Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 306 กลืนกินโอสถเปิดทางสวรรค์
“ทุกๆ 3 ปีนั้นไม่ใช่ปัญหา!” บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนโพล่งออกมาด้วย
ความตื่นเต้น ราวกับเขาเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาได้จำลองรูปแบบที่หลินหมิ
งกล่าว และมันสามารถใช้งานได้จริงๆ!”
“เยี่ยมไปเลย! และอย่างที่สองคือการจัดวางและระยะห่างของแนว
เกลียวอักษรรูน” ในขณะที่หลินหมิงกำลังกล่าวอย่างมั่นใจอยู่นั้น แววตา
ของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนก็เปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างที่หลินหมิ
งกล่าวมานั้นสำคัญกับรูปแบบค่ายกลโบราณอย่างมาก เขาไม่เคยคิดเลย
ว่าไม่เพียงหลินหมิงจะหาข้อบกพร่องของมันได้ แต่ยังทำให้เขาได้รู้แจ้ง
เกี่ยวกับมันมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย!
การหาข้อบกพร่องและแนวทางการแก้ไขนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างเช่น มีข้อบกพร่องบางอย่างที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนพบมันแต่ก็ไม่
อาจจะหาทางแก้ไขมันได้
มันยากที่จะจินตนาการได้ว่าเด็กอายุ 16 ปีจะรู้และเข้าใจถึงความ
ลึกลับซับซ้อนของค่ายกลโบราณได้ถึงระดับนี้!
“แล้วข้าควรจะระวังเกี่ยวกับมุมและระยะห่างของแนวเกลียวอักษร
รูนทั้ง 36 หรือไม่? ก่อนหน้านี้ ข้าไม่เคยคิดเชื่อมโยงเรื่องมุมเลยว่ามันจะ
เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลต่อพลังเพลิงต้นกำเนิดถึงเพียงนี้!”
ดวงตาของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเบิกกว้างราวกับคิดบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ออก
และเขาได้มองไปยังแผ่นตารางค่ายกล และเริ่มที่จะจินตนาการรูปแบบ
ภายในจิตใจ
“ใช่! ใช่จริงๆด้วย! มันมีผลกระทบอย่างละเอียดต่อสนามพลังต้น
กำเนิดอย่างแท้จริง! นี่เป็นคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! มันดูเหมือน
ธรรมดาก็จริง แต่ในค่ายกลที่ลึกลับซับซ้อนและกว้างใหญ่นี้ มันกลับยาก
จะหาพบอย่างยิ่ง!”
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนรู้สึกตื่นเต้นมาก มากถึงขนาดที่เขาสามารถเต้น
ออกมาด้วยความยินดีได้ทุกเมื่อ เขาลองจำลองรูปแบบค่ายกลในใจอย่าง
ต่อเนื่อง และถามคำถามหลินหมิงเป็นชุด บางคำถามหลินหมิงก็สามารถ
ตอบได้ทันที แต่บางคำถามก็ต้องใช้เวลาคิดอยู่นาน การสนทนาระหว่าง
ทั้งสองเริ่มถูกคอกันมากขึ้นเรื่อยๆ และมู่เชียนหยี่ทำได้เพียงมองทั้งคู่ด้วย
ความประหลาดใจเท่านั้น
นางมองไปยังเด็กหนุ่มและชายชราที่สนทนากันอย่างถูกคอเป็นเวลา
กว่าชั่วโมง จนตะวันลับขอบฟ้า แต่พวกเขาก็ยังไม่หยุดสนทนากัน ถ้อยคำ
และวลีต่างๆที่ออกมาจากปากของพวกเขานั้น นางไม่สามารถเข้าใจมัน
แม้แต่น้อย แต่นางก็รู้สึกได้ว่ามันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งอย่างมาก
ในขณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนมักจะแสดง
อาการประหลาดต่างๆออกมา บางครั้งก็ขมวดคิ้ว บางครั้งก็หัวเราะ
บางครั้งก็รู้แจ้งบางอย่าง บางครั้งก็ตบต้นขาของตน บางครั้งก็ตบหน้า
ตัวเอง และกล่าวว่า “เหตุใดข้าจึงไม่คิดออกได้เร็วกว่ากันนี้นะ?” ท่าทาง
ต่างๆที่เขาแสดงออกมานั้นไร้ซึ่งการเสแสร้งใดๆ ราวกับคนแก่บ้าๆและดู
เหมือนกับเด็ก
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนอาจจะคุยกันเช่นนี้ตลอดทั้งคืน มู่เชียนหยี่ก็ไม่รู้
ว่าจะทำเช่นไรดี นางจึงลุกขึ้น เอาชุดถ้วยชาออกมา แล้วเทชาลงไปใน
ถ้วย ก่อนจะยื่นมันไปให้ทั้งสองคน
ทันใดนั้น ทั้งสองต่างก็ยืนมือรับถ้วยชาอย่างเป็นธรรมชาติ และยก
ดื่มราวกับว่าพวกเขาคอแห้งมานานแล้ว
เมื่อเห็นทั้งสองคนที่กำลังดื่มชาอย่างเป็นธรรมชาติ มู่เชียนหยี่ก็ไม่รู้
ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นักบุญหญิงผู้สูงส่งแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์ศิษย์
กลับกลายมาเป็นสาวรับใช้ นางไม่สามารถแทรกการสนทนาของพวกเขา
ได้เลย และทำได้เพียงแค่เติมชาเรื่อยๆเท่านั้น…
ความจริงแล้ว หลินหมิงก็ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสนทนา
กับบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนเช่นกัน ในความทรงจำของผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของ
แดนเทวะนั้น มีหลายแง่มุมที่ไม่เข้ากับทวีปนภารินไหล ยกตัวอย่างเช่น มี
วัสดุบางอย่างที่ใช้ในค่ายกลซึ่งพบได้แค่ในแดนเทวะเท่านั้น หลินหมิงเอง
ก็จำเป็นต้องหาวัสดุในทวีปนภารินไหลที่สามารถใช้แทนได้ เพราะระดับ
การบ่มเพาะของเขามีอย่างจำกัด จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมค่ายกล
ระดับสูงต่างๆได้
นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนได้รับมาจากระยะเวลาอัน
ยาวนาน โดยผ่านการทดลองและประสบการณ์ของเขา เขาบอกหลินหมิง
โดยไม่หวงแม้แต่น้อย
หลินหมิงจำความรู้ทั้งหมดนี้อย่างเงียบๆ ถึงแม้ระดับในการบ่มเพาะ
ในปัจจุบันของเขาจะไม่เพียงพอ แต่ในอนาคต มันจะเป็นประโยชน์ ยาม
ที่เขาต้องการจะวางรูปแบบค่ายกล
ในระหว่างการสนทนานี้ บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนให้ความเคารพและชื่น
ชมต่อ ‘อาจารย์’ ของหลินหมิงมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแค่ได้ยินชื่อวัสดุที่
แทบจะไม่อาจใช้ในอักขระค่ายกลได้ และสัญลักษณ์ค่ายกลที่แม้แต่เขาก็
ไม่สามารถควบคุมมันได้ ซึ่งสามารถเห็นถึงพลังและความรอบรู้อันกว้าง
ขว้างของอาจารย์ผู้นี้ได้
เป็นความจริงที่ว่า ความรู้นั้นไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าคนผู้นั้นจะแข็งแกร่ง
เพียงไร ก็มักจะมีผู้ที่เหนือกว่าเสมอ!
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนถอนหายใจราวกับเขากำลังรู้สึกเช่นนี้อีกครั้ง
……………….
หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ใบหน้าของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกลายเป็น
แดงก่ำ เขาดึงหลินหมิงและกล่าวว่า “หลานชายหลิน นี่เป็นการสนทนาที่
ยอดเยี่ยมยิ่งนัก นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าใช้เวลาในการศึกษาไปอีก
30 ปี!”
นี่ไม่ใช่การกล่าวเกินจริงอย่างแน่นอน หลายสิ่งที่หลินหมิงกล่าวออก
มานั้น อาจจะมีบางอย่างที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนไม่อาจจะเข้าใจได้ แม้เขา
จะใช้เวลาเข้าญาณศึกษาถึง 30 ปีก็ตาม
“การได้สนทนากับผู้อาวุโสในครั้งนี้ ก็เป็นประโยชน์ต่อข้ายิ่งนัก”
เมื่อหลินหมิงได้ยินคำเรียก ‘หลานชายหลิน’ เขาคิดว่ามันค่อนข้างแปลก
แต่ในเมื่อบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นถือว่าเขาเป็นศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ การเรียกเขาว่าหลานชายนั้นก็พอจะเข้าใจได้
“ฮาฮา อย่ายกยอชายชราผู้นี้ให้มากนักเลย! พวกเรากำลังสนทนาถึง
เรื่องของเจ้าอยู่! การได้ฟังสิ่งที่เจ้าได้กล่าวออกมานั้น ทำให้ข้าได้รับข้อมูล
เชิงลึกมากมาย ข้าจะต้องไตร่ตรองพวกมัน ก่อนจะปรับปรุงรูปแบบค่าย
กลเพลิงแปดทิศ หลานชายหลิน การกลั่นสกัดหอกของเจ้านั้นจะต้องรอ
จนกว่าข้าจะปรังปรุงค่ายกลก่อน ด้วยการปรับแต่งรูปแบบค่ายกลเพลิง
ใหม่ ข้าจะสามารถกลั่นสกัดดาวหางสีม่วงได้อย่างเต็มที่!” เสียงของบร
รรพบุรุษจื่อเยี่ยนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หลังจากเพิ่มประสิทธิภาพ
รูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศแล้ว เขาก็จะเข้าใกล้เป้าหมายสูงสุดในชีวิต
ของเขาไปอีกหนึ่งก้าว ซึ่งก็คือการกลั่นสกัดสมบัติระดับสวรรค์นั่นเอง
“เช่นนั้น… หลานชายหลิน ยัยหนูตระกูลมู่ พวกเจ้าสามารถพักอยู่
ในคฤหาสน์ของข้าได้ และชายชราผู้นี้จะให้สถานที่บ่มเพาะที่ดีที่สุด
สำหรับพวกเจ้า พลังเพลิงต้นกำเนิดที่นี่มีมหาศาล และแน่นอนว่า
มากกว่าเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เสียอีก! หากพวกเจ้าบ่มเพาะที่นี่ พวกเจ้าจะ
สามารถดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดได้ตามที่พวกเจ้าต้องการ!”
เมื่อมู่เชียนหยี่ได้ยินคำเรียกของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน นางไม่รู้ว่าจะ
หัวเราะหรือร้องไห้ดี หลินหมินนั้นได้กลายเป็นหลานชายหลินผู้มีเกียรติ
ขณะที่นางเป็นเพียง ‘ยัยหนูตระกูลมู่’ มีเหตุการณ์แปลกประหลาด
เกิดขึ้นมากมาย หลังจากพวกเขามาเยือนชายชราผู้นี้
“ทางนี้”
บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนผลักประตูไม้หนาหนักบานหนึ่งที่แกะสลักไว้ด้วย
รูปแบบค่ายกลปิดผนึก เขาชี้ไปยังแท่นสีแดงที่อยู่ห่างออกไป และบอกให้
หลินหมิงและมู่เชียนหยี่ตามเขาไปตรงนั้น
ในขณะที่ประตูเปิดออก หลินหมิงรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังสวรรค์และปฐพี
จำนวนมหาศาลพุ่งมายังเขา พลังเพลิงต้นกำเนิดนั้นหนาแน่นยิ่งนัก จน
แทบจะกลายเป็นรูปร่างที่จับต้องได้!
หากผู้ใดฝึกฝนที่นี้ การบ่มเพาะของพวกเขาจะรุดหน้าในอัตราที่
รวดเร็วอย่างมาก!
“แท่นหินนี้สร้างมาจากศิลาเพลิงโลกันต์ มันสามารถกักเก็บเส้นจิต
วิญญาณอัคคีที่มาจากผืนดิน…” มู่เชียนหยี่พึมพำ อันที่จริง สถานที่แห่งนี้
เหนือกว่าสถานที่บ่มเพาะของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เสียอีก
เมื่อเห็นว่ามู่เชียนหยี่ประหลาดใจ บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนจึงมีสีหน้าที่บ่ง
บอกถึงความพอใจอย่างยิ่ง เขามั่นใจอย่างมากในการบ่มเพาะของตน
และที่แห่งนี้คือที่ที่เขาใช้ในการบ่มเพาะอยู่เสมอ เหตุผลที่เขาเลือกถ้ำ
คฤหาสน์นี้ในหุบเขาที่ไร้ซึ่งผู้คน ก็เพื่อวางรูปแบบค่ายกลเพลิงแปดทิศที่นี่
และมันยังเป็นสถานที่ล้ำค่าในการบ่มเพาะอีกด้วย
ที่นี่คือบริเวณกลางหุบเขาที่อยู่ในระยะเส้นจิตวิญญาณอัคคี พลังต้น
กำเนิดจากสวรรค์และปฐพีหนาแน่นมองเห็นได้อย่างชัดเจน อาจกล่าว
เพิ่มเติมได้ว่า บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนนั้นทุ่มเทเวลาอย่างมากในการวาง
รูปแบบค่ายกลกักเก็บจิตวิญญาณโบราณ ที่นี่ย่อมเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่นัก
สู้ธาตุจำเพาะอัคคีใฝ่ฝันถึง!
“ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพของรูปแบบค่ายกลแปดทิศ
หรือการสร้างหอก ทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำให้เสร็จในวันเดียว ตอนนี้พวก
เจ้าก็บ่มเพาะอยู่ที่นี่ไปก่อน หากต้องการสิ่งใดให้เรียกหาข้า”
หลังจากนั้น บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนก็รีบจากไปทันที ราวกับว่าเขาไม่
อาจรอที่จะครุ่นคิดถึงรูปแบบค่ายกลของเขาได้อีกต่อไป
ปึงงง!
ประตูไม้ถูกปิดอย่างแรง และผนึกค่ายกลบนประตูสาดแสงออกมา
พลังเพลิงต้นกำเนิดทั้งหมดก็ถูกกักเก็บไว้ในห้องนี้อีกครั้ง
มู่เชียนหยี่มองไปรอบๆห้องโถง ไม่เพียงแค่มีแท่นศิลาเท่านั้น แต่ยังมี
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในชีวิตประจำวันอีกด้วย มีแม้กระทั่งเตียง
นอน แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเตียงเดี่ยว
แต่สิ่งนี้ไม่มีความหมายต่อมู่เชียนหยี่ สำหรับผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะ
สูงเช่นนาง การทดแทนการหลับนอนด้วยการเข้าญาณนั้นเป็นเรื่อง
ธรรมดายิ่งนัก ไม่ใช่แค่นั้น แต่นางไม่ต้องการใช้เตียงนอนของผู้อื่น
“หลินหมิง ข้าคาดว่าเวลาที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนต้องใช้ในการ
ปรับปรุงค่ายกลและกลั่นสกัดหอกของเจ้า อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งถึง
สองเดือน ในช่วงเวลานั้น ข้าคิดว่าเจ้าควรที่จะศึกษาเคล็ดบ่มเพาะอัคคี
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กับข้า เจ้าจะว่าอย่างไร?” หลังจากที่มู่เชียนหยี่
ชำเลืองไปรอบๆ นางก็มองไปยังหลินหมิงพร้อมกับยิ้มออกมา ถึงแม้
อาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังของหลินหมิงอาจจะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ นางก็
ไม่คิดที่จะสร้างความสัมพันธ์กับคนผู้นั้นผ่านหลินหมิง อย่างไรก็ตาม
ตัวตนเช่นนั้นก็ห่างไกลกับนางเกินไปอยู่ดี
หลินหมิงลังเล ก่อนจะกล่าวว่า “แม่นางมู่ ก่อนอื่นข้าจะใช้โอสถ
เปิดทางสวรรค์”
มู่เชียนหยี่ประหลาดใจ นางจึงกล่าวว่า “เจ้าต้องการจะใช้มันหนึ่ง
เม็ดในตอนนี้เช่นนั้นหรือ? ข้าคิดว่ามันเร็วไปหน่อยสำหรับเจ้า โอสถ
เปิดทางสวรรค์แม้จะเป็นโอสถระดับสูง แต่หากใช้มากเกินไป มันจะส่งผล
ต่อตันเถียนของเจ้า และเจ้าจะต้องใช้เวลาที่จะทำให้การบ่มเพาะกลับมา
มั่นคง มันจะดีกว่าหากรอให้การบ่มเพาะของเจ้าอยู่ในคอขวดของปราณ
ต้นฟ้าก่อนที่จะใช้มัน”
มู่เชียนหยี่กล่าวเบาๆ ความจริงแล้วนางไม่คิดว่าหลินหมิงจะใช้โอสถ
เปิดทางสวรรค์ไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้ว่าเขาจะยังอยู่ในขั้นผสานชีพจร
ก็ตาม
“ไม่ ข้าคิดถี่ถ้วนแล้ว ข้าจะใช้มันในตอนนี้”
ในขณะที่หลินหมิงบ่มเพาะในไม่กี่วันมานี้ เขาค่อยๆตระหนักถึง
ความห่างชั้นว่าเขานั้นยังอยู่ห่างไกลจาก ‘กายผันแปรขั้นผสานไขกระดูก’
เพียงไร มันเป็นไปได้ว่าถึงแม้เขาจะใช้โอสถเปิดทางสวรรค์มากมายก็
อาจจะไม่มีผลอะไรมากนัก แต่อย่างน้อยมันก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
เชิงลบในตันเถียนของเขาอย่างแน่นอน
สิ่งที่เขาอยากจะรู้ก็คือ โอสถเปิดทางสวรรค์จะมีผลต่อเขามาก
เพียงไร? และต้องใช้โอสถเปิดทางสวรรค์กี่เม็ดจึงจะสำเร็จขั้นผสานไข
กระดูกได้อย่างสมบูรณ์?
มู่เชียนหยี่ไม่ได้พยายามจะหยุดยั้งหลินหมิง นางเคยชินและเชื่อใน
หลินหมิงอย่างมาก ไม่ว่าสิ่งที่หลินหมิงพยายามจะทำนั้นเป็นเรื่องที่
เป็นไปไม่ได้มากเพียงใด ดูเหมือนว่าหากเขาตัดสินใจที่จะทำมัน มันก็จะ
ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป และอาจจะสำเร็จเสียด้วยซ้ำ
มู่เชียนหยี่เดินไปที่หลินหมิงและกล่าวว่า “เช่นนั้นก็เอาไปเถอะ ข้า
ยังมีโอสถเสริมกายจิตวิญญาณ และมีโอสถอื่นอีกหลายอย่าง หากเจ้าใช้
พวกมันร่วมกับโอสถเปิดทางสวรรค์ ประสิทธิภาพของมันก็จะเพิ่มขึ้น
อย่างมาก”
ขณะที่มู่เชียนหยี่กล่าวเช่นนี้ นางก็ได้ยืนมือออกมา และขวดโอสถสี
ใส 3 ขวดก็ปรากฏออกมาบนมือฝ่ามือของนาง
หนึ่งในสิ่งที่จะต้องใส่ใจอย่างมากเมื่อกลืนกินโอสถเปิดทางสวรรค์ก็
คือ มีโอสถที่สามารถทำให้โอสถเปิดทางสวรรค์แสดงประสิทธิภาพที่
เหนือกว่าโดยตรง แต่โอสถเสริมกายจิตวิญญาณนั้นสามารถขับพิษตกค้าง
ที่เกิดจากการใช้โอสถได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
หลินหมิงรับขวดโอสถเหล่านั้น และเทมันลงไปในปากทั้งหมด
จากนั้นเขาก็กลืนกินโอสถเปิดทางสวรรค์ขนาดเท่าเม็ดลำไยลงไป
หลังจากนั้น เขาก็นั่งเข้าญาณบนแท่นศิลา
เมื่อโอสถเปิดทางสวรรค์เข้าไปในปากของเขา มันก็ละลาย และแผ่
ความร้อนไปทั่วทั้งร่างของเขา พร้อมกับไหลไปที่ตันเถียน ทำให้รู้สึกเสียว
ซ่าเล็กน้อย ก่อนหน้านี้หลินหมิงรู้ว่าโอสถเปิดทางสวรรค์มีความสามารถ
ในการล้างสิ่งสกปรกในไขกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยปกติแล้ว มันจะ
เจ็บปวดและทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากในกระบวนการนี้
ในขณะที่ตันเถียนของเขาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ แขนขาก็เริ่มเย็นเฉียบ
เกิดความรู้สึกร้อนและเย็นในเวลาเดียวกันเป็นสิ่งอึดอัดเป็นอย่างมาก
เมื่อประสิทธิภาพของโอสถละลายเข้าสู่ร่างกาย ความผันผวนของ
พลังงานก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไหลผ่านไปทุกซอกทุกมุมของ
ร่างกาย และเกิดความเจ็บปวดราวกับถูกแทงด้วยเข็มนับไม่ถ้วน ถึงแม้
ก่อนหน้านี้เขาจะมีประสบการณ์ในการใช้ยาที่แข็งแกร่งมาก แต่ในครั้งนี้
มันความรุนแรงอย่างมาก รุนแรงจนหลินหมิงต้องกัดฟันแน่นด้วยความ
เจ็บปวด และมีเหงื่อเต็มหน้าผากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ผสานไขกระดูก…”
ความคิดนี้ดังอยู่ภายในจิตใจของหลินหมิง เขากำหมัดแน่น และด้วย
เจตจำนงที่มุ่งมั่น เขาพยายามผลักดันพลังของโอสถเข้าสู่กระดูกชั้นลึก
จนถึงไขกระดูกของเขา…