Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 320 กวาดล้างให้หมด
สัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 สามารถรับรู้ได้ถึงผู้ที่แข็งแกร่งและอ่อนแอได้
ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับ 3 นั้นต่ำสุดคือเทียบเท่านักสู้ขั้นดัด
กระดูกช่วงปลาย และสูงสุดคือเทียบเท่านักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจร
สัตว์อสูรเหยี่ยวตาฟ้าที่ถูกสือหลินไคจัดการนั้น มีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่านักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงต้นเท่านั้น
ในตอนนี้สัตว์อสูรระดับ 3 กว่าสิบตัวพุ่งไปยังผู้นำพรรคตระกูลเห
ยียน นักสู้ขั้นผสานชีพจร 6 คนที่อยู่ข้างกายเขาเดือดดานขึ้นมาทันที
“ตายซะ!”
รองผู้นำพรรคตระกูลเหยียนชักกระบี่ออกมาและฟันไปยังหมาป่า
บิน แต่กลับไม่มีผลอันใด เพราะร่างกายของมันแข็งราวกับเพชร มันจึงไม่
บาดเจ็บมากนัก
ในชั่วพริบตา การณ์ก็กลายเป็นตรงกันข้าม เหล่าผู้เชี่ยวชาญของ
พรรคตระกูลเหยียนต่างก็ถูกล้อมไว้ด้วยอันตรายรอบด้าน แต่ดวงตาของ
หลินหมิงสาดประกาย ปกติแล้วเขาจะสังหารเฉพาะสัตว์อสูรระดับสูง แต่
ทว่าพวกมันอยู่กระจัดกระจายเกินไป และยากที่จะสังหารพวกมัน เขาไม่
คิดเลยว่าสือหลินไคจะสามารถดึงดูดความสนใจของพวกมันได้ ทำให้พวก
สัตว์อสูรระดับ 3 มารวมตัวกัน นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะจัดการพวกมันใน
คราวเดียว
“หน่วยหอกแรก สนับสนุนพวกเขา!” ถึงแม้จูผิงจะหวังอย่างยิ่งว่า
พวกที่ทำลายภาษีของเมืองใบหม่อนสีเขียวทุกปีจะตายๆไปซะ แต่
ในตอนนี้ เขาต้องพึ่งพาอีกฝ่ายเพื่อปกป้องเมือง
เดิมทีเหล่าผู้เชี่ยวชาญของพรรคตระกูลเหยียนอยู่กับพลพุ่งแหลน
และพลธนู แต่ตอนนี้พลธนูได้ล่าถอยไปแล้ว จึงทำให้จุดที่เขาอยู่นั้น
อันตรายอย่างยิ่ง ถึงจะมีพลหอกมาช่วย แต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนสถานการณ์
ได้ง่ายๆ เพราะกองกำลังทหารของเมืองใบหม่อนสีเขียวไม่ใช่หน่วยชั้น
ยอด ดังนั้นรูปแบบและการเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงสะเปะสะปะอยู่บ้าง
“ฮูวว!”
อีกาโลหิตโหยหวนนั้นมีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ขั้นผสานชีพจร
ขั้นกลาง มันต้องการจะสร้างช่องโหว่ขึ้นมาโดยการพุ่งดิ่งตรงลงมาจาก
ท้องฟ้าเพื่อฉีกกระชากกองทหาร อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พลหอกกำลัง
ควงหอก และมันกำลังบินกลับไปบนฟ้า จู่ๆก็มีแสงสีครามนับร้อยพุ่ง
ออกไปก่อน
ลำแสงสีครามแต่ละสายพุ่งไปยังเป้าหมายเดียว ซึ่งก็คือร่างของอีกา
โลหิตโหยหวน
ปัง!
ด้วยเสียงที่เกิดขึ้น อีกาโลหิตหวนสั่นสะท้าน และโลหิตกระจาย
ออกมาจากศีรษะของมัน จากนั้นก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้าที่สูงนับร้อยก้าว
ทหารที่โดนมันกระแทกใส่จึงสลบไปทันที แต่ทหารคนอื่นๆก็รีบยกหอก
ขึ้นเพื่อจะแทงมัน แต่พวกเขาก็พบว่าดวงตาทั้งสองข้างของมันได้ระเบิด
ออกมาเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าอวัยวะภายในก็ถูกทำลายจนหมด
มันตายไปนานแล้วนั่นเอง
ความจริงก็คือ เมื่อปราณแท้สีครามเข้าไปในร่างของมัน อวัยวะ
ภายในก็ถูกทำลายโดยแรงสั่นสะเทือนทันที
“มัน… มันตายแล้วเช่นนั้นหรือ?”
เหล่าทหารไม่อาจจะตอบสนองได้ทัน พวกเขาเพียงแค่ได้ยินเสียงพุ่ง
ออกไป พร้อมกับลำแสงสีครามหลายสายเท่านั้น
เส้นปราณแท้ทุกเส้นโดนเป้าหมายของพวกมันทั้งหมด และได้เข้าสู่
ร่างของสัตว์อสูรระดับ 3 ก่อนหน้านี้ สัตว์อสูรเหล่านี้ได้สังหารราวกับ
ปีศาจ แต่หลังจากที่พวกมันถูกปราณแท้สีครามเข้าไป มันก็สั่นสะท้าน
และร่วงลงมา ร่างกายของมันบิดเบี้ยว และมีโลหิตไหลออกมาทุกรูขุมขน
เป็นการตายที่น่าอนาถอย่างแท้จริง
จากนั้นไม่กี่ลมหายใจ สัตว์อสูรระดับ 3 11 ตัวใน 13 ตัวก็ถูกสังหาร
มีเพียง 2 ตัวที่เหลือเท่านั้น และพวกมันก็ต้องการหนี แน่นอนว่าหลินห
มิงจะไม่ให้พวกมันหนีไปได้ เขาขยับนิ้วและปราณแท้สีครามสองสายก็
ไหลออกมาและพุ่งออกไป ด้วยเสียงเบาบางสองเสียง สัตว์อสูร 2 ตัวที่
กำลังหนีไปก็ร่วงลงพื้นในทันที
ในที่สุด หลังจากที่สัตว์อสูร 2 ตัวสุดท้ายถูกจัดการ พวกมันก็
กลายเป็นเนื้อบด ตัวหนึ่งหล่นมายังบริเวณกลุ่มของผู้นำพรรคตระกูลเห
ยี่ยน และอีกตัวหล่นไปยังทางกลุ่มพลหอก
ในขณะที่พวกเขาจ้องมองไปยังสัตว์อสูรระดับ 3 ทั้งสองตัวที่ตาย
อย่างน่าอนาถนี้ แทบไม่มีผู้ใดเชื่อในสิ่งที่เห็น
พวกมันทั้งหมดตาย… เช่นนี้หรือ?
จากต้นจนจบ หลินหมิงยังมิได้ใช้หอกเลยด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ยิง
ลำแสงปราณแท้สีครามออกไป และพวกมันก็สามารถสังหารสัตว์อสูรดุ
ร้ายระดับ 3 ได้อย่างง่ายดาย
“ก๊ากก! ก๊ากก!”
หลังจากที่สัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 ได้ถูกสังหารในทันที พวกสัตว์อสูร
ดุร้ายระดับ 1 และ 2 ร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นจึงเริ่มจะ
บินหนีไป
“ปิดทางหนีพวกมันไว้!”
หลินหมิงหรี่ตาลง พวกสัตว์อสูรเหล่านี้เป็นกองหน้าเท่านั้น หาก
เมื่อใดที่สัตว์อสูรดุร้ายภาคพื้นดินมาถึง สงครามที่แท้จรึงจึงจะเกิดขึ้น ใน
ตอนนั้น หากพวกสัตว์อสูรบินได้กลับมา มันจะสร้างปัญหาอย่างมาก
ฉะนั้นตอนนี้พวกเขาจะต้องจัดการพวกมันโดยไม่ให้พวกมันล่าถอย ยิ่ง
สังหารได้มากเท่าไรก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น
หลังจากที่หลินหมิงได้แสดงศักยภาพที่น่าทึ่งออกมา คำกล่าวของ
เขานั้นจึงถือเป็นที่สุด พลธนูและพลหอกอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ปฏิบัติตาม
คำสั่งอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลินหมิงคิดได้ว่าลำแสงปราณแท้สีครามของเขานั้น ควรเพ่งเล็งสัตว์
อสูรดุร้ายระดับ 2 ขึ้นไป สำหรับพวกระดับ 1 นั้นไม่มีอะไรให้สนใจ
ลำแสงปราณสีครามของหลินหมิงเป็นการโจมตีที่ง่ายดายที่สุด
ก่อนที่การต่อสู้ที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น หลินหมิงต้องการจะประหยัดพลัง
เอาไว้ให้มากที่สุด เพื่อเก็บไว้ใช้ในสงครามที่แท้จริง เขาจำเป็นต้องพร้อม
ที่สุดในตอนนั้น
ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป! ฟรุป!
สัตว์อสูรที่กำลังหนีต่างก็ร่วงลงมาจากท้องฟ้า โลหิตสาดกระจายราว
กับสายฝน เศษเนื้อปลิวไปทั่วทุกที่ สัตว์อสูรดุร้ายที่บินได้หลายร้อยตัวที่
บุกมา มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่หนีไปได้
ชายที่สวมหมวกไม้ไผ่เห็นสัตว์อสูรดุร้ายนับสิบร่วงลงมาจากท้องฟ้าก็
เพราะหลินหมิง เขาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงและกล่าวด้วยเสียงที่
สั่นเครือว่า “หัวหน้า… ท่าน… ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ถูกต้อง แม้แต่ท่าน พี่
สอง และพี่สามร่วมมือกันก็ยังมิใช่คู่มือของเด็กคนนี้ เขา… เขาเป็นเพียง
นักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงกลางจริงหรือ?”
สือหลินไคกลืนน้ำลายและยิ้มเจื่อนๆ ไม่ต้องกล่าวถึงพวกเขา 3 คน
ต่อให้พวกเขานับสิบยังไม่สามารถทำอะไรหลินหมิงได้เลย ตราบใดที่
ลำแสงสีครามเหล่านั้นโดนพวกเขา พวกเขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
ปราณแท้สีครามที่ใช้โจมตีพวกนั้นคืออะไรกัน?
พวกเขาเองก็เป็นนักสู้ขั้นผสานชีพจรเช่นกัน แต่เหตุใดความ
แข็งแกร่งจึงได้ห่างกันถึงเพียงนี้?
ในขณะที่สือหลินไคกำลังสงสัยในพลังของหลินหมิง เขาไม่ได้
ตระหนักถึงบางสิ่งที่อยู่ด้านหลังเขาเลย ใกล้กับพลหอกมีชายในชุดคลุมสี
ดำกำลังจ้องหลินหมิงด้วยสายตาที่มืดมน และมุมปากของชายผู้นั้นบิด
เบี้ยว
“เขาไม่จำเป็นต้องใช้หอกในการจัดการกับสัตว์อสูรระดับ 3 เลย
เช่นนั้นหรือ? อ่า แบบนี้งานก็ยากขึ้นเป็นแน่…”
สัตว์อสูรบินเพิ่งล่าถอยไป ทุกคนยังไม่มีเวลาได้หายใจ ทันใดนั้นเสียง
ร้องที่น่าหวาดกลัวก็ดังมาแต่ไกล
“โฮกกก!”
ในที่สุดสัตว์อุสูรดุร้ายภาคพื้นดินก็บุกมาถึง! นี่คือการต่อสู้ที่แท้จริง
พวกมันมีมากยิ่งกว่ากลุ่มสัตว์อสูรบินก่อนหน้านี้นัก!
ครึนน ครึนน ครึนน!
เท้าของสัตว์อสูรดุร้ายจำนวนมากเหยียบย้ำบนพื้นราวกับเสียงฟ้าผ่า
มันมีจำนวนนับหมื่นที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ฉากที่เกิดขึ้นนี้ทำ
ให้เกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ราวกับทั่วทั้งโลกกำลังสั่นไหว!
สัตว์อสูรดุร้ายที่อยู่กลุ่มหน้าเป็นฝูงหมาป่าวิบัติ พวกมันเป็นสัตว์อสูร
ดุร้ายระดับ 2 เทียบเท่ากับนักสู้ขั้นกล้ามเนื้อผันแปร พวกมันดูราวกับ
หมาบ้าที่กำลังคลั่ง ลิ้นห้อย หางสีขาวตั้งชัน ดาวตาสีเขียวเต็มไปด้วย
เจตนาแห่งการฆ่าฟัน เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายเหล่านี้ต่างก็ต้องการที่จะฉีกร่าง
ของศัตรูออกเป็นชิ้นๆ!
หมาป่าวิบัตินั้นเป็นสัตว์อสูรที่มีอยู่ในป่าไพศาลทางใต้เท่านั้น
หลังจากที่หลินหมิงออกมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแม่มด เขาก็ได้เห็นหมา
ป่าวิบัติกำลังรุมล้อมสองพี่น้องตระกูลน่า พวกมันได้กินศพเน่าๆของสัตว์
อสูรอื่นๆอยู่นาน เขี้ยวของมันเต็มไปด้วยพิษ หากถูกกัดเข้าไป ก็จะตาย
อย่างง่ายดายด้วยพิษที่รุนแรงของมัน
ถึงแม้จะมีโอสถที่ใช้รักษาได้ แต่ในระหว่างการต่อสู้เป็นตาย จะมี
เวลาที่จะใช้โอสถแก้พิษเช่นนั้นหรือ?
“ชิ! นี่เป็นปัญหายิ่งนัก!”
“พลโล่มาอยู่ด้านหน้า ปกป้องเหล่าพลหอก!” ด้วยคำสั่งนี้ ทหารใน
ชุดเกราะหนัก 100 จินยกโล่ขนาดใหญ่ขึ้น และตั้งเป็นกำแพงป้องกัน
หอกยาวของพลหอกยืนออกไประหว่างช่องว่างของโล่
ทันใดนั้น มันก็กลายเป็นแนวป้องกันการปะทะที่เต็มไปด้วยคมหอก
ที่ยืนออกไป ความน่าเกรงขามของแนวป้องกันนี้ไม่ด้อยไปกว่าฝูงสัตว์อสูร
ดุร้ายนับหมื่นเลย!
นี่คือพลังของกองทัพ ไม่ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งเพียงไร มันก็เป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะสามารถป้องกันการปะทะของสัตว์อสูรดุร้ายได้ด้วยตัวคน
เดียว แต่หากเป็นทหารนับหมื่นสร้างแนวป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น มันก็
เป็นไปได้!
“บูวว! บูวว! บูววว! บูว! บูว! บูวว!”
เมื่อหมาป่าวิบัติมุ่งหน้ามาได้ครึ่งทาง พวกมันก็เริ่มเห่าหอนออกมา
ก่อนจะสะดุดกับพื้น และถูกเหยียบย่ำด้วยฝูงสัตว์อสูรตัวอื่นที่ตามมาข้าง
หลังด้วยความเร็วสูง เมื่อหมาป่าวิบัติล้มหนึ่งตัว มันก็ง่ายที่จะทำให้หมา
ป่าวิบัติตัวอื่นล้มเช่นกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือหมาป่าวิบัติจำนวนมากถูก
เหยียบจนตาย!
เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา กองกำลังทหารของเมืองใบหม่อนสีเขียว
จึงได้สร้างกับดักไว้ได้ไม่มากนัก หลังจากที่ฝูงหมาป่าวิบัตินับพันได้ตายไป
หมาป่าวิบัติอีกหลายพันตัวก็เข้ามาถึงแนวปะทะ
“ปลดปล่อยรูปแบบคมหอกไม้พิฆาต!”
เมื่อคำสั่งดังออกไป หอกแหลมที่อยู่บนพื้นได้ถูกดึงขึ้นมาเอียงตังฉาก
กับพื้นดิน โดยปลายหอกที่แหลมคมหันหน้าไปทางฝูงหมาป่าวิบัติที่
เหลืออยู่
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
หมาป่าวิบัติมากมายไม่อาจหลบได้ เนื่องจากมันพุ่งเข้ามาด้วย
ความเร็วสูง หอกแหลมได้เสียบทะลุมันจากหัวจรดหางและตกตายไป
ในทันที
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่หมาป่าวิบัติผ่านแนวป้องกันสุดท้ายมาได้ ก็ต้องเจอกับ
แนวป้องกันของโล่และหอก พวกมันได้กระแทกเข้ากับแนวโล่อย่างจัง
ทหารบางคนที่ไม่สามารถทนแรงปะทะได้ก็ถูกผลักกระเด็นออกไป
“ใช้รูปแบบหอก!”
ในที่สุดหอกนับพันที่เตรียมไว้ก็ยื่นออกไปในช่องว่างระหว่างโล่ แทง
เข้าใส่ท้องอันบอบบางของหมาป่าวิบัติ โลหิตสาดกระเซ็น อวัยวะภายใน
ไหลออกมา
ถึงแม้ทหารเหล่านี้จะอ่อนแอกว่าหมาป่าวิบัติมาก แต่ด้วยการ
ประสานงานกันของรูปแบบพวกเขา จึงสามารถจะแสดงพลังที่แข็งแกร่ง
อย่างแท้จริงออกมาได้
หลินหมิงกระชับหอกในมือและพุ่งออกจากค่ายทหารไป ตามมาด้วย
เหล่าผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเหยียน เหล่าผู้เชี่ยวชาญของตระกูลชั้นสูง
ต่างก็มิได้ล่าถอยกลับไป แม้แต่ผู้นำตระกูลใหญ่อย่างหลินว่านซานและ
จวงฝานเองก็เช่นกัน
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นตายนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าออมฝีมือเอาไว้
สือหลินไคพุ่งออกไปด้านหน้า กระบี่ยาวของเขา ฟาดฟันศัตรูที่ขวาง
หน้าอย่างองอาจ ในทุกการฟาดฟันของเขา โลหิตสาดกระเซ็นเต็มอากาศ
สือหลินไคเหมาะที่สุดในการสังหารอย่างบ้าคลั่ง คมกระบี่ของเขา
ราวกับพายุที่กวาดผ่าน ทำลายทุกสิ่งที่อยู่ในเส้นทางของเขา เมื่อรวมกับ
ระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงปลายของเขา เขาจึงสามารถกำจัด
หมาป่าวิบัติราวกับเชือดไก่
สำหรับนักสู้คนอื่นๆ รวมทั้งหลินว่านซาน จวงฝาน หลี่หวู่หยิน และ
ที่เหลือต่างก็ด้อยกว่าเขาเพียงเล็กน้อย และอาวุธของคนเหล่านั้นก็ไม่
เหมาะจะสู้กับศัตรูหมู่มาก แต่ความรวดเร็วในการสังหารนั้นก็มิได้ช้าเลย
ทุกๆการฟาดฟัน หมาป่าวิบัติตัวหนึ่งจะต้องตาย
ตามตัวของสือหลินไคเต็มไปด้วยโลหิตที่สาดกระเซ็นมาโดน ในช่วง
เวลาแค่สิบลมหายใจ เขาก็ได้สังหารหมาป่าวิบัติไปนับสิบตัวเช่นกัน เขา
ได้สังหารหมาป่าวิบัติ 1 ตัวต่อ 1 ลมหายใจเลยทีเดียว!
ชายผู้นี้และกระบี่ของเขา ไม่อาจหยุดยั้งได้!
ช่างเป็นความเร็วการสังหารที่น่าหวาดกลัว แต่เมื่อสือหลินไคชำเลือง
มองไปยังหลินหมิง ในทันใดนั้น เขาก็ต้องสูดลมหายใจเย็นเฉียบ
หลินหมิงแหว่งแขน และหอกที่เขาถืออยู่ได้พุ่งไปราวกับลูกศร หมา
ป่าวิบัติ 7-8 ตัวถูกเสียบทะลุภายในหอกเดียว!