Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 337 เริ่มลงมือ
“หืม? ความลับหรือ?”
หลินหมิงหยุดไปชั่วขณะ ชายคนผู้สวมหมวกไม้ไผ่ได้เรียกโจวซินอวี่ผู้
เป็นศิษย์น้องของเขาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทำให้รู้ว่าพวกเขามา
จากสำนักคว้าจันทร์
ในตอนนี้สำนักคว้าจันทร์ไม่ได้มีอยู่อีกต่อไป เหล่าศิษย์ที่เหลือรอด
เริ่มที่จะกินกันและกันเอง พวกมันได้พยายามต่อสู้เพื่อบางสิ่งบางอย่าง
และมันดูเหมือนว่าจะเป็นความลับที่ว่านี้
ดวงตาของหลินหมิงได้หรี่ลงในขณะที่มองไปที่ชายที่ห่อหุ้มทด้วย
ควันสีดำที่อยู่บนอินทรีวายุสวรรค์ปีกทอง หลินหมิงนั้นไม่ได้ตอบโจวซิ
นอวี่ทันที เพราะเขาไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของชายชุดดำได้ ถึงแม้ว่าชาย
คนนั้นมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับสัตว์ประหลาดโคลน แต่ความ
แตกต่างระหว่างการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดโคลนกับชายคนนั้นเป็น
ช่องว่างที่ใหญ่มาก สัตว์ประหลาดโคลนนั้นเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ได้เชื่องช้า
และมีขนาดตัวที่ใหญ่ทำให้เป็นเรื่องง่ายต่อการโจมตีด้วยเพลิงสายฟ้าแห่ง
การทำลายล้างของเขา แต่ชายชุดดำนั้นแตกต่างออกไป หลินหมิงนั้น
อาจจะไม่มีโอกาศแม้แต่จะโจมตี
ถ้าหลินหมิงใช้สายฟ้าแห่งการทำลายล้างในระดับสูงสุดเท่าที่เขาจะ
ทำได้ มันอาจจะผลาญปราณแท้มากถึง 60% ถ้าเขาพลาด หากพลาด
เขาอาจจะไม่มีพลังพอที่จะป้องกันเลย
ไม่เพียงแค่นั้น แต่นั่นยังมีคนที่อยู่ในระดับปราณต้นฟ้าช่วงกลางที่
กำลังยืนอยู่ใกล้กับชายชุดดำ ด้านนอกม่านพลังค่ายกลยังมีคนที่อยู่ใน-
ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายที่กำลังควบคุมรูปแบบค่ายกลอยู่
ชายทั้งสามคนที่อยู่ในขั้นปราณต้นฟ้าแบ่งเป็นช่วงกลาง ช่วงปลาย
และจุดสูงสุด มันง่ายมากสำหรับพวกเขาที่อยู่ในระดับปราณต้นฟ้า
ทั้งหมดจะจัดการกับเขา หลินหมิงจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
“มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ฉินซี่หยายังอยู่ในระหว่างการเดินทาง
มิฉะนั้น ก็จะไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวพวกมัน”
หลินหมิงได้มีท่าทีครุ่นคิด เมื่อจู่ๆเขาได้ยินเสียงกรีดร้องของนกและ
มีลมที่แรงพัดออกกระจายออกไปในทันที อินทรีวายุสวรรค์ปีกทองได้บิน
อย่างรวดเร็วและกระพือปีกพัดเต็นท์นับสิบปลิวออกไป และพุ่งทะยาน
ขึ้นไปบนฟ้า
อย่างไรก็ตามคนที่กำลังนั่งอยู่บนอินทรีวายุสวรรค์ปีกทองนั้นไม่ใช่
โจวซินอวี่ แต่เป็นชายร่างเล็กที่กำลังยิ้มอย่างชั่วร้าย เขานั่งอินทรีวายุ
สวรรค์ปีกทองไปยังหวงซานผิง สำหรับโจวซินอวี่นั้นที่เคยนั่งบนอินทรี
วายุสวรรค์ปีกทอง นางถูกกระแทกออกไปด้วยสายลมที่รุนแรง
เมื่อมองไปยังท้องฟ้า อินทรีวายุสวรรค์ปีกทองได้บินตรงไปยังหวง
ซานผิง โจวซินอวี่ก็หน้าซีดทันที “ได้อย่างไร… มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร…”
นางนั้นหวังพึ่งพาอินทรีวายุสวรรค์ปีกทองเพื่อผ่านการป้องกันจาก
ค่ายกลและหนีไป แต่นางไม่เคยคิดว่าพาหนะที่นางขี่จะละทิ้งนางเช่นนี้
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องหญิงโจว เจ้าอินทรีวายุสวรรค์ปีกทองยังฟังและยอม
ข้า! ยอมแพ้ซะเถอะ! ยอมฟังคำสั่งข้า รับใช้ข้าและข้าอาจจะให้เจ้ามีชีวิต
อยู่ต่อ!”
หวงซานผิงยิ้มอย่างชั่วร้ายและสะบัดมือของเขา ได้มีปราณแท้สีเงิน
หลายสายได้พุ่งไปยังด้านหน้าของโจวซินอวี่
บึม บึม บึม!
ปราณแท้สีเงินนั้นได้ระเบิดออกมา แม้ว่าโจวซินอวี่จะสามารถหลบ
การโจมตีนั้นได้ทัน แต่คลื่นแรงระเบิดนั้นได้ทำให้นางเซถอยไปชุดของ
นางส่วนใหญ่ฉีกขาดออกไป
“ศิษย์น้องหญิงโจว เจ้าเองก็ร่วงหล่นลงมาจากบนท้องฟ้าได้เช่นกัน!
ครั้งหนึ่งเจ้าเป็นถึงอัจฉริยะที่อยู่ในระดับสุดยอดของสำนักคว้าจันทร์ เจ้า
มีทรัพยาการสำหรับบ่มเพาะให้เจ้าใช้ได้อย่างเพลิดเพลินและเจ้าแก่โง่ฉุย
เยว่เห็นเพียงเจ้าที่มีค่าในสายตาของมัน มิฉะนั้นข้าก็ยังคงติดอยู่เพียง
จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรเช่นนั้นหรือ? ข้านั้นควรจะทะลวงเข้าสู่ขั้น
ปราณต้นฟ้าไปแล้ว!” หวงซานผิงยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่ใช้ปราณแท้ของ
เขาโจมตีไปที่โจวซินอวี่ เมื่อเทียบกับนาง เขานั้นแก่กว่านาง 3 ปี และ
ระดับการบ่มเพาะของเขาก็มากกว่านาง หลังจากการโจมตีนั้น ก็ทำให้
โจวซินอวี่อยู่ในสภาพที่น่าเวทนา
อีกด้านหนึ่ง หวงจื่อเซวียนยังปล่อยให้หวงซานผิงโจมตีตามใจชอบ
เขานั้นรู้ว่าหลายปีที่ผ่านมา หวงซานผิงได้รับความเดือดร้อนจากการที่
เจ้าสำนักฉุ่ยเยว่ได้ให้ความสำคัญกับโจวซินอวี่มากกว่าเขา ทำเกิดเปลว
เพลิงแห่งความโกรธแค้นลุกไหม้ขึ้นภายในจิตใจของเขา ในตอนนี้เป็น
เวลาที่ดีที่สุดที่จะให้เขาระบายความร้อนในใจของเขาเพื่อที่เขาจะได้ชำระ
ล้างจิตวิญญาณและมันจะเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะในอนาคตของเขา
เอง
ปัง!
ปราณแท้ทั้งสองนั้นได้ขยายใหญ่ขึ้นและระเบิดออกมาอย่างน่า
หวาดกลัวได้ทำให้เหล่าทหารที่อยู่รอบๆถอยหลังออกไปพร้อมสำลัก
โลหิตออกมา ที่เต็นท์พลังทลายลงและอาวุธต่างๆและเกราะต่างกระเด็น
กระดอนออกไป หลายคนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีภายในครั้งนี้
แต่ในใจกลางของการระเบิดที่รุนแรงนี้ได้มีเกราะน้ำแข็งสีฟ้าปรากฏ
ขึ้น ซึ่งมันเป็นการป้องกันที่ถูกใช้โดยโจวซินอวี่เพื่อหยุดการโจมตีของหวง
ซานผิง
คิ้วของหวงซานผิงเลิกสูงขึ้นและยิ้มออกมา” ข้าเห็นว่าศิษย์ของลุง
ฉุยเยว่และศิษย์ของลุงหลานเยว่ทั้งคู่นั้นรักเจ้ามากเหลือเกิน พวกเขาได้
ให้บางสิ่งเพื่อรักษาชีวิตเจ้าใช่หรือไม่? นั่นมันควรจะเป็นสมบัติด้านการ
ป้องกันระดับปฐพี ‘ม่านวารีดอกบัว’ ดี! เมื่อข้าทำลายการบ่มเพาะของ
เจ้า ข้าก็จะได้ครอบครองทั้งสุดยอดสมบัติและศิษย์น้องหญิงที่น่ารักของ
ข้า!”
หวงซานผิงนั้นยิ้มอย่างชั่วร้ายจากนั้นก็ดึงกระบี่จันทร์สีเงินออกมา
จากด้านหลังของเขา กระบี่ได้ถูกฟันออกไปและเกิดเป็นปราณกระบี่ 3
เล่มพุ่งออกไป
ปัง!
ม่านวารีดอกบัวสั่นสะท้าน แต่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้ว่ามัน
จะเป็นสมบัติด้านการป้องกันระดับปฐพีที่ลึกล้ำ แต่มันทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ
ว่าใครเป็นผู้ใช้ โจวซินอวี่นั้นอายุเพิ่งจะแค่ 18 ปี ปราณแท้ของนางนั้นยัง
เบาบางเกินไปและอ่อนแอกว่าหวงซานผิง
“ท่าน… ท่านหลิน!” โจวซินอวี่ถูกทำให้อยู่ในสถานการณ์วิกฤติ
น้ำเสียงที่สั่นเครือของนางได้ถูกกลืนจนขาดๆหายๆไปกับเสียงระเบิดของ
ปราณแท้ “สำนักคว้าจันทร์…ครั้งหนึ่ง…เคยเป็นสำนักระดับอันดับต้นๆ
ยังได้ครอบครอง…มหาจักรพรรดิอเวจี…72 เศษผลึกหัวใจปีศาจ ตอนนี้…
ยังเหลืออีก 12 ชิ้น! ในแหวนมิติของข้านั้นยังมีอยู่หนึ่ง! เศษผลึกนี่
สามารถ…เพิ่มโอกาส…ให้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าทะลวงระดับ
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้! ท่านหลิน…ช่วยข้าที!”
“เศษผลึกหัวใจปีศาจหรือ? โอสถมหัศจรรย์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาส
ให้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ได้เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเศษผลึก
หัวใจปีศาจนี้ แต่เขารู้ว่าใครคือมหาจักรพรรดิอเวจี เขาเป็นผู้ที่อยู่
จุดสูงสุดในดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้และปกครองมามากกว่า 1000
ปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีในทวีปนภารินไหล เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่สูงสุด
ในบรรดาจักรพรรดิผู้มากพรสวรรค์ เขาได้ก่อตั้งนิกายศักดิ์สิทธิ์ – เมือง
จักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบ แต่เขาก็ได้กระทำสิ่งชั่วร้ายและโหดเหี้ยม
ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้หญิง และกระทำชำเราหญิงที่มีพรสวรรค์ไปทั่วทั้ง
ดินแดน ในที่สุดเขาก็ได้หมายตาบุตรสาวของจักรพรรดิแห่งทวีปนภาริน
ไหล และได้ไปกระตุ้นความเกลียดชังของผู้มีอำนาจหลายคน และในที่สุด
เขาก็ได้ถูกสังหารโดยการร่วมมือของจักรพรรดิคนอื่นๆในทวีปนภาริน
ไหล
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ใต้บัญชาบางส่วนของเขาที่มีชีวิตอยู่และได้
ออกไปจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ซึ่งพวกเขาได้ก่อตั้งนิกายของ
ตนขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันก็คือดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้นั่นเอง
เมื่อเมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงันถูกลบออกไปจากแผนที่
หลายสำนักในพื้นที่ทางใต้ของดินแดนได้รวมตัวกัน ในเวลานั้น สำนักคว้า
จันทร์นั้นเป็นนิกายระดับ 3 ที่มีอิทธิพลมากกว่าหุบเขานกยูง มันไม่แปลก
ที่พวกเขาจะร่วมมือกันและเพิ่มโอกาสที่จะได้ครอบครองสมบัติมากขึ้น!
สำหรับตัวตนที่เป็นตำนานเช่นมหาจักรพรรดิอเวจี ทุกสิ่งที่มาจาก
เขานั่นแน่นอนว่ามันจะเป็นสมบัติที่วิเศษ!
ถ้ามันมีโอสถที่อาจช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่มิอาจจินตนาการได้ บางที…
ขณะที่หลินหมิงตระหนักถึงความเป็นไปได้ของเขา หัวใจของเขาก็ได้
เต้นรัว
โอสถเปิดทางสวรรค์นั้นสามารถที่จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นปลายต้น
ฟ้าเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้าได้ แต่เศษผลึกหัวใจปีศาจนั้นสามารถช่วยเพิ่ม
โอกาสสำเร็จในการทะลวงระดับจากขั้นปราณปลายฟ้าเข้าสู่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ได้ ของทั้งสองนั้นเป็นโอสถที่สามารถชำระกล้ามเนื้อและ
กระดูก และเป็นโอสถที่ช่วยให้สามารถทะลวงคอขวดที่มีประสิทธิภาพ
ที่สุด ถ้าโอสถเปิดทางสวรรค์สามารถใช้ในการชำระไขกระดูกได้เช่นกัน
เช่นนั้นเศษผลึกหัวใจปีศาจจะยิ่งไม่มีประสิทธิภาพกว่าอีกหรือ?
และมันน่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีกว่าในการผสานไขกระดูกของเขาหรอก
หรือ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จิตใจของหลินหมิงก็กลายเป็นตื่นเต้น ลมหายใจของ
เขาเร็ว และตาของเขาเบิกกว้างขึ้น โอกาศที่ยิ่งใหญ่มักจะมีความเสี่ยงที่
สูงด้วยเช่นกัน ด้วยโอกาสดีเช่นนี้อยู่ต่อหน้า การต่อสู้ถึงชีวิตก็นับนับว่า
คุ้มค่า!
การที่เขาเต็มใจยอมรับความเสี่ยงนั้นไม่ได้หมายถึงการที่เขาจะพา
ตัวเองไปตาย ถ้าเร่งรีบ เขาย่อมไม่ใช่คู่มือของชายชุดดำ เขาควรจะทำ
อย่างไรดี?
ใจเย็น ใจเย็นเข้าไว้!
ภายใต้อิทธิพลของเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ จิตใจของหลินหมิง
ก็ได้สงบลง ลมหายใจของเขาได้กลับมาอ่อนโยนและช้าลงราวกับอยู่ใน
ความว่างเปล่า ดวงตาของเขาได้ปิดลง ประสาทสัมผัสจางหายไปและการ
รับรู้ของเขาแผ่กระจายออกไปราวกับน้ำหลากและกำลังคิดหาวิธีการที่จะ
สามารถช่วยชีวิตโจวซินอวี่!
เมื่อหลินหมิงตัดประสาทการรับรู้ของเขาและตัดการเชื่อมต่อกับโจว
ซินอวี่ไปด้วย นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้โจวซินอวี่ไม่สามารถใช้ปราณแท้เพื่อส่ง
เสียงไปถึงเขาได้
“หลิน…ท่านหลิน…ท่านหลิน…”
โจวซินอวี่นั่นมองไปทางหลินหมินอย่างหมดหนทาง นางได้ส่งกระแส
เสียงปราณแท้ออกไปแต่ก็ไม่สามารถติดต่อกับเขาได้ เขาปิดตาทั้งสอง
ข้างและดูเหมือนจะไม่สนใจนาง ทันใดนั้นหัวใจของนางนั้นเต็มไปด้วย
ความสิ้นหวัง
ขณะที่มองเห็นหลินหมินไม่แยแสต่อนาง โจวซินอวี่นั้นทำได้เพียงแค่
ยิ้มอย่างเศร้าสร้อย
ใช่แล้ว หลินหมิงเป็นคนที่นางพบโดยบังเอิญทำไมเขาจะต้องช่วย
นาง? การทำเช่นนี้อาจจะทำให้ชีวิตของเขาอยู่ในความอันตรายและ
อาจจะฆ่าเขา แม้กระทั่งระหว่างสามีภรรยา ในวินาทีแห่งความเป็นความ
ตาย พวกเขาก็จะไม่ช่วยเหลือกันและกัน
เมื่อความสิ้นหวังและความปวดร้าวในใจของนางเริ่มชัดเจนขึ้น โจวซิ
นอวี่กัดริมฝีปากของนางและได้ส่งพลังไปยังม่านวารีดอกบัวของนางอย่าง
สุดกำลัง อย่างไรก็ตาม จากการโจมตีอย่างต่อเนื่องและรุนแรงของหวง
ซานผิงนั้นทำให้ม่านวารีดอกบัวค่อยๆอ่อนลงจนกำลังจะถึงจุดแตกหัก
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องหญิงโจว ข้าสงสัยยิ่งนักว่าเจ้าจะสามารถต้านได้นาน
อีกเพียงไร!”
เส้นผมของหวงซานผิงนั่นสยายไปตามแรงลม สายตาของเขาเต็มไป
ด้วยความบ้าคลั่งขณะที่เขายกกระบี่ขึ้นด้วยแขนทั้งสองของเขาและ
กระโดดลงไปจากอินทรีวายุสวรรค์ปีกทอง เขาได้ชี้กระบี่ไปทางโจวซินอวี่
การโจมตีครั้งนี้จะสามารถทำลายม่านวารีดอกบัวของนางลงได้!
ริมฝีปากของโจวซินอวี่ไหลเต็มไปด้วยโลหิตและดวงตาของนางก็เต็ม
ไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ ในช่วงเวลานี้ นางไม่ได้หวังว่าจะมีชีวิต
อยู่ต่อไป นางยอมตายมากกว่าปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในมือของหวงซานผิง
กระบี่ในมือของโจวซินอวี่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและปล่อยเสียง
กรีดร้องออกมา ดวงตาของนางนั้นเบิกกว้างขึ้นและโคจรปราณแท้จนถึง
ขีดสุด นางได้กำลังที่จะปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของนาง แต่ในตอนนี้
เอง จู่ๆก็มีเสียงฟ้าคำรามกึกก้องขึ้นข้างหูนางและสายฟ้าสีม่วงสว่างขึ้น
บนท้องฟ้ายามราตรี
โจวซินอวี่ไม่ได้มีกระทั่งเวลาที่จะคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น นางเห็นแค่เงาที่
อยู่บนท้องฟ้าบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยเปลว
เพลิงและสายฟ้า พุ่งออกไปราวกับกับดาวตก ร่างนั้นได้ถือหอกเอาไว้ใน
มือและพุ่งตรงไปหวงซานผิง!
ในตอนนี้ เวลาเหมือนจะช้าลงและเสียงและความวุ่ยวายทั้งหมด
รอบๆดูเหมือนจะหายไป ในสายตาของโจวซินอวี่นั้น มีเพียงเปลวเพลิง
และสายฟ้า ร่างที่อยู่ในสายฟ้าและเปลวเพลิงแห่งสวรรค์และผมของเขา
สยายไปตามสายลมราวกับเป็นเทพแห่งสงคราม!
“ผิงเอ๋อ!”
หวงจื่อเซวียนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การโจมตีของศัตรูในครั้ง
นี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและยังเร็วเป็นอย่างมากอีกด้วย กระทั่งแม้แต่ผู้ที่
อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าเช่นหวงจื่อเซวียนก็ไม่สามารถ
ตอบสนองได้ทันท่วงที!
“เจ้าเป็นใครจึงกล้าทำเช่นนี้!?”
หวงจื่อเซวียนตะโกนออกไปและหมอกดำรอบๆตัวเขาได้ปะทุ
ออกมา เขาตบไปที่ฝ่ามือของเขาและหมอกควันสีดำก่อตัวเป็นอสรพิษ
ขนาดใหญ่ มันคำรามและพุ่งตรงไปยังหลินหมิง!
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเร่งรีบ หวงจื่อเซวียนจึงได้ใช่เคล็ดวิชาการ
เคลื่อนไหวที่เร็วที่สุดที่จะทำได้ แต่มันจะสามารถเทียบกันได้อย่างไรกับ
หลินหมิงที่รวบรวมความสามารถทั้งหมดในการในการโจมตีเดียวนี้!
ปัง!
อสรพิษขนาดใหญ่ได้ถูกผ่าครึ่ง หอกแห่งดาวหางม่วงยังคงมุ่งหน้า
ต่อไป!
“บ้าจริง!” เมื่อเป็นเช่นนี้ หวงซานผิงก็ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่
วิกฤติเป็นอย่างมาก เขาได้เปลี่ยนเพลงกระบี่กลางคันและกระบี่สีน้ำเงิน
หลายเล่มพุ่งเข้าไปปะทะกับหอกของหลินหมิง ในตอนนี้ เขาไม่ได้สนใจ
เกี่ยวกับระดับการบ่มเพาะของหลินหมิง เขาคิดแค่ว่ามันเป็นการโจมตี
จากผู้เชี่ยวชาญคนนึง
เปล้ง เปล้ง เปลง้ง เปล้ง!
ปราณกระบี่ได้กระแทกเข้ากับปราณแท้สีครามสั่นสะเทือน พวกมัน
ทั้งหมดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หอกอยู่ห่างเพียงแค่ 1000ก้าว ไม่อาจ
หยุดยั้งได้ แทงทะลวงเข้าไปที่หน้าอกของหวงซานผิง!
ฉึบ!
หวงซานผิงที่กำลังหยิ่งผยองในการต่อสู้ แต่หอกกลับสามารถทะลวง
ผ่านการป้องกันไปที่อกของเขาได้ เขาได้สำลักโลหิตออกมา ร่างกระเด็น
ออกไปราวกับว่าวที่ขาดสายป่าน