Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 248 การแข่งขันรอบที่สอง
ลมหนาวพัดแรงทำให้หนาวสั่น องค์รัชทายาทหยางหลินสวมเสื้อ
คลุมหนาสีทองม่วงเอาไว้เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย เขานั่นอยู่บน
เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง ในความเป็นจริงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องมารอฟังข่าวที่นี่
เพราะเพื่อข่าวมาถึงที่นี่แล้ว มันก็จะถูกส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจอยู่ดี และใน
เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวที่ว่าก็จะถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์และเผยแพร่ไปทั่ว
อาณาจักร
เหตุผลที่หยางหลินมารอฟังข่าวถึงที่นี่ก็คือ เขาให้ความสำคัญกับการ
ต่อสู้ของหลินหมิงเป็นอย่างมาก หากไม่นับฉินจื่อหยาแล้ว ผลการต่อสู้
ของหลินหมิงก็ส่งผลต่อเขามากที่สุด
ตอนที่โอวหยางตี๋หัวตาย และหลินหมิงกลับมาที่อาณาจักร ทำให้
โอกาสที่เขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ด้านนอกหอสื่อสารแห่งนั้น ศิษย์ใหม่หลายคนก็ยืนรอฟังข่าวกันอยู่
หากนักสู้จากอาณาจักรลิขิตฟ้าทำผลงานได้ดี นอกจากตัวพวกเขาเองจะ
ได้รับรางวัลแล้ว หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็จะจัดสรรทรัพยากรมาให้ศิษย์คน
อื่นในสำนักมากขึ้นด้วยเช่นกัน
แม้ว่าหุบเขาเจ็ดแก่นแท้จะเหมือนแวมไพร์ดูดเลือดที่แย่งชิง
ทรัพยากรต่างๆไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไร้ความปราณี หาก
อาณาจักรใดมีคุณค่าพอที่พวกเขาจะมอบทรัพยากรให้ พวกขาก็จะแบ่ง
ทรัพยากรมาให้อย่างไม่ลังเล เช่นกระเทศฮั่วหลัว กับอาณาจักรจิงฉาน
และ 16 ตระกูลนักสู้ที่แข็งแกร่งอย่างตระกูลฉาง
หากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ หุบเขาเจ็ดแก่นแท้จะส่งทรัพยากรที่
รวบรวมมาให้กับผู้ที่แข็งแกร่งและคู่ควรที่จะได้รับมากที่สุด หาก
อาณาจักรที่อ่อนแอได้รับทรัพยากรที่มีค่าไป ทรัพยากรเหล่านั้นก็จะ
กลายเป็นสิ่งไร้ค่าและสูญเปล่า
พระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า อากาศหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้น
ค่ายกลสื่อก็เริ่มทำงาน หินปราณแท้ทั้ง 36 ก้อนค่อยๆเปล่งแสงออกมาที
ละก้อนๆ
หยางหลินลุกขึ้นและตั้งใจฟังเสียงที่จะดังออกมา
ค่ายกลสื่อสารแตกต่างกับยันต์สื่อสาร หากใช้ค่ายกลสื่อสารทุกๆคน
ที่อยู่บริเวณที่ใช้ค่ายกลสามารถได้ยินเสียงได้ ทันใดนั้นเสียงของฉินจื่อห
ยาก็ดังขึ้น
“ฉินซิงเซวียน ขาดชัยชนะไป 2 ครั้ง ทำให้ไม่สามารถผ่านไปรอบ
ต่อไปได้ ”
“หลิงเซ็น ชนะ 12 แพ้ 3 เขาเป็น 100 อันดับแรกในการประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักและได้ผ่านเข้ารอบต่อไป”
“หลินหมิง… เขาชนะทุกการต่อสู้อย่างสมบูรณ์ เขาได้เป็น 100
อันดับแรกและผ่านไปรอบต่อไปเช่นกัน”
แม้ว่าฉินจื่อหยาจะพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ แต่ขณะที่เขาพูด
ถึงผลการต่อสู้ของหลินหมิง น้ำเสียงของเขาก็สั่นเล็กน้อย
ชนะทุกการต่อสู้อย่างสมบูรณ์!
ไม่เคยมีนักสู้จากอาณาจักรลิขิตฟ้าคนใดสามารถทำได้เช่นนี้มาก่อน!
สำหรับทั้ง 36 อาณาจักร หากมีศิษย์ผ่านประตูหุบเขาไปได้ซัก 2 คน
ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว สำหรับอาณาจักรลิขิตฟ้า ตลอด 15 ปีมานี้
ยังไม่มีศิษย์คนได้ผ่านด่านทดสอบประตูหุบเขาได้เลย!
แต่ในการประลองชุมนุมร่วมสำนักปีนี้ กลับมีศิษย์ถึง 3 คนที่สามารถ
ผ่านประตูหุบเขาได้ และยังมีศิษย์ถึง 2 คนที่สามารถผ่านไปรอบที่สองได้
และยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ที่มีนามว่าหลินหมิงยังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้
ทุกคนในการแข่งขันรอบแรกได้ นี่เป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ!
ต่อให้เป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆอย่างอาณาจักรฮั่ว
หลัวก็ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้!
“ชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์?! หลินหมิงได้สร้างสถิติอันยิ่งใหญ่
และน่าภาคภูมิให้กับอาณาจักรของเรา!” ผู้อาวุโสซุนซีฟานกล่าว เขา
ภูมิใจในตัวหลินหมิงเป็นอย่างมาก เขารู้จักและเป็นมิตรกับหลินหมิง
ตั้งแต่ตอนที่หลินหมิงสอบเข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้ เขาคิดถูกแล้วที่ช่วยเหลือ
หลินหมิง นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขา
หยางหลินนั่งลงบนเก้าอี้ เขาสั่นเล็กน้อย ในเวลานี้เขารู้สึกตื่นเต้น
เป็นอย่างมาก
หยางหลินเป็นคนที่ดีใจมากที่สุดในที่แห่งนี้ เขาช่วยเหลือหลินหมิง
มาตลอด เขาชอบที่หลินหมิงเป็นคนซื่อสัตย์ หากไม่มีเรื่องไม่คาดฝันอะไร
เกิดขึ้น เขาจะต้องได้ครองบัลลังก์อย่างแน่นอน
หยางหลินรอวันนี้มานานแล้ว หลายๆคนอาจมองว่าเพียงแค่ได้เป็น
องค์รัชทายาทก็มีชีวิตที่สุขสบายแล้ว แต่ไม่มีใครเข้าใจเขาเลยว่าเขาต้อง
ทุกข์ทรมานขนาดไหน ชีวิตของแม่และน้องสาวถูกผูกมัดเอาไว้ หากเขา
ไม่ได้ครองบัลลังก์ ก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าพวกนางทั้งสองจะ
ปลอดภัย
เขาต้องจมอยู่กับความเป็นกังวลมาตลอด และในวันนี้เขามีโอกาสสูง
มาที่จะได้ครองบัลลังก์ และทำให้ครอบครัวของเขาปลอดภัย จะให้เขา
ไม่ตื่oเต้นและมีความสุขมากมายได้อย่างไรdyog]jk?
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เหล่าศิษย์ในสำนักก็โห่ร้องส่งเสียงออกมาด้วย
ความปิติ หลินหมิงเป็นต้นแบบที่พวกเขานับถือมาตลอด พวกเขาเคารพ
และชื่นชมหลินหมิงอย่างยิ่ง
เย้! เย้! เย้!
จากนั้นข่าวนี้ก็ถูกส่งผ่านยันต์สื่อสารไปบอกเหล่าบุคคลสำคัญใน
อาณาจักร ทุกคนในอาณาจักรเมื่อได้ทราบข่าวก็เต็มไปด้วยความสุข
ในค่ำคืนที่มืดมิด เปลวไฟจากยันต์สื่อสารเกิดขึ้นทั่วทั้งอาณาจักร
ข่าวของหลินหมิงกับหลิงเซ็นแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
หยางหลินหายใจเข้าลึกๆ และมองลงไปที่เมืองลิขิตฟ้า เปลวไฟที่
ปรากฏขึ้นจากการใช้ยันต์สื่อสารเกิดขึ้นเต็มไปหมด นี่เป็นภาพที่สวยงาม
เป็นอย่างยิ่ง
…………………………………………
วันถัดไป ณ สำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
การต่อสู้รอบที่สองถูกจัดขึ้นในเวทีประลองแห่งใหม่ แม้ว่าจะมีการ
ประลองน้อยคู่ลง แต่ความรุนแรงและความสนุกสนานก็เพิ่มมากขึ้น
หลินหมิงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 7 แต่ละกลุ่มมี 10 คน
ในกลุ่มที่ 7 ทั้ง 10 คนนี้มีศิษย์สายตรงจากแผนกค่ายกลเฟิงฉี่ อยู่
ด้วย
และไป๋ถิงฮัวจากแผนกภาพมายาก็อยู่กลุ่มนี้เช่นกัน
ในกลุ่ม 10 คนนี้ ทุกๆคนจะได้ต่อสู้ทั้งหมด 8 รอบ นักสู้แต่ละคน
จะต้องสู้กับคนอื่นๆอีก 8 คนที่อยู่ในกลุ่ม จะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่
พวกเขาไม่ต้องต่อสู้ด้วย การต่อสู้ระหว่างหลินหมิงกับไป๋ถิงฮัวคงจะ
เกิดขึ้นในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
ในการต่อสู้รอบที่สองนี้ 3 อันดับแรกจะได้เป็นนักสู้ชั้น 1 อันดับที่ 4-
6 จะได้เป็นนักสู้ชั้นสอง และอันกับที่ 7-10 จะเป็นนักสู้ชั้น 3
จะมีนักสู้ทั้งหมด 30 คนที่เป็นนักสู้ชั้น 1 แต่ไม่ได้หมายความว่าพวก
เขา 30 คนจะได้เป็น 30 อันดับแรกในการประลองชุมนุมร่วมสำนัก เมื่อ
ถึงการต่อสู้รอบต่อไปอันดับของทุกคนจะถูกตัดสินโดยคะแนน ผู้ที่ได้
คะแนนมากที่สุดจะได้เป็นอันดับ 1 ในการประลองชุมนุมร่วมสำนัก
สำหรับนักสู้ชั้นที่ 2 หากพวกเขาได้เป็น 10 อันดับแรกของชั้นที่สอง
จะสามารถท้าทายเพื่อแย่งอันดับของนักสู้อันดับที่ 21-30ได้
สำหรับนักสู้ชั้นที่ 3 ก็เป็นเช่นเดียวกับนักสู้ชั้นที่ 2 นักสู้อันดับต้นๆ
ของชั้นที่ 3 สามารถท้าทายแย่งอันดับของนักสู้ขั้นที่ 2 อันดับท้ายได้
หากต้องการจะเป็น 20 อันดับแรก อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องเป็นนักสู้
ชั้นที่ 1!
ในการต่อสู้รอบนี้ หากไม่ใช่พวกศิษย์สายตรง ก็คงไม่มีใครเก็บ
ความสามารถที่แท้จริงของตนเองเอาไว้อีกแล้ว มีเพียงแค่ 3 คนเท่านั้นที่
จะได้เป็นนักสู้ชั้น1 แน่นอนว่าในกลุ่ม 7 ศิษย์สายตรงคนนั้นจะต้องได้เป็น
นักสู้ชั้น 1 อย่างแน่นอน เหลือที่ว่างสำหรับนักสู้ชั้นที่ 1 อีกแค่ 2 ที่
เท่านั้น
นักสู้อีก 9 คนจะต้องแย่งชิง 2 ตำแหน่งนักสู้ชั้น 1 ที่เหลือ การต่อสู้
ในรอบนี้จะต้องรุนแรงมาอย่างแน่นอน
“คู่แรก! จิงฉานหยู่ ปะทะ จื่อหลิง!”
ทันทีที่ผู้ตัดสินประกาศ หญิงสาวคนหนึ่งก็ใช้ทักษะการเคลื่อนไหว
ทะยานขึ้นไปบนเวทีประลอง ชุดของนางโลกสะบัดไปตามสายลม นางดู
งดงามราวกับเทพธิดา แม้ว่านางจะมีผ้าม่านปิดบังใบหน้าเขานางเอาไว้
อยู่ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นใบหน้าอันงดงามของนางได้ลางๆ
ฉินซิงเซวียนตกตะลึงเล็กน้อย นาง[vdกับหลินหมิง “นางคือ จิงฉาน
ยู่ จากอาณาจักรจิงฉาน นางคือหนึ่งในสองพี่น้องฝาแฝดหญิงจาก
อาณาจักรจิงฉาน พวกเขาทั้งสองมีชื่อเสียงมากกว่าเจ้าในตอนนี้”
อาณาจักรจิงฉานเป็นอาณาจักรที่ลึกลับมาก ไม่ผิดที่จะกล่าวว่า
อาณาจักรจิงฉานเป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดจาก 36 อาณาจักร
ประชากรทั้งหมดของอาณาจักรจิงฉานนับถือเทพธิดาจิงฉาน พวกเขาให้
เทพธิดาอยู่เหนือจักรพรรดิ
หลินหมิงเดาว่า “เทพธิดา” ที่พวกเขานับถือคงจะเป็นตำนาน
เช่นเดียวกับเผ่าหนอนไฟที่นับถือหมอผี เทพธิดาคงจะทิ้งพลังบางอย่าง
เอาไว้ให้อาณาจักรของนาง นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้อาณาจักรจิงฉาน
แข็งแกร่ง
อัตราต่อรองของสองพี่น้องฝาแฝดจิงฉานในการเป็นอันดับ 1 ของ
36 อาณาจักรคือ 1: 2 สำหรับหลินหมิงอัตราต่อรองคือ 1: 6 หลังจากที่
เขาสามารถเอาชนะซุนตงจากฝ่ายจากฝ่ายกลั่นได้ อัตราต่อรองของเขาก็
ลดลงเหลือแค่ 1: 3 แต่เขาก็ยังไม่โดดเด่นเท่าสองพี่น้องจิงฉานอยู่ดี
เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงอยากเห็นความสามารถของฝาแฝดหญิงทั้งสอง
คน พวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด?
เมื่อเห็นจิงฉานหยู่ทะยานขึ้นไปกลางเวทีประลอง เหล่าชายหนุ่มก็
มองไปที่นางตาไม่กระพริบ
“ข้าได้ยินมาว่านางอายุ 18 ปี ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าในการประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักครั้งแรกนางได้อันดับที่เท่าไร?!”
“คู่ต่อสู้ของนางยังไม่มาอีกหรือ…” เหล่าผู้ชมเริ่มบ่น เพราะคู่ต่อสู้ของ
จิงฉานหยู่ยังไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที
ทันใดนั้นผู้ตัดสินก็ตะโกนออกมา “เริ่มการประลองได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ตัดสิน เหล่าผู้ชมก็เต็มไปด้วยความสับสน ใน
เวลานี้บนเวทีประลองมีแค่จิงฉานหยู่ คนเดียวเท่านั้น คู่ต่อสู้ของนางอยู่ที่
ใด?
“ทำไมถึงมีจิงฉานหยู่ที่อยู่บนเวทีประลอง?” ฉินซิงเซียนกล่าวถาม
นางสับสนเป็นอย่างมาก
หลินหมิงยิ้มและกล่าว “จื่อหลิงอยู่บนเวทีประลองแล้ว นางกำลังอำ
พลางตัวด้วยโล่ที่ถูกบิดเบือนและไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายๆ”
“ว่าอย่างใดนะ? มันเป็นไปได้อย่างไร?!” เมื่อได้ยินคำพูดของหลินห
มิง ฉินซิงเซวียนก็ตกใจเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้นก็ในขณะนี้เสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา “จื่อหลิง
เป็นศิษย์อัจฉริยะจากแผนกภาพมายา นางสามารถใช้แสงลวงตาได้ ใน
การประลองชุมนุมร่วมสำนักครั้งที่แล้วนางได้อันดับที่ 56 ในการประลอง
ชุมนุมร่วมสำนักครั้งนี้นางคงจะได้เป็น 30 อันดับแรกขึ้นไปก็เป็นได้”