Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 26 ความก้าวหน้า
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลินหมิงและได้รายการวัสดุยาวเหยียดผู้ดูแลหอ
ร้อยสมบัติหน้าแดงด้วยความโกรธขึ้นมาทันที ไอ้เด็กบ้านนอกมันคิดว่าจะ
มาเล่นในหอร้อยสมบัติได้อย่างนั้นรึ อย่างเช่นการสั่งซื้อสินค้าชุดใหญ่ที่มี
มูลค่ารวมแล้วหลายพันเหรียญ! มันเป็นเหมือนกับว่าเด็กหนุ่มนี่กำลังซื้อ
ผักกวางตุ้งที่ตลาด! แม้แต่ลูกหลานตระกูลขุนนางก็ไม่อาจมีเงินมากถึง
หลายพันเหรียญทองเช่นนี้!
เขาโบกมือปฏิเสธอย่างอดทนพร้อมวางกระดาษรายการวัสดุลงบน
โต๊ะและกล่าวว่า”ข้าจะเตือนเจ้าให้รู้ถึงบทลงโทษที่จงใจทำให้เกิดปัญหา
ในหอร้อยสมบัติ โทษของมันรุนแรงอย่างยิ่ง!”
“ไปเตือนแม่ของเจ้าแทนเถอะ!” หลินเสี่ยวตงทุบลงบนมือของผู้ดูแล
ร้าน เดิมทีผู้ดูแลร้านใช้ชีวิตในการทำธุรกิจเท่านั้น เขาไม่มีพรสวรรค์ใน
การต่อสู้ เพียงการทุบเบาๆของหลินเสี่ยวตงก็ทำให้เขากรีดร้องออกมา
อย่างน่าเวทนา
“แก!” ผู้ดูแลร้านไม่อยากจะเชื่อว่าจะถูกทำร้ายเช่นนี้ มันกล้าที่จะก่อ
เหตุในหอร้อยสมบัติ!
“ดูไอ้หน้าโง่เหมือนหมานี่สิ คิดว่าพวกข้าไม่มีเงินรึ!” ในขณะที่หลิน
เสี่ยวตงกล่าว เขาเอื้อมมือเข้าไปในเสื้อคลุมของหลินหมิงและหยิบเอา
ธนบัตรสีทองออกมา เขาทุบลงบนโต๊ะด้วยแรงขนาด 100 จิน โต๊ะถึงกับ
แตกร้าว เขาไม่มีทางพลาดที่จะสั่งสอนบทเรียนกับคนหยาบคายเช่นนี้?
ผู้ดูแลหอร้อยสมบัติมึนงงไปชั่วครู่ เขารีบสังเกตธนบัตรนั้นทันที มัน
เป็นธนบัตรที่มีค่าใบละ1000 เหรียญทอง!! จากที่ดูเด็กสองคนนี้มีมันอยู่
ทั้งปึก ตีค่าออกมามีค่าหลายพันทอง!!! เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มีแต่ชนชั้นสูง
เท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ถือครอง
ผู้ดูแลถึงกับหน้าถอดสี เป็นไปไม่ได้ เด็กที่พยายามเอาจารึกเน้าๆมา
ขายเมื่อไม่กี่วันก่อนจะเป็นชนชั้นสูง หรือว่าเขาขายอาคมเหล่าได้แพงถึง
เพียงนี้?
ก็อาจจะเป็นไปได้ จารึกเหล่านั้นอาจจะเป็นของจริงที่มีราคาสูง พวก
เขาถึงได้มีเงินมากมายเช่นนี้
ผู้ดูแลเศร้าสลดลงไปในทันที เขาได้ทำตัวหยาบคายต่อหน้าลูกค้า
ระดับสูงทั้งสองคน ถือเป็นความโง่เขล่าของตัวเขาเอง แต่อย่างไรเงินคือ
พระเจ้า!!
เขาทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ แล้วเอากระดาษรายการวัสดุขึ้นมาดู ของ
พวกนี้ไม่ได้มีราคาถูกๆเลย เขาคำนวณอย่างคร่าวๆ มันราคารวมกัน
เกือบๆ 6พันเหรียญทองเลยทีเดียว!! ซึ่งเขาจะได้ส่วนแบ่งประมาน 120
เหรียญ ว้าวววว!!
มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยสำหรับส่วนแบ่งที่เขาจะได้ ถึงเขาจะไม่
ค่อยพอใจเด็กพวกนี้ แต่มันก็ต้องทน เขามีทางยอมเสียส่วนแบ่งถึง 120
เหรียญทองไปอย่างแน่นนอน เขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วโค้งลงอย่างสุภาพ
“ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ที่ไม่รู้ว่านายน้อยทั้งสองจะซื้อสินค้ามากมาย
เช่นนี้ ได้โปรดรอซักครู เดี๋ยวข้าน้อยจะรีบไปเตรียมสินค้ามาให้ท่าน
ในทันที”
ผู้ดูแลที่อ้วนเหมือนหมูรีบวิ่งดั่งสายลม สิ้นค้าที่หลินหมิงต้องการนั้น
ล้วนอยู่ในสถานที่ซึ่งห่างไกลกัน แต่ผู้ดูแลก็จัดหามาได้อย่างรวดเร็ว เขา
กลับมาที่โต๊ะแล้วบอกว่า “นายน้อยทั้งสองนี่คือสินค้าทั้งหมดที่ท่าน
ต้องการขอรับ ได้โปรดตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งด้วย ทั้งหมดมีมูลค่า 5800
ทองขอรับ”
เมื่อเห็นกองสินค้ากองตรงหน้า หลินเสี่ยวตงหันไปถามหลินหมิง
“ครบไหมท่านพี่?”
“ก็น่าจะประมานนั้นแหละ” หลินหมิงตอบ
เห็นดังนั้น หลินเสี่ยวตงก็ยิ้มนิดๆ แล้วกล่าวว่า “โทษทีนะ นี่อาจจะ
เป็นเรื่องของความพอใจของลูกค้า แต่ถ้าข้าได้ชำระเงินกับผู้ดูแลท่านอื่น
ข้าจะพอใจมากกว่า?” ใบหน้าที่ยิ้มระรื่นของผู้ดูแลพลันบึ้งขึ้นมาในทันที
ในร้านค้าระดับสูงเช่นหอร้อยสมบัติ มันเป็นปกติอยู่แล้วที่จะมีผู้ดูแล
หลายคน ซึ่งถูกคัดตามความสามารถ ส่วนค่าคอมมิชชั่นของแต่ละคน
ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าที่ตนเองได้ขายออกไป
หลินเสี่ยวตงรู้ในเรื่องนี้ดี จึงอยากจะสั่งสอนผู้ดูแลที่ต่ำทรามคนนี้
เสียหน่อย “ช่วยไปเรียกมาเร็วๆล่ะ พวกข้ากำลังรีบ”
เมื่อผู้ดูแลรู้ว่าหลิน เสี่ยวตงจะเล่นงานเขา ไฟแค้นในใจก็พลันปะทุ
ขึ้นมา ถ้าเป็นคนชนชั้นสูง เขาคงจะยอมปล่อยไปแล้วถือว่าเป็น
ข้อผิดพลาดของเขาเอง แต่นี่!! มันเป็นแค่เด็กหนุ่มสองคน ที่จู่ๆก็รวย
ขึ้นมา บังอาจมาข่มเหงเขา เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ปล่อยให้ตนเองถูก
หยามศักดิ์ศรีเช่นนี้ เขาตอบกลับไปด้วยเสียงเย็นชา “ในหอคอยร้อย
สมบัติแห่งนี้ มีข้าเป็นผู้ดูแลแต่เพียงคนเดียว ข้าจะไปหาคนอื่นได้ที่ไหน?”
“ไอ้คนโป้ปด อย่าพยายามโกหกข้าหน่อยเลย อย่าให้ข้าต้องไปคุย
กับผู้บริหารของร้านด้วยตนเอง”
“เอาสิ!!” ผู้ดูแลกล่าวอย่างมั่นใจ ผู้บริหารรึ เจ้าเด็กพวกนี้คิดว่าจะมี
สิทธิพบผู้บริหารของหอร้อยสมบัติได้งั้นรึ เหอะ
ในขณะที่เขาคิดในใจอยู่ ผู้ดูแลอ้วนก็เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งเข้า!! บัตร
สมาชิกสีม่วง!! ผู้ที่มีบัตรนี้จะได้รับส่วนลด 10%ตราบเท่าที่ไปซื้อของใน
ร้านที่อยู่ในเขตเมืองลิขิตฟ้า
มีเพียงตระกูลราชวงศ์เท่านั้นที่จะมีบัตรนี้ได้!!!
หัวใจของผู้ดูแลหยุดเต้นในทันที บัตรสมาชิกสีม่วงนี้ ราชวงศ์จะมอบ
ให้คนในตระกูลนักรบชั้นสูงเท่านั้น มีไม่ถึง100ใบในอาณาจักรแห่งนี้ นั่น
แสดงว่า ผู้ที่มีบัตรนี้ถ้าไม่ใช่ราชวงศ์ก็ต้องเป็นผู้อาวุโสในกองทัพ ซึ่ง
ตระกูลเหล่านั้นสามารถขยี้เขาได้เหมือนขยี้แมลง
“จบแล้ว…. ชีวิตข้าจบแล้ว….” เขาได้แต่พูดในใจ เด็กหนุ่มสองคนนี้
จะต้องได้ตระกูลนักรบชั้นสูงสนับสนุนเป็นแน่ ไม่ก็..ลูกของจักรพรรษที่
ออกมาเดินเล่นนอกปราสาท
ไม่จริงน่า ชีวิตข้าช่างรันทดเสียจริง ข้าไม่น่าประมาทเช่นนั้นเลย
ผู้ดูแลร้านพึมพำอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ท่านทั้งสอง ข้าน้อยผู้ต่ำต้อยนี้ผิดไปแล้วสมควรได้รับโทษ ข้าน้อย
จะไปเรียกผู้ดูแลคนอื่นให้ท่าน ได้โปรดอย่าถือสาข้าน้อยเลยยย” แล้ว
ผู้ดูแลก็เริ่มตบหน้าตัวเองซ้ำๆ แก้มยุ้ยๆของเขาเด้งดึ๋งๆๆ
หลินเสี่ยวตง งงเป็นไก่ตาแตก นี่มันกินยาไม่เขย่าขวดรึเปล่าเนี่ย??
ผู้ดูแลตัวอ้วนรีบไปตามผู้ดูแลท่านอื่นอย่างรวดเร็ว และแล้วเขาก็พบ
กับผู้ดูแลอีคนหนึ่ง แล้วเขาก็ได้แต่ขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก จากนั้นก็ได้เรียก
รถม้ามาเพื่อรับพวกเขาทั้งคู่ไปส่ง
เมื่อกลับมาถึงที่พักของหลินหมิง หลินเสี่ยวตงไม่ทันเห็นบัตรสมาชิก
สีม่วง จึงไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ผู้ดูแลทำตัวเช่นนั้น เขาคิดว่าเป็น
เพราะอำนาจเงินของหลินหมิง แต่กระนั้นเขาก็รู้สึกสนุกสุดๆ
“ฮ่าๆ มันตลกมากเลย ข้ายังจำตอนที่มันกลัวพี่ได้อยู่เลย นี่ถ้าพี่ไม่
รีบนะ ข้าคงจะได้ฟ้องผู้จับริหารแล้วบังคับให้ไล่เจ้านั่นออกแล้วเชียว”
กลับกันหลินหมิงนั้นรู้เรื่องราวทุกอย่าง เขารู้ว่าผู้ดูแลอ้วนนั่นเห็น
บัตรม่วงของเขา แนวคิดที่เขามีต่อบัตรได้เปลี่ยนไปทันที เขาไม่คิดเลยว่า
ตระกูลนักรบชั้นสูงจะมีอำนาจทัดเทียมราชวงศ์เลยทีเดียว
“คนบางคนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก การประจบประแจกและความ
ก้าวร้านเป็นสิ่งที่พวกเขาทำไปเพื่อความอยู่รอด ไม่จำเป็นต้องไป
โหดเหี้ยมกับเขาขนาดนั้น เสี่ยวตง เกราะหนังและโอสถกวางทอง3เม็ดนี่
เป็นของเจ้า”
โอสถกวางทองนั้นสามารถขัดสิ่งปฏิกูลออกจากร่างกายได้ดี โดยเม็ด
แรกจะได้ผลมากที่สุด เม็ดต่อไปผลจะเหลือเพียงครึ่งเดียว ถ้าใช่มากกว่า
3เม็ดก็ถือว่าเสียของเปล่าๆ ส่วนยาเม็ดผสานวิญญาณนั้นสามารถทานได้
ไม่จำกัด แต่ว่ามันจะส่งผลต่อผู้ที่ขยันฝึกเท่านั้น เสี่ยวตง ไม่ค่อยฝึก
ดังนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะให้เขาไป
โอสถกวางทอง 3เม็ดและเกราะหนังอันนั้น มีค่าถึง1000เหรียญทอง
เลยทีเดียว สำหรับหลินเสี่ยวตงแล้วมันเป็นของที่มีค่ามหาศาล เขาคิดอยู่
ในใจว่า ถ้า1000เหรียญ เป็นแค่เศษเงินของ หลินหมิงแล้วล่ะก็ ไม่ต้องคิด
เลยว่าต่อไปหลินหมิงจะมีเงินมากขนาดไหน “งั้นข้าไม่เกรงใจล่ะนะพี่หมิง
ต่อไปท่านจะต้องเป็นร่มเงาให้ข้าอาศัยแล้วล่ะ”
หลิงหมิงยิ้มแล้วบอกว่า “เราเป็นพี่น้องกัน ไม่ต้องสุภาพมากก็ได้ อ้อ
แล้วก็……” เขาหยิบธนบัตรออกมา 3 ใบ
“เมื่อคนส่งข่าวมาถึงเมืองลิขิตฟ้าในครั้งต่อไป ฝากเจ้าเอาธนบัตร
พวกนี้ไปให้พ่อ-แม่ข้าหน่อย แล้วบอกให้พวกเขาซื้อภัตตาคารไว้เลย”
พ่อแม่ของเขาได้ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตทำงานในภัตตาคารนั้นจึงเป็น
ธรรมดาที่จะรู้สึกผูกพันธุ์ หลินหมิงจึงอยากจะช่วยซื้อภัตตาคารให้เป็น
ของขวัญ และเพื่อแบ่งเบาภาระของพวกเขาด้วย “เชื่อมือข้าได้เลย”
เมื่อหลินเสี่ยวตงกลับไป หลินหมิงก็กลับมาในห้องของเขา เขามอง
ไปที่ปฏิทิน แล้วเห็นว่าวันสอบเขาสำนักเจ็ดแก่นแท้เหลือเพียง 50วัน
เท่านั้น ในช่วงนั้น เขาจะต้องแกร่งขึ้นให้ได้!!
โอสถกวางทองและยาผสานวิญญาณไม่ได้เพิ่มพลังการต่อสู้โดยตรง
โดยโอสถกวางทองนั้นจะขับสิ่งปฏิกูลออกจากร่างกาย ในขณะที่ยาผสาน
วิญญาณจะทำให้การฝึกจิตนั้นง่ายขึ้น เมื่อใช้รวมกันเขาจะสามารถฝึกได้
นานขึ้น
ในการบ่มพลังอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นจะทิ้งสิ่งปฏิกูลเอาไว้ในร่างกาย
ถึงแม้จะฝึกได้เร็วขึ้นแต่รากฐานวิญญาณจะไม่มั่นคงพอ ส่วนใหญ่จึงต้อง
ใช้เวลามากในการควบคุมพลังให้เสถียร
หลินหมิงรู้วิธีเพิ่มสรรพคุณของยา แต่โอสถกวางทองไม่สามารถทำ
เช่นนั้นได้เขาจึงทานมันเข้าไปเลย
หลินหมิงเติมน้ำลงในอ่างแล้วรีบเปลื้องผ้าลงไป เขารู้สึกถึงการ
ไหลเวียนของเลือดบริเวณอก เขาเริ่มโคจรพลัง ชีพจรปราณเทพคลั่งทันที
สิ่งปฏิกูลที่ตกค้างก็เริ่มหายไป โอสถกวางทองออกฤทธ์แล้ว!!
หลินหมิงรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาถูกชำระล้าง!!
ในร่างกายของนักสู้แล้ว ตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่ได้รับสิ่งปฏิกูล
หลากหลายทั้งในอากาศ อาหาร น้ำ สะสมมาในร่างกาย โอสถกวางทองมี
อากาศบริสุทธ์โดยกลั่นมาจากตัวอ่อนของกวางทอง จึงสามารถชำระล้าง
สิ่งปฏิกูลทั้งหลายในร่างกายได้เป็นอย่างดี
หลินหมิงอยู่ในอ่างตลอดทั้งคืน จนน้ำในอ่างเริ่มจะเปลี่ยนสีเป็นสี
ดำๆ นี่คือสิ่งปฏิกูลในร่างของหลินหมิง
ในตระกูลชั้นสูงแล้วเมื่อบุตรของพวกเขาอายุ12ปีแล้ว เขาจะให้บุตร
แช่ในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยยาหายาก เพื่อทำการชำระล้างก่อนฝึกจิต หรือ
วิถีนักรบ ซึ่งจะทำให้สามารถบ่มพลังได้ดีขึ้นมาก
รุ่งสาง หลินหมิงเปิดตาขึ้นโอสถกวางทองได้ถูกเขาดูดซับไปจดหมด
และร่างของเขาได้ถูกชำระล้างแล้ว
หลินหมิงลองใช้วิชา ชีพจรปราณเทพคลั่ง มันง่ายมากที่จะควบคุม
หลินหมิงยังพบอะไรอีกอย่าง ดูเหมือนว่าพลังวิญญาณจะแผ่ออกไปทั่วทั้ง
ร่างของเขา นี่เป็นจุดเริ่มต้นของขั้นที่สอง ขั้นผิวกายภายนอก!
หลินหมิงบรรลุขั้นที่สอง ขั้นผิวกายภายนอกแล้ว !!!!!