Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 322 เด็ดหัวอสรพิษ
อสรพิษวารีโลหิตนั้นยาวถึง 200 ก้าวและลำตัวของมันหนาราวกับ
ต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ แต่ละเกล็ดบนร่างของมันใหญ่ใหญ่ยิ่งกว่าโล่ของ
ทหารและเขี้ยวของมันคมดั่งหอก ยามที่มันเปิดปากออก มันกว้างพอที่จะ
กลืนกินช้างทั้งตัวลงไปได้
สัตว์อสูรอรพิษตัวนี้นั้นเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ที่อ่อนแอที่สุด แต่ความ
แข็งแกร่งของมันก็ยังเทียบเท่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง ภายใน
อาณาจักรลิขิตฟ้า หากไม่รวมถึงผู้เชี่ยวชาญของสำนักเจ็ดแก่นแท้ มันจะ
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะมีผู้ใดจัดการมันได้
ต้องรู้ด้วยว่าแม้แต่ผู้บัญชาการฉินเสี่ยวและท่านมู่อี้ที่มีระดับการบ่ม
เพาะขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง แต่สำหรับเมืองใบหม่อนสีเขียวแล้ว ไม่มี
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้าประจำการอยู่ที่นี่แม้แต่คนเดียว
“หลินหมิง ระวังตัวด้วย!” หลินว่านซานตะโกนออกมาจากด้านหลัง
เมื่อเขาเห็นหลินหมิงมุ่งหน้าไปทางอสรพิษวารีโลหิต
“วีรบุรุษหลิน นั่นคือสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4! รอเหล่าพรรคพวกของ
เราและร่วมมือกันจัดการมันจะดีกว่า!” สือหลินไคนั้นอยู่ไกลออกไป แต่
เขาก็รีบมุ่งหน้ามายังเส้นทางที่หลินหมิงอยู่ หากอสรพิษตนนี้สามารถบุก
มาถึงกองทัพด้านหลังได้ มันก็จะสามารถทำลายแนวโล่ป้องกันลงได้โดย
ใช้เพียงแค่หางของมันฟาดลงไป เมื่อใดที่แนวป้องกันพังทลาย กองทัพ
จะต้องพ่ายแพ้และสูญเสียอย่างใหญ่หลวง!
ในตอนนี้ พวกเขาสามารถพึ่งได้เพียงหลินหมิงเท่านั้น
หลินหมิงมองไปยังอสรพิษตัวนี้ที่ราวกับภูเขาขนาดย่อม และดวงตา
ของเขาหรี่ลง ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรดุร้ายตนนี้เทียบเท่านักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงกลาง อย่างมากที่สุดความแข็งแกร่งของมันอาจเทียบเท่า
ฮั่วเยี่ยนหลัว สำหรับหลินหมิงในปัจจุบันแล้ว การจะสังหารมันนั้น
ง่ายดายอย่างยิ่ง!
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ต้องการแสดงไพ่ตายของเขาให้ผู้ที่ซ่อนอยู่
ในฝูงชนเห็น
ฟูว ฟูว ฟูว!
หลินหมิงกวาดหอกออกไป สร้างเป็นวงกลมอาณาเขตสังหาร หมา
ป่าวิบัติที่อยู่ในระยะต่างถูกกำจัดในทันที เขากระชับหอกแน่นและพุ่งไป
ยังอสรพิษวารีโลหิต!
“วีรบุรุษหลิน ระวังตัวด้วย!”
เหล่านักสู้แห่งเมืองใบหม่อนสีเขียวนั้นไม่รู้ว่าหลินหมิงมีความ
แข็งแกร่งอยู่เพียงใด สำหรับพวกเขาแล้ว อัจฉริยะของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
นั้นเป็นตัวตนที่อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขา ถึงแม้พวกเขาจะรู้อยู่
แล้วว่าหลินหมิงแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาก็ยังต้องกลั้นหายใจ เมื่อเห็น
หลินหมิงมุ่งหน้าไปยังอสรพิษวารีโลหิตด้วยตัวคนเดียวด้วยตาของตัวเอง
แววตาของผู้ที่หลบซ่อนอยู่ในฝูงชนได้จับจ้องไปยังหลินหมิง
“อสรพิษวารีโลหิตตัวนี้ย่อมไม่ใช่คู่มือของเขาอย่างแน่นอน ขอดูหน่อย
แล้วกันว่าเขาจะใช้ความแข็งแกร่งไปมากเพียงไรในการกำจัดมัน”
หมากที่โอวหยางปั่วเยี่ยนได้วางเอาไว้นั้นมาจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
เขาจึงรู้ดีว่าศิษย์สายตรงนั้นแข็งแกร่งเพียงไร ด้วยสถานะของเขาแล้ว
เมื่อตอนที่เขายังเด็ก เขาจึงไม่มีโอกาสสู้กับอัจฉริยะอย่างเจียงเป่าอวิ้น
เขาเพียงรู้ถึงพลังของศิษย์สายตรงจากศิษย์คนอื่นที่ได้รับชมการประลอง
ของอัจฉริยะเหล่านี้เท่านั้น
แต่ในงานประลองชุมนุมร่วมสำนักในครั้งนี้ เขาได้อยู่ที่อาณาจักร
ลิขิตฟ้า และไม่ได้รับชมการประลองระหว่างหลินหมิงและเจียงเป่าอวิ้น
เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่รู้ว่าหลินหมิงมีความแข็งแกร่งมากเพียงไร และเขา
ต้องการที่จะรู้ผ่านการต่อสู้ของหลินหมิงกับสัตว์อสูรดุร้ายเหล่านี้
“ฟ่อๆ!”
อสรพิษวารีโลหิตกรีดร้องออกมา และตวัดหางขนาดใหญ่ของมันเข้า
ใส่หลินหมิงราวกับโบกพัดยักษ์
เคล็ดวิชาย่างก้าววิหคทองคำถลาลม!
หลินหมิงจงใจลดความเร็วของย่างก้าววิหคทองคำถลาลมลง แต่ก็ยัง
สามารถที่จะหลบหางที่ฟาดเข้ามาได้อย่างง่ายดายอยู่ดี
ปัง!
หางขนาดยักษ์ฟาดลงไปที่พื้น เกิดรอยแยกและทำให้สนามรบ
สั่นสะเทือน หมาป่าวิบัติหลายตัวที่โชคไม่ดีก็ได้ถูกขยี้จนแหลก!
เมื่อสือหลินไคมองเห็นฉากนี้ในขณะที่กำลังมุ่งหน้ามา เขาก็รู้สึก
หนาวสันหลังขึ้นมาในทันที สัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 ช่างเป็นตัวตนที่น่า
หวาดกลัวอย่างแท้จริง หากเขาถูกฟาดโดยหางยักษ์นั่น กระดูกของเขาคง
แหลกละเอียด ไม่เพียงแค่นั้น หางนั่นยังฟาดลงมาอย่างรวดเร็วอีกด้วย
เขาไม่มั่นใจเลยว่าวิชาการเคลื่อนไหวของตนจะสามารถหลบมันได้…
ก่อนหน้านี้ สือหลินได้ตะโกนออกมาว่าจะเข้าไปช่วยหลินหมิง และ
สังหารสัตว์อสูรดุร้ายตัวนี้ด้วยกัน แต่ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าสัตว์อสูรดุร้าย
ตนนี้น่าหวาดกลัวเพียงไร เขาจึงสงสัยว่าตนจะสามารถช่วยอะไรหลินหมิง
ได้จริงหรือ? เขาอาจจะตายได้เพียงเพราะโดนลูกหลง!
ไม่เพียงแค่สือหลินไค เหล่านักสู้คนอื่นๆเองก็คิดเช่นเดียวกัน จวง
ฝานและเหล่าผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงต้น ความ
แข็งแกร่งของพวกเขายังด้อยกว่าสือหลินไคเสียอีก เพียงแค่โดนหางยักษ์
นั่นสะกิดเบาๆ พวกเขาอาจตายในทันที!
นอกจากหลินหมิงแล้ว ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถที่จะเผชิญหน้ากับ
อสรพิษวารีโลหิตตนนี้ได้ ผู้ใดที่เข้าไปใกล้ย่อมตกตายเป็นแน่แท้!
บึมม! บึมม!
อสรพิษวารีโลหิตฟาดหางของมันอีกครั้ง หลินหมิงก็ยังสามารถหลบ
โดยใช้วิชาการเคลื่อนไหวเดิมๆ มันดูราวกับว่าเขาเต็มไปด้วยอันตรายถึง
ชีวิตในทุกย่างก้าว แต่เขาก็สามารถที่จะหลบการโจมตีจากอสรพิษวารี
โลหิตได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้ง
หลินว่านซานหลั่งเหงื่อท่วมตัว หากหลินหมิงพลาดแม้แต่ก้าวเดียว
เขาก็จะตายในทันที!
หลินหมิงคืออนาคตของตระกูลหลิน หากเขาตายที่นี่… ไม่เพียงแค่
ตระกูลจะต้องเจ็บปวดจากการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ยังไม่สามารถปกป้อง
เมืองใบหม่อนสีเขียวเอาไว้ได้อีกด้วย
หลินว่านซานอ้าปากค้าง ในตอนนี้เขาไม่เพียงแค่กังวลอย่างมาก แต่
ยังรู้สึกว่าตนไร้ประโยชน์อีกด้วย
ซากศพของหมาป่าวิบัติหลายนับกองอยู่เกลื่อนกลาดบนพื้น และไม่
มีหมาป่าวิบัติตนใดกล้าเข้าไปใกล้อีก เกิดเป็นพื้นที่ร่วม 100 ก้าวให้
หลินหมิงและอสรพิษวารีโลหิตได้ต่อสู้กัน ในตอนนี้ การบุกของฝูงสัตว์
อสูรเริ่มชะลอตัวลง
“ไม่คิดจะใช่ไพ่ตายของเจ้าเช่นนั้นหรือ?” เงาสลัวท่ามกลางฝูงชน
พึมพำกับตนเอง เขาไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าหลินหมิงจะพ่ายแพ้ต่ออสรพิษ
วารีโลหิต เขาสงสัยเพียงว่าหลินหมิงจะใช้พลังไปมากเพียงใด อย่างไรก็
ตาม การบุกของสัตว์อสูรดุร้ายก็เพียงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หากจะมีสัตว์อสูร
ที่แข็งแกร่งกว่านี้มาอีกก็ไม่แปลก
ฟ่อออ!
อสรพิษเปิดปากของมันและพ้นหมอกพิษออกมา มนุษย์ผู้นี้ไม่ยอมสู้
ตรงๆเอาแต่หลบไปหลบมา จึงทำให้อสรพิษวารีโลหิตกราดเกรี้ยวขึ้นมา
หมอกพิษเหล่านี้ลอยไปด้านบนและตกลงมาราวกับสายฝน ไม่มีทาง
ที่จะหลบมันได้
ในขณะที่หลินหมิงกำลังจะถูกฝนพิษครอบคลุม ทันใดนั้น เขาก็ตวัด
หอก เกิดประกายสายฟ้าสีม่วงส่งเสียงคำรามออกมา!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ภายใต้ท้องฟ้ายามเย็น ประกายสายฟ้าของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งสว่างจ้าขึ้นอย่างมาก!
พิษที่อยู่รอบหลินหมิงก็ถูกสายฟ้าที่ห่อหุ้มตัวเขาไว้เผาไปจนหมด
หอกที่หมุนวนไปด้วยสายฟ้าของเขาก็ได้พุ่งออกไปยังอสรพิษวารีโลหิต
ประกายสายฟ้าเปล่งออกมา!
ภายใต้เมฆครึมเป็นฉากหลัง หลินหมิงในตอนนี้ราวกับเป็นเทพ
สงครามแห่งสายฟ้า อสรพิษวารีโลหิตอ้าปากและพุ่งเข้ามาฉกหลินหมิง!
หวืด!
หลินหมิงหลบเขี้ยวของอสรพิษไปได้ จากนั้นก็แทงหอกไปยังกราม
ล่างของมัน จากนั้นก็ดึงหอกออกมาพร้อมกับกระโดดขึ้นไปบนหัวของมัน
เขาใช้หอกผ่าหัวของมันแล้วลากยาวลงไปอย่างรวดเร็ว โลหิตและเนื้อ
หนังกระจายทั่วท้องฟ้า
หอกเดียวผ่าร่างของอสรพิษวารีโลหิตจากหัวจรดหาง!
“ก๊าซซ!”
อรพิษวารีโลหิตร้องออกมาอย่างน่าหวาดกลัวด้วยเสียงที่ดังสนั่น
สายฟ้าเต็มไปทั่วตัวของมันและโลหิตสาดกระจาย เผยให้เห็นรอยยาวนับ
10 ก้าวของหอกที่ผ่าร่างของมัน!
ทั่วร่างของหลินหมิงอาบไปด้วยโลหิต ผมของเขาสยายไปกับสายลม
ในตอนนี้ เขาราวกับเป็นจ้าวอสูรผู้ที่ขึ้นมาจากนรก โหดเหี้ยม และไม่มี
ผู้ใดหยุดยั้งเขาได้!
เมื่อมองเห็นการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ทหารนับหมื่นพูด
อะไรไม่ออก อสรพิษที่ยาวกว่า 200 ก้าวกลับถูกจัดการจนพิรุณโลหิตตก
ลงมาทั่วท้องฟ้า ฉากนี้มีผลต่อจิตใจของพวกเขาอย่างมาก
เขาชนะ?
หลินว่านซานกระโดด้วยความยินดี
หลินหมิงชนะจริงๆด้วย! เขาจัดการสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 ลงได้!
ในเมื่ออสรพิษวารีโลหิตถูกจัดการ หมาป่าวิบัติที่เหลือก็ถูกกำจัดลง
ในไม่ช้า หลังจากนั้นไม่นานพวกที่เหลือก็เริ่มจะล่าถอย พวกมันล่าถอยดั่ง
น้ำหลาก
“พวกหมาป่าได้ถอยไปแล้ว!”
“พวกเราป้องกันเอาไว้ได้!”
หลังจากที่สามารถต้านทานการบุกของฝูงสัตว์อสูรนับหมื่นเอาไว้ได้
เหล่าทหารทั้งหลายแม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ พล
ธนูยังคงยิงธนูไล่พวกมันต่อไป แต่การไล่ตามไปนั้นเป็นไปไม่ได้ เหล่า
ทหารในตอนนี้ต่างก็ใช้ความแข็งแกร่งถึงขีดจำกัดแล้ว ต่อให้พวกเขาจะ
อยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด ก็คงไม่อาจไล่ตามเหล่าหมาป่าวิบัติที่รวดเร็วใน
ระยะทางไกลได้ พวกเขาล้วนสวมใส่ชุดที่หนักกันทั้งนั้น
หลินหมิงพาดหอกไว้บนบ่าของตนและเดินออกมาจากสนามรบ ใน
การต่อสู้นี้ เขาได้สังหารหมาป่าวิบัติไปมากกว่าพันตัว และก็ได้สังหาร
สัตว์อสูรระดับ 3 ไปหลายสิบตัว และได้สังหารกระทั่งสัตว์อสูรดุร้าย
ระดับ 4 อย่างอสรพิษวารีโลหิต หากนับรวมจำนวนที่เหล่านักสู้ขั้นผสาน
ชีพจรสังหารก็ยังไม่ถึงครึ่งที่หลินหมิงได้สังหารไป
แน่นอนว่า พวกเขาไม่อาจเทียบกันได้ ความแข็งแกร่งของพวกเขา
ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับหลินหมิง
“ในที่สุดเขาก็ใช้พลังของสายฟ้า แต่เขาก็ไม่ได้ใช้อาวุธสายฟ้าอันนั้น
…”
ในขณะที่เหล่าทหารกำลังถอยกลับ เงาสลัวที่หลบซ่อนอยู่ก็ได้พึมพำ
กับตนเอง ถึงแม้เขาจะไม่ได้เห็นความสามารถของหลินหมิงในงาน
ประลองชุมนุมร่วมสำนักด้วยตนเอง แต่เขาก็ได้ข้อมูลของหลินหมิงมาไม่
น้อย ไพ่ตายของหลินหมิงนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พลังของสายฟ้า แต่ยังมีอาวุธ
ที่คล้ายเข็มที่บีบอัดพลังสายฟ้าเอาไว้ มันคืออาวุธสังหารของหลินหมิง
“หากไม่รวมอาวุธที่คล้ายเข็มที่บีบอัดพลังสายฟ้า เช่นนั้นความ
แข็งแกร่งที่หลินหมิงแสดงออกมาในตอนนี้ เขาน่าจะสามารถเอาชนะนัก
สู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายได้ ซึ่งก็คือระดับการบ่มเพาะของเขาเทียบเท่า
กับข้า แต่ก็ยังคงมิใช่คู่มือของข้า หากข้าต้องการที่จะสังหารเขา ข้าเพียง
แค่ต้องแน่ใจว่ามันจะสำเร็จ…. มิเช่นนั้น ข้าจะต้องมีปัญหาแน่!”
ผู้ใต้บังคับที่โอวหยางปั่วเยี่ยนได้ทิ้งเอาไว้นั้นมีระดับการบ่มเพาะขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงปลาย แต่เขาก็ยังเป็นศิษย์ของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ และ
ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขานั้นเหนือกว่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ปลายธรรมดามาก
หมาป่าบางส่วนได้ล่าถอย แต่พวกมันจำนวนมากก็ได้ลมตายลง
ทหารกว่า 800 นายได้เสียสละชีวิตของพวกเขาไปในสนามรบ
หลังจากที่หลินหมิงกลับมายังเมืองใบหม่อนสีเขียว เขาก็รีบหา
สถานที่ปิดด่านเข้าญาณ ความจริงคือเขาไม่ได้สูญเสียพลังไปมากนัก
ความทนทานของเขามีมากมาย ปราณแท้ของเขาแทบจะอยู่เท่าเดิม การ
ปิดด่านนี้เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น
เพื่อที่จะได้ล่องูออกมาจากรู และสังหารมันทันที นี่คือแผนของ
หลินหมิง
หลังจากชัยชนะของการต่อสู้ครั้งแรก เหล่าทหารของเมืองใบหม่อน
สีเขียวมีขวัญกำลังใจขึ้นมาก แต่ในตอนนี้มิใช่เวลาที่จะเฉลิมฉลอง เพราะ
อาจจะมีฝูงสัตว์อสูรดุร้ายบุกมาอีกก็เป็นได้
มื้อค่ำนั้นหรูหราอย่างยิ่ง เหล่าตระกูลใหญ่ต่างก็ร่วมกันรวบรวม
ทรัพยากรของพวกเขา นำเนื้อชั้นดีและอาหารอื่นๆ มันมีเพียงพอสำหรับ
ทุกคน
ถึงแม้เหล่าทหารจะเสียใจที่มิอาจดื่มในภาวะสงครามเช่นนี้ พวกเขา
จึงต้องจำใจดื่มน้ำแทนไวน์
ในงานเลี้ยง เหล่าทหารต่างคุยกันเรื่องของหลินหมิงอย่างออกรส
หอกเดียวของเขาสามารถจัดการอสรพิษวารีโลหิตท่ามกลางสนามรบที่
โกลาหลและล้อมรอบไปด้วยหมาป่าวิบัตินับหมื่น ในจิตใจของทหาร
ธรรมดา หลินหมิงนั้นเป็นดั่งตำนานที่มีชีวิต
“ตาแก่หลิน ตระกูลหลินนั้นได้สร้างอัจฉริยะที่จะถูกบันทึกไว้ใน
ประวัติศาสตร์” หลังจากมื้อค่ำเสร็จสิ้น จวงฝานก็ได้กล่าวออกมาใน
ขณะที่เขากำลังสูบไปป์ และเดินมาด้านข้างของหลินว่านซาน ในบรรดา
เหล่าตัวตนระดับสูงของเมืองใบหม่อนสีเขียว ตระกูลหลินและตระกูลจวง
นั้นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเพราะความร่วมมือในการทำธุรกิจ
“ข้าคิดว่าประสบการณ์ของพวกเราคงจะตื้นเขินเกินไป ความ
แข็งแกร่งของศิษย์สายตรงแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้นั้นมากถึงระดับนี้”
ขณะที่หลินว่านซานมองไปยังเต็นท์ของหลินหมิง เขาก็เต็มไปด้วยอารมณ์
ที่หลากหลาย
ความห่างชั้นนี้ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก! เขาไม่สามารถเข้าใจถึงความ
แข็งแกร่งของศิษย์สายตรงแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้เลย เพียงอยู่ในขั้น
ผสานชีพจรก็แข็งแกร่งยิ่งกว่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าของอาณาจักรลิขิตฟ้า
แล้ว!
“กองทัพที่ชายแดนได้ออกเดินทางเมื่อ 2 วันก่อน พวกเขาควรจะ
มาถึงในอีก 7-8 วัน เมื่อมีหลินหมิงอยู่ที่นี่ พวกเราน่าจะต้านไว้ได้จนถึง
ตอนนั้น ในวันนี้ จำนวนสัตว์อสูรดุร้ายที่หลินหมิงได้สังหารนั้นมากถึง 1
ใน 10 ของจำนวนทั้งหมดที่กองทัพได้สังหารไป แต่สัตว์อสูรดุร้าย
ระดับสูงทุกตัวถูกเขาสังหารเพียงคนเดียว