Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 247 ก้าวเข้าสู่ 100 อันดับแรก!
เป็นเรื่องจริงที่ว่าหลินหมิงนั้นแข็งแกร่ง แต่เหล่าศิษย์สายตรงจาก
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาทุกคนมีการบ่มเพาะที่
จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของพวกศิษย์
สายตรงก็สูงกว่าระดับการบ่มเพาะของตนเองกันทั้งสิ้น ความแข็งแกร่ง
ของพวกเขาเทียบได้กับความแข็งแกร่งของนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง
แม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งเพียงไร แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ
เอาชนะนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าเกือบ 2 ช่วง
ฉินซิงเซวียนกล่าว “มีผู้ได้รับเลือกในโต๊ะพนันทั้งหมด 20 คน พวก
เขาส่วนใหญ่เป็นศิษย์หลักจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เจียงหลานเจี้ยนก็เป็น
คนหนึ่งในขั้น อัตราต่อรองของเขาคือ 1:20 และยังมีนักสู้จาก 16 ตระกูล
นักสู้คนหนึ่งที่ชื่อ ฉางเอี่ยนจ้าว เขามีอัตราต่อรอง 1:35
ฉางเอี่ยนจ้าว?
หลินหมิงรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้ เขาจำได้ว่าลูกน้องของโอวหยางจื่ออวิ๋นพูด
ถึงฉางเอี่ยนจ้าวในภัตตราคารบุบผาสะพรั่งว่า ฉางเอี่ยนจ้าวมาจาก
ตระกูลฉาง เขาไปถึง 20 อันดับแรกในการประลองชุมนุมร่วมสำนักเมื่อ
3 ปีก่อน 3 ปีที่ผ่านมาเขาก็บ่มเพาะอย่างหนักเพื่อการประลองชุมนุมร่วม
สำนักในครั้งนี้
“อืม… เจ้าบอกว่าข้าเป็นหนึ่งในผู้ที่ที่มีโอกาสในโต๊ะเดิมพันใช่
หรือไม่?” หลินหมิงกล่าวถาม
“ใช่… เพียงแค่เจ้าได้เป็นอันดับหนึ่งของนักสู้จากทั้ง 36 อาณาจักร ก็
เพียงพอที่จะชนะการเดิมพันแล้ว มีผู้เข้าประลอง 7 คน อัตราต่อรองคือ
1: 6 ”
“1: 6? ข้าไม่ได้อยู่อันดับต้นๆของผู้มีโอกาสชนะใช่หรือไม่?”
“ใช่ ผู้ที่อยู่ดับดับต้นๆคือของ 36 อาณาจักรคือ นักสู้หญิงสองพี่น้อง
จากอาณาจักรจิงฉาน พวกเขาทั้งสองคนมีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจร
ช่วงกลาง และใกล้จะเข้าสู่ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายแล้ว พวกเขาทั้งคู่มี
อัตราต่อรอง 1: 2 ”
“อาณาจักรจิงฉาน….” อาณาจักรนี้อยู่ห่างไกลเป็นอย่างมาก หลินห
มิงไม่เคยเห็นอาณาจักรนี้มาก่อน อาณาจักรจิงฉานมีขนาดเล็กและมี
ประชากรน้อยกว่าอาณาจักรฮั่วหลัว แต่ในเรื่องอำนาจและความ
แข็งแกร่ง พวกเขายิ่งใหญ่กว่าอาณาจักรฮั่วหลัวเสียอีก
หลินหมิงยิ้มให้ฉินซิงเซวียนและกล่าว “ซิงเซวียน หากเจ้าอยากชนะ
การเดิมพัน เจ้าก็สามารถเดิมพันข้างข้าได้”
“ฮ่าฮ่า… ข้าใช้หินปราณแท้ของข้าเดิมพันเจ้าไปแล้ว…” ฉินซิงเซวีย
นกล่าว นางคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าหลินหมิงจะต้องพูดแบบนี้ แม้ว่า
หลินหมิงจะไม่สามารถเป็นอันดับหนึ่งในการประลองชุมนุมร่วมสำนักได้
แต่เขาก็คงจะเอาชนะสองพี่น้องจากอาณาจักรจิงฉานและเป็นอันดับหนึ่ง
ของนักสู้ทั้ง 36 อาณาจักรได้ไม่ยาก จนถึงตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องใช้
อาวุธเลยด้วยซ้ำ
………………
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ การประลองในช่วงบ่ายก็
เริ่มขึ้น ตารางการประลองจะพยายามจัดให้นักสู้ที่มาจากอาณาจักร
เดียวกันไม่ต้องสู้กัน
ในบรรดานักสู้ทั้ง 21 คนในแต่ละกลุ่ม พวกเขาจะต้องต่อสู้ทั้งหมด
15 รอบ
ในการต่อสู้รอบที่ 7 ของหลินหมิง คู่ต่อสู้ของเขาคือ นักสู้ขั้นผสาน
ชีพจรช่วงกลาง ศิษย์แผนกกลั่นสกัดจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ซุนตง
ซุนตงมีผลงานที่ดีมากในแผนกกลั่นสกัดของเขา และเขายังมี
ความสามารถในการป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณอีกด้วย
ซุนตงเดินขึ้นไปบนลานประลองด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ เขามา
พร้อมกับเตาขนาด 3 ก้าว
“เจ้าแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ ถึงแม้แผนกกลั่น
สกัดจะมีความสามารถในการต่อสู้ด้อยกว่าแผนกอื่น แต่พลังจิตวิญญาณ
ของพวกเขาก็แข็งแกร่งกว่าแผนกอื่น การโจมตีด้วยพลังวิญญาณของเจ้า
ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!”
นักกลั่นสกัดกับนักจารึกมีส่วนที่คล้ายๆกันอยู่ พวกเขาจะเน้นบ่ม
เพาะพลังจิตวิญญาณให้แข็งแกร่งไปพร้อมกับการบ่มเพาะการต่อสู้ ซุนตง
เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านพลังจิตวิญญาณระดับ 5 ช่วงกลาง เขาบ่มเพาะ
พลังจิตวิญญาณของเขามาตลอด พลังจิตวิญญาณของเขาล้ำลึก
“ฮ่าฮ่า แม้ว่าซุนตงจะไม่ได้แข็งแกร่งมากในด้านการต่อสู้ แต่เขาก็
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังจิตวิญญาณ หลินหมิงคงไม่สามารถใช้พลังจิต
วิญญาณเอาชนะเขาได้ ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าหลินหมิงจะต่อสู้อย่างไร?”
“ข้าว่าถึงเวลาที่หลินหมิงจะต้องพ่ายแพ้เสียแล้ว การชนะอย่าง
ต่อเนื่องของเขาจะสิ้นสุดลงในรอบนี้”
หลินหมิงเอาชนะศิษย์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้มาหลายคนแล้ว เหล่า
ผู้ชมที่เป็นศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้จึงอยากให้เขาพ่ายแพ้ไปเสียที
พวกเขาไม่ค่อยชอบหลินหมิงซักเท่าไร
“ข้าจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแผนกกลั่นสกัด! เตา
จักรวาลสามขา!”
ซุนตงตะโกนออกมา เตาสีดำที่เขานำมาด้วยเริ่มหมุนอย่างรุนแรง
ขนาดของมันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น
เมื่อปราณแท้ถูกส่งไปที่เตา มันก็แผ่พลังออกมา พลังของเตารางกับ
จะทำให้ภูเขาถล่มลงมาได้
หลินหมิงไม่สนใจสิ่งที่ซุนตงกำลังทำอยู่ เขากระพริบตาเล็กน้อย
ดวงตาของเขากลายเป็นวังวนดีดำ เขาใช้เจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’
ในการโจมตี
ปัง!
ใบหน้าของซุนตงซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เตาขนาดใหญ่ของเขาหยุด
หมุนเนื่องจากการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณของหลินหมิง
“บ้าจริง พลังจิตวิญญาณของข้าแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เขาใช้พลังจิต
วิญญาณโจมตีข้าได้อย่างไร?” ซุนตงกล่าว
“เตาทำลายหมื่นปฐพี!” ซุนตงสะบัดมือ เตาสีดำขนาดใหญ่เริ่มหมุน
อย่างรุนแรงอีกครั้ง
ทันใดนั้นหลินหมิงก็กระพริบตาเล็กน้อย ร่างของซุนตงสั่นไหวอย่าง
รุนแรง จากนั้นเขาก็หมดสติไป ร่างของเขาทรุดลงไปกองอยู่บนพื้น
“หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ!”
หลังจากการประกาศของผู้ตัดสิน เหล่าผู้ชมก็ได้แต่ตกตะลึง แม้แต่
ซุนตงจากแผนกกลั่นสกัดที่เชี่ยวชาญด้านพลังจิตวิญญาณก็ยังไม่สามารถ
ป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงได้
ความพ่ายแพ้ของหวังมู่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่บ้าง แต่มันก็ยังพอมี
เหตุผลที่ทำให้ยอมรับได้ สาเหตุที่หลินหมิงสามารถเอาชนะหวังมู่ได้
เพราะเขามีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่า สำหรับบางคน แต่นี่เป็นผลที่
ยอมรับได้ แต่ซุนตงเป็นศิษย์แผนกกลั่นสกัดที่เชี่ยญด้านการใช้พลังจิต
วิญญาณ เขาจะพ่ายแพ้หลินหมิงเช่นเดียวกับหวังมู่ได้อย่างไร?
หลินหมิงผู้นี้เป็นใครกันแน่?
เหล่าศิษย์จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่ชมการต่อสู้ของหลินหมิงต่างก็
เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลินหมิงสามารถใช้พลังจิตวิญญาณเอาชนะคู่
ต่อสู้ได้โดยไม่คำนึงถึงระดับการบ่มเพาะหรือความแข็งแกร่งของพลังจิต
วิญญาณอย่างนั้นหรือ? แล้วใครกันล่ะที่จะเอาชนะเขาได้?
ในความเป็นจริง การโจมตีด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’ ของ
หลินหมิง ไม่ใช่แค่การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณธรรมดาเท่านั้น
เจตจำนงแห่งการต่อสู้สังสารวัฏเกิดจากหัวใจที่เข้มแข็ง หากผู้ที่ถูก
มันโจมตีไม่ได้มีหัวใจที่เข้มแข็งด้วยละก็ พวกเขาจะถูกกลืนกินโดย
เจตจำนงแห่งนักสู้ ‘วัฏสงสาร’
แม้ว่านักสู้จะมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
พวกเขาจะมีหัวใจที่เข้มแข็งและมั่นคง
ดังนั้นการที่มีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวจึงไม่
สามารถป้องกันการโจมตีด้วยเจตจำนงแห่งการต่อสู้สังสารวัฏได้
ผู้ที่มีหัวใจไม่เข้มแข็งพอ เมื่อถูกโจมตีด้วยเจตจำนงแห่งนักสู้
‘วัฏสงสาร’ พวกเขาก็จะพบกับโลกคู่ขนาดของตนเอง สิ่งเหล่านั้นจะทำ
ให้พวกเขาถูกครอบงำและเสียความเป็นตัวตนของตนเองไป และทำให้
หมดสติ
ในเวลานี้มู่ฉิงหงเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณ
ของหลินหมิงไม่ใช่การโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณธรรมดาๆ แต่นางก็ไม่รู้
ว่าการโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงพิเศษอย่างไร การจะรู้ได้
นางต้องถูกหลินหมิงโจมตีด้วยวิธีนั้นเสียก่อน
“เด็กคนนั้นน่าสนใจมาก มู่เชียนหยี่ไม่ได้กล่าวเกินจริง”
มู่ฉิงหงยิ้มออกมา นางดีใจที่การมาชมการประลองครั้งนี้ไม่ได้สูญ
เปล่า
การต่อสู้ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ ส่วนใหญ่ผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะสูง
กว่ามักจะเป็นฝ่ายชนะ
ในที่สุดการประลองระหว่างหลิงเซ็นกับไป๋ถิงฮัวก็มาถึง เหล่าผู้ชมให้
สนใจการต่อสู้ของพวกเขาเป็นอย่างมาก
หลิงเซ็น อายุ 21 ปี การบ่มเพาะขั้นดัดกระดูกช่วงต้น
ไป๋ถิงฮัว อายุ 19 ปี การบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย
เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น หลิงเซ็นก็ใช้มิติอาชูร่าในทันที เขารู้ดีกว่า
ไป๋ถิงฮัวเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยต่อสู้ด้วยในการประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักครั้งนี้
วูป!
ไป๋ถิงฮัวรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย วิสัยทัดศน์ของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป ใน
วินาทีต่อมาเขาก็มาอยู่ในขุมนรกที่เต็มไปด้วยโลหิต มีป้ายหลุมศพและ
ปีศาจอาชูร่ามากมายนับไม่ถ้วน
ไป๋ถิงฮัวยิ้มอย่างชั่วร้าย
“ภาพมายาหรือ? ข้ามาจากแผนกภาพมายา!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขาเปลวไฟอันร้อนระอุก็ปะทุขึ้นมาเต็มไปหมด
มันแผดเผาแท่นหินป้ายหลุมศพ และปีศาจเหล่านั้นจนกลายเป็นขี้เถ้า
เปลวไฟที่ปะทุขึ้นมานี้เป็นภาพลวงตาของไป๋ถิงฮัว!
เปล้ง!
มิติอาชูร่าถูกทำลาย ใบหน้าของหลิงเซ็นซีดขาวราวกับสีของกระดูก
ไป๋ถิงฮัวยิ้มขณะที่มองหลิงเซ็นและกล่าว “เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า”
“ฝ่ามือพันกรแห่งแสงสัจธรรม!”
ไป๋ถิงฮัวผลักฝ่ามือออกไปกลางอากาศ ทันใดนั้นก็เกิดภาพมายาฝ่า
มือของเขาขึ้นเต็มไปทั่วท้องฟ้า
หลิงเซ็นคำรามและดึงกระบี่ของเขาออกมา เขาโคจรปราณแท้จนถึง
ขีดสุด และฟันออกไปด้วยคลื่นพลังกระบี่อย่างรุนแรง
เปล้ง!
คลื่นพลังกระบี่ของเขาแตกสลายไป เขาทรุดลงไปบนพื้น และ
สูญเสียปราณแท้ไปเป็นจำนวนมาก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ไป๋ถิงฮัวเป็นฝ่ายชนะ!”
ผู้ตัดสินประกาศออกมา เขาไม่ได้แปลกใจอะไรซักเท่าไร หลิงเซ็นกับ
ไป๋ถิงฮัวมีระดับการบ่มเพาะตกต่างกันมากเกินไป หากหลินเซ็นเกิดชนะ
ขึ้นมาได้ละก็ คนทั้งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
หลิงเซ็นพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย เขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะทำให้ไป๋ถิง
ฮัวแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาด้วยซ้ำ
หลังจากการประลองระหว่างหลิงเซ็นกับไป๋ถิงฮัวจบลง ก็ไม่การ
ประลองอีกแค่ไม่กี่คู่ที่น่าสนใจ หลินหมิงก็ยังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ของ
เขาและผ่านไปรอบต่อไปได้อย่างไม่ลำบากมากนัก
ไป๋ถิงฮัวกับเจียงหลานเจี้ยนก็แข็งแกร่งและมีคะแนนสูงไม่แพ้กัน
ฉินซิงเซวียนพ่ายแพ้มากเกินไป นางไม่ได้เป็น 100 อันดับแรกในการ
ประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้แล้ว
หลิงเซ็นชนะ 12 แพ้ 3 เขาได้ผ่านไปการประลองต่อไป
นี่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่หลิงเซ็นผ่านไปรอบต่อไปได้ น่าเสียดายที่
ระดับการบ่มเพาะของเขาค่อนข้างต่ำ และเขาก็อายุมากแล้ว เขาพลาด
ช่วงเวลาที่บ่มเพาะได้เร็วที่สุดมาแล้ว ความเร็วในการบ่มเพาะเป็นจุดอ่อน
ของเขา
……………………………………………
“พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว รายงานผลการต่อสู้ที่หุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ควรจะมาถึงแล้ว”
ในอาณาจักรลิขิตฟ้า มีการเปิดใช้หอส่งสัญญาณสื่อสาร บนหอแห่ง
นั้นมีหินปราณแท้วางเอาไว้ 36 ก้อน
ในเวลานี้ทั้งเหล่าบุคคลสำคัญ เหล่าขุนนาง เหล่าผู้อาวุโส และผู้มี
ชื่อเสียงของอาณาจักรลิขิตฟ้าต่างก็มารวมตัวกันในที่แห่งนี้
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการต่อสู้รอบในปัจจุบัน พวกเขาจึงมาเพื่อรอ
ฟังผลของศิษย์ตนเองที่เข้าร่วมการประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้