Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 321 จิตสังหารที่แฝงอยู่
หลินหมิงพุ่งหอกออกไป พร้อมด้วยเสียงโลหะคล้ายโซ่กระทบกันดัง
ออกมา หอกแห่งดาวหางม่วงถูกเชื่อมต่อด้วยโซ่สีแดงเพลิง!
เพลิงได้ถูกบีบอัดจนกลายเป็นโซ่สีแดงเพลิงพันทั่วทั้งหอก!
“หอกทะลายล้างพันกองทัพ!”
หลินหมิงเหวี่ยงโซ่ในมือโดยมีตนเองเป็นศูนย์กลาง หอกแห่งดาวหาง
ม่วงถูกเหวี่ยงเป็นวงกลม ไม่ว่าหอกจะเหวี่ยงไปที่ใด หมาป่าวิบัติก็จะตก
ตายอย่างอนาถ!
เพียงแค่ลมหายใจเดียว หมาป่าวิบัติกว่า 20 ตัวก็ได้ตกตายอย่าง
อนาถ จากนั้นหลินหมิงก็หายไปปรากฏในอีกบริเวณของสนามรบ!
พร้อมกับเสียงตะโกน เขาเหวี่ยงหอกเป็นวงกลมยักษ์อีกครั้ง หมาป่า
วิบัตินับสิบตัวตกตายไปอีกครั้ง!
“นี่มันราวกับมิใช่ความแข็งแกร่งของมนุษย์…”
สือหลินไคอ้าปากค้าง ถึงแม้หมาป่าวิบัติจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่มันก็มี
ร่างกายที่แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย การที่จะผ่าหม่าป่าวิบัติออกเป็น 2 ส่วนได้
นั้น สือหลินไคจะต้องใช้พลังกำลังของเขา 80-90% เลยทีเดียว หากผ่า
ร่างมันหลายครั้ง ก็จะรู้สึกปวดแขน
แต่ทุกครั้งที่หลินหมิงเหวี่ยงหอกออกไป เขาจะแทงสัตรอสูร 7-8 ตัว
ด้วยการกวาดเพียงครั้งเดียว มากกว่าครึ่งโหลที่ตายอย่างอนาถ
นี่เป็นพลังที่ราวกับมิใช่มนุษย์!
พลังของหลินหมิงนั้นเหนือกว่านักสู้ธรรมดาในระดับเดียวกันยิ่งนัก
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาสำเร็จส่วนเล็กๆของกายผันแปรขั้นผสานไข
กระดูกภายในมือขวาของเขาแล้ว ความแข็งแกร่งจึงยกขึ้นไปอีกระดับ
อาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งเขาได้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่หอกแห่งดาวหางม่วงยังมีความแหลมคมเป็นอย่าง
มาก ถึงแม้หมาป่าวิบัติจะมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่ก็เทียบได้กับนักสู้
ทั่วไปเท่านั้น ภายใต้พลังของหอกแห่งดาวหางม่วงระดับปฐพีขั้นสูงแล้ว
พลังป้องกันของพวกมันไม่ต่างจากเต้าหู่แม้แต่น้อย!
ในขณะที่หลินหมิงได้สังหารไปทั่วสนามรบ หมาป่าวิบัติถูกเก็บเกี่ยว
ดั่งข้าวสาลี เมื่อเผชิญหน้ากับหมาป่าวิบัติอสูรระดับ 2 หลินหมิงไม่
จำเป็นต้องใช้ปราณแท้สั่นสะเทือนด้วยซ้ำ
หอกเป็นอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับศัตรูจำนวนมาก
โดยเฉพาะ
ในตอนนี้เอง หลินหมิงได้ยินเสียงคำราม และเห็นหมาป่าสีดำสองหัว
มุ่งหน้ามาทางเขา
หมาป่าสองหัวเช่นนั้นหรือ?
มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ขั้นสูง และความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่า
กับนักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร
และจากนั้นก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาอีก ด้านข้างหมาป่าวิบัติสองหัว
เป็นหมีเหล็กวายุคลั่ง ความแข็งแกร่งของมันไม่ด้อยไปกว่าหมาป่าวิบัติ
สองหัวเลย แต่หมีเหล็กวายุคลั่งนั้นแข็งแกร่งด้านพลังป้องกันอย่างมาก
ในบรรดาเหล่าสัตว์อสูรระดับ 3 ในอาณาเขตของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้น
มันมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด!
ภายในสงครามใหญ่เช่นนี้ สัตว์อสูรดุร้ายที่มีการป้องกันที่แข็งแกร่ง
นั้นรับมือได้ยากยิ่งกว่าสัตว์อสูรที่มีความว่องไว!
สัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 ชั้นสูง 2 ตัว พุ่งตรงมายังรูปแบบของกองทัพ!
หากสัตว์อสูรเหล่านี้พุ่งเข้าสู่รูปแบบของกองทัพ ด้วยความแข็งแกร่ง
ของพวกมันแล้ว พวกมันจะสามารถฉีกกระฉากทหารที่จัดตั้งรูปแบบอยู่
ได้ และสร้างช่องโหว่ขนาดใหญ่ขึ้นมา สัตว์อสูรตัวอื่นก็จะสามารถอาศัย
ช่องว่างนี้เข้ามาได้!
หลินหมิงเลือกที่จะจัดการกับพวกมันก่อน
สือหลินไคดวงตาเบิกกว้างขณะที่มองไปยังหลินหมิง เขาเองก็
อยากจะเข้าไปช่วย อย่างน้อยก็ช่วยเบนความสนใจหมาป่าวิบัติสองหัว
ให้กับหลินหมิง เพื่อให้หลินหมิงสู้กับสัตว์อสูรระดับ 3 ทั้งสองตัวได้ง่าย
ขึ้น แต่ในทันใดนั้นเอง หลินหมิงเร่งความเร็วสูงจนกลายเป็นภาพติดตา
เขาก้าวไปข้างหน้าด้วย ‘เคล็ดวิชาย่างก้าววิหคทองคำถลาลม’ กลุ่ม
หมาป่าวิบัติที่ต้องการจะหยุดหลินหมิงจึงเปล่าประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
ฟู ฟู ฟู!
โลหิตกระจายไปทั่วอากาศ หมาป่าวิบัติที่อยู่ในเส้นทางของหลินหมิ
งต่างก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆด้วยหอกของเขา! ขณะที่หลินหมิงมุ่งหน้าไป ทิ้งไว้
เพียงหมอกโลหิตจำนวนมากไว้เบื้องหลัง!
“โฮกก!”
เผชิญหน้ากับผู้ผิดมนุษย์เช่นนี้ หมีเหล็กวายุคลั่งจึงคำรามออกมา
หมาป่าวิบัติสองหัวเองก็เห่าหอนเช่นกัน พร้อมมุ่งหน้ามายังหลินหมิง
หลินหมิงมิได้หยุดเลย ทั้งยังพุ่งหอกออกไป!
ฉวิ้ง’!
หอกสีครามตัดผ่านอากาศไปยังหมีเหล็กวายุคลั่ง ร่างของมันก็ได้ถูก
หั่นเป็นสองซีก โลหิตสดๆพุ่งออกมา!
หอกสีครามไม่ได้ชะงักเลยด้วยซ้ำตอนที่มันผ่าร่างของหมีเหล็กวายุ
คลั่ง นี่คือสัตว์อสูรระดับ 3 ชั้นสูง ต้องรู้ด้วยว่ามันมีการป้องกันที่
แข็งแกร่งที่สุดในอาณาเขตของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหอก
แห่งดาวหางม่วง การป้องกันของมันจึงไม่ต่างจากกระดาษ!
หลังจากที่หอกสีครามผ่าร่างหมีเหล็กวายุคลั่ง มันก็ไม่ได้หยุดและผ่า
ไปยังหมาป่าวิบัติสองหัว ถึงแม้หมาป่าวิบัติสองหัวนั้นจะมีชื่อเสียงในด้าน
ความรวดเร็ว แต่มันก็มิอาจหลบพ้นหอกของหลินหมิงที่รวดเร็วยิ่งกว่า
ร่างของมันจึงถูกผ่าครึ่ง!
เพียงเคลื่อนไหวหอกเดียว สัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 ชั้นสูงทั้ง 2 ตัวก็
ถูกกำจัด! นี่มันไม่ต่างไปจากการสังหารหมาป่าวิบัติธรรมดาเลย!
สือหลินไคยังคงอยู่ในอาการมึนงง แม้แต่จวงฝาน หลี่หวู่หยิน และ
คนอื่นๆก็ยังต้องสูดหายใจเย็นเฉียบ นี่มันการบ่มเพาะอันใดกัน? พวกเขา
ไม่อาจจะจินตนาการได้เลยว่าเหตุใดนักสู้ขั้นผสานชีพจรจึงแข็งแกร่งถึง
เพียงนี้ได้ สามารถจะสังหารสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 ขั้นสูง 2 ตัวที่มีพลัง
เทียบเท่านักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรได้ ไม่เพียงแค่นั้น แต่
เขาใช้เพียงหอกเดียวเท่านั้น!
ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่รู้ความหมายของการที่หลินหมิงได้กลายเป็นผู้
ชนะเลิศงานประลองร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ พวกเขาเพียงรู้ว่า
หลินหมิงเป็นตัวตนที่มีสถานะสูงส่งและทรงอำนาจยิ่งนัก และได้สร้าง
สถิติที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 200 ปี ที่ศิษย์จาก 36 อาณาจักรได้กลาย
มาเป็นผู้ชนะเลิศในงานประลองชุมนุมร่วมสำนัก แต่ในตอนนี้ พวกเขาได้
เห็นด้วยตาของตนเอง จึงรับรู้ถึงความหมายเหล่านั้นอย่างแท้จริง
หลังจากที่เขาได้สังหารสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 ทั้ง 2 ตัว จู่ๆย่างก้าว
ของหลินหมิงก็หยุดลงและหยุดหอกลงเช่นกัน ในเสี้ยวพริบตานั้น เป็นอีก
ครั้งที่เขาสัมผัสถึงจิตสังหารอันเบาบางที่แอบแฝงอยู่ในฝูงชนที่อยู่
รอบๆตัวเขา…
“เจ้าต้องการที่จะใช้ฝูงชนปิดบังตัวเองเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงเค้นเสียงอย่างเย็นชา พลังจิตวิญญาณและความสามารถใน
การับรู้ของเขายิ่งกว่าแผนกภาพลวงตาของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เสียอีก ใน
การเคลื่อนไหวครั้งแรก เขาก็สัมผัสถึงจิตสังหารอันเบาบางนี้ ในตอนนี้
หลังจากที่เขาได้สังหารสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 ทั้ง 2 ตัว เขาก็สัมผัสถึงมัน
ได้อีกครั้ง
แต่ในขณะที่เขากำลังจะขยายการรับรู้ของตนออกไป เขาก็ได้สูญเสีย
ร่องรอยของคนผู้นี้ไปเสียแล้ว ไม่สามารถที่จะหาเขาพบอีก
มันจึงทำให้หลินหมิงขมวดคิ้ว ศัตรูของเขาจะต้องมีความสามารถใน
การพรางตัวที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน และสามารถใช้จิตสังหารของกองทัพ
นับหมื่นเพื่อปิดบังตนเอง นี่เป็นผู้ที่โอวหยางปั่วเยี่ยนส่งมาใช่หรือไม่?
หลังจากที่สำนักคว้าจันทร์ได้ถูกทำลาย ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลาย
ฟ้าทุกคนได้ถูกเรียกตัวกลับไปยังแผนกของตนในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ด้วย
ความร่วมมือของแผนกค่ายกลและผู้เชี่ยวชาญค่ายกลของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาได้ช่วยกันเสริมสร้างรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่รอบหุบ
เขาแหละปิดทางเข้าเอาไว้ เพื่อป้องกันการลอบโจมตีของดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้ เมื่อเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น โอวหยางปั่วเหยี่ยนจึงทิ้ง
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจได้เอาไว้ที่อาณาจักรลิขิตฟ้า
การสังหารศิษย์สายตรงของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นมิใช่เรื่องเล็กน้อย
หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป เช่นนั้นโอวหยางปั่วเหยี่ยนจะต้องมีโทษถึงตาย
เขาสามารถเชื่อใจได้เพียงผู้ที่เขาอุปถัมภ์มากับมือเท่านั้น….
หากจะพูดตามความจริงแล้ว ผู้ที่โอวหยางปั่วเหยี่ยนอุปถัมภ์นั้น
น่าจะเป็นผู้ที่มาจากแผนกลงทัณฑ์ แต่หลินหมิงไม่คิดว่าผู้ที่มาจากแผนก
ลงทัณฑ์จะมีทักษะที่สามารถปิดบังตัวตนได้ดีถึงเพียงนี้ หากมิใช้เพราะ
ความสามารถในการรับรู้ที่ยอดเยี่ยมของหลินหมิง เขาคงไม่อาจจะ
รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ
ด้วยศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเขา หลินหมิงไม่อาจจะวางใจได้ ‘ข้า
จะเปิดเผยความแข็งแกร่งไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว! บางทีศัตรูผู้นี้อาจจะยัง
ไม่รู้ว่าข้าได้รับรู้ถึงตัวตนของเขาแล้ว หากเป็นเช่นนั้น ข้าจำเป็นต้องเก็บ
ไพ่ตายเอาไว้ และล่อให้เขาออกมา ทำให้เขาประหลาดใจ และสังหาร
ในทันที’
การที่หอกเดียวของหลินหมิงสามารถสังหารสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3
ทั้ง 2 ตัว อาจจะทำให้นักสู้ธรรมดาตกใจ แต่สำหรับอัจฉริยะของหุบเขา
เจ็ดแก่นแท้ย่อมมิใช่เรื่องยาก ไม่เพียงแค่หลินหมิง เจียงหลานเจี้ยน
ฉินหวู่ซิน และแม้แต่ผู้ที่น่าผิดหวังของศิษย์สายตรงอย่างเฟิงฉีก็สามารถ
ทำเช่นนี้ได้เช่นกัน
สัตว์อสูรดุร้าย 2 ตัวนี้มีพลังเทียบเท่านักสู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจร แต่หวนเสี่ยวตี๋และเฟิงฉีที่มีพลังเทียบเท่านักสู้ขั้นปราณต้น
ฟ้าช่วงต้น หรือแม้กระทั้งขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง
ด้วยความแตกต่างของความแข็งแกร่ง การที่จะสังหารสัตว์อสูรดุร้าย
ระดับ 3 ทั้ง 2 ตัวนั้นง่ายดายยิ่งนัก!
ดังนั้นความสามารถของหลินหมิงจึงไม่ได้อยู่เหนือการคาดการณ์ของ
นักฆ่าผู้ที่กำลังซุ่มอยู่
หลินหมิงจำเป็นจะต้องเก็บไพ่ตายเอาไว้ เขาจำเป็นต้องเก็บซ่อน
ความแข็งแกร่ง และเล่นบทหมูกินเสือ
‘ข้าจะลดความแข็งแกร่งให้อยู่เพียงเทียบเท่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า
ช่วงกลางธรรมดา และล่อเจ้าออกมา!’
ในช่วงเวลาที่สัตว์อสูรบุก มันจะเต็มไปด้วยความโกลาหลและเหมาะ
ที่จะสังหารหลินหมิง แต่ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีของหลินหมิงในการสังหาร
ศัตรูที่หลบซ่อนผู้นี้เช่นกัน หลินหมิงไม่ต้องการเล่นกับระเบิดเวลา เขา
ต้องการจะถอนรากถอนโคนอิทธิพลทั้งหมดของโอวหยางปั่วเหยี่ยน
“หอกทะลายล้างพันกองทัพ!”
“กวาดวายุ สลายเมฆา!”
ทุกกระบวนท่าของหลินหมิงนั้นเป็นการโจมตีวงกว้าง ด้วยโซ่เพลิงที่
เชื่อมต่อกับด้ามหอก หอกแห่งดาวหางม่วงราวกับเป็นมังกรวารีที่กวาด
ผ่านทะเลโลหิต ไม่ว่ามันจะไปที่ใด ที่นั้นจะต้องเต็มไปด้วยพิรุณโลหิต!
หากเป็นพลังอันบ้าคลั่งในการทำลายล้าง หอกย่อมเป็นอาวุธที่ดี
ที่สุดอย่างแน่นอน!
แน่นนอนว่า การจะทำเช่นนั้นได้จะต้องใช้ปราณแท้ที่หนาแน่นและ
มหาศาล เพื่อที่จะสนับสนุนความเร็วในการสังหารที่น่าหวาดกลัวเพียงนี้
ได้!
แต่สำหรับหลินหมิงแล้ว ทั้งสองอย่างนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะเขามีมัน
ทั้งสองอย่าง
พลังสายเลือดของเขานั้นแข็งแกร่ง และทุกๆลมหายใจที่เขาปล่อย
ออกมาราวกับเป็นรูปร่างของงูขนาดใหญ่ในอากาศ
“ตายซะ!”
หลินหมิงจับโซ่สีแดงเพลิงไว้แน่น หอกถูกเหวี่ยงออกไปเป็นรูปจันทร์
เสี้ยว โลหิตของสัตว์อสูรสาดกระเซ็นโดนทั่วทั้งตัวของหลินหมิง
กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาเป็นสีแดงฉานด้วยโลหิต เส้นเลือดโป้งพอง เขา
ในตอนนี้ราวกับเป็นไส้เดือนแดง
ฟรุป ฟรุป ฟรุป!
กองกำลังทหารของเมืองใบหม่อนสีเขียว เอาหลินหมิงเป็นดั่งคม
หอก และเดินหน้าสู้อย่างกล้าหาญ ภายในระยะ 100 ก้าวรอบหลินหมิง
สัตว์อสูรไม่อาจจะเข้าไปได้ แต่หากมันเข้าไป พวกมันจะต้องถูกฉีก
กระชากด้วยคมหอก!
แม้จะมีสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 โผล่มาเป็นบางครั้ง ด้วยพลังเทียบเท่า
นักสู้ขั้นผสานชีพจร ก็ยังไม่สามารถทำอันใดได้ ไม่ต่างจากสัตว์อสูรดุร้าย
ตัวอื่นที่ถูกหลินหมิงฉีกเป็นชิ้นๆ!
“นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว นี่คือพลังของผู้ชนะเลิศในงานประลอง
ร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เช่นนั้นหรือ?”
“จำนวนสัตว์อสูรที่ถูกเขาสังหารนั้นมากกว่าจำนวนที่พวกเราสังหาร
รวมกันเสียอีก!” ระดับการบ่มเพาะของจวงฝานนั้นเทียบเท่านักสู้ขั้น
ผสานชีพจร และเขาต่อสู้โดยใช้กระบี่ เช่นนั้นเขาจึงสังหารได้เชื่องช้าที่สุด
ขณะที่เขามองไปยังหลินหมิงที่พุ่งเข้าหาฝูงสัตว์อสูรและดูไม่ต่างจากเสือที่
อยู่ในฝูงแกะ จึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกอิจฉา “พี่ว่านซาน ตระกูลหลินของ
เจ้านั้นให้กำเนิดสัตว์ประหลาดอัจฉริยะอย่างแท้จริง ภายในหลายร้อยปี
ข้างหน้า ตระกูลหลินของเจ้าอาจจะกลายเป็นตระกูลชนชั้นสูงของ
อาณาจักรลิขิตฟ้าก็เป็นได้”
หลินว่าซานมิได้ดีใจอย่างที่จวงฝานคาด กลับกัน เขาได้ถอนหายใจ
และส่ายศีรษะ หัวใจของเขารู้สึกขมขื่น
เมื่อก่อน ตอนที่หิมะยังคงร่วงโรย หลินหมิงเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่
ของตระกูลหลิน และทำให้พวกเขามีหน้ามีตา
แต่ในตอนนี้ หลินว่านซานได้เห็นความแข็งแกร่งของหลินหมิงด้วย
สายตาของเขาเอง ทั้งความคิดและอารมณ์ที่หลากหลายต่างพุ่งขึ้นภายใน
เกิดคำถามค้างคาใจที่เขาไม่อาจปล่อยวางลงได้
หลินหมิงนั้นถือเป็นศิษย์ของตระกูลหลินหรือไม่?
ก่อนที่หลินหมิงจะเติบโตขึ้นมา เขานั้นไม่ได้รับทรัพยากรจากตระกูล
แม้แต่น้อย!
หลินว่านซานรู้แม้กระทั้งว่าแฟนสาวของหลินหมิงได้ทิ้งเขาไปหาชาย
อื่น เขาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลแม้แต่น้อย หลินหมิงคงมิได้
รู้สึกว่าตนเป็นคนตระกูลหลินมากนัก…
หากหลินว่านซานจะโทษใครสักคน ก็คงจะเป็นตระกูลหลินของเขาที่
ไม่อาจมองเห็นคนที่มีความสามารถอันโดดเด่นที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา พวก
เขาพลาดโอกาสที่จะเลี้ยงดูหยกล้ำค่าเช่นนี้ มิเช่นนั้น หากพวกเขาได้ยืน
มือช่วยเหลือเขา ให้ทรัพยากรบ่มเพาะ ช่วยให้เขาได้สมหวังในรักแรก ถึง
จะต้องมีเรื่องบาดหมางกับตระกูลจูก็จาม เช่นนั้นหลินหมิงคงจะรู้สึกว่า
ตนเองเป็นคนของตระกูลหลินอย่างแท้จริงเป็นแน่ แต่ทว่า…
หลินว่านซานถอนหายใจด้วยความเสียใจ จากนั้น จู่ๆหัวใจของเขาก็
หยุดเต้นไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขณะที่มองไปยังกลุ่มเงาสีแดงที่อยู่ไม่
ไกล และกำลังมุ่งหน้ามาที่พวกเขา
“แย่แล้ว มันคือ… สัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 อสรพิษวารีโลหิต!”