Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 277 ปะทะมังกรเพลิง
ศิษย์แผนกกลั่นสกัดกล่าวออกมาด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า
ด้านข้างของพวกเขา เหล่าศิษย์หญิงจากแผนกพิณก็ไม่พอใจ “เจ้า
หมายความว่าอย่างไร? ถ้าหากศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้เผชิญหน้าสัตว์ประหลาด
นั่น นางก็คงมีสถิติไร้พ่ายอย่างแน่นอน เจ้าหมายความว่าศิษย์พี่ใหญ่ของ
พวกเราอ่อนแอกว่าฮั่วเยี่ยนหลัวของเจ้างั้นหรือ?”
“ฮาๆ พวกข้าไม่ได้พูดเช่นนั้นซะหน่อย” ศิษย์แผนกกลั่นสกัดหลาย
คนยิ้มอย่างชั่วร้าย สายตาของพวกเขาต่างจับจ้องไปยังร่างเรือนของศิษย์
แผนกพิณ
ศิษย์ของแผนกกลั่นสกัดเกือบทั้งหมดล้วนเป็นผู้ชาย เพราะว่าในโลก
มนุษย์นั้น พวกเขาล้วนแต่เป็นทายาทนักกลั่น หรือไม่ก็มาจากตระกูลช่าง
ตีเหล็ก แทบไม่มีสตรีคนใดที่มีความอดทนสูงและสามารถทนความร้อน
จากโลหะได้นานหลายชั่วโมง พวกเขาจึงไม่ค่อยได้พบเจอกับหญิงสาวนัก
แล้วตอนนี้เหล่าหญิงสาวที่งดงามจากแผนกพิณก็อยู่ตรงหน้าพวกเขา
ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะน้ำลายไหลไม่หยุด
ศิษย์แผนกพิณรังเกลียดที่เห็นเหล่าชายหนุ่มที่หยาบคายพวกนี้ พวก
นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้ารอดูเถอะ ไม่ช้าก็เร็วศิษย์พี่ใหญ่ฮั่วของ
พวกเจ้าจะต้องได้จะได้ต่อสู้กับศิษย์พี่ใหญ่ฉินของพวกข้า แล้วพวกเจ้าจะ
ได้เห็นความแข็งแกร่งของปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปด”
“ฮาๆ เคล็ดวิชาปราณวายุแห่งท่วงทำนองทั้งแปดฟังดูน่ากลัวเท่านั้น
แหละ ไม่ใช่ว่าเมื่อเช้านี้เจ้าบ้านนอกหลินหมิงที่มาจาก 36 อาณาจักรนั่น
ได้ทำลายเคล็ดวิชานั้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวหรอกหรือ? ศิษย์พี่
ใหญ่ฮั่วของพวกเรามีปราณอัคคีระดับมนุษย์ขั้นกลางอยู่ มีผู้ใดที่จะ
สามารถทำลายของเช่นนี้ได้บ้าง? ไม่ต้องกล่าวถึงหลินหมิง แม้แต่เจียง
เป่าอวิ้นหรือมู่กู๋ปู่ยี่ หากเผชิญหน้ากับปราณอัคคีของศิษย์พี่ใหญ่ พวกเขา
จะต้องหลบอย่างแน่นอน!”
“เจ้าไม่กลัวที่จะถูกสายลมตัดลิ้นหรืออย่างไร? ดูจากคำกล่าวของ
เจ้าแล้ว เจ้าคิดจริงๆหรือว่าศิษย์พี่ใหญ่ฮั่วของพวกเจ้าจะสามารถได้
อันดับหนึ่ง?”
“ข้าไม่ได้บอกว่าเขาจะต้องได้อันดับหนึ่งอย่างแน่นอน ข้าเพียงบอก
ว่าไม่อาจมีผู้ใดที่จะป้องกันการโจมตีจากปราณอัคคีของศิษย์พี่ใหญ่ได้
อย่างมากก็คงทำได้เพียงแค่หลบมันเท่านั้น ปราณอัคคีระดับมนุษย์ขั้น
กลางไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ขั้นผสานชีพจรจะสามารถหลบได้” คำกล่าวของศิษย์
แผนกกลั่นสกัดนั้นเฉียบคมและดูเหนือกว่าอย่างมาก
เขายังทำตัวโอ้อวดและกล่าวต่อว่า “เจ้าไม่ใช่ศิษย์ของแผนกกลั่น
สกัด เจ้าจึงไม่รู้หรอกว่าปราณอัคคีระดับมนุษย์ขั้นกลางนั้นทรงพลังแค่
ไหน! ศิษย์พี่ใหญ่ฉินของพวกเจ้าพ่ายแพ้ให้กับหลินหมิงนั้นไม่อาจปฏิเสธ
ได้ และศิษย์พี่ใหญ่ฮั่วของพวกเราก็ยังคงสถิติไร้พ่ายไว้เช่นเดิมก็ไม่อาจที่
จะปฏิเสธได้เช่นกัน แม้ต้องเผชิญหน้ากับโอวหยางหมิงหรือหลินหมิง
ศิษย์พี่ใหญ่ฮั่วของพวกเราก็ยังสามารถต่อกรได้! เมื่อใดที่เขาใช้ปราณอัคคี
ออกมา เขาก็จะมีโอกาสชนะอย่างน้อย 50%! และถ้าหากเขาได้
เผชิญหน้ากับศิษย์พี่ใหญ่ฉินของพวกเจ้า เช่นนั้น… ฮาๆ ข้าเกรงว่าเสื้อผ้า
ทั้งหมดของนางคงถูกเผาด้วยด้วยเปลวเพลิง!”
“เจ้า… พวกไร้ยางอาย!” เหล่าศิษย์แผนกพิณจ้องไปยังศิษย์แผนก
กลั่นสกัดด้วยความโกรธ
“ฮ่าๆ เพียงแค่พวกเราก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องถึงมือศิษย์พี่ใหญ่ หรือ
พวกเจ้าอยากจะลอง?”
ศิษย์ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกัน ความขัดแย้งเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ศิษย์
แผนกกลั่นสกัดมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลามก ถึงแม้พวกเขาจะไม่
สามารถที่จะทำอะไรกับเหล่าสาวงามที่อยู่ตรงหน้าได้ แต่อย่างน้อยเพียง
แค่ได้จ้องมองและล่วงละเมิดทางเพศพวกนางด้วยสายตาก็พอ ใน
ขณะเดียวกันใบหน้าของเหล่าหญิงสาวจากแผนกพิณยิ่งเต็มไปด้วยความ
เกลียดชังมากยิ่งขึ้น
ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสตัดสินก็ได้ประกาศออกมา
“การประลองครั้งที่ 11 คู่ที่ 1 หลินหมิง ปะทะ ฮั่วเยี่ยนหลัว!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศิษย์แผนกกลั่นสกัดต่างก็งุนงงเล็กน้อย แต่ศิษย์
แผนกพิณต่างมีแววตาที่สาดประกาย พวกนางหวังอยากที่จะให้ฮั่ว
เยี่ยนหลัวได้ต่อสู้กับฉินหวู่ซินและพวกนางจะได้แสดงให้เหล่าศิษย์แผนก
กลั่นสกัดได้เห็นว่าผู้ใดกันที่เหนือกว่า แต่ในตอนนี้ถึงแม้จะไม่ใช่ฉินหวู่ซิน
แต่กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหลินหมิงแทนก็ดีเช่นกัน
“ศิษย์น้องหลิน ท่านทำได้ ข้าจะคอยให้กำลังใจท่าน!”
“ศิษย์น้องหลิน จัดการเจ้าสวะฮั่วนั่นในเสี้ยววิไปเลย!”
“ศิษย์น้องหลิน พวกเรารักท่าน!”
ท่ามกลางผู้ชม ศิษย์หญิงแผนกพิณต่างส่งเสียงเชียร์หลินหมิงด้วย
เสียงที่หวานใสและมีชีวิตชีวา บางที่อาจเป็นเพราะพวกนางเริ่มอารมณ์ดี
ขึ้น และเสียงเชียร์ของพวกนางได้กลายเป็นจังหวะเดียวกัน จนในที่
สุดเสียงเชียร์ที่ผสานกันนั้นก็ดังจนทำให้ทุกคนโดยรอบตกตะลึง และ
เรียกความสนใจจากเหล่าผู้ชมทั้งสนามประลอง
หลินหมิงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาจ้องมองไปยังเหล่าหญิงสาวที่
งดงามที่กำลังส่งเสียงเชียร์เขาอยู่ และมีท่าทางแปลกประหลาดเล็กน้อย
พร้อมกับจับจมูกของเขาเอง
“ข้าคิดว่าข้าไม่รู้จักพวกเขานะ…”
หลินหมิงได้ประลองมาหลายครั้ง เพราะว่านี่เป็นถิ่นของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ ฉะนั้นสิ่งที่เรียกว่า ‘เสียงเชียร์’ ที่หลินหมิงได้รับจากฝูงชนมักจะ
เป็นการเยาะเย้ยและดูถูกมากกว่า แต่ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่คาดไม่คิด
จริงๆว่าจะมีผู้ที่ส่งเสียงเชียร์เขาอย่างจริงจัง ไม่เพียงแค่นั้น มันยังเป็น
เสียงที่บ้าคลั่งอย่างมากของเหล่าหญิงสาว หลินหมิงจึงไม่อาจสนุกไปกับ
แฟนๆรุ่นแรกของเขาได้
ในเหล่าผู้ชม ฉินซิงเซวียนจ้องมองไปยังเหล่าศิษย์แผนกพิณด้วย
ความสับสนและสงสัย แต่แล้วความสงสัยเหล่านี้ก็กลายเป็นความ
หวาดระแวง
ถึงแม้โดยปกติแล้ว ฉินซิงเซวียนจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อย แต่นางก็ยัง
มีความคิดเช่นหญิงสาวทั่วๆไป นางตระหนักได้ว่าหลังงานประลองได้
สิ้นสุดลง หลินหมิงจะต้องได้เข้าร่วมกับหุบเขาเจ็ดแก่นแท้อย่างแน่นอน
แต่สำหรับตัวนางเอง นางอาจจะต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะสามารถเข้าร่วม
ได้ และเมื่อคิดไปถึงเหล่าหญิงสาวที่งดงามของแผนกพิณแล้ว นางรู้สึกได้
ถึงวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นในหัวใจของนาง กลุ่มของแฟนๆเหล่านี้คงอยู่ไป
อีกหลายวัน และยิ่งนานวันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ในขณะที่เหล่าศิษย์หญิงแผนกพิณส่งเสียงเชียร์หลินหมิง ศิษย์แผนก
กลั่นสกัดเองก็ไม่มีทางยอมอยู่เฉยๆอย่างแน่นอน
“ศิษย์พี่ใหญ่ฮั่ว พวกเราเชื่อในตัวท่าน!”
“ศิษย์พี่ใหญ่ฮั่ว ฉีกมันเป็นชิ้นๆเลย!”
การเชียร์ของทั้งสองฝ่ายต่างปะทะกันอย่างดุเดือด บนเวทีประลอง
ฮั่วเยี่ยนหลัวนั้นไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยว่าจะชนะได้ ความแข็งแกร่งของ
หลินหมิงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน แต่ตราบใดที่เขายังมี
เพลิงโลกันต์อยู่ในมือ ฮั่วเยี่ยนหลัวเชื่อว่าเขาจะสามารถสู้ได้อย่างสูสีอย่าง
แน่นอน
“เจ้านั้นแข็งแกร่งมาก ก่อนที่งานประลองในครั้งนี้จะเริ่มขึ้น ข้าไม่
เคยคิดเลยว่าเจ้าจะสามารถมาไกลได้ถึงขนาดนี้ เจ้าได้เอาชนะเฟิงฉี่ เจียง
หลานเจี้ยน และฉินหวู่ซินคนแล้วคนเล่า แต่อย่าเพิ่งคิดว่าการที่เจ้า
สามารถเอาชนะพวกเขาได้จะหมายความว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้
เช่นกัน! วิธีการต่อสู้ของข้านั้นแตกต่างไปจากพวกนั้นอย่างสิ้นเชิง!
ในขณะที่ฮั่วเยี่ยนหลัวกำลังกล่าวอยู่นั้น เขาก็ได้ดึงเอากระบี่สีแดงเพลิง
ออกมาจากแหวนมิติ เขายังไม่ได้ถ่ายเทปราณแท้ลงไปด้วยซ้ำ แต่มันกลับ
แผ่คลื่นความร้อนที่รุนแรงออกมา”
“อย่ามัวแต่พูดอยู่เลย เริ่มเลยเถอะ!” ในตอนนี้หลินหมิงก็ได้ดึงเอา
หอกอ่อนปราณคลั่งออกมาและแผ่ออร่าความน่าเกรงขามด้วยเช่นกัน
“เริ่มการประลองได้!”
เมื่อผู้ตัดสินได้ประกาศเริ่มการประลอง ฮั่วเยี่ยนหลัวก็ได้รวบรวม
ปราณแท้ทั้งหมดภายในร่างกาย สมบัติกระบี่ระดับมนุษย์ในมือของเขา
ลุกโชนขึ้นมาด้วยเพลิงโลกันต์ที่สว่างไสว!
สมบัติกระบี่นี้เรียกว่ากระบี่โลกันต์ มันถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ฮั่ว
เยี่ยนหลัวได้ครอบครองปราณอัคคีแล้ว และเขาได้รับมันเป็นรางวัลจากผู้
อาวุโสแผนกกลั่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา การสร้างมันขึ้นมานั้น
ต้องใช้ของมีค่าและโลหะหายากมากมาย มากถึงขนาดเทียบเท่ากับการ
สร้างสมบัติปฐพีเลยทีเดียว มันเป็นเพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะสร้างให้
มันสามารถเพิ่มพลังเพลิงต้นกำเนิดและลดผลกระทบจากพลังของมัน แต่
กลับล้มเหลวอย่างใหญ่หลวง แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังเป็นสมบัติระดับ
มนุษย์ขั้นสูงที่เหนือกว่าสมบัติระดับมนุษย์ขั้นสูงด้วยกันเอง
ด้วยกระบี่โลกันต์ในมือของเขา เพลิงโลกันต์ก็ยิ่งลุกโชนสว่างขึ้น ชั้น
ของคลื่นความร้อนกระจายตัวออก และแม้กระทั่งกระเบื้องบนเวทีก็เริ่ม
ละลายแล้ว
“เพลิงกระหน่ำผลาญเมือง!”
ฮั่วเยี่ยนหลัวตะโกนออกมา และกระบี่โลกันต์ก็ส่งเสียงคำรามของ
มังกรพุ่งตรงไปยังหลินหมิงด้วยพลังที่แทบจะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งมันได้!
ในขณะที่ปราณอัคคีปรากฏออกมาบนเวทีประลอง ศิษย์แผนกกลั่น
สกัดต่างก็ส่งเสียงเชียร์จนสุดแรง ด้วยปราณอัคคีที่อยู่ในการควบคุมของ
เขารวมกับกระบี่โลกันต์แล้ว จึงทำให้เพลิงโลกันต์เพิ่มพลังขึ้นอย่างมาก
แม้แต่มู่กู๋ปู่ยี่หรือโอวหยางหมิงก็ยังต้องหลบการโจมตีครั้งนี้ของฮั่ว
เยี่ยนหลัว!
หลินหมิงมองเห็นมังกรเพลิงนี้พุ่งตรงมายังเขา และเขาเกิดลังเล
เล็กน้อย ด้วยความลังเลเพียงเล็กน้อยนี้ มังกรเพลิงก็ได้พุ่งเข้ามาถึง
ด้านหน้าของเขาแล้ว!
หลินหมิงจึงเร่งโคจรปราณแท้ภายในร่างและถ่ายเทปราณแท้สีคราม
ลงไปในหอก แล้วแทงมันไปปะทะกับเพลิงโลกันต์!
ปราณแท้สั่นสะเทือนทั้ง 10,000 เส้นกู่ร้องและพุ่งเข้าปะทะกับ
มังกรเพลิงนี้ ทุกคนที่มองเห็นฉากนี้ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน!
เขาเลือกที่จะเผชิญหน้าเช่นนั้นหรือ?
ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าฮั่วเยี่ยนหลัวจะสามารถเป็นผู้ชนะเลิศได้ และมีเพียง
ไม่กี่คนเท่านั้นที่เชื่อว่าเขาจะสามารถติดสามอันดับแรกได้ แต่ไม่มีผู้ใด
สงสัยในพลังปราณอัคคีของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันแข็งแกร่งขึ้น
ด้วยกระบี่โลกันต์!
แม้แต่โลหะทมิฬก็ยังต้องหลอมละลายทันทีที่เจอกับความร้อนสูง
เช่นนี้ หากใช้สมบัติธรรมดาแล้ว เมื่อใดก็ตามที่สูญเสียปราณแท้ในการ
ป้องกันไป มันก็คงต้องกลายสภาพเป็นแค่กากแร่เท่านั้น!
สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว แม้แต่เจียงเป่าอวิ้นก็ตาม หากได้เผชิญหน้า
กับฮั่วเยี่ยนหลัว เขาก็ยังต้องหลบเพลิงโลกันต์นี้ และใช้การเคลื่อนไหวที่
รวดเร็วรวมกับใช้กระบี่โจมตีกลับไป และเอาชนะฮั่วเยี่ยนหลัวให้ได้ใน
กระบวนท่าเดียว
แต่หลินหมิงกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ามันโดยตรง?
เหล่าหญิงสาวจากแผนกพิณยกมือปิดปากด้วยความตกใจ สำหรับ
ศิษย์แผนกกลั่นสกัด สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และเฝ้ารอดูหลินหมิง
พ่ายแพ้
ในเสี้ยวพริบตานั้นเอง มันเร็วเกินกว่าที่เหล่าผู้ชมจะทันได้ตอบสนอง
หอกของหลินหมิงก็ได้แทงเข้าไปในปากของมังกรที่กำลังอ้าอยู่ และ
ปราณแท้สีครามก็ส่งเสียงกระหึมออกมา!
ฮั่วเยี่ยนหลัวโค้งมุมปากขึ้นอย่างชั่วร้าย เหตุผลที่เขาไม่มั่นใจว่าจะ
สามารถเอาชนะหลินหมิงได้ เป็นเพราะว่าหลินหมิงมีการเคลื่อนไหวที่
รวดเร็วนั่นเอง แถมหอกของเขายังแฝงไปด้วยวิถีแห่งลมอีกต่างหาก เขา
จึงกลัวว่าหลินหมิงจะหลบการโจมตีด้วยเพลิงโลกันต์ของเขาอย่าง่ายๆ
แต่หากเป็นการปะทะกันซึ่งๆหน้า ฮั่วเยี่ยนหลัวก็เชื่อใน
ความสามารถของตนอย่างเต็มร้อย เขาโคจรปราณแท้ทั้งหมดในร่าง พลัง
ความร้อนที่รุนแรงขึ้นได้ปะทะกับหอกอ่อนปราณคลั่งอันแหลมคมของ
หลินหมิงแล้ว!
พลังของเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามานี้ทั้งโหดร้ายและเผด็จการ หากมัน
ปะทะเข้ากับร่างกายหลินหมิงแล้ว มันก็คงจะทำลายเส้นชีพจรทั้งหมด
ของเขา
แต่ในเวลานั้นเอง ร่างกายของหลินหมิงก็ปะทุปราณแท้ออกมาอย่าง
มหาศาล เมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณเริ่มกู่ร้องด้วยความตื่นเต้น
พลังเพลิงที่ถูกส่งมาโจมตีเข้าปะทะกับร่างกายของเขา และพวกมันได้ถูก
กักขังเอาไว้ในร่างกายของหลินหมิง!
จากนั้นก็เกิดแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้ ซึ่งมาจากเมล็ดพันธ์
อำนาจครอบงำวิญญาณนั่นเอง และได้ดึงมันลงไปยังปราณอัคคีที่อ่อนแอ
ที่ซ่อนอยู่ภายในเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณ
หากพูดกันในเรื่องของระดับของปราณอัคคีแล้ว ปราณอัคคีของ
หลินหมิงอาจจะเรียกได้ว่าเป็นปราณอัคคีระดับต่ำที่สุดในบรรดาปราณ
อัคคีระดับต่ำ นี่เป็นเพราะเขาได้รับมันมาจากการดูดซับปราณอัคคีของ
ฮั่งกงนั่นเอง
แต่ในร่างการของฮั่วเยี่ยนหลัวนั้น มีเพลิงโลกันต์ซึ่งเป็นปราณอัคคี
ระดับมนุษย์ขั้นกลางอย่างแท้จริง หากจะให้กล่าวแล้วละก็ เปลวเพลิง
ของปราณอัคคีที่ถูกปล่อยออกมาเพียงอย่างเดียวก็รุนแรงกว่าระดับปกติ
ของมันแล้ว และเมื่อรวมกับกระบี่โลกันต์ที่ช่วยเสริมพลังจนทำให้มัน
กลายเป็นเพลิงโลกันต์ระดับมนุษย์ขั้นสูงที่สูงที่สุดท่ามกลางเพลิงโลกันต์
ระดับมนุษย์ขั้นสูงด้วยกันเอง
เพลิงโลกันต์ที่อยู่ในระดับมนุษย์ขั้นสูงท่ามกลางระดับมนุษย์ขั้นสูง
ด้วยกัน มันจะต้องสามารถล่อเลี้ยงปราณอัคคีที่ในอยู่ในเมล็ดพันธุ์อำนาจ
ครอบงำวิญญาณได้มากอย่างแน่นอน!
ปราณอัคคีขนาดเล็กที่อยู่ภายในเมล็ดพันธุ์อำนาจครอบงำวิญญาณ
เริ่มที่จะกลืนกินพลังเพลิงโลกันต์ด้วยความโลภ และเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ
ในขณะที่เหล่าผู้ชมได้เห็นฉากนี้บนเวทีประลอง พวกเขาต่างก็สับสน
งุนงงไปตามๆกัน หลินหมิงยืนอยู่ตรงนั้นแล้วพุ่งหอกออกไป หอกอ่อน
ปราณคลั่งพุ่งตรงไปยังมังกรเพลิงที่หนาแน่น ไม่ว่าฮั่วเยี่ยนหลัวจะเร่ง
โคจรปราณแท้ให้รุนแรงเพียงใด หลินหมิงก็ไม่ได้ถอยหลังกลับแม้แต่ก้าว
เดียว!
ภายใต้เปลวเพลิงที่ร้อนระอุนี้ แม้แต่กระเบื้องใต้เท้าของหลินหมิงก็
เริ่มที่จะละลาย ขณะเดียวกันปราณแท้สีครามก็ยังคงปกป้องร่างกายของ
เขาเอาไว้ ไม่ว่ามังกรเพลิงนี้จะแผดเผาปราณแท้สีครามมากเพียงใด ม่าน
พลังปราณแท้ของเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะถูกหลอมละลายเลยแม้แต่น้อย
ฉากนี้ราวกับเทพแห่งท้องทะเลแทงตรีศูลใส่มังกรคลั่ง! ไม่ว่ามังกร
คลั่งตัวนี้จะดิ้นรนเพียงไร ก็ไม่สามารถหนีจากการควบคุมของเทพแห่ง
ท้องทะเลได้!
กลิ่นอายนี้ทำให้หัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน!
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!! นี่มันเป็นไปได้อย่างไร
กัน!?”
ไม่มีผู้ใดที่จะตกใจมากไปกว่าศิษย์แผนกกลั่นสกัดแล้ว ปราณอัคคี
เพลิงโลกันต์ระดับมนุษย์ขั้นกลาง เป็นสิ่งที่มีแต่ปรมาจารย์ที่อยู่ใน
จุดสูงสุดของปราณต้นฟ้าเท่านั้นถึงจะสามารถดูดซับมันได้! แต่ตอนนี้ด้วย
การที่ปราณอัคคีถูกเสริมพลังให้โดยกระบี่โลกันต์ ถ้าหากจะต้านทานมัน
แล้ว พวกเขาจะต้องมีระดับการบ่มเพาะที่สูงอย่างมาก อย่างน้อยก็ต้องมี
ระดับพลังที่ปลายขอบแห่งจุดสูงสุดของปราณต้นฟ้า!
ถึงแม้อัจฉริยะเหล่านี้จะยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดว่า
ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะสามารถเทียบได้กับปลายขอบแห่ง
จุดสูงสุดของปราณต้นฟ้าได้ ไม่แม้กระทั่งเจียงเป่าอวิ้น!
เหล่าอัจฉริยะส่วนใหญ่ก็คงเทียบได้กับปรมาจารย์ปราณต้นฟ้าช่วง
กลางเท่านั้น และเหล่าปรมาจารย์ปราณต้นฟ้าช่วงกลางที่อ่อนแอที่สุดนี้ก็
อยู่ใน 36 อาณาจักรนั้นเอง