Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 327 เจ้าไม่อาจหยุดยั้งข้าได้
ความรุนแรงและบ้าคลั่งของสายฟ้าแผ่กระจายออกมา
เข็มเหล็กยาว 2 นิ้วเล่มหนึ่ง มีรูปลักษณ์ของมังกรวารีสายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์สลักอยู่บนผิวของมัน ม้วนรอบเข็มทั้งสิ้น 9 รอบทั่วตัวเข็ม
เพราะเข็มเหล็กม้วนมังกรนั้นมีสภาวะที่มั่นคงอย่างมาก พลังของ
สายฟ้าจึงถูกยับยั้งเอาไว้ภายในเข็มเหล็กทั้งหมด ชายชรามีเวลามาก
พอที่จะสังเกตเห็นโครงสร้างพลังงานของเข็มเหล็ก แต่เขาก็ไม่รู้อันใดอยู่ดี
ในขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังของสายฟ้าที่ถูกบีบอัดไว้อย่างหนาแน่น
อย่างน่ากลัว ปากของชายชราก็เริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้น
“นี่… นี่มัน…”
ชายชราผู้นี้ไม่เคยเห็นจิตวิญญาณสายฟ้าด้วยตนเองมาก่อน แต่ใน
ฐานะที่เป็นคนของแผนกภาพมายา พวกเขาย่อมรู้ถึงศัตรูที่ร้ายกาจที่
สามารถสะกดข่มพวกเขาได้ นั่นก็คือนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้า พลังของ
สายฟ้านั้นสามารถที่จะสลายภาพลวงตา ภูตผี และพลังปีศาจได้ นี่เป็นสิ่ง
ที่ชายชราได้เรียนรู้มาจากการศึกษาตำราโบราณมากมาย
เข็มเหล็กที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่มีพลังของสายฟ้าเล็ดลอดออกมาแม้แต่
น้อย มันไร้ที่สิ้นสุด และสายฟ้าทั้งหมดที่อยู่ภายในนั้นดูเหมือนจะมี
ความคิด มันมีชีวิต
มีความนึกคิด… ความตระหนักรู้… สายฟ้าที่มีชีวิต มันไร้ที่สิ้นสุด นี่
เป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณสายฟ้า!
หากเปรียบเทียบมันกับปราณอัคคีแล้วละก็ จิตวิญญาณสายฟ้านั้น
หายากยิ่งกว่า แม้แต่จิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นต่ำก็ยังถือเป็น
สมบัติล้ำค่า สำหรับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นกลางนั้น มันเพียง
พอที่จะทำให้นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าต่อสู้นองเลือดเพื่อแย่งยิ่งมัน…
เมื่อเห็นพลังอันรุนแรงที่น่าหวาดกลัวบนมือของหลินหมิง จิต
วิญญาณสายฟ้านี้อย่างน้อยก็จะต้องเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์
ขั้นกลาง… บางทีอาจจะเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูงก็
เป็นได้!?!?
ชายชราไม่อาจที่จะจินตนาการได้ว่านักสู้ขั้นผสานชีพจรผู้นี้ เขาทำ
อย่างไรจึงสามารถดูซับจิตวิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูงได้ ทั้งที่มี
เพียงนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าเท่านั้นที่จะสามารถดูดซับมันได้?
แม้แต่คนของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่สามารถทำได้ การจะดูดซับ
จิตวิญญาณสายฟ้านั้น คนผู้นั้นย่อมมีขีดจำกัดของตนเอง ทั้งหมดทั้งมวล
ล้วนขึ้นอยู่กับตนเองเป็นหลัก
ไม่เพียงแค่นั้น แต่เด็กหนุ่มผู้นี้ยังมีทั้งจิตวิญญาณสายฟ้าและปราณ
อัคคีไว้ครอบครอง!
ซึ่งก็คือ ปราณอัคคีระดับมนุษย์ขั้นกลาง และเป็นไปได้ว่าจะเป็นจิต
วิญญาณสายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูง!
เด็กอายุ 16 ปีมีพลังเช่นนี้ได้อย่างไร!?!
ทันใดนั้นชายชราก็เกิดความหวาดกลัว เขาพบว่าหลินหมิงนั้นแปลก
ประหลาดเกินไป ราวกับเป็นราชันย์ปีศาจที่อาศัยอยู่ในร่างของมนุษย์!
ในใจของเขา ช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะคิดเกี่ยวกับการหลบหนี เขายัง
ไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ต่อให้หลินหมิงรู้จักตัวตนของเขา
จริงๆ เขาก็ไม่มีหลักฐานใดๆที่เชื่อมโยงไปถึงตัวเขา หากเขาไม่สามารถ
เอาชนะได้ เขาก็ยังสามารถหนีได้!
ในฐานะที่เป็นคนของแผนกภาพลวงตา เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ
ปิดบังตัวตน ตราบใดที่เขาสามารถหลบหนีจากระยะปราณแท้ตรวจจับ
ของหลินหมิงได้ ในยามค่ำคืนเช่นนี้หลินหมิงย่อมไม่อาจหาเขาเจอ
ในกรณีที่แย่ที่สุด เขาก็แค่ไม่กลับไปหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ถึงแม้เขาจะ
ไม่กลับไปยังหุบเขาเจ็ดแก่นแท้และสูญเสียความหวังในการเป็น
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้า แต่การรักษาชีวิตนั้นสำคัญกว่า
ชายชราผู้นี้ห่วงชีวิตของตนเองเป็นอย่างมาก เหตุผลที่เขารับภารกิจ
นี้จากโอวหยางปั่วเยี่ยนก็เพราะเขาหวังจะทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นปราณ
ปลายฟ้าและมีอายุเพิ่มเป็น 180 ปี
ชายชราพลิกฝ่ามือขึ้น ปรากฏเป็นลูกปัดระเบิดสายฟ้าขนาดเล็ก นี่
เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ของแผนกค่ายกล เมื่อใดที่มันถูกโยนออกไป มันจะ
เกิดระเบิดและจะมีหมอกหนา เขาจะใช้โอกาสนี้ใช้วิชาลวงตาเพื่อ
หลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะโยนลูกปัดระเบิดสายฟ้าออกไป ปลาย
หอกของหลินหมิงก็สาดประแสงสีม่วงและมีแดง ท่ามกลางความมืดยาม
ค่ำคืน ในตอนนี้ราวกับมีดวงอาทิตย์สีม่วงและสีแดงปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า!
เพลิงและสายฟ้าหมุนวนกันและกัน!
หลินหมิงพุ่งหอกออกไป ทันใดนั้น เสียงทุกอย่างในโลกหายไปและ
มิติโดยรอบบิดเบี้ยว
ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ‘การโจมตีผสานของ
เพลิงและสายฟ้าเช่นนั้นหรือ!?’
มันสายเกินไปแล้วที่จะหนี ชายชรากัดฟันแน่น เขาเลือกใช้ปราณ
ชีวิตผสานร่วมกับปราณแท้และเร่งมันจนถึงขีดสุด
“ค่ายกล 72 กระบี่พิฆาต!!”
ค่ายกล 72 กระบี่พิฆาตนี้เป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของชายชรา
เมื่อใดที่ใช้มันออกไป เขาก็จะอ่อนแอลงอย่างยิ่งในระยะเวลาสั้นๆ เพราะ
เหตุนี้ เขาจึงไม่ค่อยอยากจะใช้มันเท่าไรนัก แต่ในตอนนี้เขาไม่มีตัวเลือก
อื่น พลังของเพลิงและสายฟ้าที่สายประกายออกมาจากปลายหอกนั้นน่า
หวาดกลัวจนเกินไป
บึมม!
หอกแสงและปราณกระบี่ได้ประทะกัน คลื่นปราณแท้อันน่า
หวาดกลัวแผ่กระจายออกมา ปราณกระบี่ทั้งหมดถูกทำลายอย่างราบ
คราบ
“อะไรกัน!?”
ชายชราคาดว่าการโจมตีของหลินหมิงจะต้องรุนแรงมากอย่าง
แน่นอน แต่ไม่เคยคิดว่าจะรุนแรงถึงขนาดสามารถทำลายการโจมตีที่
รุนแรงที่สุดและยังใส่ปราณชีวิตของเขาเข้าไปด้วยได้อย่างง่ายดายถึง
เพียงนี้!
….….
ด้านนอกเมืองใบหม่อนสีเขียว ฝูงสัตว์อสูรยังคงบุกมาเรื่อยๆ ชาย
หนุ่มชุดเหลืองได้สังหารพวกมันไปนับพัน ซากศพและโลหิตเต็มไปทั่ว
บริเวณทำให้พื้นดินรอบตัวเขาราวกับเป็นทะเลโลหิต
ทุกๆการโจมตีของเขาจะปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมานับสิบๆและ
ทุกปราณกระบี่จะสามารถสังหารสัตว์อสูรดุร้ายได้ ด้วยการฟันออกไป
กระบี่เดียว ชายหนุ่มชุดเหลืองก็สามารถสังหารสัตว์อสูรดุร้ายไปหลายสิบ
ตัว หากมิใช่เพราะมีสัตว์อสูรหลายตัวโอบล้อมเขาจนทำให้ยุ่งยาก เขา
อาจจะสังหารได้มากกว่านี้
สำหรับสัตว์ดุร้ายระดับ 3 นั้น พวกมันล้วนไม่มีอันใดนอกจากเป็น
เพียงกระดาษบางตรงหน้าชายหนุ่มชุดเหลือง เขาก็สามารถสังหารพวก
มันได้ในกระบี่เดียวโดยไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย
ส่วนสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 4 เขาใช้เวลาเพียง 10 ลมหายใจเพื่อ
สังหารมัน สองตะกวดยักษ์เองก็ถูกเขาสังหารเช่นกัน!
พลังและความแข็งแกร่งอันใดกันที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้?
จวงฝาน หลินว่านซาน และคนอื่นๆที่มองอยู่ทำได้เพียงถอนหายใจ
ด้วยความสลด นักสู้ที่มาจากสำนักใหญ่นั้นทรงพลังเกินไปแล้ว
ทั้งจวงฝานและหลินว่านซานผู้ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นนักสู้ขั้นผสานชีพ
จร และเหล่าทหารธรรมดาต่างก็ตกตะลึง สำหรับพวกเขาแล้ว ราวกับว่า
ชายหนุ่มชุดเหลืองเป็นเทพสงคราม
ชายหนุ่มชุดเหลืองสนุกไปกับความรู้สึกนี้อย่างมาก เมื่อตอนที่เขายัง
อยู่ในสำนักคว้าจันทร์ เขาเป็นเพียงแค่ศิษย์สายในเท่านั้น และทะลวงเข้า
สู่ปราณต้นฟ้าเมื่อตอนอายุ 26 ปี ภายในสำนักถือเป็นแค่ระดับกลาง
เนื่องจากมีอัจฉริยะหลายคนมากเกินในสำนักที่เขาไม่อาจสู้ได้ เขาจึงรู้สึก
ว่าตัวตนของเขาไม่สำคัญอันใด
เป็นเวลาหลายปี ที่ชายหนุ่มชุดเหลืองรู้สึกว่าไร้ตัวตน แต่ในตอนนี้
เขาได้แสดงพลังต่อหน้าคนมากมาย ทำให้เขาเป็นดาวเด่นท่ามกลาง
สนามรบ จึงทำให้เขามีความสุขอย่างมาก แม้แต่ปราณแท้ภายในร่างของ
เขายังดูเหมือนจะไหลลื่นมากกว่าแต่ก่อน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เขาจะสามารถพิชิตใจศิษย์น้องได้
ในอีกไม่นานนัก ตราบใดที่เขาได้ครอบครองนาง เขาก็จะมีโอสถเปิดทาง
สวรรค์มากพอที่จะทะลวงคอขวดและเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า!
เขาต้องขอบคุณพวกดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ หากมิใช่เพราะ
พวกมันทำลายสำนักคว้าจันทร์ เขาก็คงไม่มีโอกาสเช่นนี้ หากเป็นเช่นเดิม
เขาก็คงไม่มีโอกาสที่จะได้รับโอสถเปิดทางสวรรค์ด้วยซ้ำ
ยิ่งชายชุดเหลืองสังหารไปมากเท่าใด เขาก็ยิ่งตื่นเต้นและมีชีวิตชีวา
มากขึ้นเท่านั้น เดิมทีเขาลังเลที่จะเข้าร่วมรบ แต่ในตอนนี้เขาหวังว่าจะได้
รบเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ
แต่ในตอนนี้เอง เสียงระเบิดได้ดังขึ้น ทั่วทั้งผืนดินดังก้องด้วยเสียง
กระหึ่ม เขาจึงหันหน้าไปมองทางต้นเสียงที่อยู่ไกลออกไป จากนั้นดวงตา
ของเขาก็ต้องเบิกกว้าง สายฟ้าสีม่วงแวบขึ้นไปบนท้องฟ้าปะทะเข้ากับ
สวรรค์ชั้นฟ้า มีเสาเพลิงสีแดงขนาดยักษ์พุ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน ราวกับมี
ทัณฑ์สวรรค์กำลังลงมายังโลกมนุษย์!
‘หืม? เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?’
ถึงแม้ชายชุดเหลืองจะอยู่ห่างไกลจากมัน เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงพลัง
ระเบิดที่ทรงพลังและน่าหวาดกลัวที่แผ่ออกมา
นักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าขั้นจุดสูงสุดของปราณต้นฟ้า และนักสู้ธาตุ
จำเพาะอัคคีขั้นจุดสูงสุดของปราณต้นฟ้าต่อสู้กันอยู่เช่นนั้นหรือ?
มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? ในดินแดนเล็กๆแห่งนี้จะมีสองผู้อาวุโส
ระดับสูงมาต่อสู้กันที่นี่ได้อย่างไรกัน?
ชายหนุ่มชุดเหลืองกำลังลังเลว่าจะมุ่งหน้าไปดูดีหรือไม่ แต่จากนั้น
คลื่นพลังงานที่รุนแรงก็ได้หยุดลงอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกมันได้ถูก
ผนึกเอาไว้
‘ไปแล้วอย่างนั้นหรือ?’
“ศิษย์พี่ เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?” หญิงชุดขาวส่งกระแสเสียง
ปราณแท้เข้ามาในหูของชายชุดเหลือง
ชายหนุ่มชุดเหลืองที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้น เขาก็ได้รีบคายสีหน้านั้น
ทิ้งไปและแทนที่ด้วยสีหน้าปกติ จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงธรรมดาว่า
“อ่า อาจจะเป็นสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์บางอย่าง”
“สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์?”
“อืม” ชายหนุ่มชุดเหลืองพยายามวิเคราะห์และอธิบายสถานการณ์
อย่างสงบ “หากสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ที่น่าหวาดกลัวนี้ยังอยู่ต่อไป มัน
น่าจะเป็นฝีมือของสองผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ต่อสู้กันมากกว่า แต่ในเมื่อมัน
หายไปในเวลาไม่นาน มันเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมาในฤดูใบไม้ผลิ และแยก
ออกเป็นเพลิงแห่งสวรรค์ ปรากฏการณ์เช่นนี้ล้วนไม่ธรรมดาอย่าง
แท้จริง”
“ศิษย์พี่… มองดูบนท้องฟ้า”
“หืม?”
ทันใดนั้นชายหนุ่มชุดเหลืองก็ได้มองขึ้นไป และศีรษะของเขาก็หลั่ง
เหงื่อเย็นออกมาทันที ด้านบนของเขา ดวงจันทร์สาดแสงราวกับเป็นจาน
เงินใบใหญ่ ไร้ซึ่งเมฆาบดบัง ดวงดาวสาดแสงเปล่งปลั่ง สภาพอากาศ
แจ่มใส
ในสภาพอากาศเช่นนี้ จะมีสายฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร?
…………………………………
ห่างออกไป 10 ลี้ ชายชราในชุดสีดำคุกเข่าอยู่บนพื้น พยายามพยุง
ตนเองขึ้นมาด้วยกระบี่ ชุดของเขาครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยเขม่าสีดำ และอีก
ครึ่งเต็มไปด้วยรอยไหม้ เกราะยึดหยุ่นที่เขาสวมใส่อยู่แตกเป็นเสี่ยงๆ
และหน้าอก หน้าท้อง แขน และขาเต็มไปด้วยโลหิต
ชายผู้นี้ก็คือไป่หลัว เขาเพิ่งตกลงมาจากท้องฟ้า และเคล็ดวิชาภาพ
ลวงตาทั้งหมดของเขาได้หายไป เหลือเพียงแค่ร่างจริงของเขาเท่านั้น
หากมิใช่ว่าเขาใช้เกราะป้องกันน้ำแข็งเพื่อป้องกันตนเองในนาที
สุดท้าย เขาคงจะบาดเจ็บสาหัสจนสูญเสียความแข็งแกร่งทั้งหมดไป หาก
เป็นเช่นนั้น ชะตากรรมของเขาคงจะเป็นสิ่งที่จินตนาการได้
“ท่านรองเจ้าสำนักไป่ การโจมตีของท่านเมื่อครู่นั้นใช้ปราณแท้จน
เกินขีดจำกัด ดังนั้นมันจึงทำให้ท่านไม่สามารถคงสภาพภาพลวงตาเอาไว้
ได้ และเปิดเผยร่างที่แท้จริงเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงกล่าวถามไป่หลัวที่
กำลังบาดเจ็บ พร้อมกับยิ้มบางๆ
หลินหมิงนั้นไม่ได้ใช้เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างเต็มพิกัด เขาใช้
พลังของมันเพียงแค่ 40% เท่านั้น
นี่คือเทคนิคที่หลินหมิงค่อยๆค้นคว้าจนเชี่ยวชาญ เมื่อใช้เวลาทั้ง
เดือนอยู่ที่หุบเขาของบรรพบุรุษจื่อเยี่ยน
การจะใช้พลังเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างให้เต็มพิกัดนั้นใช้เวลา
มากเกินไป มันต้องใช้เวลาในการสะสมพลังนานและยังกินพลังไปมากอีก
ด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยระดับการบ่มเพาะของหลินหมิงในปัจจุบัน การ
จะควบคุมพลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพีขั้นต่ำและ
เพลิงสีโลหิตแกนปฐพีระดับมนุษย์ขั้นกลางทั้งคู่ให้สมบูรณ์นั้นเป็นไปไม่ได้
หากเขาเร่งใช้พลังของเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างเต็มพิกัด เขา
คงไม่อาจที่จะควบคุมมันได้ และอาจเกิดระเบิดใส่ตัวเองจนเสียชีวิตได้
“เจ้า…” ดวงตาของไป่หลัวเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อเมื่อมอง
ไปยังหลินหมิง ความแข็งแกร่งของหลินหมิงอยู่เหนือสามัญสำนึกไปแล้ว
นี่เป็นพลังที่เด็กอายุ 16 ปี ไม่น่าจะมี
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ทันใดนั้นไป่หลัวก็ยิ้ม และหัวเราะออกมาอย่างบ้า
คลั่ง
“หลินหมิง เจ้าคิดว่าจะสามารถสังหารข้าได้งั้นหรือ? ข้าอาจจะไม่ใช่
คู่มือของเจ้า แต่หากข้าต้องการหนี เจ้าก็ไม่อาจจะหยุดยั้งข้าได้! เจ้ามี
สายฟ้าระดับมนุษย์ขั้นสูงอยู่ภายในร่างกายของเจ้าเช่นนั้นหรือ? ข้าจะ
กระจายข่าวนี้ออกไป แล้วเจ้าคิดว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้ากี่
คนที่จะสนใจมัน?” รอยยิ้มที่พึงพอใจและชั่วร้ายเผยออกมาบนใบหน้า
ของไป่หลัว
หลินหมิงมองอย่างว่างเปล่าไปยังไป่หลัว โดยไม่สนใจคำพูดของเขา
“โดยปกติแล้ว หากมีผู้สนใจในตัวเจ้า เจ้าคงต้องอยู่แต่ในสำนักและ
จะไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้า แต่ในตอนนี้… เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และ
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้กำลังทำสงครามกัน ในความโกลาหลเช่นนี้
เจ้ายังคิดว่าจะมีผู้คอยปกป้องเจ้าเช่นนั้นหรือ?”
“หลินหมิง เจ้ามั่นใจในตนเองมากเกินไป แต่ก็เป็นเช่นนี้แหละ พวก
อัจฉริยะมักจะมั่นใจในตนเอง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงตาย
อย่างง่ายดาย! เจ้าคิดว่าสามารถล่อข้าออกมาโดยการซ่อนความแข็งแกร่ง
เอาไว้ และคิดว่าจะสามารถสังหารข้าได้? แต่ในเมื่อข้ากล้าจะออกมา
สังหารเจ้า เช่นนั้นข้าก็ย่อมมีแผนที่จะหนีเช่นนั้นกัน เจ้า… เจ้าไม่อาจ
หยุดยั้งข้าได้!”
“เจ้าคิดว่าข้าไม่อาจจะหยุดยั้งเจ้าได้จริงๆหรือ?” มุมปากของหลินห
มิงยกขึ้น มีรอยยิ้มจางๆ เผยให้เห็นสีหน้าครุ่นคิด