เฉียนเสี่ยวหู่ กระเด็นลอยไปข้างหลังและตกจากเวทีประลองและได้
สติกลับมาและยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“การประลองครั้งที่หก ผู้ชนะคือ หลิงเซ็น!”
ผู้ตัดสินประกาศอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ตัดสิน การเอาชนะคู่ต่อสู้
ของหลิงเซ็นน่าประทับใจกว่าการเอาชนะคู่ต่อสู้ของหลินหมิงเสียอีก จิต
สังหารของเขาทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ
นักสู้ที่มีการบ่มเพาะดัดกระดูก ช่วงต้นจาก 36 อาณาจักร สามารถ
เอาชนะนักสู้ที่มีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงต้นจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ได้
เหล่าผู้ชมกำลังมองไปที่เฉียนเสี่ยวหู่ เหมือนมองตัวโง่งม เขารู้สึกอับ
อายขายหน้าเป็นอย่างมาก
เฉียนเสี่ยวหู่ ค่อยๆประคองตัวเองขึ้นมาและวิ่งหนีออกไป ความ
ความกลัวที่เกิดขึ้นภายใจจิตใจของเขายังไปหาย เขายังนึกถึงแต่ปีศาจอา
ชูร่าจำนวนนับไม่ถ้วยที่อยู่รอบตัวเขา เขาไม่กล้าที่จะสบตาหลิงเซ็นอีก
มันให้ความรู้สึกว่าหลิงเซ็นเป็นปีศาจอาชูร่าที่น่าหวาดกลัวเหล่านั้น
“ศิษย์พี่… ข้า…” เฉียนเสี่ยวหู่ หวั่นไหวเป็นอย่างมาก เขาได้พบกับ
ประสบการณ์แห่งความตายในเจตจำนักสู้อาชูร่า
ไป๋ถิงฮัวมองไปที่หลิงเซ็นที่ยืนอยู่บนเวทีประลองเขาจับคางของเขา
และพึมพำออกมา “นักสู้จาก 36 อาณาจักรหรือ? น่าสนใจดี ก่อนหน้านี้
ข้าคงดูถูกพวกมันมากเกินไป”
การประลองนี้ ผู้เข้าประลองจะได้ต่อสู้กับผู้เข้าประลองคนอื่นๆอีก
15 คน เมื่อการประลองดำเนินมาถึงวันที่ 12 หลินหมิงก็รู้แล้วว่า
ผู้เชี่ยวชาญที่เก่งๆในกลุ่มที่ 6 มีใครบ้าง
กลุ่ม 6 ไม่มีศิษย์สายตรงจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เดิมทีหลินหมิงคิด
ว่าไป๋ถิงฮัวคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ในตอนนี้เขาได้พบกับบุคคลที่
แข็งแกร่งกว่าเขา ชายคนนี้มีการบ่มเพาะที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร
กลิ่นที่แผ่ออกมาจากเขาทรงพลังเป็นอย่าง
“ข้า เจียงหลานเจี้ยน จากแผนกกระบี่! โปรดชี้แนะด้วย!” เจียงหลาน
เจี้ยนกล่าวตามมารยาท
“โปรด… ชี้แนะข้าด้วย… ” คู่ต่อสู้ของเจียงหลานเจี้ยนกล้าว เขาเป็น
นักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงต้นจากอาณาจักรฮั่วหลัว เมื่อเห็นระดับการบ่ม
เพาะที่สูงส่งกว่ามากของคู่ต่อสู้ เขาก็คิดจะยอมแพ้
“เริ่มการประลองได้!”
ผู้ตัดสินตะโกน ทันใดนั้นศิษย์จากอาณาจักรฮั่วหลัวก็ยกมือขึ้นและ
รีบกล่าว “ข้า… ข้าขอยอมแพ้”
นักสู้ผู้นั้นไม่คิดจะทำให้ตัวเองเสียหน้า เขาจึงกล่าวยอมแพ้ ความ
แข็งแกร่งระหว่างพวกเขาทั้งสองแตกต่างกันมากเกินไป เขาจึงเลือกที่จะ
ยอมแพ้และเก็บแรงเอาไว้ต่อสู้กับคู่ต่อสู้คนถัดไปจะดีกว่า
“ผู้ชนะคือ เจียงหลานเจี้ยน!” ผู้ตัดสินประกาศออกมา
เจียงหลานเจี้ยนเดินลงจากเวทีประลองเขามองไปที่หลินหมิง
เล็กน้อยก่อนจะเดินหายลับไปจากสายตา
“แม้ว่าเจียงหลานเจี้ยนจะไม่ใช่ศิษย์สายตรง แต่ความแข็งแกร่งของ
เขาก็ไม่ได้ต่างกับพวกศิษย์สายตรงมากเท่าไร ในอนาคตข้าคงจะได้ต่อสู้
กับเขา… ” หลินหมิงคิด
……………………
“การประลองครั้งที่ 21 หลินหมิงปะทะหวังมู่!”
ในที่สุดเวลาที่พวกเขาทั้งสองจะได้ต่อสู้กันก็มาถึง พวกเขาทั้งสอง
เดิมพันในการต่อสู้ครั้งนี้เอาไว้ด้วย เมื่อได้ยินเสียงของผู้ตัดสิน ฉินจื่อหยา
และเจ้าสำนักหลัวก็หันหน้ามายิ้มให้แก่กัน
ฉินจื่อหยาหันไปสนใจการประลองที่จะเกิดขึ้น เจ้าสำนักหลัวลูบ
เคราของเขาและกล่าว “ข้ายอมรับว่าข้าดูถูกหลินหมิงไปบ้าง แต่การที่เขา
จะเอาชนะหวังมู่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เจ้ารอดูเอาละกัน”
หลังจากหลินหมิงเอาชนะเฉินเสี่ยวเขาก็มีคุณสมบัติพอที่จะเป็น
100 อันดับแรกของการประลองชุมนุมร่วมสำนัก สำหรับเฉินเสี่ยว การที่
เขาพ่ายแพ้ต่อหลินหมิงทำให้เขาอับอายเป็นอย่างมาก
ก่อนที่การประลองจะเริ่มขึ้น หวังมู่ก็ปลดปล่อยปราณแท้อัน
หนาแน่นออกมาปกคลุมร่างกายของตนเองเอาไว้ สำหรับหวังมู่ ปราณแท้
ของเขาหนาแน่นจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“โอ้? โล่ปราณแท้ที่สามารถป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณได้
อย่างนั้นหรือ? ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีวิชาแบบนี้!”
“หึหึ ข้าได้ยินเรื่องของเจ้าที่ภัตตราคารบุบผาสะพรั่งแล้ว เจ้า
สามารถใช้พลังจิตวิญญาณ จัดการโอวหยางจื่ออวิ๋นได้ แต่ข้าก็ได้เตรียม
วิธีรับมือกับพลังจิตวิญญาณ ของเจ้ามาแล้วเช่นกัน!”