Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 344 สายฟ้าทำลายล้างเคล็ดวิชาปีศาจ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 344 สายฟ้าทำลายล้างเคล็ดวิชาปีศาจ
“เจ้า… เจ้าเป็นผู้ใดกัน?”
หวงจื่อเซวียนมองไปยังหลินหมิงด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่พวก
เขาจะไล่ตามหลินหมิงมาถึงที่นี่ ช่วงเวลาสั้นๆที่พวกเขาได้ต่อสู้กัน เขา
เห็นถึงระดับการบ่มเพาะของหลินหมิงอย่างชัดเจน แต่ในตอนนี้ หลินหมิ
งที่อยู่ตรงหน้าเขา ได้มีระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรช่วงปลายแล้ว!
ผู้ที่เพิ่งทะลวงระดับขั้นมาอยู่ในขั้นผสานชีพจร แต่กลับสามารถกลืน
กินเศษผลึกหัวใจปีศาจด้วยระดับการบ่มเพาะเพียงเท่านี้และยังไม่ตาย
แล้วยังมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีก… มีมนุษย์เช่นนี้อยู่ในโลกจริงๆหรือ?
หลินหมิงไม่มีเวลาที่จะสนใจเรื่องไร้สาระของหวงจื่อเซวียน หลังจาก
ที่เขากลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจและผสานไขกระดูกของเขา ร่างกายของ
เขาก็สร้างโลหิตใหม่ขึ้น ถึงแม้เขาจะทะลวงระดับมายังขั้นผสานชีพจรช่วง
ปลายได้อย่างราบรื่น กระบวนการในการสร้างโลหิตขึ้นมาใหม่หลังจาก
ผสานกระดูกนั้น แทบจะใช้ปราณแท้ของเขาไปเกือบหมด พลังงานที่เขา
ใช้ในตอนนี้นั้น… เกือบทั้งหมดมาจากปราณแท้ที่ซ่อนอยู่ภายในเมล็ด
พันธุ์เทพทรราช แต่ปราณแท้เช่นนี้ผลาญพลังรวดเร็วยิ่ง มันคล้ายกับการ
เปิดใช้เคล็ดวิชาปราณเทพทรราชคลั่ง ซึ่งมันจะคงอยู่ได้ไม่นาน
แขนขวาของหลินหมิงสั่น หอกแห่งดาวหางม่วงพุ่งออกไป!
ปราณแท้สีครามกู่ก้องในอากาศ พื้นที่รอบๆปลายหอกเริ่ม
สั่นสะเทือน
หวงจื่อเยี่ยนสีหน้ามืดลง เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ดูเหมือนว่าเจ้า
อยากจะตายไวๆสินะ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าด้วยกระบวนท่า
เดียวเช่นนั้นหรือ? อย่าให้ข้าต้องใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามของสำนักคว้าจันทร์
จะดีกว่า! มิเช่นนั้นพวกเราจะต้องตายทั้งคู่!”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘เคล็ดวิชาต้องห้าม’ หลินหมิงก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่
โจวซินอวี่กลับหน้าซีด เห็นได้ชัดว่า เคล็ดวิชาต้องห้ามที่หวงจื่อเซวียนก
ล่าวออกมานั้นมิได้หลอกลวงแต่อย่างใด
“ท่านหลิน เคล็ดวิชาต้องห้ามของสำนักคว้าจันทร์นี้ได้มาจากการบุก
เมืองจักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบ พวกเราได้รับแผ่นหยกที่บรรจุเคล็ด
วิชาปีศาจมากว่าครึ่ง ซึ่งการจะใช้ ‘วิชาต้องห้ามเงาโลหิต’ นั้น ผู้ใช้
จะต้องจ่ายด้วยพลังชีวิตและการบ่มเพาะของตน พลังของวิชานี้ทรงพลัง
อย่างยิ่ง!” โจวซินอวี่รีบส่งกระแสปราณเสียงไปบอกหลินหมิงโดยเร็ว การ
ต่อสู้นี้ขึ้นอยู่กับหลินหมิง นางจึงต้องแจ้งให้เขาทราบ
หวงจื่อเซวียนสามารถคาดเดาได้จากสีหน้าของโจวซินอวี่ ว่านางได้
ส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปบอกหลินหมิง และรอยยิ้มที่พึงพอใจก็ปรากฏ
ขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาขู่ว่า “เจ้าหนู ให้ข้าแนะนำอะไรเจ้าสักอย่าง
เมื่อใดที่ข้าใช้วิชานี้ เจ้าจะต้องตายอย่างมิต้องสงสัย แต่ข้าก็มิอยากจะ
ทำลายพลังชีวิตและการบ่มเพาะของข้า เทียบกับชีวิตข้าแล้ว สมบัติของ
สำนักคว้าจันทร์ที่ถูกทิ้งไว้ก็ล้วนมิมีอันใด! หากเจ้าเห็นด้วย เช่นนั้นข้าจะ
ปล่อยเจ้าไป เจ้าสามารถเอาสมบัติบางอย่างไปได้ มิเช่นนั้น… เจ้าจะต้อง
ตาย!”
หลินหมิงมิได้มีปฏิกิริยาใดๆต่อคำกล่าวของหวงจื่อเซวียน มีเพียงสิ่ง
เดียวที่ตอบสนองนั้นก็คือหอกของหลินหมิง มันล้อมรอบไปด้วยคลื่นของ
สายฟ้าและเปลวเพลิง!
หึมมมม!
อากาศสั่นสะเทือน ปราณแท้กู่ร้องออกมา
สีหน้าของหวงจื่อเซวียนกลายเป็นน่าเกลียด “เจ้าบีบให้ข้าต้องใช้มัน
เองนะ! เคล็ดวิชาลับเงาโลหิต!”
พรึบ!
เส้นของโลหิตนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นบนแขนของหวงจื่อเซวียน ปราณ
แท้ของเขาผสานเข้ากับโลหิต และกลายเป็นหมอกโลหิต ทันใดนั้น หมอก
ทมิฬที่อยู่รอบตัวเขาก็ได้กลายเป็นหมอกสีแดงฉาน
ดวงตาหวงจื่อเซวียนกลายเป็นแดงก่ำ กล้ามเนื้อบนแขนโป่งพอง
เล็บของเขายาวเฟื้อยราวกับกงเล็บปีศาจ ดวงตาเต็มไปด้วยความ
กระหายเลือด วิชาต้องห้ามเงาโลหิตนี้ไม่เพียงจะทำลายพลังชีวิตและการ
บ่มเพาะของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเจตจำนงของผู้ใช้ด้วย เมื่อใช้มัน
พวกเขาจะไม่สามารถควบคุมความกระหายเลือดที่อยู่ภายในใจได้
“ตาย!”
หวงจื่อเซวียนพุ่งเข้ามาพร้อมกับกรงเล็บปีศาจที่ยาวเฟื้อย ตามมา
ด้วยเสียงของภูติผีที่ร้องโหยหวน สายลมและอากาศที่กระหายเลือด
สายลมโลหิตที่เกิดขึ้นนี้มิใช่ภาพมายา แต่เป็นโลหิตจริง… โลหิตของ
หวงจื่อเซวียน
หลินหมิงเผชิญหน้ากับกรงเล็บปีศาจที่ยาวเฟื้อย เขาหรี่ตาลง
“โฮกกกกกกก!”
เสียงคำรามของมังกรดังก้องถึงสวรรค์ ในตอนนั้นเอง เสียงคำรามนี้
ได้แยกแผ่นฟ้าและทลายหินผา ความน่าเกรงขามของมังกรแผ่กระจาย
ครอบคลุมทั่วทุกที่ ทำให้จิตใจและร่างกายของผู้ที่ได้ยินสั่นสะท้าน
ช่วงสั้นๆนี้ราวกับเป็นภาพมายา ราวกับความฝัน มังกรวารีสีม่วง
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชได้คำรามออกมา และ
กลายเป็นภาพเงาของมังกรวารีสีม่วงได้ปะทะเข้ากับกรงเล็บปีศาจ
บึมมมม!
กรงเล็บปีศาจแตกออก คลื่นกระแทกแผ่ออกไปทั่วทุกทิศทาง
ทำลายหินจนกระจัดกระจายไปทั่วทุกที่ ผืนดินบริเวณโดยรอบถูกรื้อถอน
แต่ท่ามกลางหมอกโลหิตเหล่านั้น มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้
ทะลวงผ่าน ไปปะทะกับหวงจื่อเซวียน
หวงจื่อเซวียนหน้าซีดทันที “สายฟ้านี่คือสิ่งใดกัน!?”
พลังสายฟ้าเป็นสิ่งที่สะกดข่มพลังภูติ ผี ปีศาจได้มากที่สุด ในช่วง
พายุ เหล่าภูติผีไม่อาจจะเกิดขึ้น เหล่าผู้ที่บ่มเพาะเคล็ดวิชาปีศาจหรือ
เคล็ดวิชาภูติผี จะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านและสลายไป เมื่อเผชิญหน้ากับทัณฑ์
สวรรค์ในส่วนของทัณฑ์สายฟ้า สำหรับมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่
เป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับสูง และยังแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามของ
มังกร โลหิตของหลินหมิงก็ได้ผสานเข้ากับโลหิตของมังกรที่แท้จริง แล้ว
เคล็ดวิชาปีศาจอันต่ำต้อยจะสามารถต่อต้านมันได้อย่างไรเล่า?
เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงคำรามของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
หวงจื่อเซวียนไม่มีเวลาคิดอีกต่อไป เขากัดลิ้นตนเองและพ่นปราณโลหิต
ออกมา หมอกสีโลหิตได้กลายเป็นโล่อยู่ด้านหน้าของเขา ป้องกันการ
โจมตีของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ปังงงงง!
โล่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ หวงจื่อเซวียนร้องโหยหวนออกมาใน
ขณะที่กระเด็นออกไป หลินหมิงไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้หายใจ เขารีบใช้
ย่างก้าววิหคทองคำถลาลมตามไปทันที ทันใดนั้นเขาก็มาปรากฏใกล้กับ
หวงจื่อเซวียน และพุ่งหอกออกไป!
พลังของเพลิงและสายฟ้าปะทุออกมา หลินหมิงใช้พลังเพลิงสายฟ้า
แห่งการทำลายล้างที่แท้จริงออกไป 20%!
พลังงานอันน่าหวาดกลัวพุ่งออกไปจากหอก เกิดเป็นสูญญากาศขึ้น
ใบหน้าของหวงจื่อเซวียนบิดเบี้ยว เขารวบรวบพลังทั้งหมดเพื่อโต้กลับไป
เขากวาดกงเล็บปีศาจออกไป หลบหอกแห่งดาวหางม่วงและเล็งไปยังชาย
โครงของหลินหมิง มีเพียงการโจมตีไปยังร่างของหลินหมิงเท่านั้น ถึงจะ
บังคับให้เขาถอยกลับไป
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงจะให้โอกาสเขาทำเช่นนั้นหรือ? หลินหมิง
ปล่อยมือจากหอกและพุ่งถอยหลังออกไป แต่กลับปรากฏโซ่สีเพลิงในมือ
ของเขาเชื่อมต่อไปยังหอก และเขาก็พุ่งหอกแห่งดาวหางม่วงออกไป!
ฉึบ!
หอกแห่งดาวหางม่วงเสียบทะลวงร่างของหวงจื่อเซวียนอย่าง
ง่ายดาย พลัง 20% ของเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างนั้นไม่ได้ระเบิด
ออกมา แต่มันกลับเป็นพลังที่บ้าคลั่งและรุนแรงแทรกเข้าไปในร่างของ
หวงจื่อเซวียน ฉีกกระชากอวัยวะภายในและชีพจรออกเป็นชิ้นๆ
หวงจื่อเซวียนสำลักโลหิตออกมา และแววตาที่ไร้ความหวังแวบ
ขึ้นมาในดวงตาของเขา ตันเถียนของเขาไม่ได้ถูกทำลาย เช่นนั้นเขาจึงไม่
ตายในทันที แต่เขาสามารถอยู่ต่อไปได้อีกเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
เคล้ง!
โซ่สีแดงเพลิงถูกกระชาก และหอกแห่งดาวหางม่วงก็ถูกดึงกลับมา
เมื่อหอกหลุดออกมา โลหิตก็สาดกระเซ็นไปทั่ว ร่างของหวงจื่อเซวียนก็
ตกลงบนพื้น
เมื่อเห็นโลหิตของหวงจื่อเซวียนไหลย้อมก้อนหินจนเป็นสีแดง ผู้
ควบคุมอินทรีย์และน้องสามของหวงจื่อเซวียนหน้าซีด พวกเขาไม่
อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ผู้อาวุโสสายนอกของสำนักคว้าจันทร์อย่าง
หวงจื่อเซวียน ผู้ที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้ากลับ
ถูกสังหารภายในเวลาไม่ถึง 10 ลมหายใจ โดยเด็กคนหนึ่งเช่นนั้นหรือ!??!
การต่อสู้รวดเร็ว กระบวนท่ารุนแรง มันเป็นสิ่งที่ทำให้งุนงงและไม่
คาดคิด!
แต่ในตอนนี้เอง หลินหมิงหันกลับมา แววตาที่เย็นเยือกแผ่ออกไป ผู้
ที่ติดตามหวงจื่อเซวียนมารู้สึกราวกับว่าหัวใจจะหลุดออกมาจากอก
ผู้ควบคุมอินทรีย์หวาดกลัวจนถึงจุดที่ล้มคว่ำลงบนพื้น แต่สองนักสู้
ขั้นปราณต้นฟ้าชำเลืองมองอีกฝ่าย และปราศจากคำกล่าวแม้แต่คำเดียว
พวกเขาก็ใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนไหวแยกกันไปคนละทาง รีบหลบหนีไป!
“คิดจะหนีเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงเค้นเสียงอย่างเย็นชา จากนั้นจึงใช้ย่างก้าววิหคทองคำถลา
ลมและวิถีแห่งลม เขาปล่อยนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลางเอาไว้ก่อน
และไล่ตามนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายที่ถูกเรียกว่าน้องสามแทน!
ความเร็วของหลินหมิงมิได้อยู่ที่ความแข็งแกร่งของเขา แต่ก็มีเพียง
อัจฉริยะมหึมาที่มีความเร็วสูงอย่างเจียงเป่าอวิ้นถึงจะเทียบกับเขาได้
ในตอนนี้ หลินหมิงได้ทะลวงระดับอย่างต่อเนื่อง และความเข้าใจในวิถี
แห่งลมก็เพิ่มขึ้น แล้วนักสู้ทั่วไปขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายจะเทียบกับเขา
ได้อย่างไร?
ขณะที่ทั้งสองกำลังหนีไป หลินหมิงก็ตามทันในไม่กี่ลมหายใจ
หอกพุ่งออกไป
ลื่นไหลดุจแพรไหม!
ปราณแท้สั่นสะเทือนทั้ง 10,000 เส้นกู่ร้อง เกิดเป็นคลื่นตาข่ายที่มิ
อาจหลบพ้น พุ่งไปปิดกั้นทางหนีเอาไว้
“อ๊าก!”
ชายที่ถูกเรียกว่าน้องสามร้องโหยหวน และใช้กระบี่ฟันไปยังตาข่าย
ปราณแท้สีครามที่ปิดกั้นทางหนีไว้ อย่างไรก็ตาม ปราณแท้สีคราม
หนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง แล้วเขาจะตัดมันได้อย่างไร? ไม่เพียงแค่นั้น แต่
ในขณะที่เขาติดตาข่ายอยู่นี้ พลังสั่นสะเทือนก็ได้ไหลเข้ามาในกระบี่ของ
เขา ทำให้โลหิตปั่นป่วนและกระบี่ในมือสั่นจนแทบจะหลุดออกจากมือ
“ได้โปรด!”
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นตาย น้องสามร้องออกมาด้วยความ
หวาดกลัว อย่างไรก็ตาม หลินหมิงมิได้ปราณีแต่อย่างใด หอกพุ่งไปเสียบ
ตันเถียนของเขา บิดปราณแท้ของเขา ตันเถียนของชายผู้นี้ถูกทำลาย
โลหิตไหลออกมาจากศีรษะ และตกตายไปในทันที
หลินหมิงหยิบเอาแหวนมิติของชายผู้นั้น ก่อนจะดึงหอกกลับมา
จากนั้นก็หันหน้าไปอีกทาง ไล่ตามนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลางไป
ถึงแม้ระดับการบ่มเพาะของหลินหมิงจะอยู่ในขั้นผสานชีพจรช่วง
ปลาย ด้วยความแข็งแกร่งของเขาแล้ว การจะไล่ตามคนผู้หนึ่งเป็นเรื่อง
ง่าย แต่การไล่ตามสองคนที่อยู่คนละทิศกันก็ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย
ด้วยพลังจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของหลินหมิงในปัจจุบัน เขาก็ยังไม่
สามารถระบุตำแหน่งของผู้อื่นได้อย่างสมบูรณ์ ในหุบเขารกร้างอันกว้าง
ใหญ่นี้ มีซอกหินอยู่ทั่วทุกที่ หากชายผู้นี้เลือกจะหลบซ่อน เช่นนั้นก็คง
ยากที่จะหาพบ
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้มีเพียงคนเดียว เขายังมีมังกรปีกวารี
ในขณะที่หลินหมิงไล่ตามน้องสามไป ชื่อเหยียนก็ไล่ตามนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงกลางไปเช่นกัน ถึงแม้ชื่อเหยียนจะยังเด็ก แต่ความ
แข็งแกร่งของมันก็เทียบเท่านักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าที่มาจากสำนักแล้ว มัน
สามารถไล่ตามและต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้าด้วยตัวเองได้
เมื่อถูกชื่อเหยียนไล่ตามมา ชายคนนั้นก็กังวลเป็นอย่างมาก ความ
แข็งแกร่งของเขามีขีดจำกัด เขาไม่สามารถทำอะไรชื่อเหยียนได้เลย เขา
ได้ลองโจมตีมันหลายครั้งแต่ก็ไม่เกิดผลอันใด ซึ่งมันเป็นการเสียเวลาไป
เปล่าๆ
ในตอนนี้เอง หลินหมิงก็ได้มาถึง เขาถือหอกแห่งดาวหางม่วงที่ถูก
ย้อมเป็นสีแดงด้วยโลหิต ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยผ้าขี้ริ้ว และกลิ่นอาย
ที่แผ่ออกมาราวกับปีศาจกระหายเลือด
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายคนนั้นจึงหวาดกลัวแทบสิ้นสติ
“ท่านวีรบุรุษได้โปรดให้อภัยข้า ข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่งของ
หวงจื่อเซวียน! ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์…”
เสียงของเขาขาดหายไปทันที หลินหมิงได้แทงหอกไปยังตันเถียนข
องชายคนนั้น!
“บริสุทธิ์หรือ” หลินหมิงเค้นเสียงอย่างเย็นชา
ในโลกนี้ ไม่มีผู้ใดบริสุทธิ์
หากผู้ใดพยายามที่จะสังหารผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
เช่นนั้นก็ควรจะเตรียมตัวยอมรับความตายเป็นการแลกเปลี่ยน
การที่มือเปื้อนเลือดและตื่นเต้นที่ได้สังหารผู้อื่น แต่กลับกล้าบอกว่า
ตนเป็นผู้บริสุทธิ์… เมื่ออยู่เบื้องหน้าประตูแห่งความตาย คนเช่นนี้ควรจะ
ตายเร็วกว่านี้
หลินหมิงหยิบเอาแหวนมิติของชายคนนั้นมา กระโดดขึ้นไปบนหลัง
ของชื่อเหยียน
หวงจื่อเซวียนได้ตายแล้ว พร้อมกับความหวังที่ไม่อาจเป็นจริง ข้อมือ
ของหวงซานผิงถูกหักโดยหลินหมิง สำหรับนักสู้ขั้นผสานชีพจรทั่วไป
ข้อมือหักนั้นไม่ร้ายแรงมากนัก แต่ก่อนหน้านี้ หวงซานผิงที่ได้ต่อสู้กับ
หลินหมิง และบาดเจ็บหนักจนต้องใช้โอสถช่วย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่มี
ความแข็งแกร่งพอที่จะต่อต้านเลย
เมื่อเห็นหลินหมิงกลับมา สีหน้าของหวงซานผิงเต็มไปด้วยความ
หวาดกลัวอย่างยิ่ง ราวกับชายที่โดนโทษประหาร ทำได้เพียงแค่รอความ
ตาย
มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่เกรงกลัวความตาย โดยเฉพาะเหล่าผู้มีพรสวรรค์
ในสำนัก ริมฝีปากหวงซานผิงสั่นสะท้าน และกล่าวถามออกไปด้วยเสียงที่
สั่นเครือว่า “เจ้า… เจ้าคือหลินหมิงเช่นนั้นหรือ?”