Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 245 เอาชนะหวังมู่
การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณจะเป็นสิ่งที่ร้ายแรงมากเมื่อใช้โจมตี
ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือ มันอาจจะสามารถจัดการศัตรู
ได้ภายในเสี้ยววินาที แต่หากเตรียมตัวรับมือเอาไว้ก่อนก็จะไม่เป็นเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามนักสู้ส่วนใหญ่ไม่ได้ฝึกวิธีกับมือกับการโจมตีด้วยพลัง
จิตวิญญาณเอาไว้ และไม่ค่อยฝึกใช้พลังจิตวิญญาณกันซักเท่าไร เพราะ
ยังไงเมื่อไปถึงระดับปราณปลายฟ้าพวกเขาก็ต้องหันมาฝึกพลังจิต
วิญญาณอยู่แล้ว ก่อนที่จะไปถึงระดับปราณปลายฟ้าพวกเขาจึงมุ่งเน้น
ฝึกฝนแต่ปราณแท้เท่านั้น
“อืม น่าสนใจดี ดูเหมือนว่าหวังมู่จะมีวิชาที่ใช้ป้องกันการโจมตีด้วย
พลังจิตวิญญาณได้ ต้องรอดูว่าหลินหมิงจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้
อย่างไร?”
“ข้าคิดว่าหลินหมิงคงไม่สามารถจัดการหวังมู่ได้ เขาเป็นแค่เด็กอายุ
16-17ปี เขาคงใช้เวลาทั้งหมดในการฝึกฝนพลังจิตวิญญาณ เขาคงไม่มี
เวลาฝึกฝนวิธีโจมตีรูปแบบอื่น”
“ข้าได้ยินมาว่าหลินหมิงสามารถควบคุมสายฟ้าได้ ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่า
ความสามารถในการควบคุมพลังธาตุจำเพาะของเขาอยู่ในระดับใด หากมี
ระดับสูงพอ มันก็สามารถใช้โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
เหล่าผู้ชมพูดถึงเรื่องของหวังมู่กับหลินหมิง พวกเขาทั้งสองเป็นที่
สนใจของเหล่าผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ชมที่เป็นผู้เข้าประลอง
ด้วยกัน ในอนาคตพวกเขาอาจจะต้องสู้กับหนึ่งในสองคนนี้ พวกเขากำลัง
เก็บข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม
…
บนเวทีประลอง แม้ว่าการต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่พวกเขาทั่งสองก็
ยังไม่เคลื่อนไหว หวังมู่สร้างชั้นโล่ป้องกันการโจมตีจากพลังจิตวิญญาณให้
หนาขึ้น
“ตอนที่พลังจิตวิญญาณของเจ้ากลายเป็นสิ่งไร้ค่า ข้าอยากจะรู้จริงๆ
ว่าเจ้าจะสู้กับข้าอย่างไร?!” หวังมู่กล่าว
“ข้าเห็นเจ้าไปฝึกฝนวิชาที่ใช้ป้องกันพลังจิตวิญญาณมา เจ้าคิดว่ามัน
สามารถช่วยเจ้าได้งั้นหรือ?” หลินหมิงไม่ได้หยิบหอกออกมา ในเวลานี้ทุก
คนคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะทางด้านพลังจิตวิญญาณที่ต่อสู้ด้วยวิธีอื่นไม่เป็น
แต่ในความเป็นจริง สาเหตุที่เขาใช้แต่เจตจำนงแห่งการต่อสู้ ‘สังสารวัฏ’
ก็เพราะจะได้เข้าใจมันได้มากขึ้น และทำให้มันทรงพลังขึ้นไปอีกนั่นเอง
หลินหมิงเริ่มจะเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าในอนาคต ไม่ช้าก็เร็วเขาก็
ต้องฝึกฝนพลังจิตวิญญาณ หากเขาฝึกฝนเมื่อมีอายุมากกว่านี้มันก็อาจจะ
เป็นช่วงเวลาที่สายเกินไป ดังนั้นหากมีโอกาสที่จะได้ฝึกฝนการใช้พลังจิต
วิญญาณ เขาก็จะไม่ปล่อยมันไปโดยเปล่าประโยชน์
หวังมู่กล่าว “แม้ว่าข้าจะไม่มีวิชาป้องกันพลังจิตวิญญาณ ข้าก็
สามารถขยี้เจ้าได้อยู่ดี ข้าไม่เคยกลัวเจ้าอยู่แล้ว!”
ขณะที่เขากล่าว เขาก็หยิบอาวุธทั้งสองออกมา เขาถือมีดสองคมไว้
บนมือข้างขวา ส่วนในมือซ้ายของเขาถือกริชอันแหลมคมเอาไว้
“ผู้ใช้อาวุธคู่?”
เหล่าผู้ชมตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้หวังมู่ต่อสู้ด้วยมือข้างซ้ายพี
ยงข้างเดียวเท่านั้น การใช้อาวุธคู่ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แต่หากใช้
มันได้อย่างคล่องแคล่วจนเกิดความเชี่ยวชาญแล้ว ก็จะทำให้แข็งแกร่ง
เป็นอย่างมาก
“อาวุธทั้งสองของเขาจะเสริมพลังให้แก่กันและกัน!”
หวังมู่โคจรปราณแท้ กระบี่สองคมและกริชในมือของเขาเปล่งแสงสี
ม่วงออกมา
หวังมู่พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงคมมีดและคมกริชตัดผ่าน
อากาศดังจนได้ยินอย่างชัดเจน
แม้ว่าหวังมู่จะออกตัวพุ่งเข้ามาแล้ว แต่หลินหมิงก็ยังนิ่งอยู่ เขา
หลับตาลงชั่วครู่ และเมื่อเขาลืมตาขึ้นมา ดวงตาของเขาก็กลายเป็นวังวน
สีดำ
เจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’
ปัง!
หวังมู่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วง ปราณแท้สีม่วงบนอาวุธ
ของเขาสลายไป เพราะการจู่โจมด้วยพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงทำให้
จิตใจของเขาปั่นป่วน
หวังมู่ก้าวถอยไปข้างหลังด้วยความโกรธแค้น ถึงแม้พลังจิตวิญญาณ
ของหลินหมิงจะทะลุมาโจมตีจิตวิญญาณของเขาได้ แต่พลังของมันก็
ลดลงไปมากทีเดียว ต้องขอบคุณวิชาป้องกันพลังจิตวิญญาณที่เขาใช้
ป้องกันตัวเอาไว้
แต่ถึงกระนั้นการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงก็รุนแรงขึ้น
เรื่อยๆ ในเวลานี้จิตใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาเริ่มจะเห็นภาพ
มายาและจมลงไปในวังวนแห่งความมืดมิด
เมื่อจิตวิญญาณของเขาถูกโจมตี เขาก็ไม่สามารถควบคุมปราณแท้
ของตนเองได้ ความแข็งแกร่งที่เขามีจึงกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์
“ข้าต้องเสริมพลังให้โล่ป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณ แต่
ปราณแท้ของข้าก็มีจำกัด หากข้าใช้ปราณแท้ไปกับการป้องกันมากเกินไป
ข้าก็จะไม่มีปราณแท้ไว้สำหรับใช้ในการโจมตี”
“หากเอาแต่ป้องกัน ข้าก็ไม่มีวันชนะ ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว” หวังมู่กัด
ฟันและถ่ายปราณแท้ทั้งหมดที่เหลืออยู่ไปที่อาวุธของเขา อาวุธทั้งสอง
ของเขาอัดแน่นด้วยปราณแท้และเปล่งแสงออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็พุ่ง
เข้าไปหาหลินหมิงอย่างรวดเร็ว
“มีคู่เกลียวทมิฬ!”
ปราณแท้ที่ส่งไปที่อาวุธกลายเป็นกระแสอากาศสีดำที่หมุนอยู่รอบ
อาวุธของเขา แรงกดดันมหาศาลและความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจาก
กระแสสีดำที่หมุนอยู่รอบอาวุธของเขาอย่างรุนแรง นี่เป็นทักษะโจมตีที่
ทรงพลังเป็นอย่างมาก
แต่ทันใดนั้นวิสัยศ์ภาพของเขาก็เปลี่ยนไป ทั้งท้องฟ้าและพื้นดินจาง
หายไปจากสายตาของเขา ราวกับว่าเขากำลังอยู่ที่ว่างเปล่า ด้านบนศีรษะ
ของเขามีวังวนสีดำขนาดใหญ่ที่หมุนรุนแรงราวกับจะดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป
ได้
เมื่อเทียบกับกระแสอากาศสีดำบนอาวุธของเขาแล้ว วังวนสีดำขนาด
ใหญ่ที่อยู่ด้านบนศีรษะของเขาในตอนนี้ทรงพลังกว่าอย่างเทียบไม่ติด
ในเวลานี้จิตวิญญาณของหวังมู่ปั่นปวนและเต็มไปด้วยความสับสน
เคล้ง!
โล่ป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของ
เขาแตกสลายไป เขาเห็นภาพมายานับไม่ถ้วน เขาถูกตัดขาดจาดโลก
ภายนอกอย่างสมบูรณ์
เคล้ง!
เคล้ง!
อาวุธทั้งสองของเขาล่วงลงไปบนพื้น ดวงตาของเขาดูเหม่อลอยราว
กับไร้จิตวิญญาณ ใบหน้าซีดขาวและทรุดลงไปบนพื้น
เขาพ่ายแพ้ให้กับหลินหมิงที่ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย
เมื่อเห็นความพ่ายแพ้ของหวังมู่ เจ้าสำนักหลัวก็รู้สึกอับอายเป็น
อย่างยิ่ง
ในเวลานี้เอง ฉินจื่อหยาก็ส่งปราณเสียงไปหาเจ้าสำนักหลัว “ท่านเจ้า
สำนักหลัว ข้าขอบคุณท่านมากสำหรับสิทธิ์ในการใช้บ่อน้ำทูตสวรรค์ นี่
เป็นการเดิมพันที่ดีอย่างยิ่ง…”
แม้ว่าคำพูดของฉินจื่อหยาจะสุภาพ แต่มันก็เต็มไปด้วยความหมาย
ต่อจิตใจของเจ้าสำนักหลัว
เป็นไปได้อย่างไร? นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นดัดกระดูก เอาชนะนักสู้ขั้น
ผสานชีพจรช่วงกลางได้? แม้แต่ศิษย์ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นดัด
กระดูก จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังไม่แข็งแกร่งขนาดนี้ หลินหมิงมี
พรสวรรค์ด้านพลังจิตวิญญาณสูงขนาดไหนกันแน่?
หรือว่าพรสวรรค์ด้านพลังจิตวิญญาณระดับ 6? หรือว่าเขาจะเหนือ
ยิ่งกว่านั้น? ผู้ที่มีพรสวรรค์สูงกว่าระดับ 6 มีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้น!
เป็นไปไม่ได้!
“หลินหมิงเป็นฝ่ายชัยชนะ!”
ผู้ตัดสินประกาศออกมา หลังจากที่เขาเอาชนะหวังมู่ได้ เขากเป็น
อันดับต้นๆของกลุ่ม ผู้ที่อยู่หน้าเขามีแค่เจียงหลานเจี้ยน กับไป๋ถิงฮัว
เท่านั้น
“หลินหมิงแข็งแกร่งเกินไปแล้ว เขาสามารถเอาชนะนักสู้ขั้นผสานชีพ
จรช่วงกลางได้โดยการใช้พลังจิตวิญญาณเพียงอย่างเดียว เขาสามารถทำ
เช่นนั้นกับนักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายได้หรือไม่?”
“นักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายหรือ…. ไม่น่าจะเป็นไปได้…. แม้แต่ผู้ที่
มีพรสวรรค์สูงที่สุดของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ไม่
มีทางที่นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูก จะเอาชนะนักสู้ที่มี
การฝึกฝนขั้นผสานชีพจรช่วงปลายได้อย่างแน่นอน”
“ใช่ มันเป็นช่วงของพลังที่แตกต่างกันมากเกินไป เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ด้านพลังจิตวิญญาณ เขาอาจจะได้เปรียบนักสู้คนอื่นๆในตอนนี้ แต่เมื่อ
เขาไปถึงระดับปราณปลายฟ้าและคู่ต่อสู้ของเขาก็เป็นนักสู้ระดับปราณ
ปลายฟ้าด้วยกัน การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณของเขาจะกลายเป็นสิ่งที่
ไร้ประโยชน์ไป”
“การจะเป็นนักสู้ระดับปราณปลายฟ้าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มีเพียงแค่ 1
ใน 20-30 คนเท่านั้นที่จะได้เป็นนักสู้ระดับปราณปลายฟ้า หากข้าต้อง
เจอกับเขา ข้าก็คงจะพ่ายแพ้ให้กับเขาเหมือนคนอื่น”
ผู้ที่จะผ่านไปได้มี 10 คนเท่านั้น มีผู้เขาประลองมากมายที่รู้สึกว่าไม่
สามารถเอาชนะหลินหมิงได้ สำหรับพวกเขาการจะเป็น 10 คนที่ได้ผ่าน
ไปรอบต่อไปไม่ใช่เรื่องง่าย
………………
ในห้องโถงเวทีประลองบนหุบเขาแก่นนภา มู่ฉิงหงที่เห็นการประลอง
ทั้งหมดจากระยะไกล
นางมั่นใจแล้วว่าเด็กนุ่มที่ใช่พลังจิตวิญญาณคนนั้นคือหลินหมิง หาก
เขาไม่ใช่หลินหมิง หลินหมิงที่มู่เชียนหยี่พูดถึงก็คงไม่ได้เข้าร่วมการ
ประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้
“หลินหมิงยังไม่ได้ใช้อาวุธหรือพลังสายฟ้าของเขาเลย น่าจะเก็บไว้ใช้
ในการต่อสู้รอบอื่น…”
“เขาเป็นคนที่ดูลึกลับ แม้ว่ามู่เชียนหยี่จะบอกว่าเขามีพลังสายฟ้า
เป็นไพ่ตาย แต่ข้าคิดว่าเขายังมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นซ่อนเอาไว้อีก…
…………… ..
ในเวลานี้ที่สำนักเจ็ดแก่นแท้
ในเวลานี้สำนักเจ็ดแก่นแท้ได้รับศิษย์ใหม่เข้ามา หากไม่มีอะไรผิด
พลายในอนาคตของพวกเขาก็จะได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในกองทัพ
หรือไม่ก็ผู้มีชื่อเสียงของอาณาจักรลิขิตฟ้า
ไม่ว่าหลังจบไปแล้วพวกเขาจะเลือกเป็นอะไร แต่เส้นทางเหล่านั้นก็
เต็มไปด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรี อำนาจ และเงินทองอย่างแน่นอน
ตามกฎของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ศิษย์ที่เข้ามาใหม่จะต้องไปเข้าร่วมการ
จัดอันดับที่รูปแบบค่ายกลหมื่นสังหาร การจัดอันดับเหล่านี้จะเป็น
ตัวกระตุ้นให้พวกเขาตั้งใจฝึกฝนการต่อสู้
ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงแท่นหินจัดอันดับ พวกเขาเห็นวิหารแห่งหนึ่ง
มีคนรวมตัวกันอยู่มากมาย
“นั่นคืออะไร?” ศิษย์หญิงอายุ 16 ปีกล่าวถามขณะที่ชี้ไปที่หินที่ส่อง
ประกายงดงามที่วางอยู่บนวิหาร แววตาของนางเป็นประกาย “มันคือ
ผลึกอย่างนั้นหรือ?”
“ผลึกหรือ? เจ้าโง่เง่าสิ้นดี นั่นคือหินลมปราณแท้ แต่ละก้อนมีค่า
1000 เหรียญทอง” ศิษย์คนหนึ่งกล่าว เขามาจากตระกูลขนาดใหญ่ เป็น
ธรรมดาที่เขาจะรู้จักหินลมปราณแท้
“1,000 เหรียญทอง… มันแพงขนาดนั้นเลยหรือ!?” หญิงสาวตก
ตะลึง ครอบครัวของนางมีรายได้แค่ไม่กี่สิบเหรียญทองต่อปีเท่านั้น
1,000 เหรียญทองจึงเป็นเงินจำนวนมากสำหรับนาง
“อืม… ข้าอยากรู้ว่ารูปแบบค่ายกลอันใดที่ต้องใช้หินลมปราณแท้
มากมายขนาดนั้น…” ศิษย์คนหนึ่งกล่าว
“รูปแบบค่ายกลสื่อสาร” อาจารย์ผู้สอนกล่าว “นี่เป็นรูปแบบค่ายกล
สื่อสารจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ที่แห่งนั้นห่างจากที่นี่หลายแสนลี้ และต้อง
ใช้หินลมปราณแท้ ในการสื่อสาร 36 ก้อน”
“อะไรกัน!? ใช้หินลมปราณแท้ มากมายขนาดนั้นเพื่อรับส่งข้อความ
เนี่ยนะ?” แม้แต่ศิษย์ที่มาจากตระกูลใหญ่ๆก็ยังตกใจ ข้อความเหล่านั้นมี
ค่าพอให้แลกด้วยเงินเกือบ 40,000 เหรียญทองเลยหรือ?
ข่าวที่ส่งมาคืออะไรกันแน่?! เป็นข่าวที่มีเพียงจักรพรรดิที่ได้รู้หรือ?