Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 293 ข้าจะใช้วัสดุของข้าเอง
คลังสมบัติของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของแผนกกลั่น
สกัด ถึงแม้จะดูเหมือนว่าศิษย์ของแผนกกลั่นสกัดและแผนกค่ายกลจะ
ด้อยความสามารถในการต่อสู้ แต่บทบาทของพวกเขาในหุบเขาเจ็ดแก่น
แท้นั้นสำคัญยิ่ง ทั้งสองแผนกนี้ได้รับทรัพยากรไม่น้อยไปกว่าแผนกกระบี่
และแผนกลงทัณฑ์เลย
สมบัติที่เหล่าศิษย์หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ใช้นั้น กว่า 90% ของสมบัติ
เหล่านี้มาจากแผนกกลั่นสกัด ส่วนแผนกค่ายกลนั้นเป็นผู้สร้างค่ายกล
ต่างๆเช่น ค่ายกลป้องกัน ค่ายกลกักเก็บลมปราณ หรือค่ายกลในรูปแบบ
อื่นๆ
แผนกต่างๆในหุบเขาแก่นแท้ล้วนแต่พึ่งพาอาศัยกัน ถึงแม้จะมีความ
ขัดแย้งภายในและข้อพิพาทกันอยู่บ้างซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันและพัฒนา
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาสามารถรักษาสมดุลนี้ไว้มานาน
กว่า 600 ปี
หลังจากที่หลินหมิงเดินทางมาถึงคลังสมบัติ เขาก็มองเห็นผู้อาวุโส
คนหนึ่งที่ใส่ชุดคลุมสีแดงกำลังยืนรอเขาอยู่ เขาคือผู้อาวุโสจัดการของ
แผนกกลั่นสกัด หลิวฉวน ระดับการบ่มเพาะของเขานั้นอยู่ในขั้นปราณ
ปลายฟ้าช่วงต้นและด้วยอายุของเขานั้น มีโอกาสเป็นศูนย์ที่จะได้
กลายเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก่อนที่จะเสียชีวิตลง ในด้าน
พลังการต่อสู้เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่อ่อนแอที่สุดในขั้นปราณปลายฟ้า แต่นั้นก็
เป็นเพราะว่าเขาไม่ได้ทุ่มเทให้กับการฝึกฝนเคล็ดวิชาการต่อสู้ แต่มุ่งเน้น
ไปที่การกลั่นสกัดเป็นอย่างมาก และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สมบัติ
ต่างๆที่ถูกสร้างโดยเขาล้วนแล้วแต่มีคุณภาพสูงที่สุด
เมื่อเห็นหลินหมิงขี่นกอินทรีวายุร่อนลงมา หลิวฉวนก็ยิ้มพร้อมกับ
กล่าวว่า “ฮาๆ หลานชายหลิน ตาแก่ผู้นี้มารอเจ้านานแล้ว”
ด้วยสถานะในปัจจุบันของหลินหมิง กล่าวได้ว่าเขาเป็นตัวตนที่สูงส่ง
ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้และถึงแม้หลิวฉวนจะเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่ง เขาก็ยัง
ต้องให้ความเคารพต่อหลินหมิง
“คารวะผู้อาวุโส” หลินหมิงคารวะพร้อมทั้งก้มศีรษะ
เมื่อเห็นหลินหมิงคารวะพร้อมทั้งก้มศีรษะให้ หลินฉวนก็อารมณ์ดี
เป็นอย่างมากและกล่าวว่า “หลานชายหลิน โปรดตามข้ามา ข้าจะพาเจ้า
ไปเลือกสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำที่เจ้าต้องการ หากชอบอันไหนก็เลือกไป
ได้เลย”
สมบัติระดับมนุษย์ขั้นสูงนั้นถือว่าเป็นสิ่งลำค่าและหายากแล้ว ผู้ที่จะ
สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ต้องเป็นปรมาจารย์การกลั่นสกัดที่มีระดับการ
บ่มเพาะอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น สมบัติเหล่านี้ไม่
สามารถพบเห็นได้ในเมืองของอาณาจักรเล็กๆ มีเพียงบางคนเช่นฉางกวน
ยู่เท่านั้นที่สามารถอาศัยเส้นสายของสมาพันธ์หอการค้าและได้รับมันมา
ครอบครอง
สำหับสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำ ผู้ที่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ต้องเป็น
ปรมาจารย์ในการกลั่นสกัดที่ต้องมีระดับการบ่มเพาะอย่างน้อยก็ต้องอยู่
ในขั้นปราณปลายฟ้าช่วงกลาง แม้แต่ระดับปราณปลายฟ้าช่วงปลายก็ยัง
มีโอกาสมากที่จะล้มเหลวในการสร้าง ถึงแม้ที่นี่จะเป็นคลังสมบัติของหุบ
เขาเจ็ดแก่นแท้ พวกมันก็ไม่ได้มีสมบัติระดับปฐพีมากนัก ยิ่งอันที่มี
คุณภาพสูงเช่นกระบี่คลื่นโลหิตของตระกูลฉางนั้น แม้แต่ปรมาจารย์ขั้น
ปราณปลายฟ้าก็ยังต้องอิจฉาเลย
หลิวฉวนเอากุญแจหกเหลี่ยมออกมาจากแหวนมิติของเขาและเสียบ
มันลงไปในแผ่นค่ายกลที่อยู่ด้านหน้าประตูของคลังสมบัติ เกิดเสียง
‘แกรก แกรก แกรก’ ขึ้น และประตูคลังสมบัติก็เปิดออกอย่างช้าๆ
ในขณะที่ประตูเปิดออก มันปรากฏคลื่นสีดำแผ่ออกมา สายลมอัน
เยือกเย็นพัดออกมาจากภายใน เหล่าสมบัติระดับสูงได้ถูกเก็บไว้ที่นี่นาน
เกินไป จนออร่าเจตนาฆ่าฟันของพวกมันหลวมรวมกันนั้นเอง
“หลานชายหลิน สมบัติแบบไหนที่จะต้องการ?”
“หอก!” หลินหมิงกล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล ในเมื่อเขาเป็น
ผู้เชี่ยวชาญหอกแล้ว อาวุธของเขาอย่างน้อยต้องมีระดับมนุษย์ขั้นสูง ไม่
เพียงแค่นั้นแต่จะต้องมีคุณภาพที่สูงที่สุดในระดับของมันอีกด้วย ต้องไม่
ห่างจากระดับปฐพีมากนักจึงจะเหมาะสม
ในการต่อสู้ที่ผ่านมา หอกอ่อนปราณคลั่งของเขาก็เริ่มจะด้อย
ประสิทธิภาพลง หลังจากที่ได้ต่อสู้กับเจียงเป่าอวิ้น แม้หลินหมิงจะใช้
ปราณแท้ในการป้องกันตัวหอกก็ตาม แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่กระบี่ฟันถูก
มัน
หากเขาพบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งในอนาคต หอกอ่อนปราณคลั่งก็
อาจจะถูกฟันขาดครึ่งก็เป็นได้
“ย่อมได้ ตามข้ามาเลย” หลิวฉวนพาหลินหมิงเดินผ่านชั้นวางอาวุธ
ต่างๆไป ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงด้านหน้าห้องเล็กๆห้องหนึ่งและเปิด
ประตูออก ในห้องนี้มีพื้นที่ขนาดความกว้างและยาวเพียง 100 ก้าว
มี 10 ชั้นวางที่มีหอกวางอยู่ มีทั้งหอกทมิฬ หอกเงิน และหัวหอก
ต่างๆที่แหลมคม แผ่ออร่าแห่งการฆ่าฟันปกคลุมไปทั่วห้อง ทำให้อุณหภูมิ
ทั้งห้องลดลงหลายองศา
“ตรงนี้” หลิวฉวนกล่าว
เมื่อเห็นหอกต่างๆมากมาย หลินหมิงก็ต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
เหล่านักสู้ต่างก็รักอาวุธ แม้แต่หลินหมิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น มีนักสู้บางคนที่
หลงใหลจนถึงขั้นรวบรวมพวกมันเป็นของสะสม ถึงแม้พวกเขาก็ใช้เพียง
แค่ไม่กี่อันก็ตาม
ในนี้มีหอกต่างๆมากมายนับร้อย มีทั้งหอกสั้น หอกยาว หอกหนา
หอกบาง หอกที่ยืดหยุ่น มากมายหลายรูปแบบอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงมองดูพวกมันและรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หอก
เหล่านี้แย่กว่าอาวุธทางด้านนอกเสียอีก ส่วนใหญ่เป็นระดับมนุษย์ขั้น
กลาง มีระดับมนุษย์ขั้นสูงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยิ่งระดับปฐพีมีเพียงแค่ 3
เล่มเท่านั้น!
หลิวฉวนรู้ถึงสิ่งที่หลินหมิงคิดและกล่าวว่า “มันเป็นเพราะในหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้นั้นไม่มีแผนกที่ใช้หอก ภายในแผนกกลั่นสกัดนั้นจึงมีเพียง
ปรมาจารย์ไม่กี่คนเท่านั้นที่สร้างหอกขึ้นมาได้ หอกเหล่านี้ถูกนำมาโดย
ศิษย์หุบเขาเจ็ดแก่นแท้และเก็บรักษาไว้ที่นี่มานานกว่า 600 ปีแล้ว หาก
เจ้าต้องการหอกระดับปฐพี เช่นนี้ก็มีเพียง 3 เล่มเท่านั้นที่มีให้เจ้าเลือก
ซึ่งความจริงแล้วหอกระดับปฐพีทั้ง 3 เล่มคุณภาพของมันด้อยว่าสมบัติ
ระดับปฐพีอื่นๆ”
มีเพียง 3 เล่ม แถมคุณภาพของมันยังด้อยว่าสมบัติระดับปฐพีอื่นๆ
อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ในขณะที่หลินหมิงมองไปยังหอกทั้ง 3 เขาก็พบว่า
หอกทั้ง 3 นี้เป็นหอกแข็ง ไม่มีความยืดหยุ่น สำหรับหลินหมิงแล้ว นี่เป็น
สิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ไม่เพียงแค่หอกแข็งจะมีข้อจำกัดในรูปแบบการใช้หอกของเขาแล้ว
แต่มันยังไม่สามารถแสดงพลังของเคล็ดวิชาลื่นไหลดุจแพรไหมออกมาได้
อย่างเต็มที่เพราะขาดความยืดหยุ่น
เมื่อเห็นว่าหลินหมิงไม่พอใจในหอกทั้ง 3 นี้ หลิวฉวนจึงกล่าวว่า
“หลานชายหลิน ข้ามีข้อเสนอแนะ… หลานชายหลินยังเยาว์นัก มันยังไม่
สายที่จะเปลี่ยนมาใช้กระบี่แทน หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ของข้านั้นมีแผนก
กระบี่มายาวนาน ถ้าเจ้าเข้าร่วมกับแผนกกระบี่ เคล็ดบ่มเพาะหลัก
ทั้งหมดจะถูกจัดส่งมาให้เจ้าได้เรียนรู้แน่นอน และยังมีสมบัติกระบี่ดีๆ
มากมายที่ให้เจ้าเลือกได้ตามต้องการ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลิวฉวน หลินหมิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือ
ร้องไห้ดี เพียงแค่สมบัติระดับปฐพี เขาถึงกลับต้องเปลี่ยนแนวทางการบ่ม
เพาะไปเป็นเคล็ดบ่มเพาะของแผนกกระบี่เลยหรือ?
เมื่อหลินหมินได้เลือกหอกเป็นอาวุธ เขาไม่ได้เลือกมันอย่างสุ่มๆ
เคล็ดวิชาบ่มเพาะที่เขาเรียนรู้อยู่คือ ‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ที่มี
พลังหยางและธาตุจำเพาะแสง การบ่มเพาะนี้มีเพียงหอกเท่านั้นที่จะ
สามารถแสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้ดีที่สุด
หากเป็นผู้ใช้กระบี่ที่เน้นไปในด้านความรวดเร็ว การเคลื่อนไหวที่
เฉียบคม และหลากหลายรูปแบบแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันไม่เหมาะกับเขา
และหลินหมิงเองก็มีพลังแห่งมังกรที่แท้จริง ดังเช่นที่ว่า ‘กระบี่ดั่ง
พยัคฆ์ หอกดั่งมังกร’ มันไม่ใช่เพียงแค่คำพูดลอยๆ ในบรรดาอาวุธ
ทั้งหลาย หอกนั้นมีความสง่าและองอาจ เหมาะสำหรับกรใช้พลังที่รุนแรง
และพลังหยางอันเข้มข้นแห่งมังกรอีกด้วย
หลินหมิงคิดอยู่ชั่วครู่และตัดสินใจถาม “ผู้อาวุโสหลิว หากข้าเป็นหา
วัสดุมาเอง ข้าจะสามารถขอร้องให้ผู้อาวุโสแห่งแผนกกลั่นสกัดสร้างหอก
ขึ้นมาเพื่อข้าได้หรือไม่?”
“หืม? วัสดุอะไรหรือ?” หลิวฉวนนั้นสงสัย ในการที่จะสร้างสมบัติ
ระดับปฐพีนั้น มันต้องใช้วัสดุล้ำค่า หลินหมิงมาจากอาณาจักรที่ไม่ค่อย
มั่งคั่ง แล้วเขาจะสามารถมีมันได้อย่างไร?
“วัสดุที่ใช้ทำด้ามหอก” ในการสร้างหอก ส่วนที่สร้างยากที่สุดของ
หอกก็คือด้าม หากหลินหมิงสามารถหาวัสดุที่ใช้สร้างมาได้ การสร้างหัว
หอกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก
และวัสดุที่จะใช้สร้างด้ามหอกก็คือ ‘ต้นไผ่จิตวิญาณสายฟ้าสีม่วง’ ที่
ได้มาจากในถ้ำของมังกรวารีนั่นเอง
ต้นไผ่จิตวิญาณสายฟ้าสีม่วง
ซึ่งต้นที่อายุ 90 ปีเป็นเพียงแค่ต้นอ่อน 900 ปีเป็นต้นไผ่เติบโตปาน
กลาง ส่วน 9000 ปีเป็นไผ่ที่โตเต็มที่
ต้นไผ่จิตวิญญาณที่โตเต็มที่แล้ว มันสามารถแตกหน่อต้นอ่อนออกมา
ได้ แล้วต้นอ่อนนี้ก็สามารถฝังตัวเข้าไปอยู่ในหินกำเนิดสายฟ้า และรอ
เวลาที่จะเติบโตขึ้นมา
ในตอนแรก หลินหมิงได้พบต้นไผ่แดงอายุ 900 ปีในถ้ำกิ้งก่า และ
ได้มาพบกับพ่อแม่ของมันอีกทีภายในถ้ำของมังกรวารี
ต้นไผ่แดงนั้นอายุ 900 ปีแล้ว ซึ่งมันหมายความว่าไผ่จิตวิญญาณ
สายฟ้าสีม่วงที่เขาพบจะต้องมีอายุถึง 9900 ปี มันอายุพอๆกับหุบเขา
สายฟ้าคลั่งที่อยู่มานานนับหมื่นปีเลยทีเดียว!
ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงมีความยืดหยุ่นสูง และไม่ต้องกล่าวถึง
เลยว่ามันจะทนทานแค่ไหน ไผ่จิตวิญญาณอายุ 900 ปีนั้นก็ยากมากแล้ว
ที่ดาบหรือกระบี่จะสามารถทำให้มันเสียหายได้ สำหรับไผ่จิตวิญญาณ
อายุ 9900 ปี แม้แต่ผู้ที่มีระดับพลังขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นก็ยังยากที่
จะทำให้มันเสียหายได้
ซึ่งได้ไผ่เช่นนี้มาเป็นวัสดุระดับสูงที่สุดสำหรับทำด้ามหอก
โดยเฉพาะเมื่อหลินหมิงนั้นเป็นนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าอีกด้วย เพราะ
ธาตุจำเพาะของไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงตรงกับเขาพอดี
“วัสดุทำเพลาหอกหรือ?” หลิวฉวนอึ้ง เขาลังเลก่อนจะกล่าวออกมา
“ไม่ว่าหอกจะดีหรือไม่นั้นล้วนแต่ขึ้นอยู่กับหัวหอกของมัน สำหรับด้าม
หอกแล้ว ถ้ามันไม่แย่เกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่ ตัวอย่างเช่น ที่นี่
มีด้ามหอกที่ทำจากทองโบราณหลอมเข้ากับเหล็กดาราเยือกแข็งและถูก
กลั่นด้วยปราณอัคคี ถูกตีซ้อนทับไปมา 9 ชั้นทุกๆ 9 วันนานถึง 81 วัน
มันมีพลังอย่างมาก แม้แต่ปรมาจารย์ที่อยู่ปลายขอบของจุดสูงสุดขั้น
ปราณปลายฟ้าก็ยังยากที่จะทำลายได้!”
หลินหมิงกล่าวออกมา “ผู้อาวุโสหลิวกล่าวได้ถูกต้อง แต่อย่างไรก็
ตาม หอกนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับหัวหอกเท่านั้น แต่ด้ามหอกก็สำคัญเช่นกัน
หากดูที่ด้ามหอกจะเห็นได้ว่าไม่มีอันใดเลยที่ยืดหยุ่น เช่นนั้นข้าจึงไม่
ต้องการมัน”
“เจ้าต้องการหอกระดับปฐพีที่ยืดหยุ่นได้เช่นนั้นหรือ?” หลิวฉวนไม่รู้
ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ในฐานะที่เป็นปรมาจารย์กลั่นสกัดผู้หนึ่ง เขา
ย่อมรู้ว่ามันยากเพียงไรที่จะตีหอกระดับปฐพีขั้นต่ำขึ้นมา ไม่ต้องกล่าวถึง
การจะสร้างขึ้นมาอย่างที่หลินหมิงต้องการเลย แม้แต่วัสดุที่ใช้ทำยังหา
แทบไม่ได้
สำหรับวัสดุที่ใช้ในการสร้างหอกระดับปฐพีขั้นต่ำที่ยืดหยุ่นได้ หลิวฉ
วนไม่เคยเห็นวัสดุเช่นนั้นเลย เขาเพียงแค่เคยอ่านเจอในตำราโบราณที่
เขียนอธิบายไว้เท่านั้น
สำหรับคำขอที่แทบจะเหมือนคนบ้าของหลินหมิง หลิวฉวนจึงไร้ซึ่ง
คำกล่าว หากหลินหมิงเป็นเพียงศิษย์ธรรมดา เช่นนั้นหลิวฉวนคงไล่
ตะเพิดออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หลินหมิงในตอนนี้มีสถานะที่สูงมาก มัน
จะดีที่สุดหากเขาอธิบายให้เขาฟัง
“หลานชายหลิน เจ้าไม่ใช่ปรมาจารย์กลั่นสกัดจึงไม่อาจเข้าใจได้ถึง
ความยากลำบากในการสร้างหอกระดับปฐพีขั้นต่ำที่มีความยืดหยุ่น การ
สร้างสิ่งนี้นั้นต้องทั้งหาวัสดุที่หายากและราคาแพงยิ่งกว่ากระบี่คลื่นโลหิต
ของตระกูลฉางเสียอีก! และหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ของเราก็ไม่มีวัสดุเช่นนั้น
ด้วย”
หลินหมิงกล่าวออกมาว่า “ข้าเพียงแค่จะบอกว่าข้ามีวัสดุอยู่”
“วัสดุอันใดที่เจ้ามีหรือ? หอกอ่อนปราณคลั่ง? ค้อนทองพิสุทธิ์?” ผู้
อาวุโสหลิวเน้นไปที่ 2 วัสดุนี้
ถึงแม้พรสวรรค์ของหลินหมิงจะท้าทายสวรรค์ หลิวฉวนก็ยังคงคิดว่า
หลินหมิงนั้นเป็นเด็กที่มาจากเมืองเล็กๆ ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายังเยาว์
มากอีกด้วย อายุเพียง 16 ปีและยังมีภูมิหลังที่ธรรมดา สมบัติระดับปฐพี
แบบใดกันที่เขาต้องการ? บางทีเขาคงไม่เข้าใจถึงความยากลำบากในการ
กลั่นสกัดว่ายากเย็นเพียงไร เช่นนั้นเขาจึงคิดว่าเพียงแค่เอาวัสดุอะไรมาก็
สามารถสร้างสมบัติระดับปฐพีได้สินะ
หลินหมิงลังเลและไม่แน่ใจว่าจะบอกอะไรเพิ่มเติมให้หลิวฉวนฟังดี
หรือไม่ เอาเถอะ ในเมื่อเขาอยู่ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ตราบใดที่ไม่มีคนโง่
และบ้าบิ่นแล้ว ก็คงไม่มีใครมาทำอะไรโง่ๆอย่างการฆ่าเขา และปล้นเอา
สมบัติของเขาไป
แต่ทันใดนั้นเอง เปลวเพลิงขนาดเล็กปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหลิวฉ
วน มันก็คือยันสื่อสารข้อความเสียง หลิวฉวนตกตะลึง กระแสข้อความ
เสียงนี้มาจากรองเจ้าสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ และมีคำสั่งในนำหลินหมิง
มายังห้องโถงหลักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้โดยทันที เพื่อทำการต้อนรับ
บุคคลขั้นสูง ราชทูตนักบุญแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มาเยือน
เหตุใดจึงมีบุคคลที่มีตำแหน่งสูงส่งจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้น
มากัน? หลิวฉวนครุ่นคิดกับตัวเอง โดยส่วนตัวแล้ว เขารู้ถึงสถานะของผู้ที่
เรียกว่าราชทูตนักบุญนี้ เขากล่าวกับหลินหมิงว่า “หลานชายหลิน ปล่อย
เรื่องการเลือกสมบัติเอาไว้ก่อนเถอะ พวกเราต้องไปยังยอดเขาและทำ
การต้อนรับราชทูตนักบุญที่มาจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เสียก่อน”
ราชทูตนักบุญแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์? หลินหมิงประหลาดใจทันที
ที่ได้ยินเรื่องนี้ โดยเฉพาะคำที่เรียกว่า ‘นักบุญ’ ทำให้หัวใจของเขาเต้นรั่ว
… หรือว่าอาจจะเป็น…
หลิวฉวนพยายามจะทำตัวเป็นมิตร “หลานชายหลิน หากเจ้า
ต้องการที่จะสร้างหอกที่มีความยืดหยุ่นนั้น มันจะง่ายดายได้อย่างใด
ถึงแม้เจ้าสำนักฉินจะสามารถหาวัสดุมาได้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถ
สร้างหอกได้ และมันยากที่จะสำเร็จด้วย หากเกิดสิ่งใดผิดพลาดจะทำเช่น
ไร?”
ทันทีที่หลิวฉวนได้กล่าวออกมา หัวใจของหลินหมิงก็เต้นรั่ว หลิวฉ
วนนั้นกล่าวได้ถูกต้อง! ไม่ว่าจะได้วัสดุที่ดีแค่ไหน หากกระบวนการกลั่น
สกัดผิดพลาดขึ้นมา วัสดุที่มีค่านั้นก็จะกลายเป็นเพียงสิ่งไร้ค่า เช่นนั้นเขา
จะทำอย่างไรดี?
ใช่แล้ว… เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์คงจะมีปรมาจารย์กลั่นสกัดใช่หรือไม่?
หากได้พวกเขาสร้างอาวุธขึ้นมาให้ ผลที่ได้จะต้องดีมากอย่างแน่นอน…