Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 299 ได้โอสถเปิดทางสวรรค์มาครอบครอง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 299 ได้โอสถเปิดทางสวรรค์มาครอบครอง
เหตุผลที่ฉางเชาซานอิจฉาหลินหมิงอย่างมากนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่
ทรัพยากรที่ให้เพิ่มแก่เขาเท่านั้น แต่เป็นเพราะท่าทีที่มู่เชียนหยี่ที่มีต่อ
หลินหมิงนั่นเอง แม้ฉางเชาซานจะรู้อย่างชัดเจนว่าไม่ว่าตอนนี้หรือใน
อนาคต มู่เชียนหยี่จะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเขา ซึ่งนี่ทำให้ความ
เกลียดชังของเขาเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด!
ผู้ที่ต่อต้านธรรมชาติที่แท้จริงของตนจะทำลายหัวใจการฝึกฝนของ
พวกเขาเอง ธรรมชาติที่แท้จริงของทุกคนจะถูกตัดสินโดยจิตสำนึกของ
พวกเขา ตัวอย่างเช่น บุคคลที่ชอบธรรมอย่าง เจียงเป่าอวิ้นและฉินหวู่ซิน
ที่เดินตามเส้นทางที่มีเกียรติและคุณธรรม ถ้าพวกเขาทำสิ่งที่ไม่ดี เช่น
วางแผนกับคนอื่นๆ ทรยศหักหลัง หรือการกระทำที่เป็นสิ่งมุ่งร้าย นี่จะ
เป็นการต่อต้านธรรมชาติของพวกเขาเอง ย่อมเป็นการทำลายจิต
วิญญาณนักสู้ของตน
แต่สำหรับเหล่าผู้คนเช่นแผนกลงทัณฑ์และดินแดนปีศาจแห่งทะเล
ทางใต้ เหล่านักสู้ที่เดินตามเส้นทางของการเป็นอมตะนั้นเป็นเส้นทางที่
ชั่วร้าย พวกเขาให้ความสำคัญมุ่งเน้นที่ความปรารถนาเป็นพื้นฐานและ
การเติมเต็มความคิดทางด้านมืด ถ้าพวกเขาจะประพฤติตนเช่นนักบวช
ย่อมเป็นการต่อต้านธรรมชาติของพวกเขาเอง
ฉางเชาซานเป็นคนที่มีความหยิ่งยโสเป็นอย่างมากและทั้งยังใจแคบ
เขาชอบที่จะเหยียบย่ำคนอื่นๆ แต่ถ้าสักวันหนึ่งเขาเสียศักดิ์ศรีและโดน
เหยียบย่ำโดยใครบางคนนี่เป็นจะทำลายจิตวิญญาณของเขาและปิดกั้น
การบ่มเพาะพลังของเขาเอง
ในตอนนี้ ฉางเชาซานอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ต่อหน้าทุกคนที่เขา
เคยเหยียบย่ำ แม้ว่าคนที่ทำเช่นนี้กับเขาจะเป็นมู่กู๋ปู่ยี่ แต่ฉางเชาซานก็
นับว่าหลินหมิงเป็นเสี้ยนหนามในใจของเขา เขาโยงแม้กระทั่งเจียงเป่าอ
วิ้นเข้ามาเอี่ยว ‘เจ้ารอไปก่อนเถอะ ข้าจะให้เจ้าชดใช้ที่ทำให้ข้าต้องอับ
อาย!’
ฉางเชาซานกัดฟันแน่นและถูกห้ามต่อไป
………….
“หลินหมิง นี่สำหรับเจ้า” มู่เชียนหยี่ยื่นมือของนางออกมาและมีแสง
เปล่งออกมา ขวดโอสถและแหวนก็ปรากฏในมือของนาง ขวดโอสถนั้นทำ
มาจากหยกที่ประณีตและสวยงามราวกับผลึกขาวบริสุทธิ์ ส่วนแหวนนั้น
มันดูธรรมดามาก จนแทบไม่ต่างกับแหวนทองแดงหรือแหวนเหล็กกล้า
ทั่วไป
แต่หลินหมิงสามารถรับรู้ได้ว่าแหวนวงนั้นแท้จริงแล้วเป็นแหวนมิติ
ระดับมนุษย์ขั้นสูง
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างแหวนมิติ เพราะแหวนมิติมักจะมีราคา
แพงกว่าสมบัติอื่นๆในระดับเดียวกัน แหวนมิติวงนี้อาจจะไม่มีคุณค่า
เทียบเท่ากับสมบัติปฐพีที่ด้อยประสิทธิภาพ แต่ก็มันไม่ต่างกันมากนัก
มู่เชียนหยี่ยิ้มและกล่าวว่า “หินลมปราณที่อยู่ในแหวนเป็นของเจ้า
ในนั้นมีอยู่ทั้งหมด 240 ก้อน ข้าให้ทรัพยากรเหล่านี้แก่เจ้าล่วงหน้า
เพื่อให้เจ้าบ่มเพาะพลัง”
เมื่อได้ยินว่า 240 หลินหมิงดีใจมาก หินลมปราณที่มู่เชียนหยี่ให้แก่
เขาเป็นหินลมปราณระดับกลาง หินลมปราณแท้ระดับกลางเทียบเท่ากับ
หินลมปราณแท้ระดับต่ำ 100 ก้อน นั่นหมายความว่าหินลมปราณแท้
ระดับกลาง 240 ก้อน จะเท่ากับหินลมปราณแท้ระดับต่ำถึง 24,000
ก้อน!! และมันไม่ง่ายที่จะซื้อหินลมปราณแท้ระดับกลาง คุณค่าที่แท้จริง
ของมันบางทีอาจจะสูงกว่าที่เขาคิด
การที่ใช้หินลมปราณแท้ระดับกลางในการบ่มเพาะพลังนั้น เป็นการ
สิ้นเปลืองและฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมาก แม้แต่เหล่าศิษย์หลักของหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้ก็ไม่อาจจะเพลิดเพลินไปกับมันได้
“ข้าจะใช้หินลมปราณแท้ระดับกลาง 240 ก้อนสำหรับการบ่มเพาะ
พลัง สำหรับหินลมปราณแท้ระดับต่ำที่ได้จากการชนะการพนันประลอง
ข้าจะใช้มันไปซื้อของต่างๆ”
หลินหมิงวางแผนที่จะใช้หินลมปราณแท้ แต่หินลมปราณแท้ดู
เหมือนจะมากไปหน่อย ถ้าเขาใช้หินระดับกลางสำหรับบ่มเพาะพลัง 240
ก้อนคงน่าจะไม่เพียงพอ สำหรับหินลมปราณแท้ระดับต่ำ มันจะหมดไป
อย่างรวดเร็วถ้าเขาอยากใช้มันซื้ออุปกรณ์ระดับสูงมาสวมใส
“ขอบคุณขอรับ ท่านนักบุญหญิงผู้สูงศักดิ์”
เพราะว่าฉีซงเทียนอยู่ด้วย หลินหมิงจึงไม่อาจแสดงความมีพิรุจว่า
เขารู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในมือของมู่เชียนหยี่และแสดงความเคารพที่ได้รับขวด
โอสถเปิดทางสวรรค์และแหวนมิติมา
“แหวนมิติวงนี้เหมาะสำหรับเจ้า ข้าเห็นแหวนมิติของเจ้าเป็นแหวน
มิติระดับต่ำ จะดีกว่าถ้าเจ้าจะเปลี่ยนมัน” มู่เชียนหยี่กล่าว หลินหมิงลังเล
อยู่พักนึง แต่เขาไม่ได้ปฎิเสธ หลังจากนี้เป็นส่วนนึงของพิธี
ก่อนหน้านี้ เขาได้แหวนมิติมนุษย์ระดับกลาง 3 วงจากร่างของ ฮั่ว
กง โอหยางไดฮั่วและซางเฟิงเจื่อยนที่เป็นประธานสมาคมการค้าพันธมิตร
แต่เขาไม่เคยนำแหวนพวกนั้นออกมาใช้เลย
ด้วยแหวนมิติระดับมนุษย์ขั้นสูง เขาน่าจะสามารถทำลายแหวนทั้ง
สามวงที่เขาได้มาจากการฆ่าคนอื่นทิ้งไปซะ
แหวนมิติระดับมนุษย์ขั้นสูงจะมีมิติพื้นที่มากกว่าแหวนของหลินหมิง
ทั้งหมดรวมกัน ไม่เพียงแค่นัน้แต่มันยังมีสเถียรภาพมากกว่า และ อาจจะ
มีอายุการใช้งานเป็นพันๆปี โดยไม่เสื่อมสลาย
หลังจากมู่เชียนหยี่มอบโอสถเปิดทางสวรรค์ให้ ฉีซงเทียนหยิบกล่อง
โอสถสีแดงสดใสออกมา หลังจากเปิดมัน ภายในนั้นมีเม็ดผลึกใสมรกตอยู่
ข้างในขนาดเท่าเม็ดลำใย มันส่องประกายด้วยพลังงานต้นกำเนิดบริสุทธิ์
นี่คือโอสถเปิดทางสวรรค์ นี่เป็นรางวัลของผู้ชนะเลิศงานชุมนุมร่วมสำนัก
ครั้งนี้ ฉีซงเทียนได้สัญญากับหลินหมิงว่าจะมอบของรางวัลก่อนหน้านี้ นี่
เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะจัดการเรื่องนี้
หลินหมิงสูดหายใจลึก จู่ๆเขาก็ได้รับโอสถเปิดทางสวรรค์จำนวน 2
เม็ด นี่เป็นความฝันที่ไม่คาดคิดสำหรับนักสู้ ตัวอย่างเช่นฉินจื่อหยา ที่ได้
ใช้เงินและเวลาไปอย่างมากสำหรับโอสถเปิดทางสวรรค์ ด้วยสิ่งนี้เพียง
อย่างเดียว ก็น่าจะทำให้จินตนาการได้ว่ามันมีค่าขนาดไหน
หลินหมิงรู้สึกกระวนกระวายและถามว่า “ท่านเจ้าสำนักฉี หากข้าใช้
โอสถเปิดทางสวรรค์ในขณะที่ยังอยู่เพียงขั้นผสานชีพจร มันจะมี
ผลข้างเคียงหรือไม่?”
ฉีฉงเทียนชักงัก เด็กคนนี้คิดจะใช้โอสถเปิดทางสวรรค์ทั้งที่ยังอยู่
เพียงขั้นผสานชีพจรจริงๆเช่นนั้นหรือ? มันจะเป็นการสิ้นเปลืองสมบัติล้ำ
ค่าเสียเปล่า!
สิ่งที่นักต่อสู้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นกังวัลคือ จะทำอย่างไรหากได้รับโอสถ
เปิดทางสวรรค์มา บางคนกระทั่งเตรียมตัวมาเป็นทศวรรษก่อนที่จะใช้
มัน! พวกเขาจะบ่มเพาะพลังจนกระทั่งการบ่มเพาะของพวกเขาไม่ขยับ
ขึ้นอีกได้และพวกเขาจะรอจนกระทั่งหัวใจแห่งพิณ หัวใจแห่งกระบี่หรือ
อะไรก็ตามที่ทำให้ถึงจุดคอขวด เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาปิดด้านฝึกตน
และกลืนกืนโอสถเปิดทางสวรรค์ ก่อนหน้านี้ถ้า ฉินจื่อหยา ไม่ได้กังวล
เกี่ยวกับการที่จะทะลวงสู่ระดับปราณปลายฟ้าเนื่องจากเขาอายุ 50 ปี
และมีโอกาสน้อยมากที่ได้จะรับโอสถเปิดทางสวรรค์ แต่เนื่องจากปัญหา
ของหัวใจแห่งพิณ ดังนั้นในตอนนี้เป็นไปได้เขาจะทะลวงผ่านไปสู่ขั้น
ปราณปลายฟ้า
นักสู้ส่วนใหญ่จะมีพิธีกรรมต่างๆก่อนที่พวกเขาจะใช้โอสถเปิดทาง
สวรรค์ พวกเขาจะเลือกวันที่เป็นมงคลและแช่ในน้ำที่มีเครื่องหอม
หลังจากนั้น พวกเขาอาจจะแยกไปปิดด้านฝึกตนนานนับปี เพื่อที่จะซึม
ซับปรับแต่งตัวยาทั้งหมดโดยไม่ให้เสียของแม้แต่นิดเดียว
แต่หลินหมิง เขาคิดจริงๆว่าจะใช้โอสถเปิดทางสวรรค์ขณะที่มีเพียง
การบ่มเพาะขั้นผสานชีพจร ทำราวกับว่าสมบัตินี้เป็นเพียงลูกอม
หากเหล่านักสู้ระดับปราณต้นฟ้าช่วงปลายที่ไม่สามารถเข้าสู่ระดับ
ปราณปลายฟ้าได้ ก็เพราะว่าพวกเขาขาดโอสถเปิดทางสวรรค์และหากได้
ยินเรื่องนี้ พวกเขาคงจะโกรธจนบ้าและกระอักโลหิตออกมาเป็นแน่
ฉีซงเทียนกระแอมและกล่าวว่า “หลินหมิง แม้ว่าจะไม่มีผลข้างเคียง
ใดๆจากการใช้โอสถเปิดทางสวรรค์เมื่อมีการบ่มเพาะเพียงขั้นผสานชีพจร
แต่เนื่องจากการบ่มเพาะของเจ้าต่ำเกินไป เจ้าจะไม่สามารถหลีกเลี่ยง
การสูญเสียประสิทธิภาพของโอสถได้ เจ้าควรที่จะรอให้การบ่มเพาะถึง
ระดับปราณต้นฟ้าเสียก่อน และเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าใช้มัน ประสิทธิภาพ
ของโอสถส่งผลอย่างมาก”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงได้ยินเฉพาะที่ฉีซงเทียนกล่าวว่า ไม่มี
ผลข้างเคียงใดๆ แต่สำหรับการสูญเสียประสิทธิภาพของโอสถนั้นไม่แม้จะ
อยู่ในความกังวลของเขา สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ไม่ใช่การเข้าสู่ขั้นปราณ
ต้นฟ้า หรือแม้กระทั่งปราณปลายฟ้า แต่คือกายผันแปรขั้นผสานไข
กระดูกนั่นเอง!
ถ้าเขาสามารถเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในและ 9 ดวงดาวแห่งวิหาร
เต๋า เขาจะเป็นผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดเหนือคนอื่นในระดับปราณปลายฟ้า
หรือแม้กระทั่งขั้นหลอมรวมแก่นแท้!
‘ข้ามีโอสถเปิดทางสวรรค์ 2 เม็ด มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับข้า
ที่จะลองใช้สักหนึ่งเม็ด ข้าอยากรู้ว่าโอสถเปิดทางสวรรค์จะเพียงพอต่อ
การตอบสนองความต้องการขั้นต่ำของ‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพคลั่ง’
หรือไม่ เพื่อช่วยให้ข้าเข้าสู่กายผันแปรขั้นผสานไขกระดูก!’
‘ถ้าใช้หนึ่งเม็ดแล้วยังไม่ได้ผล ข้าจะพยายามทุ่มเทฝึกจารึกอักขระ
เพื่อที่ข้าจะได้สามารถเขียนอักขระจารึกบนโอสถเปิดทางสวรรค์ได้! หาก
ใช้มันอีกครั้งน่าจะได้ผลมากกว่าเดิม!’
ขณะที่การบ่มเพาะและพลังของหลินหมิงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ซึ่งตรงข้ามกับการจารึกอักขระของเขาอย่างมาก
การฝึกฝนจารึกอักขระต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก
เมื่อหลินหมิงยากจนและไม่มีทรัพยากร เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจาก
ทุ่มเททั้งความพยายามและเวลาในการฝึกฝนการเขียนอักขระจารึก และ
ขายอักขระจารึกที่เขาเขียนขึ้นมาเพื่อทรัพยากรบ่มเพาะ แต่เมื่อสถานะ
ของเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการขายจารึกเพื่อ
ทรัพยากรบ่มเพาะแล้ว และสามารถใช้เวลาทั้งหมดของเขาในการบ่ม
เพาะได้
ครั้งล่าสุดที่หลินหมิงใช้ทำการจารึก คือตอนที่เขาแลกเปลี่ยนอักขระ
จารึกที่เขาวาดไว้สำหรับที่เขาวาดไว้เพื่อเป็นอักขระจารึกสำหรับร่างกาย
ของเขา ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงได้จารึกอักขระให้ผู้ที่อยู่ในขั้นผสานชีพ
จรและจารึกอักขระอาวุธระดับมนุษย์ขั้นกลางให้ปรมาจารย์ขั้นปราณต้น
ฟ้าแห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า
เขาเพียงสามารถจารึกอักขระลงบนสมบัติระดับมนุษย์ขั้นกลาง จึง
ถือได้ว่าหลินหมิงเป็นปรมาจารย์ที่สามารถจารึกอักขระสมบัติระดับ
มนุษย์ขั้นกลางได้เท่านั้น
แต่ระดับของโอสถเปิดทางสวรรค์นั้นเทียบได้กับโอสถระดับปฐพี
ความยากลำบากก็เพิ่มขึ้นถึง 2 ระดับ ถ้าหลินหมิงต้องการจารึกอักขระ
ลงบนโอสถเปิดทางสวรรค์ได้ อย่างน้อยเขาจะต้องสามารถจารึกอักขระ
บนสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำได้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาและความทุ่มเทเป็นอย่าง
มาก
แต่ถ้านี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เขาสามารถเข้าสู่กายผันแผรขั้น
ผสานไขกระดูกได้ มันก็จะคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ในเวลานี้เอง ฉีซงเทียนได้ถามหลินหมิงว่า “หลินหมิง เจ้าได้เลือก
สมบัติระดับปฐพีที่เจ้าชอบแล้วหรือยัง?”
หลินหมิงส่ายศีรษะ “ยังขอรับ”
“หืม หลิวฉวนยังไม่ได้พาเจ้าไปเลือกสมบัติที่คลังสมบัติเช่นนั้น
หรือ?”
“เขาพาข้าไปแล้ว เพียงแต่หอกที่อยู่ภายในคลังสมบัติ ไม่มีอันไหน
เข้ากับข้าได้” หลินหมิงกล่าวอย่างระมัดระวังและพิจารณาคำพูดในการ
ใช้ไม่ให้หยาบคาย
“หา!” ฉีซงเทียนหัวเราะ ไม่มีสิ่งใดที่เหมาะกับเจ้าหรือ นั่นหมายถึง
หลินหมิงไม่ได้พอใจหอกล้ำค่าใดๆในคลังสมบัติหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ของ
เขาเลย
ฉีซงเทียนเหลือบมองไปที่หลิวฉวนที่รับผิดชอบคลังสมบัติ หลังจาก
หลิวฉวนพาหลินหมิงมาที่นี่เขาก็ได้ไปยืนอยู่มุมนึงในจัตุรัส ฉีซงเทียนยิ้ม
และใช้คลื่นกระแสเสียงปราณแท้ไปหาเขา
หลิวฉวนเกิดอะไรขึ้น คลังสมบัติแผนกกลั่นสกัดของเจ้า ไม่มีแม้หอก
แม้แต่เล่มเดียวที่ดีพอซักอันเลยเช่นนั้นหรือ?
หลิวฉวนฝืนยิ้ม เขายังคงเป็นนักสู้ขั้นระดับปราณปลายฟ้าและได้ยิน
ฉีซงเทียนกล่าวออกมา เพราะไม่ได้ใส่ใจที่จะปิดบังการสนทนากับหลินห
มิง หลิวฉวนก็เคยได้มาบ้างว่าหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ไม่ได้มีปรามาจารย์ผู้ใดที่
ใช้หอกระดับสูงมาก่อน ดังนั้นแล้วพวกเขาจะไปหาหอกปฐพีคุณภาพสูง
มาจากที่ใดกัน?
หลิวฉวนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า “หลานชายหลินนั้น
อยากจะได้หอกที่สามารถยืดหยุ่นได้ แต่คลังสมบัติของเรามีหอกระดับ
ปฐพีเพียงสามเล่มเท่านั้น ทั้งหมดเป็นหอกหนัก ไม่ใช่แค่นั้น แต่พวกมัน
ยังมีคุณภาพระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม หลานชายหลินได้กล่าวอีกว่า เขา
สามารถสามารถจัดหาวัสดุที่ใช้ทำหอกได้ ถ้าเราสามารถสร้างหอกให้กับ
เขาได้
ขณะที่หลิวฉวนกล่าว เขาได้มองไปที่หลินหมิง ในความคิดของหลิวฉ
วน กับพื้นฐานมนุษย์ทั่วไปของหลินหมิงและอยู่ในวัยหนุ่มสาว มันยาก
สำหรับเขาที่จะเข้าใจการกลั่นสกัดสมบัติ โดยเฉพาะสมบัติระดับปฐพี
เขาอาจจะมีวัสดุทั่วไปคุณภาพต่ำ และคงคิดว่าจะสามารถใช้สร้างสมบัติ
ระดับปฐพีได้
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา ในเมื่อฉีซงเทียนได้กล่าว
ถามเขาก็เพียงพูดไปตามความจริง
ความจริงคือ หลิวฉวนรู้สึกรำคาญหลินหมิงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม
คลังสมบัติคือสิ่งที่ศิษย์แผนกกลั่นสกัดของเขามากมายฝันที่จะมีวันหนึ่งที่
ได้เข้าไปเลือกสมบัติ แต่ว่าหลินหมิงกลับไม่ได้ชอบสมบัติใดในคลังสมบัติ
เลย ต้องรู้ด้วยว่าแม้แต่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าบางคนยังไม่มีโอกาสที่จะ
ได้เข้าไปเลือกสมบัติระดับปฐพีเลยด้วยซ้ำ!
“เป็นเช่นนี้เอง?” ฉีซงเทียนลูลเคราของตน หลินหมิงมีวัสดุที่จะใช้
สกัดเป็นหอกที่สามารถยืนหยุ่นได้เช่นนั้นหรือ? แต่ว่าวัสดุที่มีคุณสมบัติใน
การกลั่นหอกระดับปฐพีที่มีความยืนหยุ่นได้ หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง
“หลินหมิงวัสดุแบบใดที่เจ้ามีเช่นนั้นหรือ?”
“มันใช้เป็นวัสดุสำหรับด้ามหอกเท่านั้น ส่วนหัวหอก ข้ายังไม่มีวัสดุ
อันใดเลย”
“แค่มีด้ามของหอกก็เพียงพอแล้ว หากสร้างหอกที่มีความยืนหยุ่น
เช่นนั้นด้ามหอกก็เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด รวมถึงวัสดุที่ใช้กลั่นสกัดหอก
ระดับปฐพีที่มีความยืนหยุ่นหาได้ยากมาก หลินหมิง เจ้ามีสิ่งของเช่นนั้น
จริงหรือ?” ฉีซงเทียนเชื่อว่าหลินหมิงไม่ได้โกหก เขามั่นใจว่าหลินมิงได้
บังเอิญพบมันด้วยความโชคดีอย่างมาก
“มันคือชิ้นส่วนของไผ่…” หลินหมิงกล่าวออกมาพร้อมทั้งหยิบไผ่จิต
วิญญาณสายฟ้าสีม่วงออกมาจากแหวนมิติของเขา มันมีขนาดยาว 9 ก้าว
9 นิ้ว มีสีเข้มสดใสและมันสาดประกายสายฟ้าออกมา
หลิวฉวนถึงกับงงว่านี่มันคือสิ่งใดกันแน่?