Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 300 ปรมาจารย์แห่งการสกัดหอก
ความจริงก็คือแม้แต่หลิวฉวนเองก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับวัสดุ
เหล่านั้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงนั้นเป็นสมบัติที่
หายากมาก มันสามารถพบได้ ณ สถานที่พิเศษที่มีพลังสายฟ้ามากกว่า
หมื่นปีเท่านั้น ผู้ที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่หุบเขาสายฟ้าฟาดในป่าไพศาล
ทางใต้ ต่างก็รู้ว่ามีไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงอยู่ที่นั้นเนื่องจาก
สภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย
นอกจากนี้ หลิวฉวนยังเป็นปรมาจารย์กลั่นสกัดที่มีความเชี่ยวชาญ
ในการสกัดดาบและกระบี่อีกด้วย เขามีความเข้าใจโลหะระดับสูงเกือบ
ทุกชนิด แต่สำหรับไผ่และวัสดุประเภทไม้นั้น เขาแทบจะไม่เคยใช้มันเลย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลิวฉวนจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับไผ่จิตวิญญาณ
สายฟ้าสีม่วงมากนัก แต่เขาก็ยังเห็นถึงพลังอันน่าสะพรึงของสายฟ้าที่ถูก
ปลดปล่อยออกมาจากไผ่นั่น
เมื่อไผ่ถูกนำออกมา พลังอันน่าเหลือเชื่อของสายฟ้าได้ทะลักออกมา
เพียงแค่ประกายสายฟ้าก็มีพลังเพียงพอที่จะทำให้หลิวฉวนถอยหลังไป
โดยไม่ทันรู้ตัวและทำให้ขนลุกไปทั่วทั้งร่าง ไผ่นี้ทำให้เขาเกิดอาการเช่นนี้
ได้ แม้ว่าหลิวฉวนจะใช้ปราณแท้ของเขาป้องกันไว้ แต่สายฟ้าที่ถูก
ปลดปล่อยออกมานั้นได้สร้างสนามพลังไฟฟ้าที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก
และสิ่งที่ทำให้หลิวฉวนตื่นตระหนกก็คือ เขาได้เห็นพลังของสายฟ้า
ต้นกำเนิดที่เป็นพลังงานแห่งปฐพีไหลเข้าสู่ลำต้นไผ่ในรูปแบบวังวน
พลังงานที่มองไม่เห็น
‘มันสามารถดูดซับพลังต้นกำเนิดสายฟ้าได้อย่างนั้นหรือ?’
นี่มันน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก ถ้านักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้ามีไผ่ต้นนี้
เขาสามารถจะดูดซับพลังต้นกำเนิดสายฟ้าจากปฐพีอย่างต่อเนื่องระหว่าง
ต่อสู้เพื่อสำรองพลังไว้ได้ มันไม่เพียงแต่เขาจะมีพลังมหาศาลเท่านั้น แต่
เขาจะมีความทนทานในการต่อสู้มากขึ้นอีกด้วย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิวฉวนได้กลืนน้ำลายและคอของเขากระตุก เจ้าไผ่
นี้ต้องเป็นสมบัติที่เหล่านักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าใฝ่ฝันอย่างแน่นอน!
ในเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ที่นี่ มีผู้หนึ่งที่รู้เกี่ยวกับหุบเขาสายฟ้าฟาด
เป็นอย่างดี ๆนั่นก็คือมู่เชียนหยี่ เพียงแค่เหลือบมอง นางก็สามารถรู้ได้
ทันทีว่ามันคือไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง และนางยังรู้ได้อีกด้วยว่าหลินห
มิงได้มันมาจากที่ใด
‘ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะนำไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงอายุกว่า 10000
ปีที่อยู่ในหุบเขาฟ้าฟาดมาด้วย มันดูเหมือนว่าเขาได้ไปที่ถ้ำมังกรวารีแล้ว
ได้รับทรัพยากรมากมาย’ เมื่อคิดได้เช่นนี้ มู่เชียนหยี่จึงยิ้มพร้อมส่ายหัว
ของนาง ทรัพยากรอันมั่งคั่งที่มังกรวารีสายฟ้าได้สะสมไว้นั้นคงถูกหลินห
มิงขโมยมาจนหมด
ประสบการณ์ของฉีซงเทียนไม่อาจเทียบได้กับมู่เชียนหยี่ หลังจากที่
เขาเห็นไผ่จิตวิญญาณสายฟ้า เขาก็ครุ่นคิดชั่วขณะ ก่อนจะนึกถึงที่เขา
เคยอ่านเกี่ยวกับไผ่จิตวิญญาณในบันทึกโบราณ
“นี่มันไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าเช่นนั้นหรือ?” ฉีซงเทียนถาม
หลินหมิงพยักหน้า
“นี่มันไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าที่จะเติบโตเพียงหนึ่งนิ้วทุกๆ100 ปี แต่
ชิ้นนี้มันยาวเกือบ 10 ก้าว นี่มันเป็นไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงอายุกว่า
10000 ปีเช่นนั้นหรือ?”
“9 ก้าว 9 นิ้ว มันเป็นไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง 9900 ปี แล้วข้ายัง
มีหน่ออ่อนอายุ 900 ปีอยู่อีกหนึ่งหน่อ…” หลินหมิงกล่าวโดยไม่ได้ปกปิด
อะไร
9 ก้าว 9 นิ้วเป็นความยาวที่เท่ากันกับหอกอ่อนปราณคลั่ง อย่างไรก็
ตาม ความยาวของหอกอ่อนปราณคลั่งนั้นได้รวมกับส่วนหัวของหอกแล้ว
ถ้าเขาจะสกัดหอกที่มีไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง มันจะยาวกว่านั้น
เมื่อรวมเข้ากับหัวหอก มันจะมีความยาวโดยรวมมากกว่า 10 ก้าว ใน
ความเป็นจริง นี่มันค่อนข้างยาวเกินไป
หลังจากได้ยินการยืนยันจากหลินหมิง ฉีซงเทียนได้หายใจเข้าลึกๆ
เจ้าหนุ่มนี่สามารถครอบครองวัสดุหายากได้ ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง
สามารถหาได้จากพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสายฟ้า และพื้นที่เช่นนั้นที่อยู่
ใกล้เคียงมีเพียงหุบเขาฟ้าฟาดเท่านั้น!
มันเคยถูกกล่าวว่ามังกรวารีสายฟ้านั้นได้อาศัยอยู่ที่หุบเขาสายฟ้า
ฟาด และมันยังมีระดับการ่มเพาะที่ยากจะหยั่งถึง ไม่เพียงแค่นั้น มันยังมี
สายโลหิตแห่งสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของมันเกินจะหยั่งถึง
เช่นกัน และหุบเขาฟ้าฟาดยังเต็มไปด้วยกิ้งก่าสายฟ้าอีกด้วย แม้กระทั่งผู้
อาวุโสสูงสุดของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็ยังไม่สามารถกลับออกมาโดยไร้รอย
ขีดข่วน และหลินหมิงสามารถได้รับไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงจากหุบ
เขาฟ้าฟาดได้อย่างไร?
ซึ่งแค่คิดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เขาชำเลืองมองไปที่มู่เชียนหยี่อย่างไม่
รู้ตัว หรือว่ามู่เชียนหยี่ได้ช่วยเหลือหลินหมิง? ถ้าเป็นเช่นนั้น มู่เชียนหยี่ก็
ทำดีต่อหลินหมิงเกินไปแล้ว ฉีซงเทียนคิดชั่วครู่ และเริ่มคิดเกี่ยวกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างมู่เชียนหยี่และหลินหมิง บางทีความสัมพันธ์ของ
พวกเขาอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
แม้ว่าจิตวิญญาณสายฟ้าจะถูกดูดซับโดยการได้รับความช่วยเหลือ
จากมู่เชียนหยี่ ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น เจ้าหนุ่มผู้ยังไม่ได้แม้กระทั่งเข้าสู่ขั้นผสาน
ชีพจรจะสามารถดูดซับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นต่ำได้อย่างไรกัน?
ยิ่งฉีซงเทียนคิดมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
นั้นไม่สามารถรักษาผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างหลินหลิงไว้ได้ เขาเหมือนดั่ง
มังกรในบ่อลึก แต่บ่อน้ำของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นตื้นเขินเกินไป มังกรที่
แท้จริงมิอาจแหวกว่ายในบ่อน้ำเหล่านั้นได้
และหลินหมิงไม่ค่อยได้ติดต่อกับมู่เชียนหยี่ด้วยซ้ำ เขาจะเข้าร่วม
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉีซงเทียนได้แต่ถอนหายใจ ก่อนหน้านี้ เขาพยายาม
คิดดิ้นรนอย่างมาก แต่ทว่าหลินหมิงไม่เคยเป็นของเขา และก็ไม่เคยถูก
นับเป็นสาวกของเจ็ดหุบเขาแก่นแท้ตั้งแต่แรกแล้ว
ในกรณีนั้น เมื่อย้อนกลับไปมองสิ่งต่างๆ เพียงแค่ได้เป็นมิตรกับ
ปรมาจารย์ผู้นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
“ข้าอยากจะใช้ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงเพื่อสกัดหอก!”
หลินหมิงกล่าวอย่างจริงจังขณะที่ถือไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง
เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของหลิวฉวนกระตุก สร้างด้ามหอกด้วยไผ่
นี่อย่างนั้นหรือ? นี่… นี่มันเป็นความคิดที่น่าตกตะลึงเกินไปแล้ว ถ้าหากมี
คนสามารถจะสร้างหอกระดับปฐพีและยังมีไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงที่
สามารถดูดซับพลังสายฟ้าได้อีก เช่นนั้นหอกนี่ควรจะเป็นหอกที่ดีที่สุด
สำหรับนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้า!
‘ใช่แล้ว! ไม่ใช่ว่าหลินหมิงเป็นนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าอย่างนั้น
หรือ?’ หลิวฉวนตบหน้าผากของเขาและสาปแช่งตัวเองในใจ เขาเกือบลืม
ไปว่าหลินหมิงเป็นนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าที่มีความเข้ากันได้กับต้น
กำเนิดสายฟ้าอย่างสูง!
เมื่อหลิวฉวนคิดเช่นนี้ จิตใจเขาก็เริ่มสั่น นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
หลินหมิงนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเขามีหอกสายฟ้าระดับสูง
อีก เขาคงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ยามใดที่เขาปลดปล่อยพลัง ยังจะมี
ใครในรุ่นนี้ที่จะสามารถหยุดเขาได้กัน?
ไม่แปลกใจเลยที่หลินหมิงไม่แม้แต่จะชายตามองไปยังสมบัติของ
แผนกกลั่นสกัด เมื่อเปรียบเทียบระหว่างหอกสายฟ้าที่สร้างจากไผ่จิต
วิญญาณสายฟ้าสีม่วง กับอาวุธในคลังสมบัติเหล่านั้น มันไม่ต่างอะไร
นอกจากเศษเหล็ก!
ดวงตาของฉีซงเทียนกระตุก ความแข็งแกร่งของหลินหมิงนั้นเพิ่มขึ้น
อย่างน่าสะพรึงกลัว ภายในหนึ่งปี แม้แต่หลินปิงจากหุบเขานกยูงก็คงมิ
อาจเป็นคู่มือของเขา หรือบางทีอาจจะน้อยกว่าหนึ่งปีเสียอีก!
เขาหันไปมองหลิวฉวนและกล่าวว่า “หลิวฉวน ผู้ใดหอกเก่งที่สุดใน
แผนกกลั่นสกัดหรือ?”
เมื่อหลิวฉวนได้ยินคำถามนี้ เขาก็หน้าแดงทันที และดูเหมือนไร้ซึ่ง
หนทาง ถึงแม้จะมีผู้อาวุโสไม่กี่คนในแผนกกลั่นสกัดที่สามารถสกัดหอกได้
แต่พวกเขาทำได้ดีที่สุดเพียงหอกระดับมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้น ให้พวกเขานั้น
ใช้ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง ย่อมเป็นการเสี่ยงที่จะล้มเหลวอย่างแท้จริง
หลิวฉวนยังจำได้ว่า เขาได้สงสัยว่าหลินหมิงนั้นไม่เข้าใจว่าการกลั่น
สกัดนั้นยากเพียงใด และไม่มีวัสดุสำหรับสร้างสมบัติระดับปฐพี แต่บัดนี้
หลินหมิงได้นำวัสดุที่มากเกินพอออกมา แต่ว่ากับไม่มีผู้ใดที่จะสามารถใช้
มันได้ หลิวฉวนจึงทำได้เพียงยิ้มอย่างเศร้าๆเท่านั้น
หลิวฉวนส่ายศีรษะของเขาอย่างไร้ซึ่งหนทาง และกล่าวอย่างอายๆ
ว่า “แผนกกลั่นสกัดของเราไม่สามารถสกัดหอกระดับปฐพีได้… ที่พวกเรา
ทำได้ มีเพียงหัวหอกระดับปฐพีเท่านั้น อย่างเช่น หัวหอกเหล็กดาราเยือก
แข็ง…”
“เหล็กดาราเยือกแข็งนั้นเป็นเหล็กคุณภาพสูง มันมักวัสดุในการ
สร้างสมบัติระดับปฐพี เมื่อใช้เหล็กดาราเยือกแข็งสร้างสมบัติ มันช่าง
ลำบากและซับซ้อนอย่างมาก และมันเป็นหนึ่งในมรดกของแผนกกลั่น
สกัดแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ มันถูกเก็บไว้เป็นความลับ และเป็นสิ่ง
ต้องห้ามสำหรับบุคคลภายนอก อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเป็นกระบวนการที่
เราภูมิใจและมั่นใจที่สุด” หลิวฉวนได้แต่แนะนำเช่นนี้
แต่หลิวฉวนไม่ได้คิดว่ามู่เชียนหยี่จะส่ายศีรษะและกล่าวว่า “เหล็ก
ดาราเยือกแข็งนั้นสามารถนำไปสร้างได้เพียงสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำ
เท่านั้น และไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง 10000 ปีนั้นเหนือชั้นกว่ามันมาก
หัวหอกที่สร้างจากเหล็กดาราเยือกแข็งไม่เข้ากับไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสี
ม่วง ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าหัวหอกถูกสร้างแยกจากด้ามหอก เช่นนั้นหอกจะ
ไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติได้ และคุณภาพของ
มันจะลดลงอย่างมาก”
มู่เชียนหยี่กล่าวข้อเท็จจริงออกมาอย่างใจเย็น เมื่อหลิวฉวนได้ยิน
เขาหน้าแดงทันที เขาได้แนะนำเกี่ยวกับหนึ่งเทคนิคลับที่แสนล้ำค่าของ
แผนกกลั่นสกัด ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำจากมู่เชียนหยี่ มันกลายเป็นสิ่งไร้
ค่าในสายตาของนาง…
เขาเปิดปากเพื่อที่จะพูด แต่มิอาจหาคำมาหักล้างคำกล่าวของนางได้
ท้ายที่สุด เขาจึงไม่กล่าวสิ่งใดออกมา มันไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถโต้แย้งได้
นี่มันเป็นช่องว่างระหว่างมรดกของสำนัก สำนักระดับ 4 ย่อมสามารถจะ
ดูถูกสิ่งที่เรียกว่าเทคนิคลับของสำนักระดับ 3 พวกเขาได้
มู่เชียนหยี่ได้กล่าวออกมา “หลินหมิง ข้ารู้จักปรมาจารย์สกัดหอกที่
มีการบ่มเพาะหลอมรวมแก่นแท้ขั้นกลาง หากให้ผู้นั้นช่วย เช่นนั้นก็
สามารถสร้างหอกที่ปลดปลอยพลังที่แท้จริงของไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสี
ม่วงได้ แน่นอนว่า เจ้ายังต้องนำวัสดุอื่นที่เข้ากับไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสี
ม่วงไปเพื่อสร้างหัวหอก”
ปรมาจารย์ด้านสกัดหอกผู้มีระดับการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่น
แท้?
เมื่อหลินหมิงได้ยินที่มู่เชียนหยี่พูด หัวใจของเขาก็เต้นรัวขึ้นทันที
ผู้นำแผนกกลั่นสกัดของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นมีระดับการบ่มเพาะเพียง
ปราณปลายฟ้าขั้นปลายเท่านั้น จากระดับการบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว ก็
สามารถจินตนาการได้ว่า หอกที่ถูกสร้างโดยปรมาจารย์ท่านนั้นจะ
แข็งแกร่งขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดได้เช่นนั้น มู่เชียนหยี่จึงกล่าวอีกว่า เขา
จำเป็นต้องมีวัสดุที่เข้ากันได้กับไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วง หลินหมิงจึง
รู้สึกหดหู่ มูลค่าของวัสดุเหล่านั้นสามารถจิตนาการได้เลย แม้ว่าเขาจะ
พยายามอย่างเต็มที่แล้ว เขาก็ยังมิอาจหามันมาได้
เว้นแต่ เขาจะขอความช่วยเหลือจากมู่เชียนหยี่
ถ้ามู่เชียนหยี่เต็มใจช่วย นางย่อมหาวัสดุเหล่านั้นได้ แต่มันไม่มี
เหตุผลอันใดที่มู่เชียนหยี่จะมาช่วยเขาโดยไม่ได้รับอะไรตอบแทน
แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะ เขาก็ยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ มันไม่มีเหตุผลเลย
ที่มู่เชียนหยี่จะให้ทรัพยากรที่ล้ำค่าแก่เขาเช่นนี้
ไม่มีใครสามารถพูดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต และเขาก็ยังไม่ได้
เป็นแม้กระทั่งสาวกของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จริงๆด้วยซ้ำ
มู่เชียนหยี่เห็นหลินหมิงทำหน้าสิ้นหวัง ก็สามารถจิตนาการได้ว่าเขา
กำลังคิดอะไรอยู่ นางจึงยิ้มเบาๆและกล่าวว่า “หลินหมิง เจ้าไม่อยากไป
พบปรมาจารย์ท่านนั้นรึ?”
“ข้าอยาก แต่…”
“งั้นก็มากับข้าซะ” เมื่อมู่เชียนหยี่กล่าวเช่นนี้ นางก็ตบมือและเกิด
ความผันผวนแปลกๆของปราณแท้อัคคีออกมาจากฝ่ามือของนาง ทันใด
นั้นก็เกิดเสียงร้องเบาๆของฟีนิกซ์ และนกยักษ์ที่มีปีกขนาด 70 ก้าว กาง
ปีกบินลงมาข้างหน้าห้องโถง ยืนอยู่หน้าจตุรัส
นกที่มีหัวเป็นไก่สีทอง คอยาวเหมือนงู ขนลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง
ดั่งพระอาทิตย์ นี่มันเป็นวิหคเพลิงของมู่เชียนหยี่ เจ้าเพลิงน้อย
เจ้าเพลิงน้อยได้ลงมายังที่นี่ และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยคลื่นความ
ร้อน หลินหมิงหรือแม้แต่หลิวฉวนที่มีการบ่มเพาะขั้นปราณปลายฟ้าช่วง
ต้นก็ยังต้องถอยหลังหลายก้าว
หลินหมิงกระตุ้นเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชภายในกายเขา จนในที่สุด
ก็สามารถยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาจากเจ้าเพลิง
น้อยได้ เจ้านี่ได้วิวัฒนาการขึ้นอย่างนั้นหรือ?
หลินหมิงจำได้ว่ายามที่เขาพบมันครั้งแรก เจ้าเพลิงน้อยมันมีขนาด
ปีกยาวเพียง50 ก้าว แต่บัดนี้ มันยาว 70 ก้าวแล้ว และปราณแท้อัคคีที่
ล้อมรอบร่างของมันยังน่ากลัวกว่าเดิมยิ่งนัก
ในตอนนี้ เจ้าเพลิงน้อยกางปีกของมันอย่างภูมิใจ จากนั้นก็เชิดหน้า
ขึ้นอย่างพึงพอใจ มันได้แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของมัน แน่นอนว่า
มันค่อนข้างมีความสุขที่เห็นหลินหมิงตกตะลึง
เจ้าเพลิงน้อยนั้นจำหลินหมิงได้ หรือจะพูดให้ถูกกว่านั้นก็คือ เจ้า
เพลิงน้อยจำหนุ่มน้อยเนื้อย่างได้
“ไปกันเถอะ” มู่เชียนหยี่กระโดดขึ้นไปกลางอากาศและลงไปบน
หลังของเจ้าเพลิงน้อยอย่างนุ่มนวล
หลินหมิงหยุดนิ่งชั่วขณะ เขาจะสามารถนั่งบนหลังเจ้าเพลิงน้อยได้
อย่างไร? มันจะยอมให้เขานั่งอย่างนั้นหรือ?
ฉีซงเทียนและหลิวฉวนสะดุ้งตกใจ สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์นั้นหยิ่งทระนง
และมีความภูมิใจในตัวมันอย่างมาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถขึ้นไปนั่งบน
หลังของมันได้
แน่นอนว่า เจ้าเพลิงน้อยนั้นส่งเสียงร้องแสดงความไม่พอใจออกมา
เล็กน้อย แต่มันก็ยังอนุญาตให้หลินหมิงปีนขึ้นไป
นี่มันเป็นเพราะคำสั่งของมู่เชียนหยี่ แต่สถานะของหลินหมิงนั้นยังคง
เป็นเจ้าหนุ่มเนื้อย่างที่มีบทบาทสำคัญในใจเจ้าเพลิงน้อยนั่นเอง
หลินหมิงกระโดดขึ้นทะยานสู่กลางอากาศและร่อนลงอย่างมั่นคงบน
หลังของเจ้าเพลิงน้อย ช่วยไม่ได้ที่หลิวฉวนจะกลืนน้ำลายเมื่อเขาเห็น
แบบนี้ ในฐานะคนของแผนกกลั่นสกัด เขายังเป็นนักสู้ธาตุจำเพาะตุอัคคี
อีกด้วย เมื่อเห็นหลินหมิงสามารถขี่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟคู่บารมีเช่นนี้
เขาจึงทำได้เพียงอิจฉาอย่างยิ่งในใจเขาเท่านั้น
ภาค 5 กลอุบายในเมืองใบหม่อนสีเขียว