Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 33 ทดสอบความแข็งแกร่ง
สำนักเจ็ดแก่นแท้มีแท่นหินที่ใช้ทดสอบพละกำลังทั้งหมด20แท่น
หลังจากที่การทดสอบเริ่มต้นขึ้น ผู้เข้าการทดสอบทั้งหมดจะถูกแบ่ง
ออกเป็น20ทีม เพื่อลดความแออัดของผู้คนลง
แท่นหินทั้งหมด20แท่ง จะถูกตั้งอยู่ข้างหน้าประตูที่แยกไปคนละทิศ
ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ โดยที่จุดยอดของแต่ละแท่นหินจะมีประกายแสงที่
จะกำหนดชะตาของผู้เข้าสอบอยู่ ว่าจะผ่านเข้ารอบหรือถูกเขี่ยทิ้งออกไป
ทันใดนั้นก็มีหญิงวัยกลางคนอายุประมาณ30-40ปีเข้ามาตรงหน้าฝูง
ชนและนางขึ้นไปยืนบนเวทีที่ถูกเตรียมไว้ “อรุณสวัสดิ์ทุกๆคน ข้าคือหนึ่ง
ในผู้คุมสอบในด่านนี้ ข้าจะขอประกาศว่าการสอบของสำนักเจ็ดแก่นแท้
จะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน และผู้ที่ทำการทดสอบจะถูกประเมิน ตาม
อายุ ความสามารถ และผลการทดสอบ ผู้ที่ติดหนึ่งในสิบอันดับ จะได้รับ
รางวัล และที่หนึ่งจะได้รับยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง”
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง! ฝูงชนทั้งหมดต่างตกตะลึง แม้แต่บุตร
หลานของเหล่าขุนนางชั้นสูงก็ยังมิอาจเมินเฉยต่อรางวัลชิ้นนี้ ยิ่งกับพวก
คนที่มีทักษะการต่อสู้ต่ำๆยิ่งแสดงสีหน้าผิดหวังเศร้าโศกเสียใจอย่างออก
นอกหน้าเหมือนรู้สึกได้ว่า แม้แต่การทดสอบแรกพวกเขาก็แทบไม่มี
โอกาสผ่านไปได้แล้ว ส่วนพวกที่เก่งขึ้นมาหน่อยก็รู้สึกถึงความหวัง
ดวงตาเป็นประกาย เหมือนกับว่ายานี้มีเพื่อให้พวกเขาครอบครองแต่
เพียงผู้เดียว
หลินหมิงได้ศึกษามาก่อนแล้วถึงคุณสมบัติและสรรพคุณของมัน ยา
นี้มีขนาดเท่าเมล็ดองุ่น ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองถูกปรุงขึ้นจากไข
กระดูกล้ำค่าและตัวยาสมุนไพรล้ำค่าอื่นๆอีกมากมาย โดยมันจะสามารถ
เพิ่มพลังทางกายภาพ สติปัญญา หรือแม้กระทั่งทำลายช่องว่างของการ
ฝึกฝนได้
ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองไม่ได้มาจากตัวมังกรจริงๆ เพียงแต่ทำจาก
สิ่งที่เป็นเชื้อสายของมังกรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวพันกับ
มังกรย่อมแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้าเทียบไม่ติด
อาณาจักรลิขิตฟ้าเองก็ไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้าที่สามารถ
ปรุงมันได้ แม้เพียงวัตถุดิบที่จะปรุงมันก็หายากอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้
อาณาจักรลิขิตฟ้าจึงไม่มีทางที่จะปรุงยานี้ด้วยตัวเองได้เลย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องมาจากเจ็ดปรมาจารย์แห่งขุนเขาที่เป็นผู้
ร่วมกันก่อตั้งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ในทุกๆปีปรมาจารย์แห่งขุนเขาทั้งเจ็ดจะ
คัดเลือกผู้ที่มีความสามารถ และให้ยาโอสถอันล้ำเป็นรางวัลในการ
ทดสอบเพื่อดึงดูดนักสู้รุ่นเยาว์ที่มีฝีมือมาเข้าร่วมสำนัก
สำหรับปรมาจารย์แห่งขุนเขาทั้งเจ็ด ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง
อาจจะไม่ได้มีค่ามากมายนัก แต่สำหรับชาวเมืองในอาณาจักรลิขิตฟ้าแล้ว
มันเป็นถึงสมบัติที่มิอาจซื้อได้ด้วยเงินใดๆทั้งสิ้น แม้แต่ขุนนางชั้นสูงก็ต้อง
อิจฉาตาเป็นไฟเมื่อได้เห็นใครก็ตามต่างก็ต้องการครอบครองยาเม็ดนี้
ผู้คุมสอบหญิงคนนั้นดูไม่ได้ตื่นเต้นใดใด นางกล่าวต่อไปว่า “ อันดับ
ที่2 3 และ4 จะได้รับโอสถพญางูทองคำ และอันดับที่5ถึง10จะได้รับยา
เม็ดผสานวิญญาณสิบเม็ด”
โอสถพญางูทองคำถูกปรุงขึ้นจากถุงน้ำดีของพญางูทองคำที่มีอายุ
นับร้อยปี ถึงแม้มันจะมีค่าน้อยยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองก็ตาม มันก็ยัง
เป็นยาที่มีค่าและหายาก น้อยคนนักที่จะเคยได้เห็นมัน
สำหรับอันดับ5ถึง10 ที่ได้รับยาเม็ดผสานวิญญาณสิบเม็ดซึ่งก็มีค่า
รองลงมาจากโอสถพญางูทองคำถึงอย่างนั้นเพียงหนึ่งเม็ดก็ซื้อขายกัน
ด้วยราคาถึง 200 เหรียญทอง สิบเม็ดก็ 2000 เหรียญทอง โอสถพญางู
ทองคำมีราคาถึง 10,000 เหรียญทอง ยิ่งสำหรับยาเม็ดไขกระดูกมังกร
ทองที่มีเพียงเม็ดเดียวแล้ว แม่จะยอมจ่ายถึงหลายหมื่นเหรียญทองก็มิ
อาจซื้อมันมาครอบครองได้
รางวัลที่ว่ามานั้นทำให้ผู้เข้าการทดสอบรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่เคย
เป็นมาก่อน พวกเขาแทบจะทนไม่ไหวที่จะออกไปแสดงพลังของพวกเขา
ในฝูงชนที่กำลังตื่นเต้นอยู่นั้น มีชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังหัวเราะดูถูกผู้อื่น
อยู่ พวกเขาสวมใส่ชุดผ้าไหม ผู้ชายสวมสาวรัดหยกและกำลังยิ้มเยอะเย้ย
ผู้ติดตามของเขาเองก็ยิ้มอย่างประจบประแจง “คนโง่เหล่านี้ก็ได้รู้
อะไรเสียเลย ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองต้องเป็นของนายท่านอยู่แล้ว ชัย
ชนะครั้งนี้ถูกตัดสินตั้งแต่แรกแล้ว พวกมันคิดรึว่าจะชนะนายท่านได้ ช่าง
ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยจริงๆ”
ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มเบาๆและโบกพัดในมืออย่างใจเย็น เขาไม่ได้ตอบ
อะไร เขามีพรสวรรค์ระดับสี่ และฝึกฝนจนบรรลุขั้นที่สาม เขามาจาก
เมือง เยว่ลู่ ซึ่งก็ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
บนเวทีผู้คุมหญิงยังคงกล่าวต่อไปว่า “เราจะเริ่มการทดสอบรอบ
แรกในตอนนี้ ขอให้ทุกคนเข้าร่วมด้วยพลังทั้งหมดที่มี แสงจากบนเสาหิน
จะบอกถึงค่าพลังของพวกเจ้าทุกคน แต่ละนิ้วจะแสดงค่าถึงพละกำลัง
100จิน เมื่อค่าถึง1,000จิน ก็จะถือว่าผ่านการทดสอบ ทุกคนสามารถ
ทดสอบได้ทั้งหมด3ครั้ง เพียงถึง1000 จินหนึ่งในสามครั้งนั้นได้ก็จะถือว่า
ผ่าน เดี๋ยวข้าจะสาธิตให้ดู หลิงเซ็น ก้าวออกมาข้างหน้า”
ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ก็มีชายคนหนึ่งก้าวขึ้นมาบนเวที เขามี
ลักษณะสูงและผอมแห้ง เกือบจะเก้งก้างเลยก็ว่าได้ เขามีสีหน้าดูซีดเซียว
มีดวงตาที่ดุร้าย
เขาใส่ชุดสีดำ และสะพายดาบที่ยาวถึง3ก้าวเอาไว้บนบ่า แม้ว่า
ในขณะนี้จะช่วงเช้าที่มีแสงแดดเจิดจรัส แต่เมื่อเขาได้ก้าวขึ้นมามาเวที
มันทำให้บรรยากาศถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด
“เขาคนนั้นรึ หลิงเซ็น ”
“คนจากห้องสวรรค์แห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้”
แน่นอนว่าหลิงเซ็นเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงรู้จักกันไปทั่ว แต่หลินหมิงก
ลับไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของหลิงเซ็นมาก่อน เขาหันไปถามหลินเสี่ยวตง
“คนนั้นเป็นใคร”
หลินเสี่ยวตงอาจจะไม่ได้ขยันฝึกฝนทักษะการต่อสู้มากนัก แต่เขา
เป็นคนที่ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเขาต้องรู้จัก
คนคนนั้น เขากล่าวขึ้นมา “หลิงเซ็นเป็นหนึ่งในศิษย์ผู้อาวุโสของห้อง
สวรรค์ที่เก่งกาจอันดับต้นๆของสำนักเจ็ดแก่นแท้ เขามีอายุเพียง20ปี
และมีพรสวรรค์ระดับสี่ การฝึกฝนของเขาไปถึงจุดสูงสุดของขั้นที่สี่ เขา
พึ่งได้เข้าร่วมห้องสวรรค์เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เขาอาสาไปอยู่แนวหน้าของ
สงครามเป็นเวลาหนึ่งปี เขาฆ่าคนไปนับไม่ถ้วน จนถึงตอนนี้ทักษะและ
ประสบการณ์ของเข้าเก่งกล้าจนยากจะต่อกร หลายๆคนกล่าวว่าเขาจะ
บรรลุขั้นที่ห้าในเร็ววันนี้”
“อายุเพียง20ปี ฝึกฝนไปถึงขั้นที่ห้า? หลินหมิงตกใจเล็กน้อย
โดยทั่วไปแล้วทักษะการต่อสู้ระดับนี้มันสูงเกินคาดยิ่งนัก ปกติแล้วบุคคล
ที่จะฝึกฝนไปถึงขั้นที่ห้าควรมีอายุราวๆ30ปี หลิงเซ็นมีบรรยากาศที่เต็ม
ไปด้วยจิตสังหาร ดูเหมือนว่าเขาได้ฆ่าคนไปเป็นจำนวนมากในสนามรบ
ถ้าเทียบกับคนรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว เจ้านี้ถือเป็นปรมาจารย์เลยก็ว่า
ได้ ”
หลิงเซ็นเกลียดการสาธิตแบบนี้มาก แต่มันก็เป็นธรรมเนียม ที่ลูก
ศิษย์ในห้องสวรรค์จะเป็นผู้แสดงพลังออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ นี่ก็เพื่อ
แสดงให้เห็นว่ายังมีคนที่แข็งแกร่งเพียงไรอยู่ในสำนักแห่งนี้ ซึ่งมันจะ
ผลักดันให้พวกเขาฝึกฝนตนเองเพิ่มมากขึ้น
หลิงเซ็นก้าวขึ้นมายืนบนเวที ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีใครได้เตรียมตัวใด
ใดทั้งสิ้น เขาเหวี่ยงแขนออกแรงไปที่แท่นหิน “ปังง!!” แท่นหิน
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงบนตัวหินพุ่งสูงปรี๊ดและหยุดลงอยู่ที่ค่าๆ
หนึ่ง
4900จิน!!!
ทุกๆคนต่างตกตะลึงและอึ้งไปตามๆกัน นี่ถ้าหลิงเซ็นใช้พลังทั้งหมด
ของเขาละแล้ว มันอาจจะทะลุเกิน 5000 จินก็เป็นได้
เมื่อเห็นค่าพลังนั้น หลินหมิงตาโตเท่าไข่ห่าน พลังของหลินเซ็น
เกือบจะเป็นสองเท่าของเขาในตอนนี้
หลินเสี่ยวตงบอก “มันไม่ใช้เรื่องน่าตกใจอันใด เขาก็เป็นถึงหนึ่งใน
สิบบุคคลที่แข็งแก่งที่สุดในรุ่นเดียวกัน มันคงจะแปลกเสียด้วยซ้ำที่เขาจะ
ทำได้ไม่ถึงขั้นนี้”
“หนึ่งในสิบผู้ที่แกร่งที่สุดในรุ่นรึ ฉินซิงเซวียนสู้เขาได้หรือไม่” หลินห
มิงถาม
หลินเสี่ยวตงยักไหล่ “ข้าไม่รู้พลังของฉินซิงเซวียนแม้แต่น้อย แต่นาง
นั้นฝึกฝนทุกศาสตร์เป็นถึงผู้รอบรู้ในทุกๆเรื่อง และรวมถึงเรื่องการจารึก
ด้วย แต่กับหลิงเซ็นที่เอาแต่มุ่งเน้นในการฝึกฝนต่อสู้เพียงอย่างเดียว ข้า
ว่าฉินซิงเซวียนคงไม่อาจสู้เขาได้ ทั้งนี้ฉินซิงเซวียนก็มีอายุเพียง15ปี
ส่วนหลิงเซ็น เขามีอายุ20ปีแล้ว”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น หลินหมิงก็พยักหน้าหงึกๆ
การฝึกฝนกายภาพมีทั้งหมด6ขั้น ยิ่งไปได้ไกลขนาดไหน ยิ่งมีช่องว่าง
ห่างกันมากขึ้นเท่านั้น พลังที่อยู่ในขั้นผสานชีพจรอาจจะมีพละพลังถึง
8000 จินซึ่งหลินหมิงยังห่างไกลจากขั้นนั้นอยู่อีกมากนัก
“เริ่มการทดสอบได้แล้ว”ในช่วงเวลานั้น ผู้คุมหญิงก็ได้ประกาศเริ่ม
การทดสอบพละกำลังทันที
ผู้เข้าทดสอบวัยหนุ่มสาวต่างก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ต่างคน
ต่างเข้ามาทำการทดสอบ แต่อย่างไรก็ตามก็มีคนจำนวนไม่น้อยไม่ผ่าน
การคัดเลือก
“900 จิน, 850 จิน, 850 จิน ครบสามครั้งแล้วไม่ผ่าน คนต่อไป”
“950 จิน, 900 จิน, 900 จิน ครบสามครั้งแล้วไม่ผ่าน คนต่อไป”
ผู้เข้าทดสอบส่วนใหญ่ยังไม่ฝึกฝนถึงขั้นที่สองเลยด้วยซ้ำ แต่หาก
พวกเขามาถึงจุดสูงสุดของขั้นแรกแล้ว การที่พวกเขาอาจจะแสดง
พละกำลัง 1000 จินออกมาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ด้วยความกดดัน
และความกังวลต่างทำให้พละกำลังถูกบั่นทอนลงมา ซึ่งคนพวกนี้ก็จะไม่
ผ่านการทดสอบไปโดยปริยาย
“1000 จินผ่าน”ผู้ที่ทำการทดสอบในแถวเดียวกับหลินหมิงผ่านการ
ทดสอบ เขากระโดดโลดเต้นดีอกดีใจอย่างสุดตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว
การผ่านมาด้วยพละกำลังที่เฉียดฉิวเช่นนี้ ก็ยากที่จะผ่านการทดสอบใน
รอบที่สองไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็น่าดีใจที่เขาผ่านด่านแรกในการ
ทดสอบมาได้แล้ว
“1300 จินผ่าน!”
“950 จินไม่ผ่าน!”
เมื่อผลออกมาไม่ผ่าน พวกคนเหล่านั้นก็ต้องจำใจจากไปอย่างเศร้า
สลด ส่วนคนที่ผ่านก็ผ่านแบบงงๆ บางคนก็เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาอยู่
แล้วที่จะแสดงพละกำลัง1000จินออกมาได้
ทันใดนั้น ก็เกิดความวุ่นวายตรงหน้าหลินหมิง เขาเห็นผู้ชายสวมชุด
ลินินสีฟ้ายืนอยู่ด้านหน้าแท่นหิน เขากำลังรวบรวมพละกำลังอยู่
หลินหมิงเกิดความสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เมื่อเขาได้ยินเสียง
ผู้คนคุยกันจ้าระหวั่น “เขาคือซันปิงจากเมืองสายน้ำตะวันออก เขาฝึกฝน
ถึงขั้นสามแล้ว พละกำลังของเขาต้องแข็งแกร่งมากเป็นแน่”
ระหว่างที่ผู้คนกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น ซันปิงได้ชกลงไปยังหินที่อยู่
ด้านหน้าอย่างรุนแรง ลำแสงบนหินพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว และในที่สุดก็
หยุดลง
“2300 จิน!”
นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้เข้าสอบแสดงพละกำลังเกิน2000จินออกมา
เหล่าฝูงชนต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องกันอย่างอึกทึก