Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 348 ความปรารถนาของหญิงสาว
เห็นปฏิกิริยาของฉินซิงเซวียน มู่อี้ยิ้มและกล่าวว่า “มีเรื่องบางเรื่อง
จะสายเกินไปเมื่อเจ้าพลาดโอกาสนี้ เจ้าคงไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะเป็น
ฝ่ายเข้าหาเจ้าเองหรอกนะ?”
คำพูดของมู่อี้เป็นเหมือนตราประทับที่ทำให้ซิงเซวียนไม่แม้กระทั้ง
สามารถจะเงยหน้าขึ้นมาได้เพราะความเอียงอาย แม้ว่าประเพณีของ
อาณาจักรลิขิตฟ้าเป็นที่สืบต่อกันมา แท้จริงเป็นหญิงสาวจำนวนมาก
มักจะตามติดชายหนุ่มที่พวกนางชื่นชอบอย่างกล้าหาญ ตัดกลับเข้าไปใน
งานเลี้ยงหรูหราที่เมืองลิขิตฟ้า หลินหมิงได้ถูกล้อมรอบโดยเหล่าหญิงสาว
บางส่วนของพวกนางถูกผลักดันโดยบิดามารดาของพวกนาง และ
บางส่วนมาด้วยความตั้งใจของตนเอง สถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดา
และผู้อาวุโสที่พบเห็นเรื่องนี้ก็จะเพียงยิ้มและหัวเราะเท่านั้น มันเป็น
สถานการณ์ที่ปกติโดยสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ฉินซิงเซวียนมักจะรู้สึกสับสนในเรื่องความสัมพันธ์
ระหว่างชายและหญิง มันมิอาจเร่งรีบได้ มันมักเป็นไปตามแนวทางของ
ธรรมชาติเอง ถ้ามีหนึ่งสิ่งเร่งมัน มันอาจจะไม่ใช่จบอย่างสวยงามเสมอไป
นางไม่รู้ว่าหลินหมิงจะชื่นชอบนางในลักษณะใด ถ้าเขามิได้ชอบนางแล้ว
มันจะเป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดสำหรับพวกเขาทั้งสองคน
มู่อี้รู้ความคิดของฉินซิงเซวียน เขากล่าวว่า “แน่นอน ถ้าน้ำขึ้นมาถึง
เจ้าแล้วนั้นจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่บางครั้งถ้าเจ้าไม่ลงมือทำและน้ำ
ลดลงไป มันอาจจะจากไปและถูกขโมยไปโดยคนอื่นๆ เจ้าจำคนที่กลับมา
พร้อมกับหลินหมิงในวันนี้ได้หรือไม่?
ทันทีที่มีการกล่าวถึงโจวซินอวี่หญิงสาวที่กลับมาพร้อมกับหลินหมิง
คำพูดของฉินซิงเซวียนติดอยู่ในลำคอของนาง ไม่สามารถกล่าวอันใด
ออกมาได้…
…………………………..
ฝูงสัตว์อสูรบุกได้ผ่านพ้นไป และเมืองใบหม่อนสีเขียวปลอดภัยและ
สงบสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะความช่วยเหลือ
จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีการ
สูญเสียของเหล่าทหาร
1000 ลี้ห่างออกไป แม้เมืองลิขิตฟ้าจะปลอดภัย แม้ว่าพวกเขาจะ
อ่อนแอกว่าเมืองใบหม่อนสีเขียวที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ หุบเขาโจวมี
อาณาเขตติดกับทางเหนือของเมืองลิขิตฟ้าเป็นพันธมิตรที่ดีและมีความ
รื่นรมณ์มากกว่าเทือกเขาใบหม่อนสีเขียวที่ยื่นออกไปทางบึงใหญ่ของป่า
ไพศาลทางใต้ สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในหุบเขาโจวเป็นสัตว์อสูรระดับสี่
โดยธรรมชาติพวกมันมิใช่คู่มือของผู้เชี่ยวชาญที่มาจากตระกูลราชวงค์
นับประสาอะไรกับเมืองลิขิตฟ้าที่แต่เดิมมีกองทหารรักษาการณ์ที่มือดี
เพียง 40,000 นายที่ประจำอยู่ที่นั้น พร้อมความช่วยเหลือจากกองกำลัง
ทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง พวกเขามีกองทัพที่ทรงพลังกว่า 100,000
นาย ด้วยกองทัพขนาดใหญ่เช่นนี้ได้อยู่ล้อมรอบเมืองลิขิตฟ้า ไม่มีสัตว์
อสูรตัวไหนที่สามารถสัมผัสกับกำแพงเมืองได้เลย
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเมืองลิขิตฟ้าและเมืองใบหม่อนสีเขียว
เมืองอื่นๆถูกทำลายโดยฝูงสัตว์อสูรซึ่งไม่ได้โชคดีนัก…
วันนี้หลินหมิงได้อาศัยอยู่กับ ฉินจื่อหยา ฉินซิงเซวียน และคนอื่นๆ
ในที่พักของตระกูลหลินที่เมืองใบหม่อนสีเขียว
ศิษย์สายตรงของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เจ้าสำนักเจ็ดแก่นแท้ หลานสาว
ที่ผู้บัญชาการฉินโปรดปรานที่สุด ชื่อเหล่านี้ทำให้ขุนนางทั้งหมดของ
อาณาจักรในเมืองใบหม่อนเขียวที่ได้ฟังเกิดความรู้สึกกังวลใจและ
หวาดกลัว
สำหรับตอนนี้ พื้นที่ของตระกูลหลินได้กลายเป็นเขตหวงห้ามภายใน
ทั่วทั้งเมืองใบหม่อนสีเขียว แม้ว่าจะมีผู้คนนับไม่ถ้วนหวังจะได้เจอกับ
หลินหมิงหรือฉินจื่อหยา พวกเขาถูกจำกัดเนื่องจากสถานะของพวกเขา
พวกเขาไม่แม้กระทั้งสามารถผ่านเข้าไปในประตูของตระกูลหลินได้ มาก
ที่สุดพวกเขาจะสามารถได้พบเจอกับหลินว่านซาน
หลินหมิงได้ปิดด่านฝึกตนอยู่ภายในห้องของเขาและเริ่มที่จะสกัดสิ่ง
สกปรกภายในปราณแท้ของเขา เมื่อเร็วๆนี้เขาได้ใช้โอสถมากและการบ่ม
เพาะพลังของเขาได้ก้าวหน้าขึ้นรวดเร็วมากเกินไป ถ้าเขาไม่ใช้เวลาใน
การปรับแต่งปราณแท้ของเขา มันย่อมส่งผลกระทบต่อพื้นฐานของเขา
นอกจากหลินหมิงแล้ว ฉินจื่อหยาก็ได้ไปปิดด่านฝึกตน ทำการ
เตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนจะทะลวงคอขวดเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า
……………
สองวันต่อมา ในช่วงเช้าที่มีแดดสว่างจ้า ได้มีคนมากมายคอยอยู่ที่
ลานตระกูลหลิน ในคนเหล่านี้ก็มีทั้งหลินหมิง ฉินซิงเฉวี่ยนรวมอยู่ด้วย
เช่นเดียวกับบุคคลสำคัญของตระกูลหลิน
อินทรีวายุสวรรค์โฉบลงมาในลาน และหลังจากผ้าคลุมถูกเปิดออก
เจ้าอ้วนน้อยได้เร่งรีบลงมา ช่วยคู่สามีภรรยาวัยกลางคนก้าวลงมาจาก
อินทรีวายุสวรรค์
เจ้าอ้วนน้อยคนนี้มีอายุ 16 ถึง 17 ปี ทันทีที่เขากระโดดลงมาจาก
หลังของอินทรี ชั้นไขมันในร่างกายของเขากระเพื่อมและเขาได้จับแขน
ของหญิงสาวที่มีผมหยิกผู้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าแบบเรียบง่าย แม้ว่านางใกล้
จะอายุ 40 ปี นางยังคงงดงาม มันมีเพียงใบหน้าของนางเท่านั้นที่แสดงให้
เห็นว่านางได้ใช้ชีวิตในการทำงานด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งเมื่อมองไปที่มือของนาง พวกเขาอาจจะเห็นว่าฝ่ามือของนางปกคลุม
ไปด้วยผิวหยาบกร้าน และหลังมือของนางได้หยาบกระด้างและเป็นสีแดง
นี้เป็นผลของการเปียกน้ำมากเกินไปในฤดูหนาว
ตามธรรมชาติแล้วผู้หญิงในวัยนี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคน
อื่น แต่เจ้าอ้วนน้อยยังคงเอาใจใส่และช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ประคับประคองแขนของนางขณะที่นางลงมา
คนข้างๆเป็นชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางธรรมดาอย่างมาก เขามี
รูปร่างผอมบาง และเขาสวมชุดคลุมสีฟ้า เขาเป็นคนใจดี ซื่อสัตย์และมี
รอยยิ้มที่อ่อนโยน
เจ้าอ้วนส่งเสียงเรียกออกมาจากระยะไกลว่า “พี่หลิน!”
หลินหมิงที่ยืนอยู่นั้น มองเห็นคนทั้งสามคนเดินเข้ามาใกล้ พวกเขา
คือบิดาของเขา บิดามารดาของเขาและสหายของเขาที่เขาได้เติบโตขึ้นมา
ด้วยกันและแบ่งปันทุกอย่าง เมื่อเขามีช่วงเวลาที่ยากลำบากในเมืองลิขิต
ฟ้า ได้รับบาดเจ็บ น้องชายคนนี้ที่ดูแลเขาอย่างดีเสมอมา – หลินเสี่ยวตง
หลินหมิงไม่ทราบว่าเขาได้จิตนการถึงการรวมตัวพร้อมหน้าในครั้งนี้
บ่อยครั้งเพียงใดในจิตใจของเขา เมื่อตอนยังเด็กเขาได้เอาทรัพย์สินเกือบ
ทั้งหมดในครอบครัวและหนีออกไปสร้างที่หลบภัยอยู่เอง เขาได้จากบ้าน
ไปเกือบทั้งปี
ในช่วงเวลานั้น เขาได้พบกับแรงกดดันที่เกินจะหยั่งถึง และความ
เจ็บปวดที่เหลือเชื่อ มีความประหลาดใจ เกียรติ ความโศกเศร้า ความ
โกรธ ความเสียใจ และชีวิตของเขาก็ได้แขวนอยู่บนเส้นด้ายหลายต่อ
หลายครั้ง
เขาได้พยายามด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อประสบความสำเร็จเมื่อ
เขากลับมา แต่เขาก็ยังรู้ว่าสิ่งใดเป็นเกียรติยศกลับมายังบ้าน บางทีเขา
อาจจะล้มเหลว และแม้กระทั่งพิการ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่สามารถนำ
เกียรติยศมาให้บรรพบุรุษของเขา แต่เขายังทำให้เป็นความเยาะเย้ยและ
เป็นเรื่องตลกของเพื่อนบ้านอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าหลินหมิงนั้นรู้ดี ไม่ว่าเขาจะกลับมาบ้าน
อย่างไร – ไม่ว่าจะรวยหรือจน – บิดามารดาของเขาก็จะไม่มีทางที่จะ
ทอดทิ้งเขา แม้เขาได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
มันเป็นความรักที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริงในโลกใบนี้ ความรักไม่ต้องมี
มูลค่าหรือจำเป็นจะต้องการสิ่งตอบแทน
หลินหมิงมิได้รู้สึกตื่นเต้นและเขามิได้ร้องไห้
เขาคุกเข่าลงบนพื้น โค้งศีรษะคารวะบิดามารดาของเขา
“บิดา มารดา บุตรของพวกท่านคนนี้ได้กลับมาแล้ว…”
……………………….
หลายวันผ่านไปอย่างเงียบสงบที่ตระกูลหลิน หลินว่านซานอยากจะ
กล่าวกับหลินหมิงถึงเรื่องเกี่ยวกับการไปเยี่ยมบรรพชน ตามกฎของ
ตระกูลหลิน มีเพียงรุ่นเยาว์ตระกูลหลักของตระกูลหลินเท่านั้นที่สามารถ
ไปจุดธูปไหว้ที่วิหารบรรพชนได้ และมีเพียงรุ่นเยาว์ตระกูลหลักตระกูล
หลินเท่านั้นที่สามารถจารึกในต้นไม้ตระกูลได้ ในปัจจุบันหลินหมิงเป็น
เพียงสมาชิกตระกูลสาขาเท่านั้น
หลินว่านซานต้องการที่จะหยิบยกเรื่องนี้มากล่าวกับหลินหมิงหลาย
ครั้ง แต่ไม่เคยมีเวลาที่จะกล่าวกับมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก
เหตุการณ์กับฉินจื่อหยา หลินว่านซานเริ่มค่อยๆตระหนักถึงความน่า
หวาดกลัวของหลินหมิงที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต
ถึงแม้ว่าหลินว่านซานจะไม่เคยพบกับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้า
เท่าใดนัก เขาได้รู้ว่ามาขั้นที่เหนือกว่าขั้นปราณปลายฟ้าเป็นตำนาน
ระดับเหล่านี้แม้กระทั้งสูงกว่าระดับขั้น และในอนาคตหลินหมิงจะเป็นผู้
ทรงพลังที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นนี้ นับประสาอะไรกับอาณาจักรลิขิตฟ้าเพียง
อย่างเดียว หรือแม้แต่ทั่วทั้งอาณาเขตเจ็ดแก่นแท้ตัวตนเช่นนี้จะเป็นสิ่งที่
สามารถควบคุมพื้นที่บริเวณทั้งหมด
ตัวตนระดับนี้มันเกินกว่าขอบเขตความเข้าใจของหลินว่านซาน
ภายในพื้นที่หนึ่งล้านลี้ มีจำนวนประชากรหนึ่งพันล้านคน หรือหมื่นล้าน
คน หลินว่านซานเกรงว่าถ้าเทียบตระกูลหลินกับตระกูลอื่น คงไม่ต่างจาก
เม็ดทรายในทะเลทราย
เขาลังเลที่จะกล่าวถึงเรื่องนี้ ตัดสินใจที่จะรอเพื่อให้หลินหมิงและ
บิดามารดาของเขาผ่านวันแห่งความสงบไปก่อนจึงจะหยิบยกเรื่องนี้
ขึ้นมากล่าวอีกครั้ง
บิดามารดาของหลินหมิงใช้ชีวิตอย่างอบอุ่นมากในหลายวันมานี้
ทุกๆเช้าทั้งคู่จะออกไปและพบกับรอยยิ้มบนหน้าของฉินซิงเซวียนเสมอ
เพื่อคู่สามีภรรยาสูงอายุคู่นี้ นางเป็นหญิงสาวที่สวยงามและน่าชื่นชม
รอยยิ้มของนางดูดีอยู่เสมอ และนางดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจกับสถานะ นาง
นั้นน่ารัก ทำให้มีความสุข และสง่างามรวมทั้งรู้จักยับยั้งชั่งใจ
ฉินซิงเซวียนมักจะมีสาวใช้คอยถือข้าวกล่องติดตามมาด้วย ส่ง
อาหารให้คู่สามีภรรยา อาหารเหล่านี้มั้งหมดล้วนมีรสชาติขึ้นชื่อของเมือง
หลวง มีเค้กแสนอร่อยและขนมหวานอีกหลากหลายชนิด สามีและภรรยา
สูงอายุเคยทำงานในร้านอาหารตลอดครึ่งชีวิตของพวกเขา เมื่อพวกเขา
ลองกินเข้าไปเล็กน้อย พวกเขาสามารถบอกได้ว่ามันเป็นผลงานของพ่อ
ครัวที่มีชื่อเสียง
ในช่วงบ่าย ฉินซิงเซวียนจะไปอยู่กับหลินมู่เพื่อพูดคุย การพูดของฉิ
งซิงเซวียนมีลักษณะนุ่มนวล และนางมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชุด
ต่างๆจากหลายเมือง นางมักจะทำให้หลินมู่หัวเราะ
บางครั้งฉินซิงเซวียนก็จะส่งคนรับใช้ของนางออกไปเอาชุดที่มี
ลวดลายหลากหลายชนิดกลับมา และตัดพวกมันให้กับหลินมู่ ลวดลาย
เหล่านี้ทั้งหมดเป็นรูปแบบที่มาจากช่างผู้เชี่ยวชาญในเมืองหลวง
บางครั้งฉินซิงเซวียนจะมาเล่นหมากรุกกับหลินฟู่ ฉินซิงเซวียน
ค่อนข้างเก่งหมากรุก เรื่องนี้เป็นเหตุให้ตาแก่หลินเต็มไปด้วยคำยกย่อง
สำหรับหญิงสาวที่มีทักษะการเล่นหมากรุกสูงเช่นนี้ เขาทำได้เพียงแค่
ชมเชยฉินซิงเซวียนเป็นหญิงสาวที่มีไหวพริบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉินซิงเซวียนได้เข้าใจพิธีชงชา บิดาของหลินหมิง
รักในการดื่มชา เมื่อเขาได้ทำงานในร้านอาหาร เขายังคงถือว่าฐานะดีใน
หมู่ของตระกูลสามัญ ด้วยเหตุนี้ทำให้บิดาของหลินหมิงได้ดื่มชามี
หลากหลายประเภทและทำให้มีความเข้าใจอยู่มาก อย่างไรก็ตาม เขา
ยังคงไม่เคยได้ดื่มชาที่ขึ้นชื่อจากเมืองหลวง
ฉินซิงเซวียนได้นำชาขึ้นชื่อมาจำนวนมาก แม้ว่าชาเหล่านี้จะมีมูลค่า
ไม่กี่พันเหรียญก็ไม่ถือว่ามากไปสำหรับบิดาของหลินหมิงในตอนนี้ เขา
ยังคงไม่ได้มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งของพวกมัน กับเขามันก็เหมือนกับวัวที่
กำลังเคี้ยวดอกโบตั๋น ในเวลานี้ฉินซิงเซวียนยิ้มอย่างจริงใจ และชงชา
สำหรับบิดาของหลินหมิง นางจะชงชาแต่ละชนิดแล้ว พวกเขาจะได้กลิ่น
ของชา ดื่มชา เพลิดเพลินไปกับชา และอธิบายประวัติความเป็นมาและ
ปรัชญาของชา ทั้งหมดทำให้บิดาของหลินหมิงมีจิตวิญญาณที่ปิติเป็น
อย่างยิ่ง
คู่สามีภรรยาไม่ได้โง่ พวกเขาจินตนาการได้ว่าเหตุใดฉินซิงเซวียนถึง
ได้มาใกล้ชิดกับพวกเขาบ่อยมาก หลินหมิงได้อายุ 16 ปีแล้ว ตาม
ประเพณีของอาณาจักรลิขิตฟ้า นั้นเป็นอายุที่เหมาะสำหรับการหมั้น
หมาย
ดวงตาของมารดาหลินหมิงสาดประกายขึ้นขณะที่นางจ้องมองไปยัง
ฉินซิงเซวียน ฉินซิงเซวียนทั้งงดงามและยังฉลาดเฉลียว ด้วยความรู้
หนังสือและหลักการ นางได้คิดเรื่องเกี่ยวกับฉินซิงเฉวี่ยนเรียบร้อยแล้ว
จากลักษณะการพูดของฉินซิงเซวียน จากการสันนิษฐานของนาง
ด้วยประสบการณ์ ฉินซิงเฉวียนอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากตระกูลชนชั้นสูง
ขณะที่คุณมารดาของหลินหมิงสอบถามลูกสาวของนางว่าหญิงสาวผู้นี้มี
ต้นต่อมาอย่างไร นางก็ต้องประหลาดใจอย่างมากที่รู้ว่านางเป็นหลานสาว
ที่โปรดปรานที่สุดของผู้บัญชาการฉินเสี่ยว! หนึ่งในสี่ผู้บัญชาการ นางเป็น
ดั่งไข่มุกที่สว่างไสวที่สุด และเป็นสตรีที่มีความน่าภาคภูมิ แม้กระทั้งองค์
รัชทายาทยังไม่คู่ควรที่จะแต่งงานกับนางด้วย!
สำหรับคนธรรมดาในอาณาจักรลิขิตฟ้า จริงๆแล้วพวกเขาไม่ได้มี
ความคิดมากมายเกี่ยวกับเรื่องของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ไม่ว่าใครจะพูด
อย่างไรพวกเขาก็มิเห็นถึงความยอดเยี่ยม มหัศจรรย์ หรือยิ่งใหญ่มาก
เพียงไร พวกเขาก็ยังคงสับสน แต่ฉินเสี่ยวนั้นแตกต่างกัน!
ผู้บัญชาการแห่งอาณาจักรฉินเสี่ยวเป็นบุคคลที่มีความเด็ดเดี่ยวที่ได้
เปลี่ยนกระแสของสงครามเมื่อ 80 ปีก่อน เขาคอยประครองอาณาจักร
ลิขิตฟ้าที่เกิดความวุ่นวายและความอดอยากที่เกิดจากสงคราม ตัวตน
ของเขาไม่มีคนผู้ใดเหมือน และสถานะของเขาแม้กระทั้งองค์รัชทายาทก็
ยังต้องเคารพ
ตระกูลฉินถูกจัดอันดับเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดภายในทั่วทั้งอาณาจักร
ลิขิตฟ้า นอกเหนือจากราชวงค์หยาง แม้กระทั้งตระกูลเฉินของสมาคม
พันธมิตรการค้าก็ไม่อาจเปรียบเทียบกันกับตระกูลฉินได้ แม้ว่าตระกูล
เฉินจะร่ำรวยและทรงพลังกว่า พวกเขาก็ไม่อาจเปรียบเทียบกับตระกูล
เฉินในแง่ของสถานะและชื่อเสียงได้
“เจ้าคิดว่าหญิงสาวจากตระกูลฉินชอบหมิงน้อยของเราหรือไม่?” ใน
เวลากลางคืน หลินมู่กำลังพูดอยู่กับหลินฟู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ยากจะเชื่อ
ออกมา นางมีความคิดว่าฉินซิงเซวียนอาจจะเป็นลูกสาวของตระกูลชน
ชั้นสูงตระกูลใดตระกูลหนึ่ง เช่นเดียวกับตระกูลระดับสูงอื่นๆที่ได้นำเสนอ
ลูกสาวของพวกเขาในงานวันนี้ แม้มันจะชัดเจนว่าพวกเธอเป็นได้เพียงแค่
นางสนมเท่านั้นก็ยังยอม
หลินมู่ไม่คิดว่าฉินซิงเซวียนจะเป็นหลานสาวที่โปรดปรานที่สุดของผู้
บัญชาการฉิน นางรู้ว่าลูกชายของนางสถานะสูงส่ง แต่แม้ตำนานสี่ผู้
บัญชาการก็อยากที่จะใกล้ชิดกับพวกเขาด้วยความแอบแฝงของการ
แต่งงาน มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับนางที่จะยอมรับ
ถ้าหากมีแม่สื่อจากหนึ่งในสี่จอมพลมาเสนอการแต่งงาน เช่นนั้นแล้ว
หลินมู่อาจจะไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้
แต่ฉินซิงเซวียนได้มาด้วยตัวเอง หลินมู่รู้ว่าเมื่อหญิงสาวทำด้วยความ
เต็มใจของตน สำหรับหญิงสาวที่ไปปรากฎตัวในที่สาธารณะด้วยกันกับคู่
สามีภรรยา มันมิใช่ว่าเรื่องนี้พวกเขาได้ถูกมัดมือชกไว้อย่างช่วยไม่ได้แล้ว
หรือ?