Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 307 พลังของโอสถในการชำระล้างไขกระดูก
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 307 พลังของโอสถในการชำระล้างไขกระดูก
ถึงแม้ว่าขั้นผสานไขกระดูกนั้นจะอยู่เหนือขั้นผสานชีพจร แต่ก็ไม่
จำเป็นต้องมีการบ่มเพาะที่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรก่อนจะทะลวงเข้า
สู่ขั้นผสานไขกระดูก ในทางกลับกัน การจะเข้าสู่ขั้นผสานไขกระดูกนั้น
ไม่สำคัญว่าจะอยู่ขั้นผสานชีพจรช่วงต้นหรือช่วงปลาย
ในอีกความหมายคือ ขั้นผสานไขกระดูกกับขั้นผสานชีพจรนั้นเป็น
ระบบการบ่มเพาะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งขั้นผสานไขกระดูกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการบ่มเพาะระดับกายผัน
แปรของแดนเทวะ
สำหรับขั้นผสานชีพจร ขั้นปราณต้นฟ้า ขั้นปราณปลายฟ้า และขั้น
หลอมรวมแก่นแท้นั้นอยู่ในระดับรวบรวมลมปราณ
เมื่อนักสู้เริ่มบ่มเพาะตั้งแต่ขั้นฝึกฝนร่างกาย ขั้นฝึกฝนกล้ามเนื้อ ขั้น
ฝึกฝนอวัยวะภายใน ขั้นเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อ จนกระทั่งเข้าสู่ขั้นดัด
กระดูก ปราณแท้ในร่างกายนั้นได้เริ่มแทรกซึมเข้าสู่กายและกระจายไป
ทั่วร่างกาย หลังจากนั้น หากทำให้ปราณแท้ไหลเข้าไปในไขกระดูกได้ นั่น
ก็คือ ‘ขั้นผสานไขกระดูก’ นั้นเอง
มิฉะนั้น หากปราณแท้จะไหลเข้าสู่เส้นชีพจรในร่างกาย มันก็จะถูก
เรียกว่าขั้นผสานชีพจร
หลังจากเข้าสู่ขั้นผสานชีพจร ปราณแท้จะมารวมกันอยู่ภายใน
ตันเถียนโดยผ่านเส้นชีพจร และเมื่อผู้นั้นเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้า ขั้นปราณ
ปลายฟ้า เมื่อปราณแท้หลอมรวมกันเป็นแก่นแท้ในตันเถียน มันก็จะถูก
เรียกว่าขั้นหลอมรวมแก่นแท้
นั่นคือขอบเขตของกายผันแปรขั้นผสานไขกระดูกที่คู่ขนานไปกับขั้น
ผสานชีพจรนั้นเอง
ขั้นผสานไขกระดูกจะเป็นรากฐานที่ในการเข้าสู่ 8 ประตูเร้นลับ
ภายใน มันคือระดับกายผันแปร
แต่สำหรับขั้นผสานชีพจรนั้น เมื่อปราณแท้ไหลผ่านเข้าสู่เส้นชีพจร
และแปรสภาพเข้าสู่ตันเถียน นี่จึงเป็นรากฐานสำหรับระบบการบ่มเพาะ
ระดับรวบรวมลมปราณ
อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ขั้นผสานชีพจรนั้นไม่ยาก แต่ขั้นผสานไข
กระดูกนั้นยากอย่างแท้จริง เพราะเหตุนี้ จึงต้องเข้าสู่ขั้นผสานชีพจรก่อน
และค่อยไปยังขั้นผสานไขกระดูกเพื่อลดความยากในการทะลวงระดับลง
ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่หลินหมิงกำลังทำอยู่ในตอนนี้
เขาทำตามขั้นตอนและวิถีการเข้าสู่ขั้นผสานไขกระดูกที่พบภายใน
‘เคล็ดวิชาชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เพื่อที่จะควบคุมผลของโอสถให้มันและ
ค่อยๆผลักดันมันเข้าสู่กระดูกที่ละนิดๆ
พลังของโอสถเปิดทางสวรรค์นั้นมหาศาลและรุนแรงอย่างแท้จริง
หากนักสู้ทั่วไปได้รับมันเข้าไป พวกเขาจะทำได้เพียงค่อยๆกลั่นมันเท่านั้น
แต่หากใครพยายามจะควบคุมผลของโอสถเปิดทางสวรรค์อย่างหลินหมิง
โดยใช้ปราณแท้ผลักดันมันเข้าสู่ไขกระดูก พวกเขาจะถูกพลังที่รุนแรงของ
โอสถตีกลับอย่างแน่นอน!
หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าโลหิตของเขากลายเป็นลาวา ไม่ว่ามันจะไหล
ไปที่ใด มันก็จะกัดกระดูกอย่างรุนแรงและเจ็บปวดอย่างมาก!
“หลินหมิง เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง…” มู่เชียนหยี่มองเห็นการแสดงออก
ของหลินหมิงที่ดูเหมือนกำลังเจ็บปวดอย่างมาก นางจึงกังวล หากไม่มี
ความแข็งแกร่งเพียงพอ พวกเขาอาจจะตายเพราะโอสถเปิดทางสวรรค์ได้
เคยมีผู้ที่อยู่ในขั้นผสานชีพจรได้กลืนกินโอสถเปิดทางสวรรค์ และทำให้
เจ็บปวดราวกับตายทั้งเป็น เพราะพวกเขาไม่สามารถย่อยประสิทธิภาพ
ของตัวยาได้
อย่างไรก็ตามมู่เชียนหยี่ไม่ได้กังวลว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับหลินหมิง
แม้แต่น้อย เพราะความแข็งแกร่งของหลินหมิงห่างไกลจากผู้อื่นอย่างยิ่ง
หากนำเขาไปเทียบกับอาณาจักรเล็กบางแห่ง พลังของเขาอาจจะ
เทียบเท่าผู้ที่อยู่ในขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายหรืออาจจะเหนือกว่านั้น
แต่ในตอนนี้ เมื่อเห็นว่าหลินหมิงกำลังเจ็บปวด หัวใจของมู่เชียนหยี่
หยุดเต้นไปชั่วขณะ อาการของหลินหมิงที่แสดงออกมาดูสาหัสมาก
มากกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก
ในการดูดซับโอสถเปิดทางสวรรค์ มันไร้ประโยชน์ถ้าผู้อื่นพยายาม
จะช่วย มู่เชียนหยี่ทำได้เพียงหยิบผ้าเช็ดหน้าและค่อยๆเช็ดเหงื่อให้หลินห
มิงเท่านั้น
หลังจากสัมผัส มู่เชียนหยี่รู้สึกว่าหน้าผากของหลินหมิงนั้นร้อนราว
กับเพลิงที่รุนแรง
“มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่? มู่เชียนหยี่ขมวดคิ้ว มันคืออุบัติเหตุที่เกิด
จากการพยายามดูดซับโอสถเปิดทางสวรรค์เช่นนั้นหรือ?”
มู่เชียนหยี่ลังเลอยู่ชั่วครู่ คิดที่จะใช้ระดับการบ่มเพาะที่ลึกล้ำของตน
ผลักดันพลังโอสถให้ออกมาจากร่างกายของหลินหมิง แต่ในตอนนั้นเอง
หลินหมิงโบกมืออย่างยากลำบากพร้อมทั้งกัดฟันแน่นและกล่าวออกมา
“ข้า… ไม่เป็นอะไร…”
เมื่อเขาเปิดปากพูด มู่เชียนหยี่จึงเห็นฟันที่เต็มไปด้วยโลหิต
มิใช่ว่าหลินหมิงไม่อาจจะทนกับผลของพลังโอสถเปิดทางสวรรค์ได้
แต่เป็นเพราะการจะผลักดันปราณแท้เข้าไปในไขกระดูกนั้น มัน
ยากลำบากอย่างยิ่ง
หลินหมิงรู้สึกราวกับว่ากระดูกของเขาเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง
เขาสามารถผลักดันพลังของโอสถเปิดทางสวรรค์เข้าไปได้เพียงที่ละนิด
เท่านั้น ทุกครั้งที่ปราณแท้สามารถเข้าไปได้มันราวกับว่ากระดูกของเขา
ถูกเจาะ!
อย่างแรก หลินหมิงได้ติดอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูกมานาน จน
ในที่สุด ปราณแท้ก็ได้เออล้นออกมา และได้ทะลวงระดับอย่างสมบูรณ์
แบบ!
นี่จึงทำให้รากฐานการบ่มเพาะของเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แต่กระดูก
ของเขาได้ถูกทำให้แข็งแกร่งมานานด้วยการกลั่นของปราณแท้ และมัน
เกือบจะหนาแน่นอย่างสมบูรณ์แบบ จนแทบจะไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย
แต่ทว่า ยิ่งกระดูกของเขาแข็งแกร่งมากเพียงใด มันก็ยิ่งยากที่จะ
ผลักดันพลังโอสถเข้าไปในกระดูกมากเพียงนั้น!
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย
หากมันยากที่จะทะลวงมากเท่าใด ขั้นผสานไขกระดูกก็จะยิ่ง
แข็งแกร่งและสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น!
มีเพียงผลของโอสถเปิดทางสวรรค์ที่ถูกกลั่นจนบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะ
ผ่านเข้าสู่กระดูกที่หนาแน่นได้ และทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีสุดต่อขั้นผสานไข
กระดูก
ปรัชญาของหลินหมิงก็คือ…
ในการวางรากฐานการบ่มเพาะ มันจะต้องถูกวางอย่างสมบูรณ์และ
มั่นคงที่สุด
ในการทะลวงขอบเขต มันจะต้องทะลวงอย่างสมบูรณ์!
หลังจากผ่านไป 15 นาที ทั่วทั้งร่างของหลินหมิงก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
ในตอนนี้ ภายในร่างของเขา ไขกระดูกของเขามีสีทองเบาบางจนแทบ
มองไม่เห็นอยู่!
ไขกระดูกดั่งน้ำซุปทองคำ มันก็คือสัญลักษณ์ของขั้นผสานไขกระดูก!
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้รู้สึกมีความสุขเลยแม้แต่น้อย เขากลับ
รู้สึกผิดหวัง เพราะว่านี่เป็นความสำเร็จเพียงเล็กน้อยอย่างยิ่ง!
เขาใช้ประสิทธิภาพ 1 ใน 5 ของโอสถเปิดทางสวรรค์ไปแล้ว แต่เขา
เพียงสามารถสร้างร่องรอยเล็กๆของขั้นผสานไขกระดูกที่แทบจะมองไม่
เห็นได้เท่านั้น ถ้าเขาต้องการที่จะดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ เขากลัวว่า
เขาจะต้องทำกระบวนการนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงหมื่นหรือสองหมื่นครั้ง คง
ไม่ใช่ว่ากว่าเขาจะทำให้ขั้นผสานไขกระดูกสมบูรณ์ได้ เขาจะต้องใช้โอสถ
เปิดทางสวรรค์หลายพันเม็ดหรอกรึ!?!?
สวรรค์!
ต่อให้เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่แสนมั่งคั่งและมีน้ำใจ ได้ให้โอสถ
เปิดทางสวรรค์แก่เขาหลายพันเม็ด เช่นนั้นแล้ว เขาอาจจะตายจากการใช้
โอสถเกินขนาดก็เป็นได้!
ต้องรู้ด้วยว่าหุบเขาเจ็ดแก่นแท้สามารถผลิตโอสถเปิดทางสวรรค์ได้
เพียง 20-30 เม็ดในทุกๆ 3 ปีเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้ว จะผลิตได้เพียง 8-9
เม็ดต่อปีเท่านั้น สำหรับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาสามารถที่จะผลิต
โอสถเปิดทางสวรรค์หลายสิบเม็ดในแต่ละปี ด้วยความเร็วเช่นนี้ เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีเพื่อจะรวบรวมโอสถเปิดทาง
สวรรค์หลายพันเม็ด!
ไม่ว่าหลินหมิงจะมีพรสวรรค์แค่ไหน หรือเป็นอัจฉริยะที่ราวกับสัตว์
ประหลาดเพียงใด ก็ไม่มีทางที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะให้โอสถเปิดทาง
สวรรค์นับพันแก่เขาอย่างแน่นอน และมันเป็นไปไม่ได้ที่เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จะกระทำการยุ่งยากอย่างการเก็บโอสถเปิดทางสวรรค์หนึ่งเม็ด
ในทุกๆครั้งที่ผลิตเป็นเวลา 100 ปีเพื่อมอบให้กับเขาอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแค่นั้น หากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ยอมให้มันกับเขา หลินหมิง
ก็ไม่สามารถรอได้
เขาถูกกำหนดให้ไม่อาจสำเร็จขั้นผสานไขกระดูกได้สมบูรณ์เช่นนั้น
หรือ?
เมื่อเขาคิดไปถึง 8 ประตูเร้นลับภายใน และ 9 ดวงดาววิหารแห่งเต๋า
ที่อยู่ใน ‘เคล็ดวิชาปราณเทพชีพจรคลั่ง’ และจินตนาการว่าเท้าของเขา
เหยียบย้ำไปบนพื้นโลกและพื้นแตกออก และนึกไปถึงหมัดของเขาที่ทำให้
พื้นผิวดวงดาวพังทลาย หลินหมิงไม่เต็มใจที่จะปล่อยความคิดนี้ไป เขาจะ
ไม่ยอมแพ้ต่อขั้นผสานไขกระดูก ตราบใดที่ยังมีความหวังแม้จะน้อยนิดก็
ตาม เขาจะต้องทำมันให้ได้
เขาจะค่อยๆทำมันไปทีละนิด และไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!
หลังจากตัดสินใจได้ หลินหมิงก็ขบฟันแน่น และดำเนินการดูดซับผล
ของโอสถเปิดทางสวรรค์ที่เหลือต่อไป
หากหลิงหมิงใช้ผลของโอสถกับทั้งร่างกายของเขา มันอาจจะไม่มีผล
ใดๆต่อขั้นผสานไขกระดูกแม้แต่น้อย
ถึงแม้หลินหมิงจะมั่งคั่ง แต่เขาก็ยังไม่ถึงจุดที่จะใช้โอสถเปิดทาง
สวรรค์ราวกับลูกกวาดได้ เขาไม่สามารถยอมรับได้ว่าการกลืนกินโอสถ
เปิดทางสวรรค์ที่ล้ำค่าและหายากนี้ไม่เพิ่มความแข็งแกร่งของเขาแม้แต่
น้อย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงจึงใช้วิธีการที่พบใน ‘เคล็ดวิชาปราณเทพ
ชีพจรคลั่ง’ ซึ่งก็คือการหลอมปราณแท้ทั้งหมดภายในร่างกาย และ
ผลักดันผลของโอสถมายังแขนขวาของเขา
ในเมื่อมันไม่มีผลใดๆต่อไขกระดูกทั่วทั้งร่างกายของเขา เช่นนั้นเขาก็
จะมุ่งเน้นมันไปที่ไขกระดูเพียงแค่จุดเดียว!
หมินหมิงได้เลือกแขนขวาของเขา เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ใช้แขน
ข้างนี้ในการใช้หมัดสลายกระดูกและใช้จับหอก แขนขวาจึงเป็นส่วนที่
สำคัญมากที่สุด
ก่อนอื่นเขาจะลองกับแขนขวาแล้วค่อยพิจารณาทางเลือกของเขาอีก
ครั้ง
ผลของโอสถหลั่งไหลไปที่แขนขวาของเขาดั่งน้ำหลาก ภายใต้พลัง
อันรุนแรงของโอสถ แขนขวาของหลินหมิงรู้สึกราวกับถูกกระบี่หันเป็น
ชิ้นๆ หากมิใช่เพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากจากเจดีย์แม่มดแล้ว
ละก็ แขนของเขาอาจจะระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วก็เป็นได้
หลินหมิงผลักดันผลของโอสถไปที่แขนขวา ซึ่งมันยากลำบากอย่าง
แท้จริง
ทั่วทั้งแขนขวาของเขาโป่งพองแดงราวกับถุงเลือด เส้นเลือดดำสั่น
ราวกับเป็นหนอนที่กำลังดิ้นไปมาอย่างรุนแรง หลินหมิงล้มลง และกดมือ
ขวาเข้ากับลำตัวและพยายามควบคุมผลของโอสถต่อไป หยาดเหงื่อเท่า
หยดน้ำไหลลงมาตามเส้นผมของเขาและร่วงลงพื้น
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ และก็ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง ในที่สุดหลินหมิงก็ก
ลั่นผลของโอสถไปเกือบหมดแล้ว ในตอนนี้ เขารู้สึกราวกับว่าเขาเป็น
ทารกแรกเกิดที่อ่อนแอ
เขาผลาญปราณแท้มากเกินไป หลินหมิงลุกขึ้นยืนบนแท่นหินอย่าง
ช้าๆด้วยความลำบาก
โชคดีที่สถานที่นี้เป็นสถานที่พิเศษ ทุกลมหายใจ เขาจะได้รับพลัง
เพลิงต้นกำเนิดมหาศาลเข้าสู่ร่างกาย และพวกมันก็ถูกดูดซับโดยเมล็ด
พันธ์เทพทรราชคลั่งและเติมเต็มตันเถียนที่เหือดแห้งของหลินหมิง
เมื่อเขามองไปยังมือขวา มีเพียงสีทองซีดที่เบาบางที่สุดอยู่บนพื้นผิว
ของไขกระดูกเท่านั้น ถึงแม้มันจะยังห่างไกลจากขอบเขตไขกระดูกดั่งซุป
ทองคำ แต่หลินหมิงก็ยังรู้สึกว่าไขกระดูกส่วนเล็กๆของเขาส่วนนี้เต็มไป
ด้วยพลังอันทรงพลังของพลังชีวิต!
“มีเพียงแค่ไขกระดูกสีทองซีดๆที่แทบมองไม่เห็นเท่านั้น ถึงแม้จะไม่
มีการเปลี่ยนแปลงใดๆในแขนของข้า แต่ดูเหมือนมันจะแดงขึ้นกว่าเดิม
…”
หลินหมิงพูดกับตัวเอง มนุษย์นั้นมีไขกระดูกอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ
ไขกระดูกสีเหลือง แบบที่สองคือไขกระดูกสีแดง มีเพียงไขกระดูกสีแดง
เท่านั้นที่สามารถสร้างโลหิตขึ้นมาได้
ในตอนที่เด็กทารกเกิดมา ร่างกายจะเต็มไปด้วยไขกระดูกสีแดงที่
สามารถสร้างโลหิต แต่เมื่อคนผู้นั้นค่อยๆเติบโตขึ้น โพรงไขกระดูกจะเต็ม
ไปด้วยไขมัน และไขกระดูกสีแดงก็จะค่อยๆกลายเป็นไขกระดูกสีเหลือง
และจะไม่สามารถสร้างโลหิตได้อีกต่อไป
ยิ่งคนผู้นั้นอายุมากขึ้นเพียงไร ไขกระดูกก็จะยิ่งกลายเป็นสีเหลือง
มากขึ้นเท่านั้น ทำให้พลังชีวิตของคนผู้นั้นไม่เพียงพอ นั่นเป็นเหตุผลที่
พลังชีวิตของทารกแข็งแกร่งและกระฉับกระเฉงมากกว่าผู้สูงอายุ
ปลายแขนขวาของหลินหมิงได้เปลี่ยนเป็นไขกระดูกสีแดงบริสุทธิ์
หากไขกระดูกทั่วร่างของเขาได้กลายเป็นไขกระดูกสีแดงบริสุทธิ์ เช่นนั้น
แล้วพลังชีวิตของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น และไม่ว่าจะเป็นความอดทนหรือ
ความยืดหยุ่น พวกมันจะน่ากลัวขึ้นอย่างมหาศาล!
“หลินหมิง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” เมื่อเห็นหลินหมิงได้สติกลับมา มู่
เชียนหยี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขา นางไม่
นึกว่าหลินหมิงจะได้รับผลกระทบจากการกลืนกินโอสถเปิดทางสวรรค์
มากถึงเพียงนี้
“ข้าไม่เป็นอะไร” หลินหมิงโบกมือ ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดหน้ามาจากมู่
เชียนหยี่ เขาพบว่าผ้าที่มีกลิ่นหอมจางๆผืนนี้ได้กลายเป็นสกปรกแล้ว
เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นเพราะเขานั่นเอง
หลินหมิงยิ้มเจื่อนๆ เขาดูตัวเองและพบว่าทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วย
สิ่งสกปรกที่ถูกขับออกมา เพราะโอสถเปิดทางสวรรค์นั้นสามารถชำระ
ล้างกล้ามเนื้อและไขกระดูก มันเป็นการรักษามหัศจรรย์ที่สามารถกำจัด
สิ่งสกปรกในขั้นปราณต้นฟ้าได้ หลังจากกินเข้าไปแล้ว มันจะขับสิ่ง
สกปรกออกมา
หลินหมิงไม่อาจทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อีกต่อไป เขาจึงกล่าวกับมู่
เชียนหยี่ว่า “ข้าจะไปอาบน้ำ”
“อืม เอาเลย”
ด้านหลังของคฤหาสน์ถ้ำนั้นเป็นบ่อน้ำลึก หลินหมิงรีบก้าวยาวๆมุ่ง
ไปทันที และเมื่อเขาได้ไปถึง เขากลับไม่ได้ถอดเสื้อผ้าและลงไปอาบน้ำ
แต่มองไปรอบๆแทน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ที่นั่น และเอากระบี่ระดับ
มนุษย์ขั้นต่ำออกมาจากแหวนมิติ
เมื่อเห็นแสงกระบี่ที่คมกริบ หลินหมิงก็ยื่นแขนขวาออกมาและคว้า
ไปที่ขอบกระบี่ เขาไม่ได้ใช้ปราณแท้ป้องกันแขนแม้แต่น้อย มีเพียงเนื้อ
หนังล้วนๆ เขากดมือของเขาไปที่กระบี่อย่างแรง
ฉวิ้งง…ฉวิ้งง…ฉวิ้งง –
ในบริเวณบ่อน้ำที่เงียบสงบ เกิดเสียงโลหะเสียดสีกันอย่างชัดเจนดัง
ออกมา หลินหมิงรู้สึกเจ็บเล็กน้อยที่แขนขวา แต่แขนของเขาก็ไม่ถูกคม
กระบี่ตัดขาดแม้แต่น้อย
หลังจากหลายลมหายใจผ่านไป กระบี่ระดับมนุษย์ขั้นต่ำที่กรีดแขน
ของหลินหมิงก็สูญเสียความคมไปและใบมีดยังบิดเบี้ยวอีกด้วย นี่คือ
สมบัติกระบี่ที่ฮั่วกงสร้างขึ้น อาจกล่าวได้ว่ามันคือกระบี่ระดับมนุษย์ขั้น
ต่ำที่อยู่เหนือบรรดากระบี่ระดับมนุษย์ขั้นต่ำด้วยกันเอง
กล่าวอีกอย่างก็คือ แขนขวาของหลินหมิงนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าสมบัติ
ระดับมนุษย์ขั้นต่ำแล้ว!
หลินหมิงมักจะอาศัยลื่นไหลดุจแพรไหม ‘ในการรับมือกับกระบี่ด้วย
มือเปล่า’ แต่ในตอนนี้ เขาสามารถใช้เพียงเนื้อหนังของเขารับมือกับ
กระบี่ได้โดยตรงโดยปราศจากปราณแท้คอยปกป้องแล้ว
ความแข็งแกร่งของแขนขวาของหลินหมิงได้มาถึงระดับดังกล่าวแล้ว
และหากเขาใช้มันร่วมกับปราณแท้ของเขา พลังในการป้องกันของเขาคง
จะอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยิ่งร่างกายของเขาแข็งแกร่งเพียงไร พลังโจมตีก็จะ
รุนแรงขึ้นเท่านั้น เพียงหมัดเดียวของเขาอาจบดขยี้ก้อนหินเป็นผุยผงได้
หากเป็นเช่นนั้น ร่างกายของหลินหมิงก็จะกลายเป็นอาวุธสมบัติดีๆนี่เอง