Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 304 ยังมีผู้ที่เหนือกว่าเสมอ
ทำให้ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยนเปลี่ยนใจเช่นนั้นหรือ?
มู่เชียนหยี่มองไปที่หลินหมิงด้วยความสงสัย ราวกับแผนนี้จะไม่มี
ทางสำเร็จ แต่เนื่องจากมักจะมีปาฏิหาริย์และสถานการณ์ที่น่าเหลือเชื่อ
เกิดขึ้นรอบตัวหลินหมิงเสมอ มู่เชียนหยี่จึงไม่ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งและคอย
ดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นางไม่อาจจะคิดในแง่ดีได้ เนื่องจากผ่านมากว่าครึ่ง
ชั่วโมงแล้ว แต่หลินหมิงก็ยังเอาแต่ยืนนิ่งๆและจมอยู่ในความคิดของเขา
“หลินหมิง เจ้าวางแผนที่จะทำสิ่งใดกันแน่?” มู่เชียนหยี่ถามด้วย
ความสงสัย
หลินหมิงไม่ตอบ มันราวกับว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งที่มู่เชียนหยี่ถามแม้แต่
น้อย จากนั้นมู่เชียนหยี่จึงสังเกตได้ว่าหลินหมิงเข้าสู่สภาวะของเจตจำนง
แห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ไปแล้ว และตัดการรับรู้ทั้งหมดจากโลกภายนอก
ในขณะที่หลินหมิงได้เข้าสู่สภาวะของเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
พลังเพลิงต้นกำเนิดที่อยู่รอบๆก็ได้ถูกเขาดูดซับเข้าไป นี่คือผลของปราณ
เทพทรราชคลั่งที่แสดงออกมาเอง ด้วยอำนาจของเมล็ดพันธุ์ครอบงำ
วิญญาณ แม้จะปราศจากการควบคุมของหลินหมิง มันก็ยังคงสามารถดูด
ซับพลังต้นกำเนิดได้อย่างอิสระ
‘หลินหมิงใช้โอกาสนี้ในการบ่มเพาะพลังเช่นนั้นหรือ?’
ช่วยไม่ได้ที่มู่เชียนหยี่จะคิดเช่นนี้ เพราะว่าพลังเพลิงต้นกำเนิดที่นี่
นั้นอุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์มาก หากผู้ใดได้บ่มเพาะที่นี่ ความเร็วในการ
บ่มเพาะก็จะเป็นสองเท่า โดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ถึงแม้การฉวยโอกาสจากผู้อื่นและเอาบางอย่างมาเป็นของตนนั้น
เป็นการกระทำที่หยาบคายไปบ้าง แต่มู่เชียนหยี่กลับชอบหลินหมิงที่เป็น
เช่นนี้ เขามิใช่ผู้ที่ทำบางสิ่งที่ขี้ขลาดตาขาวแต่กลับตรงไปตรงมา หากเขา
ยืนอยู่อย่างนี้ทั้งวัน เขาจะสามารถดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดได้มากแค่
ไหนกัน?
เขากำลังทำอะไรกันแน่?
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว ทันใดนั้นเอง ภายในส่วนที่
ลึกที่สุดของรูปแบบค่ายกลเพลิง บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนก็แค้นเสียงดังออกมา
ว่า
“เจ้าหนู เจ้าดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดของข้าเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงตกใจ และออกจากสภาวะเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
ทันที บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นใช้ปราณแท้ที่มีความผันผวนสูงแฝงมาในการ
แค้นเสียง และทำให้เขาหลุดออกมาจากสภาวะเจตจำนงแห่งนักสู้จิต
บริสุทธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว
“เจ้าหนูของเจ้าผู้นี้มาจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ? เขา
ปฏิเสธที่จะกลับไป และยังพยายามขโมยพลังเพลิงต้นกำเนิดทั้งๆที่ข้ายัง
อยู่ตรงนี้? ตั้งแต่เมื่อใดกันที่คนของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นคนที่น่า
อัศจรรย์เช่นนี้ได้?”
คำกล่าวของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนแฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
ความจริงแล้ว เขานั้นไม่ได้สนใจพลังเพลิงต้นกำเนิดที่ถูกดูดซับไปเท่าไร
นัก เพียงแต่เขาไม่ชอบวิธีการของหลินหมิงเท่านั้นเอง
“ชายชราผู้นี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะไม่
สนใจกับสิ่งที่เจ้าทำ เอาล่ะ ออกไปจากหุบเขาของข้าได้แล้ว เมื่อชายชรา
ผู้นี้กำลังกินมื้อค่ำ ก็ไม่อยากให้มีขอทานอยู่รอบโต๊ะ และเก็บกินเศษ
อาหารเหลือของข้า!”
คำกล่าวเหล่านี้ของชายชราหยาบคลายมาก แม้กระทั่งสีหน้าของมู่
เชียนหยี่ก็ยังเปลี่ยนไป แม้ว่าบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจะกล่าวถึงหลินหมิง แต่
นางเองก็เกี่ยวข้องกับเขาด้วย มู่เชียนหยี่นั้นมักจะเป็นผู้ที่มีสถานะสูงส่ง
อยู่เสมอ นางจะเสียหน้าเช่นนี้ได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของบรรพบุรุษนั้นแข็งแกร่งกว่านาง
มากนัก และเขาก็เป็นคนประหลาดเอาแน่เอานอนไม่ได้อีกด้วย เขาไม่ใช่
พวกที่จะไว้หน้าแม้กระทั่งอาจารย์ของนาง มู่เชียนหยี่จึงทำได้เพียงแค่
อดทนเท่านั้น นางจึงดึงชายเสื้อของหลินหมิงและต้องการจะพาเขาจาก
ไป “หลินหมิง เจ้าทำสิ่งใดอยู่หรือ? หากเจ้าต้องการที่จะดูดซับพลังเพลิง
ต้นกำเนิด ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าเองก็มีเช่นกัน ไม่จำเป็นที่จะต้อง
อยู่ที่นี่อีก ลงจากหุบเขากันก่อนดีกว่า”
หลินหมิงกล่าวว่า “แม่นางมู่ ข้ามิได้กำลังดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิด
มันก็แค่…” หลังจากที่หลินหมิงกล่าวตอบนาง เขาก็ได้ตะโกนออกไป
“ท่านผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน ข้านั้นบังเอิญดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดของท่าน
เข้าไป สำหรับเรื่องนั้น ข้าอภัยอย่างยิ่ง ข้าเพียงคิดว่าหากท่านสามารถ
รวบรวมพลังเพลิงต้นกำเนิดไว้ภายในรูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศได้
ทั้งหมด มันก็ควรที่จะทำให้ผู้อื่นไม่สามารถดูดซับได้ และพลังเพลิงแห่ง
สวรรค์นี้จะต้องทรงพลังมากขึ้นอย่างแน่นอน!”
รูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนวางไว้นั้นสามารถ
กั้นการรั่วไหลของคลื่นความร้อนได้ทั้งหมด แต่ไม่สามารถกั้นให้พลังเพลิง
ต้นกำเนิดไม่รั่วไหลออกมาได้ดีเท่าที่ควร สำหรับค่ายกลนั้น นี่เป็นความ
สูญเสียอย่างมาก
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นทำเสียงไม่พอใจและกล่าวว่า “เจ้าเด็กไร้
ยางอาย เจ้าจะไปรู้เรื่องอันใด? ชายชราผู้นี้ไม่อยากเสียเวลาฟังคำกล่าวไร้
สาระของเจ้า รีบๆออกไปจากหุบเขาของข้าได้แล้ว มิเช่นนั้นอย่าหาว่า
ชายชราผู้นี้ไม่เตือน!”
เมื่อถูกหลินหมิงรบกวนอีกครั้ง อารมณ์ของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเริ่มไม่
ดีอย่างมาก เขาได้เข้าญาณปิดด้านฝึกตนภายในค่ายกลโบราณและได้
แผ่นหยกที่มีข้อมูลช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพของรูปแบบค่ายกลเพลิงแปด
ทิศขึ้นไปอีก การที่หลินหมิงอยู่ด้านนอก มันก็ไม่ต่างจากแมลงวันที่คอย
ก่อกวนตอนที่เขากำลังอ่านตำราอย่างตั้งใจ เขาก็แค่อยากจะตบมันให้
ตาย
“หลินหมิง รีบไปกันเถอะ” มู่เชียนหยี่รู้ถึงนิสัยของบรรพบุรุษจื่อ
เยี่ยนดี หากหลินหมินทำให้เขาโกรธขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นก็มีโอกาสสูงมาก
ที่จะถูกสังหารที่นี่
ในขณะที่หลินหมิงกำลังถูกมู่เชียนหยี่ดึงอยู่นั้น เขาก็ตะโกนออกมา
อีกครั้งว่า “ท่านบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน หรือว่าผู้เยาว์นั้นกล่าวผิด?”
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนก็ตะโกนออกมาทันทีว่า “หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระ
ของเจ้าได้แล้ว!”
แน่นอนว่าการที่สามารถรวบรวมพลังเพลิงต้นกำเนิดไว้ได้ทั้งหมด
โดยไม่รั่วไหลแม้แต่น้อย จะทำให้เพลิงแห่งสวรรค์เพิ่มประสิทธิภาพขึ้น
อย่างมาก ปัญหานี้แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้! ปัญหาคือจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
ต่างหาก? เขานั้นได้ทุ่มเทความพยายามและเวลาไปอย่างมากกับการวาง
รูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศนี้ เขาใช้ความรู้ทั้งหมดที่ตนมีเกี่ยวกับค่ายกล
และปรับปรุงค่ายกลโบราณนี้ จนในที่สุดก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้
มันยากมากที่จะไม่ให้คลื่นความร้อนเล็ดรอดออกไป แต่หากต้องการ
ที่จะไม่ให้พลังเพลิงต้นกำเนิดรั่วไหลออกไปแม้แต่น้อย มันก็เป็นเพียงแค่
ฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้ เพราะหากทำได้พลังของมันจะมหาศาลอย่างยิ่ง
สามารถจะดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดจากสวรรค์บรรพกาลแห่งกลียุคมา
ไว้ในค่ายกลนี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่นี่จะง่ายอย่างที่พูดหรือ?
“บรรพบุรุษจื่อเยี่ยน ผู้เยาว์นั้นเคยพบกับผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งเมื่อ
ตอนเป็นเด็ก และท่านผู้นั้นได้สอนข้าเกี่ยวกับค่ายกลและการจารึกตั้งแต่
ข้ายังเด็ก ถึงแม้ว่าข้านั้นจะโง่เขลาและมีพรสวรรค์เพียงน้อยนิด แต่ข้าก็
ยังหมั่นศึกษาเรียนรู้ โดยเฉพาะรูปแบบค่ายกลธาตุจำเพาะอัคคี
เพราะฉะนั้นข้าจึงมีความเข้าใจบางอย่างอยู่บ้าง ซึ่งค่ายกลของบรรพบุรุษ
จื่อเยี่ยนนั้น…” มู่เชียนหยี่ขยิบตาส่งสัญญาณให้เขาเตรียมหนี แต่เขาก็ยัง
ตะโกนต่ออยู่ดี
ค่ายกลที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนวางไว้นั้น หากเปรียบเทียบกับค่ายกล
ของผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่แห่งแดนเทวะแล้วละก็ แท้จริงแล้ว มันเต็มไปด้วย
ข้อบกพร่องและข้อผิดพลาดที่ยากจะทนรับได้
ถึงแม้หลินหมิงจะสามารถหาข้อบกพร่องเหล่านั้นได้ แต่ก็ไม่ง่ายเลย
ที่จะปรับปรุงมัน เพราะเหตุนี้เองหลินหมิงจึงเข้าสู่สภาวะเจตจำนงแห่ง
นักสู้จิตบริสุทธิ์ เพื่อที่จะหลอมรวมกับความทรงจำของผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่
ของแดนเทวะ หลังจากใคร่ครวญเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ในที่สุด เขาก็คิดวิธี
ที่จะจัดการกับเรื่องนี้ได้ นี้เป็นเพียงความคิดทั่วไป แต่หากบรรพบุรุษจื่อ
เยี่ยนศึกษาตามทิศทางของหลินหมิงแล้วล่ะก็ เขาควรจะได้รับข้อมูลเชิง
ลึกมากมาย
“ฮาฮาฮาฮาฮาฮาฮา!” บรรบุรุษจื่อเยี่ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง คลื่น
ปราณแท้มหาศาลกระจายออกไปทั่วทุกที แม้แต่เพลิงที่อยู่ภายในรูปแบบ
ค่ายกลเพลิงก็ยังปั่นป่วน!
หลินหมิงหน้าซีดและถอยหลังไปหลายก้าวเพราะไม่อาจทนแรง
กดดันไหว ต้องขอบคุณที่มู่เชียนหยี่ดึงเขาไว้ และรีบโคจรปราณแท้ส่งเข้า
ไปภายในร่างของหลินหมิงเพื่อปกป้องเขา
“หลินหมิง อย่าได้กล่าวอันใดตามใจชอบ! ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยนนั้นเป็น
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลอีก
ด้วย! เจ้ายังมีความมั่นใจอีกหรือ?” ในตอนนี้มู่เชียนหยี่นั้นไม่สบายใจ
อย่างมาก นางต้องการจะหยุดการกระทำของหลินหมิง และรีบลงจากหุบ
เขานี้กับหลินหมิง
ถึงแม้เรื่องน่าอัศจรรย์ต่างๆมักจะเกิดขึ้นรอบตัวหลินหมิง แต่การที่
จะปรับปรุงรูปแบบค่ายกลเพลิงนี้นั้นเป็นเพียงเรื่องเหลวไหลเท่านั้น
เพราะมันน่าเหลือเชื่อเกินไป รูปแบบค่ายกลนั้นเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและลึกลับ
ผู้เชี่ยวชาญค่ายกลอย่างแท้จริงอย่างบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นใช้เวลาร่วม
ร้อยปีถึงจะเรียนรู้มันได้ถึงระดับนี้
หลินหมิงนั้นอายุเท่าใดกัน? แม้ว่าเขานั้นจะมีพรสวรรค์ราวกับสัตว์
ประหลาด แต่เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียนรู้มัน? นอกจากนี้
‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่ปรากฏตัวในอาณาจักรลิขิตฟ้าจะเก่งกาจเพียงไรกัน หรือ
ว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ท่านนี้ จะเป็นปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้? แต่ถึง
จะเป็นเช่นนั้นจริง แล้วเขาจะสามารถเทียบกับบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนได้อ
ย่างนั้นหรือ?
หากหลินหมิงได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญท่านนี้จริง แล้วเขาจะสามารถ
มีความรู้ด้านรูปแบบค่ายกลมากกว่าบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนอย่างนั้นหรือ?
แม้มู่เชียนหยี่จะเชื่อมั่นในตัวหลินหมิงอย่างมาก นางก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
เรื่องนี้อยู่ดี
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะกล่าวว่า “นี่มันน่า
ขันสิ้นดี! ข้า จื่อเยี่ยน อยู่มากว่า 380 ปี! เมื่อคิดว่าในวันหนึ่ง ข้าจะมีเจ้า
สารเลวอวดดี และอาจารย์ค่ายกลอ่อนหัดจากบ้านนอกของเขา คิดว่าจะ
สามารถให้คำแนะนำแก่ชายชราผู้นี้ได้ ในเรื่องความเข้าใจในการสร้าง
ค่ายกลอย่างนั้นรึ!”
หลินหมิงถูกบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า และชายชรา
ยังส่งคลื่นปราณแท้ออกมากับเสียงหัวเราะของเขาอีกด้วย ซึ่งเกือบจะ
ทำลายตันเถียนของเขา หลินหมิงจึงเริ่มโกรธแล้ว เขากล่าวว่า “อาจารย์
ข้าอาจจะไม่ได้มาจากบ้านนอก ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน! ไม่มีข้อจำกัดในโลกใบนี้
ท่านแข็งแกร่งมากก็จริง แต่มักจะมีผู้ที่เหนือกว่าเสมอ! ข้าเคยเป็นเพียง
กบในกะลา และเคยคิดว่าขั้นปราณปลายฟ้านั้นคือจุดสูงสุดที่สามารถไป
ถึงได้ อย่างไรก็ตาม ข้าได้เรียนรู้ภายหลัง ว่าเหนือกว่าขั้นปราณปลายฟ้า
ก็ยังมีขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และเหนือกว่าขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ก็ยัง
ระดับที่เหนือกว่านั้นขึ้นไปอีก!”
“เจ้ากล่าวว่าอย่างไรนะ!?” ภายในค่ายกลเพลิงแปดทิศ ผู้อาวุโสจื่อ
เยี่ยนกลายเป็นเย็นชา และปล่อยจิตสังหารออกไปทั่วทุกทิศทาง “เจ้าคิด
ว่าเจ้ากำลังสอนชายชราผู้นี้อย่างนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าชายชราผู้นี้เป็นเพียง
กบในกะลาเช่นนั้นหรือ? ดี! ดีมาก! เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า หากเจ้า
สามารถบอกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในรูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศของข้า
ได้ เช่นนั้นชายชราผู้นี้จะขอโทษเจ้าทันที และจะหลอมหอกให้กับเจ้าด้วย
ตัวของข้าเอง! แต่หากเจ้าไม่สามารถบอกได้ว่ามีข้อผิดพลาดอันใด เช่นนั้น
ก็จงทิ้งลิ้นเอาไว้ และทำลายตันเถียนทั้งหมดของเจ้าซะ แล้วเลิกเป็นนักสู้!
เพื่อเห็นแก่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ชายชราผู้นี้จะยอมไว้ชีวิตอันไร้ค่าของ
เจ้า!”
ด้วยคำกล่าวเหล่านั้นของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน มู่เชียนหยี่นั้นตื่น
ตระหนกอย่างมาก ทำลายตันเถียนและเลิกเป็นนักสู้อย่างนั้นหรือ?
สำหรับนักสู้แล้ว นี่มันไม่ต่างกับการตายทั้งเป็นเลย!
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่นางกลัวก็เกิดขึ้น สิ่งที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกล่าวนั้น
เขาไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย แต่หลินหมิงนั้นมีความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบ
ค่ายกลเพลิงต้นกำเนิดมากเพียงใดกัน? แล้วหากเขาผิดล่ะ?
มู่เชียนหยี่หัวใจเต้นถี่ มาถึงจุดนี้นางไม่อาจจะทำสิ่งใดได้อีกแล้ว
แม้แต่นางและเจ้าเพลิงน้อยรวมพลังกันก็ยังไม่ใช่คู่มือของบรรพบุรุษจื่อ
เยี่ยน
หากทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยากจนไม่อาจถอยได้ เช่นนั้นมู่เชียนหยี่ก็
จะเอาตัวเข้าปกป้องหลินหมิง และหวังว่าบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจะไว้หน้า
อาจารย์ของนางบ้าง…
หลินหมิงขบคิดอยู่ชั่วครู่ รวมรวมความคิดอย่างละเอียด ก่อนจะ
กล่าวช้าๆ แต่ชัดเจนว่า “ผู้อาวุโสได้สร้างแนวอักษรรูนทั้ง 12 ขั้น ภายใน
รูปแบบค่ายกลเพลิง แนวเกลียวหมุนอักษรรูนเหล่านั้นสามารถรวบรวม
และสกัดพลังเพลิงต้นกำเนิดได้ แต่กลับเกิดแรงเสียดทานขึ้นจึงทำให้
สูญเสียความแข็งแกร่งของพลังเพลิงต้นกำเนิดไป และมันยังรบกวนสนาม
พลังที่กักเก็บพลังเพลิงต้นกำเนิดอีกด้วย และค่ายกลนี้จะสึกหรอลงไป
เรื่อยๆ จำเป็นจะต้องซ่อมแซมมันทุกๆ 4-5 ปี แต่มันจะทำให้สนามพลัง
เกิดรูรั่ว และพลังเพลิงต้นกำเนิดก็จะไหลออกมา นี่คือข้อบกพร่อง
ประการแรก”
“ข้อบกพร่องที่สองคือ เกลียวอักษรรูนทั้ง 36 อักษรถูกวางไว้ไม่ถูก
ตำแหน่ง เพราะว่าหากการจัดวางและระยะห่างมีการเบี่ยงเบนเพียง
เล็กน้อยจะทำให้พลังต้นกำเนิดปะทะกัน พลังเหล่านี้จะเป็นตัวทำลาย
ผนึกพลังต้นกำเนิดที่ถูกสะสมไว้ ทำให้พลังมหาศาลรั่วไหลออกมา ในเมื่อ
มันไม่สามารถรวมรวมเอาไว้ได้ มันจึงรั่วไหลออกมาเรื่อยๆ”
“ข้อบกพร่องที่สามคือ…”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังกล่าวอย่างต่อเนื่องนั้น มู่เชียนหยี่ที่ฟังอยู่
ด้านข้าง ได้ตกตะลึงจนนางรู้สึกไม่อาจที่จะอธิบายได้ ถึงแม้ว่านางจะไม่รู้
ถึงสิ่งที่หลินหมิงกำลังพูดว่ามันถูกต้องหรือไม่ แต่นางสามารถได้ยินถึง
น้ำเสียงของเขาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างมาก และเต็มเปี่ยมไปด้วย
พลังแห่งความน่าเชื่อถือ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของบรรพบุรุษจื่อเยี่ย
นจากภายในรูปแบบค่ายกลได้หยุดลงนานแล้ว…
หรือว่าบางทีสิ่งที่หลินกล่าวมานั้นจะถูกต้องทั้งหมด?
สวรรค์!
เขาอายุ 16 ปีเท่านั้น! ต่อให้อาจารย์ของเขาเป็นปรมาจารย์ค่ายกล
อันดับหนึ่งแห่งทวีปนภารินไหล เขาจะสามารถเรียนรู้เรื่องทั้งหมดเหล่านี้
ได้อย่างไร? ศักยภาพของเขามีมากเพียงไรกันแน่?