Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 345 ถือกำเนิดใหม่
หวงซานผิงริมฝีปากสั่นทะท้าน และกล่าวเสียงด้วยเสียงสั่นเครือว่า
“เจ้า… เจ้าคือหลินหมิงเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงชำเลืองมองขณะที่หวงซานผิงกำลังประหลาดใจอยู่ เขาไม่
คาดคิดเลยว่าแมวน้อยที่อยู่ตรงหน้าของเขาจะกล้าสงสัยตัวตนของเขาใน
ช่วงเวลาก่อนที่มันจะตาย แต่มันก็ไม่ยากที่จะคาดเดา เพราะพลังที่เขาได้
แสดงออกไปนั้น มีเพียงผู้เป็นตัวตนอัจฉริยะสูงสุดของสำนักเท่านั้นที่จะ
พึงมี และที่แห่งนี้ก็ยังเป็นเขตแดนของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ชื่อเสียงของเขา
เองก็เลื่องลือไปทั่วซักพักแล้ว ตั้งแต่ที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ประกาศให้
เขาเป็นเพียงผู้เดียวที่มีพรสวรรค์ระดับสวรรค์
ในตอนนี้ หลินหมิงไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกแล้ว เขาผงกศรีษะ
อย่างไม่ใส่ใจมากนักและกล่าวว่า “ใช่แล้ว”
“เช่นนั้นเป็นเจ้า…” รอยยิ้มที่อึดอัดใจปรากฏบนใบหน้าของเขา
ในขณะที่เขายิ้ม ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและดูราวกับว่าทั้งกำลังหัวเราะและ
ร้องไห้
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่เข้าร่วมโครงการฝึกฝนอัจฉริยะของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เขาจะไม่ได้ยินชื่อเสียงของหลินหมิงที่มีรายชื่อในผู้มี
พรสวรรค์ระดับสวรรค์ได้อย่างไร ผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับสวรรค์สามารถที่
จะได้รับการปฎิบัติเทียบเท่าศิษย์หลักของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
มีผู้คนมากเท่าใดกันที่อิจฉาเขา?
มีผู้คนมากเท่าใดกันที่ริษยาเขา?
หวงซานผิงมักจะเป็นชายที่ริษยาผู้อื่นเสมอ เมื่อเขาได้ยิน ความ
ริษยาก็ผุดขึ้นมาในใจของเขาทันที ทำให้เขาดูราวกับไร้ความสามารถ เขา
จะมักคิดเสมอว่าสักวันนึง เขาจะจัดการกับหลินหมิง แต่เขาไม่เคยคิดเลย
ว่า…
อัจฉริยะหรือ? ไร้สาระยิ่งนัก!
หวงซานผิงมักจะถูกยกย่องว่าเป็นอัจริยะเสมอมาตั้งแต่ยังเด็ก
ในตอนนี้ คำเยินยอเหล่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดเช่นหลินหมิง
มันก็มิต่างจากเรื่องน่าขัน และต่อหน้าสัตว์ประหลาดเช่นนี้ เขาไม่มี
ความสามารถที่จะต่อต้านเลย หวงซานผิงคิดว่าหากตนได้ครอบครอง
ทรัพยากรที่เหลือไว้ของสำนักคว้าจันทร์ เช่นนั้นในอนาคตเขาคงสดใส
เขาจะกลายเป็นผู้กล้าของทวีปนภารินไหล แต่ในตอนนี้ ความหวังและ
ความฝันเหล่านั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่เรื่องน่าขบขันและไร้สาระสิ้นดี
สัตว์ประหลาดเช่นหลินหมิงที่สามารถกลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลง
ไปทั้งที่มีเพียงระดับการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจร เผชิญหน้ากับตัวตนเช่นนี้
แล้วเขาจะมีความสามารถใดที่จะเทียบกันได้อยู่อีกหรือ?
หลินหมิงมองไปยังโจวซินอวี่และกล่าวว่า “เจ้าอยากที่จะสังหารพวก
มันด้วยตนเองหรือไม่?”
หลินหมิงคาดว่าความเกลียดชังและความแค้นระหว่างหวงซานผิง
และโจวซินอวี่คงจะฝังลึก หากนางจบชีวิตของหวงซานผิงด้วยตัวของนาง
เอง มันก็จะง่ายที่จะคลายจิตวิญญาณและความคิดที่ถูกครอบงำ
โจวซินอวี่จ้องมองไปยังหวงซานผิงด้วยความโกรธแค้นในดวงตาของ
นาง ถึงแม้หวงซานผิงจะบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังไม่อาจที่จะลบเลือน
ความโกรธแค้นภายในจิตใจของนางได้ นางเกือบถูกจับไปโดยเขา และ
หากเป็นเช่นนั้น นางจะต้องทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตาย และถูกปู้ยี่ปู้ยำทุกวัน
เมื่อคิดถึงเรื่องเช่นนั้น ตัวของโจวซินอวี่ก็สั่นสะท้าน
โจวซินอวี่กัดฟันของนางแน่น และดึงเอากระบี่สมบัติออกมาจาก
แหวนมิติ และแทงเข้าไปยังหัวใจของหวงซานผิง
โลหิตกระฉูดออกมา และดวงตาของหวงซานผิงกลายเป็นไร้ชีวิต
ขณะที่หลินหมิงมองดู เขาก็ถอนหายใจ อัจฉริยะอีกคนได้ตกลงมาจาก
ท้องฟ้าแล้ว
บนเส้นทางแห่งนักสู้ ผู้ที่ใช้ชีวิตทั่วไปอาจจะมีชีวิตที่ดี แต่เหล่า
อัจฉริยะอาจจะตายได้ทุกเวลา
แน่นอน สำหรับสำนักใหญ่เช่นเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หวงซานผิงนั้น
ไม่อาจถูกนับว่าเป็นอัจฉริยะด้วยซ้ำ เขาคงติดขอขวดอยู่นานก่อนที่จะเข้า
สู่ขั้นปราณปลายฟ้า
ขั้นปราณปลายฟ้า ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และแม้กระทั่งขั้นที่เหนือ
ขึ้นไป ทุกๆระดับขั้น มีเหล่านักสู้มากมายที่ไม่อาจก้าวหน้าไปได้
สำหรับอัจริยะที่มีพรสวรรค์มากยิ่งกว่าหวงซานผิง – เช่นฉินหวู่ซิน –
ความก้าวหน้าของนางก็จะหยุดลงที่ขั้นปราณปลายฟ้า และสำหรับอัจริ
ยะที่เหนือขึ้นไปอีกเช่น – เจียงเป่าอวิ้น – เขาอาจจะขึ้นไปยังขั้นหลอม
รวมแก่นแท้แล้วความก้าวหน้าของเขาก็จะหยุดลง
สำหรับอัจฉริยะที่เหนือยิ่งกว่าเจียงเป่าอวิ้น – เช่นมู่เฉวี่ยนหยี่ –
ความก้าวหน้าของนางอาจจะหยุดลงเมื่อกลายเป็นจักรพรรดิ…
เส้นทางแห่งนักสู้นั้นไร้ที่สิ้นสุด หลินหมิงรู้สึกด้วยจิตวิญญาณของตน
ว่าหากไม่ได้ใช้ทุกโอกาสที่มีในการบ่มเพาะ เช่นนั้นความก้าวหน้าของเขา
ก็จะหยุดลงด้วยมือของตนเอง!
หลังจากที่ได้เป็นพยานในสงครามของแดนเทวะ ขอบเขตวิสัยทัศน์
ของหลินหมิงเกินกว่าทวีปนภารินไหลและอยู่บนจุดสูงสุด เขาจะไม่มีวัน
อิ่มเอมกับความสำเร็จที่เขาได้บรรลุ
เขารู้ดีว่าตนนั้นเป็นเพียงแค่กบในกะลาที่มีโอกาสได้ออกไปผจญโลก
ภายนอกเพียงชั่วครู่และกลับมา แม้แต่ในขั้นพื้นฐานที่สุดขอบเขตกายผัน
แปร กายผันแปรขั้นผสานไขกระดูกนั้นในทวีปแห่งนี้ยังมีข้อมูลเพียง
เล็กน้อยเกี่ยวกับมัน
หลินหมิงคาดเดาว่าในการทีจะเติมเต็มขั้นผสานไขกระดูกของเขาให้
สมบูรณ์นั้น เขาจำเป็นที่จะต้องใช้โอสถเปิดทางสวรรค์นับพัน
ถึงแม้เศษผลึกหัวใจปีศาจจะทรงพลัง หากมีมันนับ 10 ก็ยังไม่
สามารถที่จะเทียบเท่าโอสถเปิดทางสวรรค์นับพันได้ แต่ด้วยการ
ช่วยเหลือของเศษผลึกหัวใจปีศาจครึ่งซีก การผสานไขกระดูกของหลินห
มิงจึงสำเร็จเพียงส่วนนึงเท่านั้น ต่อให้มีเศษผลึกหัวใจปีศาจนับสิบก็ยังไม่
สามารถทำให้เขาสามารถผสานไขกระดูกได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางของการผสานไขก็ดูก คุณภาพย่อมสำคัญ
กว่าปริมาณ โดยปกติแล้ว การกลืนกินโอสถครั้งแรกจะได้ผลดีที่สุด
หลังจากนั้น ผลของโอสถจะลงทุกครั้งที่กินเข้าไป ถึงแม้โอสถเปิดทาง
สวรรค์นั้นจะดี หากได้กลืนกินเข้าไป 1-2 พันเม็ด หลินหมิงก็จะถึง
ขีดจำกัดของผลโอสถที่จะได้รับ หากกินเข้าไปมากกว่านี้อีก จะไม่เกิด
ประโยชน์อันใดอีกเลย
เศษผลึกหัวใจปีศาจเป็นโอสถที่มีระดับสูงและประสิทธิภาพสูงกว่า
มากเมื่อเทียบกับโอสถเปิดทางสวรรค์ แต่จะเกิดสิ่งใดขึ้นหากเขากินเข้า
ไปนับสิบ?
หลินหมิงไม่แน่ใจนัก แต่ต่อให้เลวร้ายที่สุด เขาน่าจะผสานไขกระดูก
ได้ถึง 60-70% ด้วยความสำเร็จระดับนี้ เขาก็จะไม่จำเป็นที่จะต้องเกรง
กลัวโอวหยางปั่วเยี่ยนอีกต่อไปแล้ว
เขาอาจจะสามารถสังหารโอวหยางปั่วเยี่ยนได้ในอย่างรวดเร็วก็
เป็นได้
หากความคิดนี้ของหลินหมิงถูกนักสู้คนอื่นรับรู้เข้า พวกเขาอาจจะ
ตายเพราะสำลักโลหิตด้วยความโกรธมากเกินไป สิ่งที่ล้ำค่าเช่นโอสถ
เปิดทางสวรรค์ยังต้องใช้มันนับพันเม็ด หากพวกเขาไม่ได้ถูกสายฟ้าผ่า
ตาย พวกเขาก็คงจะตายด้วยความโกรธเคืองอยู่ดี
หลังจากที่จัดการกับหวงจื่อเซวียน หลินหมิงก็กลับไปหาโจวซินอวี่
และเริ่มค้นสิ่งของในแหวนมิติ
หลินหมิงไม่ได้หวังเอาไว้มากว่าคนเหล่านี้จะมีสมบัติใดที่น่าสนใจ
อัจฉริยะจากสำนักระดับ 3 สิ่งของต่างๆจะตกเป็นของเขา
หลังจากสำรวจทุกอย่าง มันมีสมบัติระดับมนุษย์ขั้นสูงหลายชิ้น แผ่น
หยกเคล็ดบ่มเพาะ หินลมปราณแท้ระดับต่ำหลายพันก้อน และขวดโอสถ
บางอย่าง มันไม่มีโอสถเปิดทางสวรรค์อยู่ในนี้เลยซักเม็ด
เขาไม่รู้เลยว่าเหตุผลที่หวงซานผิงขาดแคลน ก็เพราะเขาได้ให้โอสถ
เปิดทางสวรรค์กับหวงจื่อเซวียนได้กลืนกินมันลงไป
แผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะต่างๆเขาได้คืนมันกลับไปให้โจวซินอวี่ โดย
ปกติแล้วเขาไม่จำเป้นที่จะต้องคิดเช่นนี้ เขาสามารถเก็บสมบัติและโอสถ
ไว้ใช้ในอนาคตหรือเก็บไว้ให้กับผู้อื่น สำหรับหินลมปราณแท้ระดับต่ำ มัน
สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ และของอย่างอื่นเขาก็ไม่ได้หวังอะไร
มาก ตระกูลหลินเองก็ไม่ต้องการเช่นกัน เขาเตรียมที่จะโยนมันทิ้ง แต่ใน
ตอนนั้นเอง เขาได้ชำเรืองไปพบกับบางอย่างที่น่าสนใจ
มันไม่ใช่สิ่งของจากหวงซานผิงหรือของหวงจื่อเซวียน แต่กลับเป็น
ของผู้ควบคุมอินทรีย์ที่แสนอ่อนแอ มันเป็นแผ่นหยกโบราณที่บรรจุเคล็ด
วิชาบางอย่างที่เรียกว่า เคล็ดวิชาสื่อวิญญาณ
โดยรวมแล้ว มันคือวีธีการลึกลับที่ใช้สื่อสารกับสัตว์อสูร ผู้ควบคุม
อินทรีย์นี้แทบไม่มีอันใดเมื่อเป็นเรื่องของการบ่มเพาะหรือพรสวรรรค์นัก
สู้ เขาอายุ 40-50 ปีกลับมีระดับการบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นผสานชีพจรช่วง
ต้นและยังอาศัยโอสถในการทะลวงอีกด้วย ความสามารถในการต่อสู้ของ
เขานั้นแทบไม่ได้ต่างไปจากนักสู้ทั่วไป ความจริงแล้วแย่ยิ่งกว่า
อย่างไรก็ตาม เขากลับมีพรสวรรค์ในด้านการติดต่อสื่อสารกับสัตว์
อสูร เขาได้รับการแต่งตั้งโดยสำนักคว้าจันทร์ให้เป็นผู้ควบคุมอินทรีย์วายุ
สวรรค์ปีกทอง มันดูเหมือนว่าพรสวรรค์อันล้ำเลิศนั้นจะมีความเกี่ยวข้อง
กับแผ่นหยกโบราณนี้
ถึงแม้แผ่นหยกนี้ดูเหมือนไม่อาจใช้งานได้จริง และดูเหมือนเป็นเรื่อง
ตลกมากว่า ถึงอย่างนั้น หลินหมิงก็ยังเก็บมันลงไปในแหวนมิติ
“ไปกันเถอะ พวกเราจะหาถ้ำเพื่อพักผ่อน ข้าจำเป็นจะต้องเข้าฌาน
เพื่อฟื้นฟูปราณแท้” หลินหมิงกล่าวกับโจวซินอวี่
“อืม” โจวซินอวี่ผงกศีรษะอย่างเหม่อลอย เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นต่างก็
ทำให้จิตใจของนางตกตะลึงจนเกินไป หลินหมิงที่มีระดับการบ่มเพาะขั้น
ผสานชีพจรกลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไปและยังไม่ตาย ไม่เพียงแค่
นั้น แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้แสดงพลังออกมาโดยการสังหารหวงจื่อเซวียน
ได้ในเวลาไม่ถึง 10 ลมหายใจ!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้โจวซินอวี่ตกอยู่ในความสับสนคือ เศษผลึก
หัวใจปีศาจควรที่จะเป็นโอสถระดับสูงที่มีอย่างน้อยจะต้องเป็น
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าถึงจะสามารถทนต่อผลของโอสถที่รุนแรง
ได้ ในเมื่อหลินหมิงได้กลืนกินมันลงไปครึ่งหนึ่งในตอนที่อยู่ระดับขั้นผสาน
ชีพจร ระดับการบ่มเพาะของเขาควรที่ก้าวกระโดดทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณ
ต้นฟ้าได้ในทันที แต่ในตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเขากับเพิ่มขึ้นเพียง
แค่เล็กน้อยคือเขาหยุดอยู่เพียงขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย?
โจวซินอวี่ไม่อยากที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้เลยจริงๆ แต่นางก็ตัดสินใจ
ว่าจะไม่กล่าวถามถึงเรื่องนั้น
ทั้งสองได้พบถ้ำอยู่ในภูเขาอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ รุ่งอรุณได้มาเยือน
ภายในถ้ำ มีสระน้ำลึกที่ไหลมาจากภูเขา มันเย็นและใสอย่างยิ่ง “ข้า
จะไปอาบน้ำ เจ้ารอข้าอยู่ที่ปากถ้ำแล้วกัน”
ทั่วร่างของหลินหมิง ปกคลุมไปด้วยโลหิต เสื้อผ้าที่ขาดและเศษ
ผิวหนังสีแดง และทั่วร่างของเขาก็ยังสกปรกมาก หากมิได้อาบน้ำโดยเร็ว
เขาคงต้องถูกมองแปลกๆเป็นแน่
“อืม” โจวซินอวี่ผงกศีรษะ และจากนั้นจึงรออยู่ที่ทางเข้าอย่าง
เงียบๆ
หลินหมิงเสร็จจากการอาบน้ำในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และสวมใส่
เสื้อผ้าชุดใหม่จากในแหวนมิติ เขายังได้กลืนกินโอสถฟื้นฟูปราณแท้
ระดับสูงเข้าไปอีกด้วย และนั่งสมาธิเข้าฌานในช่วงเวลาสั้นๆ ปราณแท้
ภายในร่างของเขาใกล้ฟื้นฟูเสร็จ และเมล็ดพันธุ์เทพทรราชก็ได้บีบอัด
ปราณแท้เอาไว้จนถึงขีดสุดอีกครั้ง
จากนั้น หลินหมิงจึงเรียกโจวซิอวี่เข้าไปในถ้ำ
เมื่อโจวซินอวี่เห็นหลินหมิงที่ได้อยู่ในชุดที่สะอาดใหม่เอี่ยม ไร้ซึ่ง
รูปลักษณ์เต็มไปด้วยโลหิตหรือเศษผิวหนังของเขา นางจึงตกตะลึง
หลังจากที่ผสานไขกระดูกเบื้องต้นได้สำเร็จ หลินหมิงก็ได้เปลี่ยนไป
อย่างมาก ภายใต้เศษผิวหนังเก่าคือผิวหนังใหม่ มันอ่อนนุ่มราวกับผิวเด็ก
ร่างกายของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยศักยภาพและความแข็งแรง มี
กล้ามเนื้อเล็กน้อยเหมือนจะแสดงให้เห็นถึงว่ามีสุขภาพที่ดีทำให้
รูปลักษณ์ของเขาดูงดงามราวกับพยัคฆ์ที่สง่างาม
ความสูงของเขาเองก็เพิ่มขึ้น ทำให้เขาดูเหมือนเต็มไปด้วยความชอบ
ธรรมและสูงส่งมากยิ่งขึ้น
ยังมีรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับเขาที่เปลี่ยนไป เดิมทีหลินหมิงนั้น
ดูเหมือนกล้าหาญและสูงส่ง แต่ความจริงแล้ว เป็นเพราะออร่าที่เขาเปล่ง
ออกมานั้นชัดเจน ในแง่รูปลักษณ์ของหลินหมิง ถือได้ว่ายังมิได้โดดเด่น
เท่าไร แต่หลังจากที่ถือกำเกิดใหม่ คิ้วของเขาเรียวราวกับกระบี่ แววตา
สาดประกายราวกับดวงดาวอันไร้ที่สิ้นสุดบนฟากฟ้า และใบหน้าของเขา
ราวกับหยกล้ำค่าที่ถูกสลักด้วยกระบี่ เขาดั่งกับเป็นหยกแห่งพระเจ้า มิได้
สูญเสียความแข็งแกร่งและความสง่างามของชายชาตรีไปอีกด้วย
ทั้งหมดนี้เรียบง่าย เขาสวมชุดสีน้ำเงินที่พอดีกับขนาดตัว ในขณะที่
ยืนหันหน้าเข้าหารุ่งอรุณที่กำลังมาเยือน และจากนั้นเมื่อแสงสาดส่องมา
บนร่างของเขา เขาก็ดูงดงามด้วยความอย่างบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
ทั้งหมดนี้ทำให้โจวซินอวี่ตกอยู่ในความโง่งม
หลายลมหายใจต่อมา ในที่สุดโจวซินอวี่ก็สามารถสงบจิตใจลงได้
นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ลังเล “ท่านหลิน…ข้า… ข้าต้องขออภัยใน
สิ่งที่ข้าทำ ข้านึกว่าท่านกำลังจะตายไปแล้ว เช่นนั้นข้าจึง…”
โจวซินอวี่หมายถึงตอนที่นางได้แทงหลินหมิงด้วยมีดสั้นของนาง
ในตอนนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป โจวซินอวี่รู้สึกว่าตนนั้นโง่งมยิ่งนัก นางมิได้
มีข้อแก้ตัวใดๆที่จะกล่าวออกมาได้
“ลืมมันซะ ข้ารู้ว่าเจ้านั้นมีเจตนารมณ์ที่ดี แต่เรื่องเกี่ยวกับสมบัติลับ
ของสำนักคว้าจันทร์ ข้าสงสัยว่าแม่นางโจวจะบอกข้าได้หรือไม่?” หลิน
มองมายังโจวซินอวี่ เมื่อตอนที่นางได้แทงเขาด้วยมีดสั้น ความจริงคือเขา
สามารถที่จะหลบมันได้ แต่เขาก็ยังต้องการที่จะทำให้กระบวนการ ผสาน
ไขกระดูกเสร็จสิ้น เขาเองก็ยังไม่ต้องการที่จะทำใช้ปราณที่อยู่ภายใน
เมล็ดพันธุ์เทพทรราช เพราะมันคือความแข็งแกร่งสุดท้ายที่เขามี
เหตุผลที่หลินหมิงปลอยให้โจวซินอวี่แทงเขาก็เพราะเขามั่นใจใน
ร่างกายตนเองว่าจะสามารถป้องกันได้หลังจากที่สำเร็จการผสานไข
กระดูกไปส่วนนึงแล้ว
“สมบัติลับ…” เมื่อโจวซินอวี่ได้ยินที่หลินหมิงกล่าวถึงเรื่องนี้ ใบหน้า
ของนางเต็มไปด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อนนางไม่เคยคิดเลยว่าวันที่
สมบัติของสำนักคว้าจันทร์ที่อาจารย์ของนางได้มอบให้จะถูกนางมอบ
ให้กับคนภายนอกด้วยตัวเอง