Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 305 เส้นทางแห่งการกลั่นสกัดก็เป็นดั่งเช่นเส้นทางแห่งนักสู้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 305 เส้นทางแห่งการกลั่นสกัดก็เป็นดั่งเช่นเส้นทางแห่งนักสู้
ภายในรูปแบบค่ายกลเพลิง ยิ่งบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนฟังมากเท่าไร เขา
ก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเท่านั้น ตั้งแต่แรกที่หลินหมิงกล่าวถึงแนวอักษรรูนทั้ง
12 เขาก็สั่นสะท้านแล้ว สิ่งที่เรียกว่าแนวอักษรรูนเพลิงและ 36 เกลียว
อักษรรูนทั้งหมดนี้ล้วนมาจากรูปแบบค่ายกลโบราณทั้งสิ้น!
รูปแบบค่ายกลโบราณที่เหนือธรรมดานี้ได้ถูกส่งต่อมาหลายรุ่นโดย
ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบค่ายกลจากแผ่นหยกอันใดก็ย่อมเป็น
มรดกล้ำค่าที่ปรมาจารย์ค่ายกลต่างใฝ่ฝันถึง หากมันปรากฏออกมาเพียง
แค่อันเดียวก็อาจจะทำให้เกิดสงครามนองเลือดที่น่าหวาดกลัว!
เจ้าหนุ่มนี่เข้าใจรูปแบบค่ายกลโบราณมหัศจรรย์นี้ได้เช่นนั้นหรือ?
ผู้ใดกันแน่ที่เป็นอาจารย์ของเขา?
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนตกใจมากที่สุดก็คือ
ศักยภาพของหลินหมิงที่สามารถเข้าใจเต๋าแห่งรูปแบบค่ายกลได้อย่าง
ลึกซึ้งเช่นนี้!
รูปแบบค่ายกลโบราณนั้นซับซ้อนและไร้ขีดจำกัด แม้แต่อาจารย์ที่
เก่งที่สุด หากไม่ได้ใช้เวลาหลายสิบปีในการศึกษาก็คงไม่รู้อันใด แต่เด็ก
หนุ่มผู้ที่อายุราวๆ 18 ปีผู้นี้ กลับมีความเข้าใจและวิสัยทัศน์ในการ
มองเห็นถึงข้อบกพร่องในรูปแบบค่ายกลของเขาเช่นนั้นหรือ?
ก่อนหน้านี้ที่เขากล่าวว่า ‘เกิดแรงเสียดทานจึงทำให้สูญเสียความ
แข็งแกร่งของพลังเพลิงต้นกำเนิดและมันยังรบกวนสนามพลังที่กักเก็บ
พลังเพลิงต้นกำเนิดอีกด้วย และค่ายกลนี้จะสึกหรอลงไปเรื่อยๆ จำเป็นที่
จะต้องซ่อมแซมมันทุก 4-5 ปี’ เป็นการกล่าวที่ถูกต้องและเป็นความจริง
หลังจากเขาวางค่ายกลครั้งแรกแล้ว เขาจำเป็นต้องซ่อมแซมมันทุก 4-5
ปี และเขาก็ยิ่งใช้ทรัพยากรล้ำค่าต่างๆมากมายที่จะได้มันอยู่เลยเส้นตาย
ทุกๆ 10ปี…
เจ้าหนุ่มนี่เป็นผู้ใดกันแน่?
หลิงหมิงกล่าวทั้งหมดจบลงโดยใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งธูป และบรรพ
บุรุษจื่อเยี่ยนที่อยู่ภายในรูปแบบค่ายกลเพลิงก็เงียบไปนาน ตั้งแต่หลินหมิ
งเริ่มกล่าวออกมา จิตสังหารที่รุนแรงก็หายไปตั้งแต่ตอนนั้นเช่นกัน
มู่เชียนหยี่ที่ยืนอยู่ข้างเขา ไม่รู้ว่าจะกล่าวอันใดออกมาดี หลังจาก
ผ่านไปนาน เสียงแหบแห้งของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนก็ออกมาจากรูปแบบ
ค่ายกลเพลิงว่า “เจ้า… อาจารย์ของเจ้านั้นมีนามว่าอย่างไร?”
หลินหมิงกล่าวว่า “อาจารย์นั้นไม่เคยที่จะเอ่ยนามของเขาเลยสัก
ครั้ง ตั้งแต่ตอนที่ข้าอายุ 12 ปี ยามที่พบกับอาจารย์ครั้งแรก”
“12 ปี… ตอนนี้ เจ้าอายุเท่าใด?” บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกล่าวถามด้วย
เสียงสั่นๆเล็กน้อย
“กล่าวเรียนผู้อาวุโสตามตรง ผู้เยาว์เพิ่งอายุ 16 ปี”
“16 ปี! ฮาฮา! 16 ปีเท่านั้นเองหรือ! น่าหัวเราะ! น่าขันยิ่งนัก!” ด้วย
การหัวเราะที่เกือบจะเป็นบ้านี้ บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนสะบัดแขนเสื้อและ
กำแพงรูปแบบค่ายกลเพลิงก็เปิดออก เขาสวมชุดคลุมสีแดง เส้นผม
สะบัดพลิ้วไหวไปมา จากนั้น บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนก็ก้าวออกมาจากรูปแบบ
ค่ายกลเพลิงแปดทิศ
ใบหน้าของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนซีดขาว ราวกับว่าเขาใกล้ตาย ดวงตา
ทั้งสองฉายแววแห่งความโดดเดี่ยวและขมขื่น “เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
อายุ 16 ปี… ศึกษาค่ายกลมาเพียง 4 ปี แต่สามารถบอกถึงข้อบกพร่อง
ของรูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศนี้ได้ ค่ายกลที่ข้าใช้เวลาร่วม 20 ปีในการ
วางแผนอย่างระมัดระวังและพยายามวางรูปแบบมัน! น่าสมเพช! น่าขัน
ยิ่งนัก!”
ความจริงแล้ว หลินหมิงต้องการเพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องบาง
จุดของรูปแบบค่ายกลของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเท่านั้น และเสนอวิธีการ
ปรับปรุงมัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนสร้างหอกให้กับ
เขา แต่เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะกระตุ้นให้เกิดทัศนคติที่บ้าคลั่งและรุนแรง
ถึงเพียงนี้ ชายชราผู้นี้คงไม่สมประกอบมาตั้งแต่แรก และดูเหมือนว่าเขา
นั้นจะมีปัญหาทางจิตอีกด้วย
หลินหมิงลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผสานมือคารวะพร้อมกับกล่าวว่า
“ท่านผู้อาวุโสต้องล้อข้าเล่นเป็นแน่ ผู้เยาว์เพียงแค่ศึกษามาเล็กน้อย
เท่านั้น และรูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศของผู้อาวุโสบังเอิญคล้ายกับ
รูปแบบค่ายกลเพลิงที่อาจารย์สอนข้า เพราะฉะนั้น ข้าจึงตระหนักถึง
ข้อบกพร่องนี้ได้”
“4 ปีงั้นหรือ? ได้ศึกษาค่ายกลแบบเพียงเล็กน้อยเช่นนั้นหรือ? …ฮา
ฮา!” บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนมุมปากบิดเบี้ยว หลินหมิงกล่าวทั้งหมดนี่อย่าง
ง่ายดาย แต่ค่ายกลนั้นเป็นดั่งเช่นศิลปะที่มีเส้นทางของมัน หากมิได้มี
รากฐานที่มั่นคง แล้วรูปแบบค่ายกลระดับสูงเช่นรูปแบบค่ายกลเพลิง
แปดทิศได้จะมาจากไหนกัน? โผล่ออกมาจากอากาศหรือ? และมันยังเป็น
ค่ายกลโบราณที่ต้องใช้ความเข้าใจในความที่ลึกซึ้งอย่างมากอีกด้วย!
“จักรวาลนั้นไร้ที่สิ้นสุดอย่างแท้จริง มักจะมีผู้ที่เหนือกว่าเสมอ! ข้า
นั้นเป็นกบในกะลาอย่างแท้จริง มีเพียงความสามารถที่ธรรมดา!”
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจ้องมองไปยังท้องฟ้าและถอนหายใจยาว รูปแบบ
ค่ายกลเพลิงแปดทิศอีกจุดหนึ่งก็เปิดออก มันมีช่องว่างขนาดเท่าตัวคน
จากนั้นเขาก็หันกลับไปและเดินเข้าไปข้างในราวกับว่ากำลังตกอยู่ใน
ภวังค์
หลินหมิงชะงัก ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเข้าไปในรูปแบบค่ายกลเพลิง
แปดทิศ และเดินตามหลังบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนไปพร้อมกับมู่เชียนหยี่
“หลินหมิง อาจารย์ของเจ้านั้นสอนเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลโบราณ
เช่นนั้นหรือ?” มู่เชียนหยี่กล่าวถามออกมา นางที่คิดอะไรไม่ออกอยู่นาน
เพราะนี่มันยิ่งกว่าเรื่องที่หลินหมิงสามารถดูดซับพลังของมังกรวารีสีม่วง
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่มีระดับการบ่มเพราะเพียงขั้นดัดกระดูกเสียอีก
หลังจากที่หลินหมิงได้ยินคำถามนี้ เขาก็รู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย
เขาไม่อยากจะโกหกมู่เชียนหยี่ แต่ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ต้อง
โกหกต่อไป “ข้าไม่รู้ว่ารูปแบบค่ายกลโบราณนั้นคือสิ่งใด สิ่งที่ท่าน
อาจารย์สอนนั้น ข้าเพียงแค่ศึกษาเรียนรู้มันเท่านั้น ความจริงก็คือข้าไม่
สามารถวางรูปแบบค่ายกลใดๆได้ ข้ารู้เพียงแค่วิธีการพิเศษบางอย่าง
เท่านั้น”
หากเขาต้องการจะวางรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่เช่นนี้ หลินหมิง
จะต้องมีระดับการบ่มเพาะอย่างน้อยขั้นหลอมรวมแก่นแท้เสียก่อน และ
แน่นอนว่าหลินหมิงไม่มีระดับการบ่มเพาะที่สูงส่งเช่นนั้น
มู่เชียนหยี่นั้นไม่คิดเลยว่าหลินหมิงจะมีอาจารย์เช่นนั้น หากอาจารย์
ของหลินหมิงมีระดับระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ขั้นปราณปลายฟ้า เช่นนั้น
นางก็คงไม่ประหลาดใจอันใด อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ที่หลากหลายของ
หลินหมิงทำให้เขาไม่ใช่นักสู้ธรรมดาทั่วไป แต่จากที่ได้ยินคำกล่าวชื่นชม
อันลึกซึ้งของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนแล้ว มีโอกาสสูงที่อาจารย์ของหลินหมิง
จะเป็นผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถเข้าสู่แดนเทวะได้!
ตัวตนเช่นนั้นสามารถจะเรียกตนเองว่าจักรพรรดิหากเขาต้องการ
ภายในทวีปนภารินไหล เขาย่อมเป็นราชาเหนือเหล่าราชัน เป็นตัวตนที่
ยิ่งใหญ่ที่สุด!
หากหลินหมิงมีอาจารย์เช่นนั้น เหตุใดเขาจึงไม่ตามอาจารย์ของเขา
ไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันไร้ที่สิ้นสุด? เหตุใดเขาจึงเข้าร่วมกับหุบเขาเจ็ด
แก่นแท้เล็กๆกัน?
มู่เชียนหยี่มึนงง
หรือบางที อาจารย์ของเขาอาจจะเข้าไปในแดนเทวะแล้ว?
ทั้งสองต่างก็เดินตามบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนไปในที่พักอาศัยของเขา มัน
เป็นคฤหาสน์ถ้ำที่ตั้งอยู่ใจกลางของค่ายกลขนาดใหญ่นี้ อาจเป็นเพราะว่า
คฤหาสน์ถ้ำนี้ได้ถูกเพลิงต้นกำเนิดเผามานาน กำแพงด้านข้างจึงมีสีที่ราว
กับทับทิมสีแดงอันงดงาม
ภายในคฤหาสน์ถ้ำเต็มไปด้วยโอสถมากมาย ธวัชชัยค่ายกล แผ่น
หยกค่ายกล และสมบัติอื่นๆ และยังมีหุ่นเชิดไม้ 2 ตัว บางที่พวกมัน
อาจจะเป็นข้ารับใช้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้แก่
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยน
เมื่อเห็นทั้งหมดนี้ หลินหมิงสามารถจินตนาการได้เลยว่าหากใคร
อาศัยอยู่ที่นี่ทุกวัน จดจ่อที่รูปแบบค่ายกลเท่านั้น และเห็นเพียงหุ่นเชิด 2
ตัวทั้งวันทั้งคืน แม้แต่คนที่ปกติที่สุดก็ย่อมมีปัญหาทางจิตบ้างเป็นแน่
“พวกเจ้าจะพักกันที่นี่ในวันนี้ ชายชราผู้นี้ยังไม่มีอารมณ์ที่จะสร้าง
หอกในตอนนี้ พรุ่งนี้ข้าถึงจะเตรียมเตาหลอม! ข้านั้นไม่มีวันกลืนคำพูด
ของตน ข้าเคยกล่าวคำพูดหยาบคายออกไปและต้องขออภัยน้องชายผู้นี้
ด้วย! ข้าจะให้วัสดุบางอย่างของข้าในการกลั่นสกัดหอกให้เจ้าด้วยเพื่อ
เป็นการชดเชย” ในขณะที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกล่าว เขาก็ดึงเอาก้อนโลหะ
สีม่วงเข้มออกมาจากแหวนมิติและวางมันลงบนโต๊ะ
ก้อนโลหะนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น แต่เมื่อมันถูกวางลงบนโต๊ะ ก็ดู
ราวกับว่าโต๊ะจะหักได้ทุกเวลา
แววตาของหลินหมิงสาดประกาย สีม่วงของมันเข้มมากจนเกือบดำ
อย่างไรก็ตาม มันหนักยิ่งกว่าโลหะม่วงยืดหยุ่น หนักกว่าแม้กระทั่งหอก
อ่อนปราณคลั่งของหลินหมิง ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายังสามารถสัมผัสได้ถึง
พลังงานอันหนาแน่นที่แผ่ออกมาจากก้อนโลหะสีม่วงเข้มได้ มันยังทำให้
เกิดแสงสลัวขึ้นอีกด้วย และเขาสามารถมองเห็นอากาศรอบๆก้อนโลหะสี
ม่วงเข้มหมุนวนและบิดเบี้ยวไปมา
ก่อนหน้านี้ บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนได้กล่าวว่าหากหลินหมิงสามารถหา
จุดบกพร่องจากรูปแบบค่ายกลเพลิงของเขา เช่นนั้นเขาจะขอโทษหลินห
มิงในทันที และช่วยสร้างหอกให้อีกด้วย
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นมีอารมณ์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มันยากมากที่
คนเช่นเขาจะก้มศีรษะเพื่อขอโทษใครสักคน หลินหมิงเองก็ไม่เคยคิดว่า
ว่าตนเองจะได้รับคำขอโทษ และยังได้รับวัสดุระดับสูงที่เป็นของสะสม
ส่วนตัวของเขาอีกด้วย และวัสดุที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเก็บสะสมไว้ มัน
จะต้องเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง!
“นี่คือ… ดาวหางสีม่วงเช่นนั้นหรือ?”
ดวงตาของมู่เชียนหยี่เบิกกว้างขณะที่จ้องไปยังก้อนโลหะสีม่วงเข้ม
ไม่กล้าที่จะคาดเดา เพราะว่านางได้พบบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนมาหลายครั้ง
นอกจากนี้นางรู้ถึงวัสดุมากมายหลายประเภท ดาวหางสีม่วงนี้เป็นวัสดุที่
สามารถใช้สร้างสมบัติระดับปฐพีขั้นสูงในบรรดาสมบัติระดับปฐพีขั้นสูง
ด้วยกันเอง หรือหากมันบริสุทธิ์เพียงพอ ดาวหางสีม่วงนี้สามารถสร้างได้
แม้กระทั่งสมบัติระดับสวรรค์!
สมบัติระดับสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง มีเพียงจักรพรรดิที่ทรง
พลังอย่างมหาศาลเท่านั้นที่ได้ครอบครองมัน!
หากใช้ดาวหางสีม่วงกับไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าและต้นอู๋ถงเพลิง
เช่นนั้นระดับหอกของหลินหมิงอาจจะสูงมากยิ่งกว่ากระบี่วิหคเพลิงของ
นางก็เป็นได้!
กระบี่วิหคเพลิงเป็นหนึ่งในกระบี่คู่เพลิงและน้ำแข็งของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักอีกด้วย แล้วมู่เชียนหยี่
จะไม่ตกใจในเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน!
“ใช่ นี่คือดาวหางสีม่วง ในชีวิตนี้ ข้ากะจะใช้มันเข้าสู่แดนเทวะ มัน
เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้าหวังพึ่งได้ เป้าหมายสูงสุดขอข้านั้นคือการสร้าง
สมบัติระดับสวรรค์ และจารึกชื่อของข้าไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะเหตุนี้
ข้าจึงสะสมวัสดุต่างๆก็เพื่อจะใช้สร้างสมบัติระดับสวรรค์ขึ้นมา แต่ดาว
หางสีม่วงชิ้นนี้ยังเล็กเกินไปที่จะสร้างสมบัติระดับสวรรค์ แต่มันก็เพียงพอ
แล้วที่จะสร้างหอกระดับปฐพีให้กับเจ้า”
“ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน นี่มัน…” หลินหมิงไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดออกมาดี วัสดุ
ที่ล้ำค่าเช่นนี้ โดยเฉพาะผู้ที่มีตัวตนอย่างบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน เขาไม่คิดว่า
คนเหล่านั้นจะขอโทษและเอาวัสดุล้ำค่าออกมาให้เขาเช่นนี้ แต่บรรพบุรุษ
จื่อเยี่ยนกลับรักษาคำพูดของตนอย่างยิ่ง!
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนถอนหายใจยาว และกล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า
“เส้นทางแห่งการกลั่นสกัดก็เป็นดั่งเช่นเส้นทางแห่งนักสู้ ข้าเคยบอกว่า
หากเจ้าสามารถบอกถึงข้อบกพร่องได้ ข้าจะขอโทษพร้อมทั้งสร้างหอก
ให้กับเจ้า อย่างไรก็ตามข้าบอกให้เจ้าตัดลิ้นและทำลายการบ่มเพาะหาก
เจ้าทำไม่ได้”
“ในเมื่อข้านั้นอยากให้เจ้าทำลายการบ่มเพาะของตน เช่นนั้นข้าจึง
ต้องตอบแทนเจ้าด้วยสิ่งที่คู่ควรเมื่อเจ้าทำได้!”
ขณะที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกล่าว เขาก็วางหลินหมิงไว้ในระดับ
เดียวกับตน เหตุใดตัวตนเช่นเขาจึงลดตัวมาสนทนากับมดเช่นหลินหมิง
ไม่ใช่เพราะอาจารย์ของหลินหมิง หรือศักยภาพที่น่ากลัวของเขาในการ
เข้าใจได้ถึงเต๋าแห่งรูปแบบค่ายกล แต่เป็นเพราะบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน
สามารถเห็นได้เลยว่าในอีก 100 ปีต่อจากนี้ หลินหมิงจะต้องเป็นผู้ที่ทรง
พลังที่สุดในยุคของเขาอย่างแน่นอน
หลินหมิถอนหายใจ ถึงแม้ว่าบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นจะเป็นพวก
ประหลาด เอาแน่เอานอนไม่ได้ และบางครั้งก็โหดร้ายรุนแรงอย่างมาก
แต่จิตวิญญาณแห่งนักสู้ของเขานั้นทั้งหนักแน่นและบริสุทธิ์ คนที่มีศรัทธา
ในตัวเองจะสามารถก้าวไปในเส้นทางแห่งนักสู้ได้ไกลขึ้น
ความจริงแล้ว บุคคลเช่นนี้ควรจะได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงจึงกล่าวว่า “ผู้อาวุโสจื่อเยี่ยน เกี่ยวกับรูปแบบ
ค่ายกลเพลิงแปดทิศนั้น ผู้เยาว์มีความคิดเห็นบางอย่าง และหวังว่ามันจะ
เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อาวุโสแม้เพียงเล็กน้อย”
“หืม?” ดวงตาของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นสาดประกาย น้ำเสียง
กลายเป็นตื่นเต้น อาจกล่าวได้ว่า เขานั้นไม่ได้ดูถูกหลินหมิงอีกต่อไป “มี
สิ่งใดที่เจ้าอยากจะกล่าวเพื่อแนะนำเช่นนั้นหรือ? เชิญกล่าวมาได้เลย
ชายชราผู้นี้จะรับฟังมันทั้งหมด!”
รูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศนั้นเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นสำคัญในชีวิต
ของเขา ในการที่จะสร้างสมบัติระดับสวรรค์ หนึ่งในข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดคือพลังเพลิง ยกตัวอย่างเช่น ดาวหางสีม่วงและวัสดุต่างๆที่อยู่ใน
ระดับเดียวกันจะต้องถูกกลั่นให้บริสุทธิ์อย่างมากจึงจะสามารถสร้าง
สมบัติระดับสวรรค์ได้ แต่การพูดนั้นง่ายกว่าการลงมือทำ แม้แต่บรรพ
บุรุษจื่อเยี่ยนในปัจจุบันก็ยังไม่มีพลังเพียงพอในการสร้างมัน
หลินหมิงกล่าวว่า “เกี่ยวกับแนวอักษรรูนเพลิงที่ข้ากล่าวถึงเมื่อตอน
นั้น ถึงแนวอักษรรูนเพลิงจะสามารถเพิ่มพลังของเปลวเพลิงได้ แต่พลัง
ต้นกำเนิดก็รั่วไหลออกมา แต่ถ้าหากเพิ่มอักษรรูนลงไปอีก 3 ตัวในแนว
อักษรรูนเพลิง และคำนวนระยะห่างให้ถูกต้อง แนวอักษรรูนเพลิงก็จะ
สามารถกักเก็บพลังปราณอัคคีต้นกำเนิดระหว่างที่มันหมุนได้ และลด
พลังเพลิงต้นกำเนิดที่รั่วไหลออกไป แน่นอนว่า มันมีปัญหาที่จะต้องวาด
อักษรรูนขึ้นใหม่ทุกๆ 3 ปี”
“ทุก 3 ปีนั้นไม่ใช่ปัญหา!” บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนโผล่ออกมาเสียงดัง
ด้วยความตื่นเต้น ราวกับเขานั้นเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาได้จำลองรูปแบบที่
หลินหมิงกล่าวและมันสามารถใช้งานได้จริงๆ!