Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 266 เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหาร 3 กระบวนท่า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 266 เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหาร 3 กระบวนท่า
ปัง!
คลื่นโลหิตพุ่งถึงท้องฟ้าและแม้แต่เมฆาบนฟากฟ้ายังต้องถูกตัดขาด
ออกจากกัน ปราณแท้แผ่ออกไปดั่งน้ำหลาก หนาแน่นจนแม้แต่ตาเปล่าก็
สามารถมองเห็นได้ ปราณแท้ได้แผ่ขยายออกมาชนเข้ากับม่านพลังของ
เวทีและกระจายตัวขึ้นด้านบน
สำหรับเหล่าผู้ชม มันเหมือนกับว่าทั่วทั้งสนามประลองถูกปกคลุมไป
ด้วยสีโลหิตจางๆ และปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า
“เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหารกระบวนท่าที่ 1 คลื่นโหมกระหน่ำไร้ที่
สิ้นสุด!”
ฉางเอี่ยนจ้าว ได้ตะโกนดังออกมาและสมบัติกระบี่ในมือของเขา
เปลี่ยนเป็นแสงสีโลหิตสว่างไสว พลังโลหิตทันใดก็ถูกปลดปล่อยพุ่ง
ออกไป กลายเป็นดั่งคลื่นโลหิตนับไม่ถ้วนพุ่งผ่านอากาศ
ในขณะที่ฉางเอี่ยนจ้าว กวาดกระบี่ออกไป มันเหมือนกับว่าทั่วทั้งพื้น
ปฐพีถูกปกคลุมด้วยพลังกระบี่ของเขาที่สามารถตัดทุกสิ่งที่เขาต้องการได้!
ในขณะที่หลินหมิงเผชิญหน้ากับพลังกระบี่อันบ้าคลั่งที่ดูเหมือนคลื่น
โลหิตที่กวาดผ่านชั้นฟ้า หลินหมิงจึงจริงจังขึ้นมา ปราณแท้ก็ได้ถูกถ่ายเท
ลงไปในหอกอ่อนปราณคลั่งและปราณลื่นไหลดุจแพรไหมเองก็ปะทุ
ออกมาในเวลาเดียวกัน มีประกายแสงของสายฟ้าปกคลุมทั่วร่างของเขา
ความน่าเกรงขามของหอกดั่งมังกรก็ปรากฎออกมาเช่นกัน!
หอกพุ่งออกไปพร้อมด้วยพลังของปราณสั่นสะเทือนทั้ง 5,000 เส้น
ปะทะกับคลื่นโลหิตแล้วคลื่นโลหิตเล่า
ปัง!
ภายใต้ความรุนแรงของปราณสั่นสะเทื่อน คลื่นโลหิตที่ปะทะกับมัน
จึงกระจายเป็นละอองโลหิตโดยทันที ดูรวมๆแล้วเหมือนกับมีดอกบัว
โลหิตเกิดขึ้นกลางอากาศ หลังจากที่คลื่นโลหิตได้ถูกทำลาย หอกของ
หลินหมิงและกระบี่ของฉางเอี่ยนจ้าว ก็ได้เข้าปะทะกันกลางอากาศ!
แสงโลหิตสาดประกายและหอกของหลินหมิงพุ่งทะลวงม่านโลหิต
เหล่านั้นไปอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้!
ฉางเอี่ยนจ้าว ตกตะลึงภายในใจ ทั้งที่หอกของหลินหมิงดูเหมือนไม่
มีอะไร แต่มันกลับแฝงไปด้วยพลังปราณที่ทรงพลังและลึกลับ!
ความแข็งแกร่งอันน่าเกรงขามของปฐพีและพลังของการสั่นสะเทือน
กับสายฟ้าสีม่วงอันดุร้าย 3 พลังเหล่านี้ได้ผสานรวมกันเป็นหนึ่ง เกิดเป็น
พลังโจมตีที่ไม่อาจต้านทานได้!
ในตอนนี้ เขาก็ได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของหลินหมิงมันไม่ใช่
เฟิงฉี่นั้นอ่อนแอ แต่เป็นเพราะว่า มู่กู๋ ปู่ยี่ และหลินหมิงแข็งแกร่ง
จนเกินไป จึงเป็นเหตุให้เฟิงฉี่พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!
หอกยาวดั่งมังกร หลังจากได้ทะลวงผ่านกลุ่มละอองโลหิตไปได้ มัน
จึงกำลังมุ่งหน้าพุ่งเข้าแทงที่ร่างของฉางเอี่ยนจ้าว!
ในช่วงวิกฤตนี้ฉางเอี่ยนจ้าว ได้ใช้ฝ่ามือเป็นดั่งกระบี่ฟันไปยังหอก
อ่อนปราณคลั่ง
เคล้ง!
หอกอ่อนปราณคลั่งที่โดนโจมตีกลายเป็นโค้งงอดั่งจันทร์เสี้ยวฉาง
เอี่ยนจ้าว กัดฟันและถอยออกห่าง มือที่เขาใช้โจมตีเต็มไปด้วยโลหิต!
“อะไรกัน หอกนั้นสามารถทะลวงผ่านเคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหาร
กระบวนท่าที่ 1 ของฉางเอี่ยนจ้าว และทำให้เขาบาดเจ็บได้อย่างไร?”
“นี่มันแปลกเกินไปแล้วหลินหมิงยังไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาไปในการโจมตี?
แต่มันกลับแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร แล้วมันจะเกิดสิ่งใดขึ้นหากเขาใช้
เคล็ดวิชาไปในการโจมตี!!?”
สำหรับผู้ชมส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉางเอี่ยนจ้าว หรือหลินหมิง
พวกเขาก็ต่างรู้สึกว่าทั้งคู่มีความแข็งแกร่งพอๆกัน ย้อนไปถึงตอนงาน
ประลองครั้งก่อนฉางเอี่ยนจ้าว ติด 20 อันดับแรกและในปัจจุบันเขาได้
เอาชนะ หลิวเยี่ยน เพียงใช้แค่กระบี่โจมตี 1 กระบวนท่า ความแข็งแกร่ง
ของหลิวเยี่ยน อาจะไม่ติด 10 อันดับแรกก็จริง แต่ความแข็งแกร่งของเขา
ก็อยู่ราวๆ อันดับ 12 หรือ 13 เขาไม่ได้อ่อนแอและไร้ชื่อเลย
ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรถึงหลินหมิงให้มากความ เผชิญหน้ากับเฟิงฉี่
แล้วยังเอาชนะได้ง่ายดายดั่งผ่าแตงโม!
อย่างไรก็ตาม การประลองที่ผ่านมายังไม่อาจจะบ่งบอกถึง
ความสามารถของทั้งคู่ได้ ที่ทุกคนรู้ในตอนนี้คือ การประลองนี้พวกเขา
ต่างต่อสู้กันอย่างเต็มที่ และเป็นการต่อสู้ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง!
พวกเขาต่างคิดว่าความแข็งแกร่งระหว่างหลินหมิงและฉางเอี่ยนจ้าว
ไม่ด้อยไปกว่ากัน ได้ไม่คิดว่าคนที่ต้องได้รับบาดเจ็บก่อนจะเป็นฉางเอี่ยน
จ้าว และยังเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
“ผู้อาวุโสที่ 2 ฉางเอี่ยนจ้าวดูเหมือนกำลังตกอยู่ในอันตราย ขนาด
หลินหมิงยังไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาใดๆเลย เขายังสามารถทะลวงเคล็ดวิชา
ราชันโลหิตสังหารกระบวนท่าที่ 1 ได้” เมื่อฉางเอี่ยนจ้าว ได้ขึ้นประลอง
ก็เป็นธรรมดาที่คนจากตระกูลฉาง จะมาชม ผู้ที่เป็นผู้นำในกลุ่มคือผู้
อาวุโสที่ 2
“ไม่ใช้เคล็ดใดๆหรือ? ฮืม เจ้าเดาผิดแล้วล่ะ หอกของหลินหมิงนั้น
แฝงไปด้วยบางอย่างที่ทรงพลังอยู่ แม้แต่การเคลื่อนไหวก็ยังเป็นเคล็ดวิชา
บางอย่าง!” ในขณะที่ผู้อาวุโสที่ 2 กำลังจับจ้องไปยังผู้ที่อยู่บนเวที
ประลองทั้ง 2 ดวงตาก็สาดประกาย “อย่าได้กังวลไป ถึงแม้หอกนั้นจะ
ทรงพลังอย่างมาก แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะจัดการเรา ถ้าหากเขาไม่มี
ไพ่ตายอย่างอื่นซ่อนไว้ เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหารกระบวนท่าที่ 1 นั้น
อ่อนแอที่สุด แต่กระบวนท่าที่ 2 รุนแรงยิ่งกว่าเดิม 3 เท่า และกระบวน
ท่าที่ 3 ก็ยิ่งรุนแรงกว่ากระบวนท่าที่ 2 ถึง 3 เท่า ทะลวงกระบวนท่าที่ 1
มาได้ล้วนไม่มีอันใด!”
บนเวทีประลองฉางเอี่ยนจ้าว ดวงตาสาดประกาย “หลินหมิง ความ
แข็งของเจ้าน่าทึ่งแม้กระทั้งกับข้า! แต่เจ้าเข้าใจผิดไป ถ้าเจ้าคิดว่าจะ
สามารถเอาชนะข้าได้ง่ายๆ!”
เมื่อฉางเอี่ยนจ้าว กล่าวจบ กระบี่ในมือของเขาเริ่มเปล่งประกายแสง
กระเบื้องใต้ฝ่าเท่าเริ่มที่จะถูกบดขยี้เป็นผุยผงด้วยคลื่นอากาศกดดันที่
รุนแรง
“เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหารกระบวนท่าที่ 2 การทำลายล้างแห่ง
เทพและภูติผี!!!”
ย๊ากกก!
พลังงานโลหิตในอากาศดูเหมือนกำลังเผาไหม้และเกิดเป็นวังวนสี
แดงเข้มปรากฏบนตัวกระบี่ของฉางเอี่ยนจ้าว ทันใดนั้นมันก็ดูดเอาโลหิต
ทั่วบริเวณเข้าไป ท้องฟ้ากลายเป็นแจ่มใส ทันใดนั้น พลังงานที่ควบแน่น
อยู่กับตัวกระบี่แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่า!
หลินหมิงตื่นตระหนก หืม? พลังงานจากกระบวนท่าที่ 1 ถูกผสาน
เข้าเป็นกระบวนท่าที่ 2 และพลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก!
“มันแข็งแกร่งกว่าอย่างน้อย 3 เท่า!หลินหมิงขมวดคิ้ว มันไม่ใช่
เพราะว่าเขาไม่สามารถป้องกันกระบี่นี้ได้ เขาทำได้ ปัญหาก็คือถ้า
กระบวนท่าที่ 2 ยังมีพลังมากขนาดนี้แล้ว แล้วกระบวนท่าที่ 3 ล่ะ?”
ปัง!
คลื่นเผาไหม้ของโลหิตพุ่งไปยังหลินหมิงพลังของกระบี่ดุจดั่งแม่น้ำ
ขนาดใหญ่ที่ปลดปลอยพลังน้ำหลากที่ยากจะต้านทานออกมา!
เผชิญหน้ากับพลังกระบี่ที่ครอบคลุมผืนฟ้า ในทันใดนั้นหลินหมิงก็ได้
ใช้เคล็ดวิชาก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมออกมา ร่างของเขากลายเป็นเงา
พุ่งถอยหลังไป ในขณะเดียวกันก็ใช้หอกอ่อนปราณคลั่งก็พุ่งออกไปดั่ง
อสรพิษ!
เคล็ดวิชาบุปผาท่ามกลางมรสุม!
ฟรุบ ฟรุบ ฟรุบ ฟรุบ ฟรุบ!
ในตอนนั้นเองหลินหมิงได้พุ่งหอกออกไปนับร้อยครั้ง แต่ละครั้งเต็ม
ไปด้วยพลังแห่งสายฟ้าที่ผสานเข้ากับปราณสั่นสะเทือน
ในการโจมตีต่อเนื่อง คลื่นโลหิตอันบ้าคลั่งก็ยังผลักดันหลินหมิงไป
นับ 100 ก้าว จนถอยไปติดขอบเวทีและจากนั้นมันจึงค่อยๆสลายไป
เหล่าผู้ชมยังไม่อาจตั้งตัวได้ทันเพราะสถานะการณ์พลิกกลับรวดเร็ว
จนเกินไป เมื่อตอนที่หลินหมิงทะลวงกระบวนท่าที่ 1 ของฉางเอี่ยนจ้าว
และแม้กระทั่งทำให้เขาบาดเจ็บ แล้วตอนนี้เขากลับเพียงถูกผลักไปไกล
ด้วยกระบวนท่าที่ 2 อันทรงพลัง
มีเพียงคำอธิบายเดียวเท่านั้น และนั้นคือเคล็ดวิชาราชันโลหิตกระบี่
สังหาร 3 กระบวนท่า พลังของมันได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่เพียงแค่นั้น แต่
ความห่างชั้นระหว่างกระบวนท่ากระบี่ที่โจมตีก็เห็นได้ชัดเจน ถ้าเช่นนั้น
แล้ว กระบวนท่าที่ 3 จะแข็งแกร่งเพียงไร? แล้วหลินหมิงจะรับมือเช่นไร?
ศิษย์จาก 36 อาณาจักรช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลสำหรับหลินหมิง
ใบหน้าเคร่งเครียดและมีเหงื่อเย็นผุดออกมา
“ฮาๆ เยี่ยม!”
ผู้อาวุโสตระกูลฉาง หัวเราะอย่างพอใจ ในการประลองที่ผ่านๆมา ไม่
มีผู้ใดสามารถผลักดันเขาให้ถอยไปได้ แต่ตอนนี้กลับถอยไปร่วม 100 ก้าว
ด้วยกระบี่ของฉางเอี่ยนจ้าว
ยิ่งไปกว่านั้น นี้เป็นเพียงกระบวนท่ากระบี่ที่ 2 ของเคล็ดวิชาราชัน
โลหิตสังหาร 3 กระบวนท่า ในกระบวนท่าที่ 3 จะยิ่งแข็งแกร่งกว่า
กระบวนท่าที่ 2 ถึง 3 เท่า ผู้อาวุโสของตระกูลฉาง อยากที่จะเห็นว่า
หลินหมิงจะรับมือกับกระบวนท่าที่ 3 เช่นไร
“เอี่ยนจ้าว มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วในการประลองนี้ ในตอนนี้ ถึงแม้
หลินหมิงจะมีไพ่ตายในมือ ก็อาจจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีของ
กระบวนท่าที่ 3 ได้!”
“อืม ถ้าเอี่ยนจ้าวสามารถเอาชนะ หลินหลิง ได้ เช่นนั้นก็จะเป็น
ประโยชน์กับตระกูลฉาง ของเราอย่างยิ่ง การประลองรอบนี้สำคัญยิ่ง
นัก!” ผู้อาวุโสที่ 2 กล่าวออกมาอย่างมั่นใจในขณะที่ลูบเคราของตัวเอง
ตระกูลฉาง ได้ปกปิดพลังของตัวเองมาเป็นเวลานานร่วมหลาย 100
ปี และตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมจะเปิดเผยออกมาโดยไม่สนใจที่จะ
ปกปิดความมั่งคั่งอีกต่อไป เพราะพวกเขาต้องการที่จะแสดงอำนาจของ
ตระกูลให้เป็นที่ประจักษ์ ยิ่งมีอำนาจมากเท่าไร ก็ยิ่งมีผู้อยากเข้าร่วมกับ
พวกเขามากขึ้นเท่านั้น
“ยังเหลือกระบวนท่าสุดท้ายหลินหมิงข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะ
รับมือมันเช่นไร!” หลังจากที่ฉางเอี่ยนจ้าว กล่าวจบ ทั่วร่างของเขาปะทุ
ออกมาด้วยปราณแท้ เขายกกระบี่คลื่นโลหิตขึ้นเหนือศรีษะ ทั่วทั้งกระบี่
เปล่งแสงจ้า ปราณแท้ทั่วร่างที่มหาศาลถูกดูดซับโดยสมบัติกระบี่ในมือ
หลินหมิงสามารถมองเห็นได้ชัดถึงปราณแท้ทั่วร่างของฉางเอี่ยนจ้าว
ที่กำลังถูกดูดหายไปอย่างรวดเร็ว!
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะถูกเรียกว่ากระบี่สมบัติระดับปฐพี เพราะ
มันสามารถที่จะถ่ายเทปราณแท้ลงไปได้มากขนาดนี้!”
เมื่อตอนที่หลินหมิงใช้เคล็ดวิชา อัคคีสายฟ้าทำลายล้าง เขาจะ
สูญเสียพลังปราณแท้ไปมากถึง 40% ในทันที และเพราะว่าเขาใช้เมล็ด
พันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณช่วยในการถ่ายเท เมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำ
วิญญาณดั่งหลุมที่ไร้ก้น แต่ถ้าหากหลินหมิงต้องการที่จะถ่ายเทพลัง
ปราณแท้ลงไปในหอกอ่อนปราณคลั่งให้ถึงขีดจำกัดของมันก็ไม่เสียพลัง
ปราณไปมากเท่าไร หากมองอีกมุมหนึ่ง ความแตกต่างระหว่างอาวุธ
ระดับมนุษย์ขั้นกลางและระดับปฐพีขั้นกลางนั้นห่างไกลกันดั่งฟ้ากับเหว!
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะบอกว่า เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหาร 3
กระบวนท่าจะต้องใช้คู่กับสมบัติระดับปฐพีกระบี่คลื่นโลหิตจึงจะสามารถ
แสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ เพราะถ้าหากเป็นสมบัติระดับมนุษย์คงไม่
อาจที่จะดูดซับปราณแท้ได้มากขนาดนี้”
เพียงแค่หายใจเข้าฉางเอี่ยนจ้าว ก็สามารถถ่ายเทพลังปราณแท้ลงไป
ได้ถึง 50% ในกระบี่คลื่นโลหิตของเขาแล้ว หลังจากที่ใช้ไปแล้ว 2
กระบวนท่า ในตอนนี้พลังปราณแท้ของเขาทั้งหมดเหลืออยู่ไม่ถึง 30%
ด้วยซ้ำ
เขาได้ทุ่มเททุกอย่างในการโจมตีนี้ หนึ่งดาบติดสินแพ้ชนะ!
“นี่คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า! เคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหารสิ้น
สวรรค์และปฐพีพิล้วนนาศ!”
ฉางเอี่ยนจ้าว ตะโกนกู่ก้อง และทันใดนั้นเขาก็ลอยขึ้นไปอยู่กลาง
อากาศหลายร้อยก้าว ทุกสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาล้วนกลายเป็นไร้
ความหมาย
หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง พลังกระบี่ของฉางเอี่ยนจ้าว เพิ่มขึ้นถึง 3
เท่าจริงๆ! ถ้าหากมันเพิ่มขึ้นทุกกระบวนท่าเช่นนี้ นับตั้งแต่กระบวนท่าที่
1 ถึง 3 ย่อมหมายความว่าพลังเพิ่มขึ้นถึง 9 เท่าแล้วในตอนนี้!
ถึงแม้หลินหมิงจะเปิดใช้งานวิชาปราณเทพทรราชคลั่งและเพิ่มพลัง
ของเขาถึง 60% เขาก็ยังไม่อาจจะป้องกันการโจมตีนี้ได้ ถ้าเขาต้องการที่
จะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ตรงๆแล้วละก็ มีเพียงต้องใช้พลังของมังกรวารีสี
ม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์หรืออัคคีสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง
อย่างไรก็ตามหลินหมิงไม่ได้ต้องการที่จะใช้ไพ่ตายของเขาปะทะกับ
ฉางเอี่ยนจ้าว
เพราะว่าเขายังมีไพ่ตายอีกใบในมือนั่นคือ โลหิตเกล็ดย้อน!
ด้วยการผสานพลังของมังกรที่แท้จริงปราณแท้สีคราม มันจะเติบโต
อย่างต่อเนื่อง ไร้ขีดจำกัด!
ไม่ใช่เพียงแค่มันจะสามารถทะลวงผ่านการป้องกันทุกอย่างได้ แต่
มันยังมีการป้องกันที่หนาแน่นและยากที่จะทำลาย ถึงแม้มันจะไม่เป็น
อมตะเช่น ปราณอัคคี ถ้าหากต้องการที่จะทำลายมันละก็ จำเป็นจะต้อง
ใช้พลังปราณแท้มากมายมหาศาลหลายเท่าจึงจะทำลายมันได้
นี่คือสิ่งที่แสดงถึงตัวตนที่เป็นอมตะ มังกรที่แท้จริง พลังอมตะนิ
รันดร์กาล!
ในปัจจุบันหลินหมิงเขาไม่สามารถเปิดใช้พลังอมตะเช่นนี้ได้ นั้น
เพราะว่าระดับพลังของเขายังไม่เพียงพอ จึงไม่อาจแสดงพลังอันน่าเกรง
ขามของโลหิตเกล็ดย้อนได้เต็มที่
แม้จะเป็นเช่นนั้น ปราณแท้ที่ไร้ขีดจำกัดนี้ก็ยังยากที่จะทำลายอยู่ดี
“โฮกกก!”
ด้วยเสียงคำรามที่ทรงพลังและความน่าเกรงขามแห่งมังกร ออร่า
ของหลินหมิงพุ่งทะยานถึงฟากฟ้า ทะลุผ่านสวรรค์ และโลหิตเกล็ดย้อนก็
ได้หลอมรวมเข้ากับปราณแท้ของเขาอย่างสมบูรณ์
ในตอนนั้นเองมู่ฉิงหงที่กำลังนั่งอยู่ในห้องโถงหลัก ตกตะลึงภายในใจ
ของนาง ใบหน้าที่งดงามของนางทันใดก็เปลี่ยนสี
นี่…นี่มัน…
มู่ฉิงหงที่อาศัยอยู่ในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มาหลายปีและเชื้อ
สายโลหิตของวิหคเพลิง ได้ไหลเวียนอยู่ในกายนาง หลังจากที่นางได้ยิน
เสียงมังกรคำราม นางรู้สึกได้ถึงเชื้อสายโลหิตในร่างเกิดความหวาดกลัว!
“หรือว่านี่คือ…ความแข็งแกร่งของสายเลือดมังกรวารีที่เชียนหยี่ เคย
กล่าวถึง?”
นางช่วยไม่ได้ที่จะจ้องมองไปยังรูปลักษณ์ของมังกรที่ปรากฏขึ้นมา
ด้านหลังของหลินหมิงอีกครั้ง เทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ในครั้งนี้มันดูสมจริง
ยิ่งกว่านัก ยิ่งนางจ้องมองมากขึ้นเท่าไร มันยิ่งดูไม่เหมือนมังกรวารีเลย
มันเหมือนกับ…เหมือนกับ…มังกรที่แท้จริง!?!?
หอกยาวนี่สามารถสำแดงอำนาจแห่งมังกรออกมาได้!
เป็นสีฟ้าที่เข้มจริงๆ เป็นหอกที่สามารถสำแดงอำนาจแห่งมังกร
ออกมาได้อย่างแท้จริง! สวรรค์! เขาอายุเท่าไรนะ?
อัจฉริยะแห่งหอกที่เข้าระดับนี้ได้ ในประวัติศาสตร์ยังไม่เคยมีมา
ก่อนเลย!
ครื่น!
ปราณสั่นสะเทือนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งมังกรที่แท้จริงอย่างหนาแน่น
ปะทะกับเคล็ดวิชาราชันโลหิตสังหารสิ้น! ปราณแท้ของหลินหมิง
เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นสีครามเข้มและพุ่งเข้าไปหาคลื่นโลหิตสีแดงเข้ม
ที่แพรวพราว!
ดั่งกับมิติกำลังถูกฉีกกระชาก คลื่นกระแทกสีแดงที่รุนแรงกระจายไป
ทั่วทุกที่ คลื่นโลหิตนี้ช่างน่าหวาดกล้ว แต่ท่ามกลางคลื่นที่บ้าคลั่งและ
วุ่นวายนี้ หอกที่เต็มไปด้วยแสงสีครามสว่างได้พุ่งทะลวงผ่าออกมาและ
เข้าปะทะกับร่างของฉางเอี่ยนจ้าว!
สีหน้าที่มั่นใจว่าจะชนะของฉางเอี่ยนจ้าว กลายเป็นแข็งค้างในทันที
ฟรุบ!
ดุจดั่งว่าร่างกายถูกกระแทกด้วยขุนเขาฉางเอี่ยนจ้าว สำลักโลหิต
และกระเด็นไปดั่งว่าวที่ถูกตัดสาย