Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 246 ความหวัง
“ท่านอาจารย์ ต้องใช้หินลมปราณแท้ถึง 36 ก้อน มันเป็นข่าวที่
สำคัญขนาดไหนกัน หรือว่ามันเป็นข่าวเกี่ยวกับสงครามของอาณาจักร?”
อาจารย์ผู้สอนหัวเราะและกล่าว “ข่าวเกี่ยวกับสงครามจะไม่ถูกส่งมา
ทางนี้แน่”
“แล้วข่าวที่ถูกส่งมาคือข่าวเกี่ยวกับสิ่งใดหรือ?” ศิษย์คนหนึ่งกล่าว
ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่ง
“คงจะเป็นข่าวเกี่ยวกับชัยชนะที่ได้รับในการประลองชุมนุมร่วม
สำนัก” อาจารย์ผู้นั้นกล่าว
“หืม… การประลองชุมนุมร่วมสำนักรึ?” เป็นธรรมดาที่เหล่าศิษย์
ใหม่จะไม่รู้จัก
“หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้จัดการประลองที่มีผู้เข้าแข่งขันจากทั้ง 36
อาณาจักร อาณาจักรลิขิตฟ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น เหล่าอัจฉริยะของแต่ละ
อาณาจักรจะไปประลองกันที่นั่น” แม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องที่ศิษย์ใหม่ต้องรู้
แต่เขาก็ยังอธิบายให้ฟัง
“โอ้? การประลองของเหล่าอัจฉริยะจาก 36 อาณาจักรอย่างนั้น
หรือ?” เด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าว เขาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการจัดอันดับ
ของเหล่าศิษย์ใหม่ เขาชื่อฮัวหยู่ อายุ 15 ปีและมาจากตระกูลใหญ่ เขามี
การบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปร เมื่อเขาได้ยินเรื่องการประลองชุมนุม
ร่วมสำนัก เขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขากล่าว “ท่านอาจารย์ เมื่อไหร่
ข้าจะได้เข้าร่วมการชุมนุมนั่น?”
อาจารย์ชะงักเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขากล่าว
ต่อว่า “เจ้าคงจะไม่มีโอกาส… ”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?” เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ ฮัวหยู่ก็รู้สึก
ผิดหวังเป็นอย่างมาก
อาจารย์คนนั้นถอนหายใจออกมา เด็กคนนั้นมีพรสวรรค์ระดับ 4
เท่านั้น หากเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนหลินหมิงกับหลิงเซ็น ก็ย่อมไม่มี
โอกาสที่จะได้เข้าร่วมการประลองชุมนุมร่วมสำนักแน่นอน
เขาไม่อยากทำลายความหวังของเด็กหนุ่ม เขาจึงเลือกใช้วิธีการพูด
อ้อมๆ “เจ้าเห็นชายที่แต่งตัวดูดีมีฐานะที่อยู่ในวิหารนั่นหรือไม่?”
“อืม ข้าเห็น” ฮัวหยู่กล่าวและมองไปที่ชายคนนั้น
“เขาคือองค์รัชทายาท เขามาที่นี่เมื่อฟังข่าวการประลองชุมนุมร่วม
สำนัก เจ้าเข้าใจหรือไม่ข้าต้องการจะสื่ออะไร?”
“อะไรนะ? องค์รัชทายาท!? ”
“องค์รัชทายาท เขาคือผู้ที่จะกลายเป็นจักรพรรดิอนาคต!”
การที่องค์รัชทายาทเดินทางมาที่นี่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ
ข่าวการประลองชุมนุมร่วมสำนักได้อย่างชัดเจน
อาจารย์คนนั้นถอนหายใจออกมา “ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือไม่? การ
ประลองชุมนุมร่วมสำนักสำคัญและยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการ มี
เพียงแค่อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมการประลองชุมนุม
ร่วมสำนัก ที่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เจ้าไม่มีโอกาสที่จะได้ไปที่นั่น มีเพียงแค่
ศิษย์หลักที่มีพรสวรรค์ระดับ 5 ช่วงกลางขึ้นไปเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ไป”
“พรสวรรค์ระดับ 5 ช่วงกลาง?!” ฮัวหยู่ตกใจเป็นอย่างมาก เขามี
พรสวรรค์ระดับ 4 เท่านั้น สำหรับผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 5 ก็ไม่ได้ต่างอะไร
กับการเป็นบุตรแห่งพระเจ้าในสายตาของเขาเลย
“ในเมื่อการประลองชุมนุมร่วมสำนักมีความสำคัญขนาดนี้ เหตุใด
กลับไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย?” ฮัวหยู่กล่าวถามด้วยความสงสัย
อาจารย์กล่าวอธิบาย “ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ทุกๆ 3 ปี สำนักเจ็ด
แก่นแท้ของเราจะส่งศิษย์ 5 คนไปเข้าร่วมการประลองชุมนุมร่วมสำนัก
และส่วนมากศิษย์ทั้ง 5 คนเหล่านี้ก็จะเป็นศิษย์จาก 4 ตระกูลนักสู้ ทำให้
ศิษย์คนอื่นๆไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าร่วม”
“เมื่อหลายสิบปีก่อน มีศิษย์จาก 4 ตระกูลนักสู้นามมู่หยิน สามารถ
ไปถึง 100 อันดับแรกได้สำเร็จ นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดสำหรับสำนักเจ็ด
แก่นแท้ของเรา”
สำหรับเหล่านักสู้ หากเขาจะมีสกุลจากพ่อแม่ของเขา และหากเป็น
ลูกสาวเมื่อแต่งงานแล้วก็จะต้องใช้ชื่อสกุลของตระกูลสามี
“ภาคภูมิใจที่ได้เป็น 100 อันดับแรก? การจะได้เป็น 100 อันดับแรก
ยากลำบากถึงเพียงนั้นเลยหรือ? มีผู้เข้าร่วมการประลองชุมนุมร่วมสำนัก
มากมายเพียงใดกัน”
“ที่ยากไม่ใช่เพราะเรื่องจำนวนผู้เข้าแข่งขัน แต่เป็นเรื่องความ
แข็งแกร่งต่างหาก พวกเรากับคนเหล่านั้นมีความแข็งแกร่งห่างกันมาก
เกินไป สำหรับศิษย์จากำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เมื่อพวกเขามีอายุ 15 ปี
เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นกล้ามเนื้อผันแปรขั้น
กล้ามเนื้อผันแปร”
“โอ้…” ฮัวหยู่ตกตะลึง เขาอายุ 15 ปี แต่ยังมีการบ่มเพาะขั้น
กล้ามเนื้อผันแปร! สำหรับคนในอาณาจักรแห่งนี้แล้ว นี่เป็นความเร็วใน
การฝึกฝนที่สูงพอที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นหัวหน้าตระกูลในอนาคต
แต่สำหรับศิษย์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้… อายุ 15 ปีมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุด
ของขั้นกล้ามเนื้อผันแปร เป็นแค่เรื่องธรรมดา
อาจารย์ถอนหายใจและกล่าว “จะพูดก็น่าอับอาย ครั้งสุดท้ายที่ศิษย์
จากอาณาจักรของเราได้ 100 อันดับแรกในการประลองชุมนุมร่วมสำนัก
คือเมื่อ 50-60 ปีก่อน เพียงแค่จะผ่านด่านทสอบหุบเขาเพื่อเข้าร่วมการ
ต่อสู้จัดอันดับก็เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับพวกเราแล้ว นี่เป็นเหตุผลที่
พวกเราไม่ค่อยพูดถึงการประลองชุมนุมร่วมสำนัก”
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน เหล่าศิษย์ก็ได้เห็นชื่อของศิษย์พี่ที่อยู่บน
แท่นหิน
พวกเขาต่างมองไปที่ชื่อของศิษย์อันดับหนึ่งที่บรรทัดบนสุด ศิษย์
อันดับหนึ่งคือนักสู้ที่มีชื่อว่า หลินหมิง
รองลงมาก็เป็นหลิงเซ็นกับทาคุ แต่อีกครึ่งเดือนชื่อของพวกเขาทั้ง
สามก็จะหายไปจากแท่นหินแท่นนี้ เพราะกว่าหลิงเซ็นกับทาคุได้จบไป
แล้ว ส่วนหลินหมิง เขาได้เป็นศิษย์หลักเช่นเดียวกับฉินซิงเซวียน ชื่อของ
เขาก็จะไม่อยู่บนแท่นหินแท่นนี้อีกต่อไป
เมื่อคิดเช่นนั้นนี้ อาจารย์คนนั้นก็มีสีหน้าเศร้าหมอง หลินหมิงเคย
เป็นศิษย์ของเขา แม้ว่าเขาจะได้สอนหลินหมิงเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่หลินห
มิงก็เป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมและจะเป็นศิษย์ที่อยู่ในความทรงจำของอาจารย์
อย่างเขาตลอดไป
“หลินหมิง! ศิษย์อันดับหนึ่งคือหลินหมิง!
“สุดยอดเลย! ข้านับถือเขาเป็นต้นแบบมาตั้งแต่ตอนแรกแล้ว!”
“ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่หลินหมิงเข้าร่วมการประลองชุมนุมร่วมสำนัก
ครั้งนี้ด้วยหรือไม่?”
ในเวลานี้ชื่อของหลินหมิงเป็นที่รู้จักไปทั่วอาณาจักร เขาเป็นแรง
บันดาลใจและต้นแบบของนักสู้รุ่นเยาว์มากมาย
“เขาได้เข้าร่วมด้วย! เขาเป็นศิษย์ 1 ใน 5 คนที่ได้เข้าร่วมการ
ประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้!” หงซีกล่าว แววตาของเขาเปล่ง
ประกายและเต็มไปด้วยความหวัง
“แล้วศิษย์พี่หลินหมิงจะเป็น 100 อันดับแรกได้หรือไม่?” ศิษย์หญิง
คนหนึ่งกล่าวถาม
“แน่นอน เขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน! ไม่ใช่แค่ 100 อันดับแรก
แต่จะเป็น 50 อันดับแรก หรืออาจจะถึง 30 อันดับแรก!” หงซีกล่าวพร้อม
กับกำมือแน่นด้วยความหวัง เขาได้ถ่ายทอดความรู้และทักษะ
ประสบการณ์ทั้งหมดของเขาให้กับหลินหมิง หลินหมิงคือความหวังอัน
ยิ่งใหญ่ของเขา
หงซีมองไปทางหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ในทิศทางนี้ ข้ามหุบเขา ข้าม
ทะเล ข้ามป่าไปหลายแสนลี้ หลินหมิงและศิษย์คนอื่นๆคือความหวังอัน
ยิ่งใหญ่ของชาวอาณาจักรลิขิตฟ้า……
…………………………………… ..
สำหรับผู้เข้าแข่งขันในการประลองชุมนุมร่วมสำนัก การจะผ่านไป
รอบต่อไปไม่จำเป็นต้องชนะให้ได้ทุกครั้ง เพียงแค่เป็น 10 อันดับแรกใน
เขตของตัวเองก็เพียงพอแล้ว
ในตอนนี้ได้มาถึงมื้อกลางวันของพวกเขา
หลินหมิง ประลองทั้งหมด 5 รอบ ชนะ 5 รอบ
หลิงเซ็น ประลองทั้งหมด 5 รอบ ชนะ 5 รอบ
สำหรับฉินซิงเซวียน นางโชคไม่ค่อยดี นางพ่ายแพ้ไปแล้วถึง 3 ครั้ง
นางมีโอกาสที่จะตกรอบสูง
สาเหตุที่นางพ่ายแพ้เป็นเพราะนางยังอายุน้อยอยู่ นี่ทำให้นาง
ผิดหวังเล็กน้อย ในการประลองชุมนุมร่วมสำนักรอบนี้อาจจะยังไม่ใช่
เวลาของนาง แต่ในการประลองชุมนุมร่วมสำนักครั้งต่อไปในอีก 3 ปี
ข้างหน้า ที่แห่งนี้จะเป็นเวทีที่นางจะแสดงความสามารถอันสูงส่งของนาง
ให้ได้อย่างเต็มที่
จากการแข่งขัน 5 รอบที่ผ่านมา ทำให้หลินหมิงมีชื่อเสียงเป็นอย่าง
มาก สำหรับหลิงเซ็น เขามีมีชื่อเสียงเช่นกัน แต่หากเทียบกับหลินหมิง
แล้วก็ไม่มากนัก
มีใครหลายคนอยากหาผลกำไรจากสถานการณ์นี้ เริ่มมีการเปิดโต๊ะ
พนันขึ้น
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เพราะคนส่วน
ใหญ่ที่เล่นก็มักจะเป็นคนจากตระกูลชั้นสูงทั้งสิ้น พวกเขามีฐานะและมี
อำนาจ นี่เป็นเรื่องสนุกสำหรับพวกเขา
ช่วงเวลากลางวัน ฉินซิงเซวียนยิ้มให้หลินหมิงและกล่าวถาม “หลินห
มิง เจ้าได้รับเลือกให้เป็นผู้มีโอกาสชนะในโต๊ะพนัน อัตราการเดิมพันของ
เจ้าสูงมากทีเดียว”
“โอ้? หากข้าชนะพวกที่พนันข้าไว้ได้กี่เท่าล่ะ? “หลินหมิงกล่าวถาม
ถ้าอัตราต่อรองของเขาสูงจนน่าสนใจ เขาจะเดิมพันว่าตัวเองจะเป็นผู้
ชนะเลิศ
“อืม… เจ้า…” ฉินซิงเซวียนตกใจอย่างมาก นางไม่คิดว่าคำถามที่
หลินหมิงจะถามคืออัตราต่อรองของตัวเอง หลินหมิงมองโลกในแง่ดี
เกินไปหรือไม่ เขาคิดว่ามีโอกาสที่จะได้เป็นผู้ชนะเลิศในการประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักครั้งนี้หรืออย่างไร?