Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 303 อีก 10 ปี ค่อยกลับมา
เพียงแค่วันเดียว หลินหมิงและมู่เชียนหยี่ก็ได้บินไปหลายหมื่นลี้แล้ว
และมาหยุดอยู่ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ถูกสร้างโดยเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ยิ่งใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไกลเพียงใด ก็ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น
เท่านั้น ไม่เพียงแค่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการเปิดใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้อง
ใช้หินลมปราณแท้จำนวนมากอีกด้วย
“หลินหมิง เจ้าเคยกล่าวว่า เจ้าต้องการวัสดุที่ใช้ทำหัวหอกที่เป็น
ธาตุจำเพาะอัคคีเช่นนั้นหรือ?” มู่เชียนหยี่ประหลาดใจ หรือว่าหลินหมิง
นั้นมีกายธาตุจำเพาะคู่ที่แสนหายาก?
“ใช่” หลินหมิงพยักหน้าอย่างกระฉับกระเฉง เขาไม่คิดจะซ่อนสิ่งใด
จากมู่เชียนหยี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเวลายิ่งผ่านไป ปราณอัคคีในร่าง
ของเขาก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถในการควบคุมไฟของเขาก็จะ
ถูกเปิดเผยอยู่ดี
“เจ้าสามารถควบคุมเพลิงได้เช่นนั้นหรือ?”
“ได้เพียงเล็กน้อย…” หลินหมิงสะบัดนิ้ว และเปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้น
เมื่อได้เห็นเช่นนี้ ดวงตาของมู่เชียนหยี่ก็สาดประกายอย่าง
กระตือรือร้น นางกัดริมฝีปากสีกุหลาบของนาง พร้อมกับกล่าวว่า “เจ้ามี
กายธาตุจำเพาะคู่เช่นนั้นหรือ!?”
“ใช่” หลินหมิงกล่าวราวกับว่าตัวเองรู้ว่ามันคืออะไร แน่นอนว่ากาย
ธาตุจำเพาะคู่ของเขานั้นได้มาจากปราณเทพทรราชคลั่ง
“หากเจ้าสามารถควบคุมเพลิงได้ เหตุใดจึงไม่กล่าวออกมาให้เร็ว
กว่านี้!” มู่เชียนหยี่ได้กล่าวตำหนิออกมา
“…ก็เจ้าไม่ได้ถามข้านี่” หลินหมิงตอบกลับด้วยแววตาที่ใสซื่อ “เจ้า
จำไม่ได้หรือ เมื่อข้าขอแลกเนื้อย่างกับขนวิหคเพลิงของเจ้าเพลิงน้อย?
นั้นก็เพราะข้าต้องการใช้มันเพื่อล่อเลี้ยงปราณอัคคีภายในกายข้า”
เมื่อได้ยินหลินหมิงกล่าวออกมาเช่นนี้ นางก็จำได้ว่าในตอนนั้นเขาได้
แลกเนื้อย่างกับขนของเจ้าเพลิงน้อย รอยยิ้มแสนซนและความสุขปรากฏ
ในแววตาของหลินหมิง “เจ้าเพลิงน้อยเป็นแค่เด็ก เจ้าค่อนข้างซนทีเดียว
หลินหมิง”
หลินหมิงลูบจมูกของเขาด้วยความอายเล็กน้อย เข้ายอมรับว่าวิธีนั้น
ค่อนข้างจะชั่วร้ายไปสักหน่อย เหมือนกับตาลุงแปลกๆที่เอาขนมมาล่อ
เด็กและลักพาตัวไป
“หากเจ้าสามารถควบคุมเพลิงได้ เจ้าก็ควรจะบอกข้าตั้งแต่แรก
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้ามีสองเคล็ดบ่มเพาะหลักๆ หนึ่งคือใช้เพลิงเป็น
พื้นฐาน ข้าเองก็บ่มเพาะมัน ในตอนแรกนั้น ข้าเคยคิดว่าเคล็ดบ่มเพาะ
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไม่เหมาะกับเจ้า แต่หากข้ารู้เช่นนี้ ข้าคงพาเจ้า
ไปยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าพบเจ้าแล้ว” มู่เชียนหยี่ส่าย
ศีรษะของนางในขณะที่กล่าว หากเป็นเช่นนั้น เรื่องมันก็คงจะง่ายกว่านี้
“ข้าคิดว่าข้าคงเป็นศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เพียงครึ่งเดียว”
แม้กระทั่งตอนนี้ หลินหมิงเองก็ยังไม่แน่ใจว่าตนนั้นเป็นศิษย์ของที่ใดกัน
แน่
“ไม่ต้องกังวลเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ หากข้ารับเจ้าเข้าเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรเป็นแน่ ใช่แล้ว ข้ายังมิเคย
ถามเจ้าเลย เจ้าอยากจะเข้าร่วมเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ
หรือไม่?”
หลินหมิงลังเล เข้าร่วมเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ?
แน่นอนว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมั่งคั่งไป
ด้วยทรัพยากรจำนวนมหาศาล หากดูจากระดับการบ่มเพาะในปัจจุบัน
ของเขา มันยากที่ทำสิ่งมีค่าด้วยระดับทักษะจารึกอันผิวเผินของเขา หาก
เขาต้องการจะใช้การจารึกในการหารายได้ เพื่อหาวัสดุในการสร้างหอก
ด้วยตัวเองแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใดกว่าจะหาเงินได้
เพียงพอ
แต่เนื่องจากมีความทระนงบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ในใจของเขา
ซึ่งทำให้เขาสับสน หลินหมิงจึงไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
หากเขาได้ครอบครองวัสดุในการสร้างหอกด้วยการติดหนี้เช่นนี้ มัน
ก็อาจกล่าวได้ว่า อนาคตของเขานั้นขึ้นอยู่กับมู่เชียนหยี่… หลินหมิงรู้สึก
แปลกๆราวว่ามันคล้ายกับการเป็นแมงดาอยู่เล็กน้อย
มู่เชียนหยี่เห็นถึงความลังเลของหลินหมิง นางจึงยิ้มอย่างมีความสุข
เล็กน้อย นางมองไปยังหลินหมิงและกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ชอบ
การติดหนี้บุญคุณผู้อื่นสินะ”
หลินหมิงพยักอย่างเงียบๆ “นั้นก็ส่วนหนึ่ง เพราะว่าในตอนนี้ ข้านั้น
ไม่มีค่าอันใดให้เป็นหนี้บุญคุณ…”
“ฮาฮา ฟังที่เจ้าพูดสิ ราวกับการที่เจ้าได้ติดหนี้บุญคุณนั้นไม่มีค่าอัน
ใด” ดวงตาของมู่เชียนหยี่เบิกกว้างพร้อมกับยิ้ม นางรู้สึกว่าคำพูดของ
หลินหมิงนั้นราวกับว่าตนนั้นไม่คู่ควร มันแสดงให้เห็นว่าเขานั้นมั่นใจและ
จริงจังกับเรื่องหนี้บุญคุณเพียงใด
หลินหมิงนั้นไม่ได้กล่าวอันใดตอบ ในอนาคต มันยากที่จะกล่าวว่า
การติดหนี้บุญคุณของเขานั้นจะล้ำค่าเพียงใด แต่ในตอนนี้ มันไม่ง่ายเลย
ที่เขาจะสามารถทดแทนบุญคุณผู้ใดได้
“ก็ได้ ไม่เป็นไร มาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า หากเจ้าต้องการวัสดุธาตุ
จำเพาะอัคคี ข้านั้นมีวัสดุธาตุจำเพาะอัคคีระดับสูงอยู่ 2 อย่าง ฮาฮา ข้า
แน่ใจเลยว่าเจ้าจะจะต้องตะลึง”
หลินหมิงตกใจ แม้แต่บุคคลเช่นมู่เชียนหยี่ยังเรียกมันว่าวัสดุธาตุ
จำเพาะอัคคีระดับสูง เช่นนั้นมันก็คงจะไม่ด้อยไปกว่าไผ่จิตวิญญาณ
สายฟ้าสีม่วงของเขา
“มันคือสิ่งใดกัน?”
“นี่คือต้นอู๋ถงเพลิงอายุ 10000 ปี!”
“หืม!?”
ในหลายๆตำนาน ฟีนิกซ์นั้นมีตัวตนที่สูงส่งและบริสุทธิ์ มันจะไม่ดื่ม
น้ำหากมิใช่น้ำค้างในยามเช้า มันจะไม่กินหากไม่ใช่ส่วนที่อ่อนนุ่มที่สุด
ของไผ่ และไม่นอนบนต้นไม้ที่ไม่ใช่ต้นอู๋ถงอายุหมื่นปี ต้นอู๋ถงนี้ก็คือ
ต้นอู๋ถงเพลิงนั้นเอง ฟีนิกซ์จะสามารถเข้าสู่นิพานได้ที่ยอดของต้นอู๋ถง
เท่านั้น และมันจะใช้เพลิงศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างของมันสังเวยตนเอง และ
จะกลายเป็นเพลิงของต้นอู๋ถงโดยตรง
ต้นอู๋ถงเพลิงอายุ 10000 ปี อาจเรียกได้ว่ามันคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ บาง
ทีมันอาจจะล้ำค่ายิ่งกว่าไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงของเขาก็เป็นได้!
ในการกลั่นสกัดเพื่อสร้างหอก ใช้วัสดุสองอย่างย่อมดีกว่าอย่างเดียว
หากเส้นใยของไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าหมื่นปีกลายเป็นแกน และพันรอบๆ
ด้วยต้นอู๋ถงเพลิงหมื่นปี เช่นนั้นด้ามหอกที่จะถูกสร้างขึ้นนี้ก็จะไม่มีวันถูก
ทำลาย และมันยังสามารถส่งผ่านพลังของธาตุจำเพาะสายฟ้าและอัคคีได้
อย่างเต็มที่อีกด้วย นี่มันย่อมเป็นการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง!
เมื่อเขาคิดถึงหอกอันสมบูรณ์แบบเล่มนี้ หัวใจของหลินหมิงจะไม่ตื่น
ตระหนกได้อย่างไรกัน?
เมื่อมู่เชียนหยี่ได้สัมผัสแหวนมิติสีแดงด้วยนิ้วอันเรียวงามของนาง
และกล่าวออกมาว่า “ในด้านวัสดุธาตุจำเพาะอัคคี เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
คงจะเป็นผู้ที่มีทรัพยากรมากที่สุดในทุกสำนักทั่วทั้งเขตแดนทางใต้
นอกจากต้นอู๋ถงอายุหมื่นปีแล้ว พวกเราก็ยังมีปราณอัคคีของวิหคเพลิง
ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้เข้าสู่นิพพานไปแล้ว ข้าสามารถให้เจ้าได้บางส่วน หากนำ
มันไปผสานเข้ากับหัวหอก มันจะช่วยเพิ่มพลังเพลิงของหอกอย่าง
มหาศาล”
คำกล่าวของมู่เชียนหยี่ทำให้หัวใจของหลินหมิงเต้นระรัวด้วยความ
ตื่นเต้น ด้วยวัสดุระดับสูงหลายอย่างเช่นนี้ หอกเล่มนี้จะมีระดับใดกัน?
…………….
ณ เขตชายแดนของสำนักไป๋ฟง มีขุนเขาที่ทอดยาวนับ 10,000 ลี้
ยอดของขุนเขานี้สูงถึง 90,000 ก้าว ตั้งตระง่านสูงเสียดฟ้า!
มันสูง 10,000 ก้าว แต่ก็ยังน้อยกว่าหุบเขาสายฟ้าฟาด บนยอดเขา
มีคลื่นพลังสวรรค์ที่มาจากสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุค!
ท้องฟ้าของทวีปนภารินไหลนั้นแบ่งออกเป็น 6 ระดับ 30,000 ก้าว
เหนือเมฆขึ้นไปก็คือชั้นสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุค ณ ที่นั่น พลังต้น
กำเนิดอันบริสุทธิ์ของโลหะ ไม้ เพลิง วารี ปฐพี อัคคี และวายุเต็มไปด้วย
ความบริสุทธิ์อย่างที่สุด แต่ก็เป็นหนึ่งในสถานที่อันตรายอย่างแท้จริง เมื่อ
ผู้ใดที่มีการบ่มเพาะต่ำกว่าระดับขั้นปราณปลายฟ้าขึ้นมายังชั้นสวรรค์
บรรพกาลแห่งกลียุค พวกเขาจะถูกพลังต้นกำเนิดอันรุนแรงฉีกกระฉาก
ร่างออกเป็นชิ้นๆโดยทันที
หุบเขาสายฟ้าฟาดเองก็สูงถึงชั้นสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุคเช่นกัน
และยอดของมันได้ซึมซับแม่เหล็กไฟฟ้ามาเป็นกรณีพิเศษ จึงเกิดเป็น
รูปแบบธรรมชาติที่ถ่ายเทพลังต้นกำเนิดสายฟ้าจากชั้นสวรรค์บรรพกาล
แห่งกลียุคโดยตรง และเกิดเป็นดินแดนสรวงสวรรค์แห่งสายฟ้า นี่จึงทำ
ให้ยอดเขาของหุบเขาสายฟ้าฟาดกลายเป็นดินแดนแห่งสายฟ้าที่ทรงพลัง
อย่างมาก
แต่หุบเขานี้ไม่มีกรณีพิเศษเช่นนั้นเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม บนยอดของ
มัน ก็มีรูปแบบค่ายกลแปดทิศที่ใช้ถ่ายเทกระแสพลังเพลิงต้นกำเนิดที่ไร้
สิ้นสุดจากเพลิงแห่งสวรรค์โดยตรง ถึงแม้นี่จะเป็นรูปแบบวิธีการที่เถร
ตรง ซึ่งห่างไกลจากหุบเขาสายฟ้าฟาดนัก แต่ในด้านคุณภาพของพลังที่
ได้แทบไม่ด้อยกว่ากันเลย ตรงกลางของรูปแบบค่ายกลนั้นมีเพลิงสวรรค์
ที่กำลังลุกโชนอยู่ แม้แต่ปรมาจารย์ขั้นปราณปลายฟ้าทั่วไปก็ยังไม่อาจจะ
ต้านทานพลังของมันได้
หลินหมิงมองเห็นเปลวเพลิงสว่างไสวที่กำลังลุกไหม้อยู่บนยอดเขา
แม้จะห่างไกลถึงเพียงนี้ แต่เขาก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงพลังต้นกำเนิด
มหาศาลที่มันปล่อยออกมาได้ เขาจึงตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง หากมู่เชียนหยี่
ไม่ได้บอกแก่เขาก่อน มันคงยากที่จะเชื่อได้ว่านั้นเป็นค่ายกลที่สร้างโดย
ฝีมือมนุษย์
นี่คือสถานที่ที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนอาศัยอยู่อย่างนั้นหรือ?
“หืม… เจ้ามองเห็นรูปแบบค่ายกลเพลิงสวรรค์เช่นนั้นหรือ? นั้นคือ
‘เตาหลอมกลั่นสกัด’ ของผู้อาวุโส
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็นๆ ใช้รูปแบบค่ายกลแปดทิศอันยิ่งใหญ่เป็น
เตาหลอมกลั่นสกัด… นี่เป็นการแสดงถึงพลังอย่างแท้จริง ไม่สงสัยเลยว่า
เหตุใดบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจึงเลือกปิดด้านฝึกตนบนหุบเขานี้ มันจะต้อง
เป็นเพราะเพลิงสวรรค์บนยอดเขานี้อย่างแน่นอน
เมื่อใช้เพลิงสวรรค์ในการหลอม และใช้ต้นอู๋ถงเพลิงหมื่นปีกับไผ่จิต
วิญญาณสายฟ้าหมื่นปีเป็นแกนหลัก พร้อมกับใช้วัสดุสายฟ้าและอัคคี
ระดับสูงเสริมเข้าไป… นี้มันจะเป็นสมบัติระดับใดกัน?
หลินหมิงเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างมาก
“ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน ผู้เยาว์มู่เชียนหยี่พาแขกมาเพราะมีเรื่องสำคัญ”
มู่เชียนหยี่นั้นหยุดลงที่ด้านนอกรูปแบบค่ายกลแปดทิศและตะโกน
ออกมา
ภายในอาณาเขตของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้น การที่ผู้สันโดษผู้นี้ทำ
ให้มู่เชียนหยี่ปฏิบัติด้วยความเคารพอย่างมากได้นั้น ก็สามารถ
จินตนาการได้ถึงความแข็งแกร่งของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนผู้นี้ได้แล้ว แต่
ในตอนนี้ ความสนใจของหลินหมิงกลับมุ่งไปที่รูปแบบค่ายกลแปดทิศ นี้ดู
เหมือนจะเป็น… มันดูคล้ายกับรูปแบบค่ายกลธรรมดาของแดนเทวะที่เขา
พบในเศษเสี้ยวความทรงจำ
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณดวงแรกที่หลินหมิงได้ดูดซับนั้นเป็นปรมาจารย์
ด้านการจารึกจากแดนเทวะ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณดวงที่สองเป็น
ปรมาจารย์ด้านค่ายกล ทั้งสองนี้ต่างก็อยู่ในความทรงจำของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม ความลับอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังรูปแบบค่ายกลเหล่านั้น
ล้ำลึกอย่างยิ่ง แม้กระทั้งค่ายกลที่ด้อยที่สุดยังต้องใช้ผู้ที่มีระดับพลังขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ในการสร้าง เพราะเหตุนี้หลินหมิงจึงไม่สิ้นเปลืองเวลา
ในการศึกษามัน
สำหรับเขาในตอนนั้น ความทรงจำเหล่านั้นล้วนไร้ประโยชน์ และ
เป็นเหตุที่ทำให้หลินหมิงผิดหวังเมื่อได้รับความทรงจำนี้มา หากไม่ใช่
เพราะเขาได้รับเคล็ดวิชาปราณเทพทรราชคลั่งและย่างก้าววิหคทองคำ
ถลาลมมาจากเศษเสี้ยวความทรงจำอื่นแล้วละก็ เขาคงไม่อาจจะมาได้
ไกลถึงเพียงนี้
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงก็เคยมีประสบการณ์มาจากแผนกค่ายกล
ของสำนักเจ็ดแก่นแท้มาบ้าง
เขาได้เห็นด้านทดสอบประตูหุบเขา ธวัชชัยค่ายกลสีทองของเฟิงฉี
และค่ายกลผนึกแสงสีฟ้าแห่งเก้าวงแหวน ก่อนหน้านี้เอง หลินหมิงก็เคย
ได้ครอบครองลูกปัดสายฟ้าเพลิงปีศาจ มันก็เป็นหนึ่งในรูปแบบค่ายกล
ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม รูปแบบค่ายกลของหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้นั้นห่างไกลจากรูปแบบค่ายกลของแดนเทวะเป็นอย่างมาก
หากค่ายกลของแดนเทวะมีพลัง อำนาจ และขนาดเป็นสัญลักษณ์ของ
พวกเขาแล้ว เช่นนั้นแผนกค่ายกลของหุบเจ็ดแก่นแท้ก็คือเส้นทางที่เรียบ
ง่าย และใช้งานง่ายนั่นเอง
โดยเฉพาะการบีบอัดพลังธาตุไว้ภายในลูกปัดสายฟ้าเพลิงปีศาจ มัน
ได้สร้างความประทับใจให้แก่หลินหมิงอย่างลึกซึ้ง ลูกปัดสายฟ้าเพลิง
ปีศาจนี้สามารถจะสังหารนักสู้ที่อยู่ในขั้นผสานชีพจรที่อ่อนแอบางคนได้
ในทันที
เศษเสี้ยวความทรงจำของปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านค่ายกลไม่มี
ความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งนี้ในแดนเทวะ หลินหมิงจึงคิดว่ารูปแบบค่ายกล
ของทวีปนภารินไหลและแดนเทวะนั้นแตกต่างกัน แต่ในตอนนี้ เมื่อได้
เห็นรูปแบบค่ายกลแปดทิศของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน หลินหมิงจึงนึกถึงค่าย
กลต่างๆในแดนเทวะขึ้นมา
หากเปรียบกับความทรงจำที่ได้มาจากผู้อาวุโสในแดนเทวะแล้ว
รูปแบบค่ายกลแปดทิศนี้ยังหยาบอยู่มาก เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด และวาง
อยู่ในจุดที่ไม่ถูกต้องอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้ ก็สามารถรู้สึกได้ถึงพลังเพลิงต้นกำเนิดอัน
มหาศาลที่แผ่ออกมาจากค่ายกล แต่ไม่มีคลื่นความร้อนเล็ดรอดออกมาได้
เลยแม้แต่น้อย มันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
ค่ายกลเพลิงนี้อยู่มานานทีเดียว ทันใดนั้นก็มีเสียงเก่าแก่ดังออกมา
“ยัยหนูน้อยตระกูลมู่เช่นนั้นหรือ ชายชราผู้นี้กำลังยุ่ง เจ้ามีธุระอันใด?”
มู่เชียนหยี่กล่าวอย่างสุภาพว่า “ผู้เยาว์นั้นอยากจะขอให้ผู้อาวุโสช่วย
สร้างหอกยาวให้สักเล่มหนึ่ง”
“กลั่นสกัดสมบัติเช่นนั้นหรือ? ชายชราผู้นี้กำลังยุ่งอยู่ อีก 10 ปีค่อย
กลับมาใหม่ เมื่อถึงตอนนั้น ข้าอาจจะมีเวลาว่างบ้าง”
อีก 10 ปี!?!?
มู่เชียนหยี่แข็งค้าง แม้แต่หลินหมิงที่ได้ฟังก็พูดอะไรไม่ออก สำหรับ
พวกเขาแล้ว 10 ปีนั้นเป็นเวลานานอย่างยิ่ง แต่สำหรับปรมาจารย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ที่มีอายุหลายร้อยปีนั้น 10 ปีสำหรับพวกเขาแล้ว เป็น
เพียงเวลาในการปิดด้านฝึกตนชั่วครู่เท่านั้น
ใครจะไปรอได้ถึง 10 ปี! ใน 10 ปีอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้! 10 ปี
ข้างหน้า บางทีหลินหมิงอาจจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาแล้วก็
เป็นได้!
ดูเหมือนว่ามู่เชียนหยี่อยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วก็
ไม่ได้กล่าวอันใดออกมา นางมองไปยังหลินหมิงอย่างลำบากใจ และ
ใบหน้าอันงดงามของนางก็แดงด้วยความอึดอัดใจ “ข้าขออภัย ข้าไม่คิด
เลยว่าจะเป็นเช่นนี้…”
มู่เชียนหยี่รู้สึกว่านางนั้นเสียหน้าเป็นอย่างมากในครั้งนี้ นางนั้นได้
สัญญาว่าจะช่วย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเช่นนี้ “กลับกันเถอะ ยังมีคนอื่น
ที่พอจะช่วยได้ เมื่อผู้อาวุโสจื่อเยี่ยนตัดสินใจเรื่องใดแล้ว ท่านจะไม่
เปลี่ยนใจเป็นอันขาด ไม่ว่าพวกเราจะทำอย่างไรก็ไร้ประโยชน์”
“ไม่ ช้าก่อน… บางที… ข้าอาจจะพอมีวิธีที่ทำให้ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน
เปลี่ยนใจได้… ”
หลินหมิงลูบคางของตน ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง…