Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 25 สันติภาพของโลกคือหน้าที่ของข้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 25 สันติภาพของโลกคือหน้าที่ของข้า
หลังจากที่หลินเสี่ยวตงมาถึงหอร้อยสมบัติแล้วเขากล่าว”พี่หลิน พี่
ต้องการมาหาซื้อสิ่งใดกัน? พี่ขายจารึกที่เหลือออกหมดแล้วรึ? ”
หลินหมิงยิ้มและพูดว่า “ข้าได้โชคดีและได้ขายพวกมันออกไป
ทั้งหมด”
“ไม่น่าเชื่อ!” หลินเสี่ยวตงร้องออกมา คนโง่ที่ไหนนำมันไปใช้? เขา
เป็นกังวลนิดหน่อยและกล่าวว่า “พี่หลินขายมันไปจำนวนมาก ดังนั้นหาก
มันไม่มีคุณภาพที่สมกับราคาของมัน อาจมีคนเข้ามาหาหาเรื่องเราใน
อนาคตพวกเขา มันอาจจะทำร้ายพวกเราถึงชีวิต… ”
หลินหมิงตะคอกกลับไป “ฮึ! เจ้ายังคิดว่าข้าสร้างจารึกปลอมมา
หลอกขายคนอื่นอีกรึ? ”
“ข้าไม่ได้หมายความว่าพี่จงใจหลอกลวง ข้าเพียงแค่คิดว่าจะเกิด
อะไรขึ้นถ้าจารึกพี่ไม่ได้ทำงานได้ดีเหมือนราคาของมัน มันราคาถึง100
เหรียญทอง เมื่อเวลานั้นมาถึงเราอาจจะต้องคืนเงินให้พวกเขา… ”
หลินหมิงยิ้มและส่ายหัว “อย่ากังวล ไม่มีปัญหาเช่นนั้นแน่ เตรียมตัว
ให้พร้อมกับการเลือกซื้อสินค้าที่เจ้าชอบก็พอ ”
หลินหมิงบอกว่าพวกเขาจะไปเลือกซื้อขอกันที่หอร้อยสมบัติ ทำให้
หลินเสี่ยวตงอึ้งไปในทันที เขาคิดว่าพวกเขาคงทำได้เพียงไปเลือกซื้อ
สินค้าได้จากย่านกลางเมืองเท่านั้น หรือสถานที่ค้าขายเล็กๆอื่นๆ เขา
ไม่ได้คาดหวังว่าพวกเขาจะตรงไปที่หอร้อยสมบัติ สินค้าแทบทั้งหมดใน
สถานที่แห่งนี้มีราคาตั้งแต่หลายร้อยไปจนถึงหลายพันเหรียญทอง มัน
เป็นหนึ่งในร้านค้าที่หรูหราที่สุดในเมืองลิขิตฟ้า
“ท่านพี่ เราจะมาเลือกซื้อสินค้าที่นี่จริงๆรึ?”
” แน่นอน ที่นี่แหละ “หลินหมิงกล่าวตอบในขณะที่เขาเดินเข้าไปใน
หอร้อยสมบัติ ผู้ดูแลร้านคนนั้นจำหลินหมิงได้ เขายังอยู่ในเสื้อผ้าธรรมดา
เป็นหนุ่มสาวรุ่นเยาว์ นี่คือลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเจนมาก เจ้าของร้าน
จำได้ว่าหลินหมิงเป็นเด็กที่ได้พยายามที่จะเสนอขายแผ่นจารึกเน่าๆเมื่อ
ไม่กี่วันที่ผ่านมา
ผู้ดูแลร้านใจร้อนขึ้นมาทันทีและตะโกนขึ้นมา”แกอีกแล้ว จะให้ข้า
บอกอีกซักกี่ครั้ง ข้าไม่สนใจจารึกเน่าๆของแก ”
หลินหมิงรู้ว่าโดยธรรมชาติผู้ดูแลหอร้อยสมบัติไม่เคยปฏิบัติต่อผู้ดู
ต่อยต่ำด้วยความเคารพ แต่จริงๆแล้วผู้ดูแลก็มิใช่ผู้เป็นเจ้าของ ผู้เป็น
เจ้าของจะจ้างผู้ดูแลมาเพื่อทำธุรกิจร้านค้า แน่นอนว่าเงินเดือนของผู้ดูแล
จะขึ้นอยู่กับยอดขายของร้าน ผู้ดูแลร้านที่พบกับพวกเด็กข้างถนนก็คงจะ
ทราบดีว่าไม่มีทางที่พวกมันจะจ่ายเพื่อสินค้าในร้านได้ หลินหมิงยังคงดู
ยากจน
หลินหมิงกล่าวว่า “แผ่นจารึกนั่นข้าได้ขายไปแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อหา
ซื้อสินค้า”
ขายแล้ว? แววตาเจ้าของผู้ดูแลร้านแสดงให้เห็นถึงการดูถูก ด้วย
ประสบการณ์ของมันจารึกแบบนั้นต่ำต้อยยิ่งนัก มันคงขายได้ไม่กี่สิบ
เหรียญทอง คนยากจนก็ยังเป็นคนยากจน เขาคิดว่ามีเพียงไม่กี่สิบเหรียญ
ทองยังต้องการมาหาซื้อสินค้าที่นี่ มันเป็นเรื่องตลก
สิ่งที่เป็นเด็กไร้สาระ ผู้ดูแลอยากจะไล่พวกเขาออกไป แต่ติดก็ตรง
ที่ว่าหอร้อยสมบัติไม่ได้มีกฎว่าต้อนรับเฉพาะผู้มีเงินเท่านั้น
หลินหมิงมองไปที่ชั้นวางของที่ส่องประกายแพรวพราวที่ถูกวางด้วย
วัสดุที่มีค่าและสินค้าหายาก มันน่าตื่นตาตื่นใจที่ได้ชมด้วยสามตา โสม
ร้อยปีที่หลินเสี่ยวตงเคยซื้อให้เขาเมื่อนานมาแล้ว
นอกจากนี้ยังมีโอสถหายากและจารึกต่างๆที่มีมูลค่าหลักพันเหรียญ
ทอง
หลินหมิงกล่าว “เสี่ยวตงเจ้าอยากได้อะไรไหม?”
หลินเสี่ยวตงฝืนยิ้มและกล่าวว่า “พี่หลินวันนี้พี่เป็นบ้าอะไรขึ้นมา
แม้ว่าเราจะมีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่าย แต่พี่ไม่เห็นกริยาของผู้ดูแลร้านรึ
มันทำเหมือนเราเป็นเด็กบ้านนอก มันทำให้ข้าอึดอัด ”
หลินหมิงกล่าว “เขาเป็นเพียงคนโง่เขลา ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจ
คนโง่เช่นนั้น เจ้าไปเลือกสินค้าที่เจ้าอยากจะได้ หากไม่แล้วข้าจะเลือกให้
เอง อย่างชุดเกราะหนังนั่นดีมั้ยนะ?
หลินเสี่ยวตงส่ายหัวอย่างหมดปัญญา “พี่หลินอย่าเสียเวลาที่หอร้อย
สมบัติแห่งนี้เลย หากเราไม่มีเงินที่จะจ่ายแล้ว หากพวกเขาจะไล่ล่าเรา พี่
จะวิ่งหนีไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้าที่อ้วนกว่าจะตกอยู่เบื้องหลังและอาจ
ถูกทำร้าย ”
หลินหมิงไม่อาจจะสรรหาคำพูดใดมาตอบสนองความคิดเหล่านั้น
เขาจึงกล่าวว่า “ใช่อย่างที่เจ้าว่า อย่าเสียเวลาเลย?”
“เจ้านั่นแหละที่จะเสียเวลา อะไรทำให้เจ้าเอาเวลาไปคิดเรื่องไร้สาระ
แบบนั้น? มองที่ข้า พี่ของเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์และจงเชื่อพี่ของเจ้า… ”
หลินหมิงหัวเราะและแง้มเสื้อคลุมออกเล็กน้อย ในกระเป๋าหน้าอก
ของเขามีปึกของธนบัตรสีทอง เขากล่าวขึ้น “นี้ไม่ได้เงินรึ?”
หลินเสี่ยวตงที่เหลือบไปเห็นธนบัตรสีทองจำนวนมากถึงกับตัวแข็ง
ค้างชะงัก กึก ไปในทันที เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาเกิดความว่างเปล่าและ
ดวงตาของเขาก็แวววับขึ้นมาทันตา
“แต่ละใบของพวกนั้น มันเป็นธนบัตรที่มีมูลค่า 1,000 เหรียญทอง”
มันเป็นเรื่องจริง มันเป็นธนบัตร 1,000 เหรียญทอง! นอกจากนี้ด้วย
ความหน้าของบึกธนบัตรกองนั้นไม่แน่ว่ามันอาจมีมูลค่ารวมกันได้ถึง
10,000 เหรียญทอง!
10,000 เหรียญทอง! มันหมายความว่าอย่างไร ?!!
หลินเสี่ยวตงคิดถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นและในที่สุดก็เกิดสีหน้าแห่ง
ความหวาดกลัวและถามด้วยเสียงต่ำๆ”พี่หลินพี่ไปปล้นใครมา? มันไม่
ถูกต้องแม้จะมีศิลปะการต่อสู้แต่เราไม่ควรขโมย… ”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นของหลินเสี่ยวตง หน้าผากหลินหมิงก็เต็มไป
ด้วยรอยหงิกสีดำ น้องของเขานี้มันช่าง เข้าใจอะไรยากเสียเหลือเกิน…
เขากล่าวอย่างจนปัญญา”มันเป็นเงินที่ได้มาจากการขายแผ่นจารึกของ
ข้า”
“แผ่นจารึก? พี่บอกว่าเศษกระดาษเน่านั้นเป็นแผ่นจารึก? ขายเท่าไร
… พี่ขายพวกมันแผ่นละเท่าไร? ”
“3000 เหรียญทอง”
“3 ………… 3000!?!?!?!?” หลินเสี่ยวตงเริ่มตัวสั่น เขาก็ตกใจอย่าง
มาก แต่ก็ค่อยๆลดเสียงลง อย่างกลัวว่าคนอื่นได้ยินเสียงของเขา “พี่ขาย
มันไปในราคา 3000 เหรียญทอง? พี่จะบอกว่าฝึกจารึกเพียงหนึ่งเดือน
และสามารถจารึกมูลค่า 3000 เหรียญทองได้รึ? ”
หลินหมิงพยักหน้า หลินเสี่ยวตงเป็นเพื่อนน้องชายชายที่ดีกับเขา
มาก เขาไม่ได้ต้องการที่จะปิดบังความลับใด หากเขาอยากซื้อบางอย่าง
ให้หลินเสี่ยวตงแล้วเขาคงต้องให้เสี่ยวตงเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากนี้
ในอนาคตเขาจะมีโอกาสที่จะได้ติดต่อกับฉินซิงเซวียน,มู่อี้และบุคคล
ระดับสูงอื่นๆ และมันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะปิดไม่ให้บังหลินเสี่ยวตงรู้อยู่
แล้ว
“พี่คิดว่าข้าโง่รึ!” หลินเสี่ยวตงอุทาน “พี่พึ่งเริ่มฝึกได้เพียงหนึ่งเดือน
จะสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไร? พี่คิดว่าข้าที่อายุน้อยกว่าเพียงสามปีจะ
ถูกหลอกได้ง่ายๆรึ? ”
หลินหมิงยักไหล่ “ความจริงก็คือความจริง ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าแล้วข้าจะ
ทำไงได้ล่ะ ”
“โอ้วท่านพี่ โปรดเลิกล้อข้าเล่นเถอะ บอกเรื่องทั้งหมดกับข้าได้แล้ว”
หลินหมิงถอนหายใจและกล่าวว่า “ก็ได้ข้าจะบอกเจ้า แต่เจ้าต้อง
สัญญาว่าเจ้าจะไม่บอกใคร ”
“ข้าสัญญา!” หลินเสี่ยวตงกล่าวขึ้นมาในทันที
“อืม… ข้ามีความลับจะบอกเจ้า … .เมื่อข้าอายุสิบสองปี มีปรมาจารย์
คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและกล่าวว่าความสามารถของข้านั้นเป็นสิ่งที่หาได้
ยากยิ่ง ข้ามีสติปัญญาอันชาญฉลาด ท่านผู้นั้นต้องการให้ข้ารักษา
สันติภาพของโลก เขาอยากให้ข้ารับหน้าที่นั้นและบังคับให้ข้าไปทำงาน
เป็นเด็กฝึกหัดของเขา ในที่สุดข้าก็ได้เริ่มศึกษาการจารึกจากเขา … . ”
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง!” หลินเสี่ยวตงรู้สึกอึ้งอย่างสุดๆ “พี่หลินมันคือ
เรื่องจริงใช่ไหม?”
หลินหมิงกล่าว”ข้าไม่เคยโกหกเจ้าอยู่แล้ว ปรมาจารย์ผู้นั้นสอนข้า
จริงๆ”
“เคาะมันออกถ้าเจ้ามีหลักและจารึกศึกษาเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เจ้า
ไม่ได้ถามข้าว่าทำไมสิ่งที่จารึกเป็นเทคนิค?
หลินหมิงกล่าว “ปรมาจารย์ของข้าเพียงสอนให้ข้าเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้
ให้เงินใดๆเลย สำหรับการจารึกแม้ว่าข้าจะเรียนมันมา ข้าก็ไม่รู้ว่ามันใช้
ทำอะไรได้ จนกระทั่งเจ้าบอกกับข้าในวันนั้น ข้าถึงได้รู้ว่าข้าสามารถใช้
มันเพื่อทำกำไรได้ … ”
“ปาฎิหาร!” หลินเสี่ยวตงรู้สึกราวกับว่าโลกได้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น อย่าง
กับลูกแมวน้อยที่เคยเลี้ยงดูมาหลายปีได้กลายเป็นหญิงสาวแสนสวยที่
เป็นจักรพรรดิหญิงแห่งโลกปีศาจ เจ้าหญิงในตำนาน!
“โอ้วดี เยี่ยมเลย…ตอนนี้เจ้าเริ่มจะเข้าใจแล้ว เราไปหาซื้อสิ้นค้ากัน
ต่อ”หลินหมิงดึงสติของหลินเสี่ยวตงกลับมาและพาเขาไปดูชุดเกราะหนัง
หลินเสี่ยวตงก็ไม่ได้เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานมากนัก เขาไม่
ชอบที่จะฝึกฝนการต่อสู้ เขาต้องการเพียงรักษาสถานะของเขาให้เป็นผู้
สืบเชื้อสายของตระกูลหลินเท่านั้น หลินหมิงคิดว่าเสื้อเกราะหนังจะเป็น
อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะกับเขา
“ชุดเกราะหนังตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” หลินหมิงถาม ผู้ดูแลร้านทำ
หน้าหงุดหงิดมองไปที่หลินหมิงและกล่าวว่า “มันเป็นอุปกรณ์ที่มี
คุณภาพสูงของหอร้อยสมบัติ คำอธิบายอยู่ในป้ายที่อยู่บนโต๊ะ เจ้าไปดูมัน
เองเถอะ ”
คำพูดของเขามีการเยาะเย้ยว่าหลินหมิงเข้ามาในร้านที่มีของราคา
แพงและคงไม่มีปัญญาจะซื้อ
ผู้ดูแลร้านคนนั้นทำธุรกิจมานานพอจะรู้ได้ว่าใครมีเงินมากพอจะซื้อ
สินค้าได้หรือไม่ หากผู้ที่แต่งตัวดีมีฐานะมาเยือนร้านค้าของเขา เขาจะ
ทักทายพวกเขาอย่างยิ้มแย้มและให้ความช่วยเหลือ แต่ผู้ที่ไม่มีเงินเขาจะ
ไม่สนใจ ไม่ต้องพูดถึงหลินหมิงที่ไม่กี่วันก่อนพยายามขายจารึกให้เขา มัน
ไม่ต่างกับแผ่นกระดาษเน่าๆแผ่นหนึ่ง สำหรับเด็กคนนี้เป็นไปไม่ได้ที่เขา
จะมีเงินทองมากพอจะซื้อสินค้าในร้านได้
หลินหมิงเดินไปที่ชุดเกราะหนังและอ่านคำอธิบาย เกราะหนังนี้ทำ
จากผ้าไหมเนื้อดีและได้รับการผสมกับรากไม้ทองคำ ถูกสร้างขึ้นโดยวิธีที่
รวมยี่สิบหัตถกรรมขั้นสูงเข้าด้วยกัน มีราคา 392 เหรียญ ทอง
ระดับของชุดเกราะหนังชิ้นนี้คือสมบัติระดับดีเยี่ยม มันสามารถทน
ต่อการโจมตีที่การฝึกฝนขั้นกายภาพขั้นสี่ได้ แต่หลังจากขั้นสี่แล้วมันก็จะ
ถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย หลินหมิงคงไม่จำเป็นต้องใช้มัน แต่มันจะดี
มากสำหรับหลินเสี่ยวตง
ขณะที่เขามองมันอยู่ บางสิ่งบางอย่างได้มาสะดุดสายตาของเขา –
มันคือโอสถกวางทอง และยาเม็ดผสานวิญญาณ
ก่อนหน้านี้หลินหมิงไม่เคยได้ใช้ยาโอสถใดๆ เพราะราคาของพวกมัน
เหล่านั้นสูงเกินไป
โอสถและยาเม็ดทำจากการรวมสมุนไพรและวัตถุดิบจากสัตว์ดุร้าย
และปรุงพวกมันอย่างลงตัว มันดีกว่าการใช้เพียงแค่สมุนไพรหรือวัตถุดิบ
จากสัตว์ดุร้ายเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ด้วยสูตรของมันแม้จะให้ทั้ง
สมุนไพรและวัตถุดิบจากสัตว์ดุร้ายก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าโอสถและยา
เม็ดที่ถูกปรุงด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุด
กวางทองเป็นสัตว์หายากมาก โอสถนั้นทำมาจากตัวอ่อนของ
กวางทองร้อยปีเป็นส่วนผสมหลักและเสริมด้วยสมุนไพร กวางทองเป็น
สัตว์หายากอย่างยิ่งนอกจากนี้ยังพบมันเพียงในภูเขาลึกที่ห่างไกล มัน
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะล่าตัวอ่อนกวางทองมาได้
เพราะยากวางทองถูกกลั่นจากตัวอ่อนกวางทองที่อุดมไปด้วยพลัง
และมีกลิ่นหอม นอกจากนี้พวกมันไม่ได้รับการปนเปื้อนจากอากาศที่
สกปรกแบบปราณฟ้าขั้นต้นจากภายนอกมดลูก ดังนั้นพวกมันจึงช่วยขจัด
สิ่งสกปรกภายในร่างกายและส่งเสริมระดับแรงดันจิตวิญญาณและการ
ฝึกฝนกายภาพ
ยากวางทองนี้มีสีเหลืองขนาดเท่าเม็ดข้าว มูลค่า 200 ทอง
ยาเม็ดผสานวิญญาณ มันจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่มีค่าในการปรุงมัน
ส่วนผสมหลักคือเชื้อราเลือดร้อยปี มีความสามารถเพิ่มการดูดซับแรงดัน
จิตวิญญาณและเร่งความเร็วในการฝึกฝนกายภาพ
ยาเม็ดนี้ก็มีราคา 200 เหรียญทอง ลูกหลานของชนชั้นสูงและ
ตระกูลที่มีฐานะมักจะซื้อมัน
หลินหมิงหยุดมองและตัดสินใจที่จะซื้อ
เขาหันไปที่ผู้ดูแลร้านและกล่าวว่า “ข้าเอาเกราะหนังรากไม้ทองคำ
ห่อมันให้ข้าด้วย และข้ายังต้องการโอสถกวางทอง6ชิ้นและยาเม็ดผสาน
วิญญาณอีก10เม็ด ทุกสิ่งที่ข้าได้กล่าวไปห้ามขาดแม้เพียงเล็กน้อย”
หลินหมิงกล่าวในขณะที่ดึงกระดาษออกมาเขียนรายการของวัสดุ
มากมายที่ต้องใช้ในการจารึก เขาสังเกตสินค้าของที่นี้ มันมีทุกอย่างที่เขา
ต้องการ เขาสามารถซื้อทุกอย่างได้ที่นี่