Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 362 การต่อสู้ระยะประชิด
ในที่สุดเมื่อหลินหมิงจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และนิกายตราประทับ
สายฟ้าโจวเสี่ยวเหลียนเดินขึ้นมาบนเวที พวกเขาก็ได้กลายเป็นจุดสนใจ
อย่างยิ่ง
หลินหมิงและโจวเสี่ยวเหลียนทั้งคู่นั้นต่างก็เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มาก
ที่สุดในบรรดาผู้ที่อยู่ในรายชื่อระดับ 2 รุ่นเยาว์ อีกหลายปีต่อจากนี้ พวก
เขาจะต้องเป็นหนึ่งในตัวตนระดับสูงที่เทียบเท่าองหญิงเพลิงตะวันและจ่า
นอวิ๋นเจียน จึงเป็นธรรมดาที่มันจะดึงดูดความสนใจของทุกคนที่อยู่ที่นี่
“หลินหมิงได้อายุ 16 ปีครึ่งและโจวเสี่ยวเหลียนได้อายุ 17 ปีกับ 1
เดือน พวกเขาอายุห่างกันถึง 7 เดือน…” มีบุคคลที่มีการสืบข้อมูลให้มาก
ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะระบุอายุของพวกเขาอย่างถูกต้องในหน่วย
เดือน
“ข้าคิดว่าหลินหมิงนั้นมีโอกาสสูงกว่าที่จะชนะ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
หม่าจุ้นฮุยคนนั้นก็ยังเป็นถึงศิษย์หลักระดับกลางของนิกายวายุ เขายัง
โดนอัดกระเด็นโดยหลินหมิงเพียงกระบวนท่าเดียวเลย ข้าจึงไม่คิดว่ามัน
จะเป็นสิ่งที่โจวเสี่ยวเหลียนจะรับมือได้ ”
อย่าแน่ใจไปหน่อยเลย หม่าจุ้นฮุยนั้นเป็นเพียงแค่ตัวโง่งม เขาหยิ่ง
ยโสจนเกินไป เขายังมิได้ถูกหลินหมิงจัดการอย่างแท้จริงและยังมิได้ใช้
‘เคล็ดวิชาวายุผันแปร’ เขาก็สมควรที่จะถูกอัดกระเด็นไปแล้วล่ะ แต่หาก
เขาเอาจริง ความห่างชั้นของหลินหมิงและหม่าจุ้นฮุยก็คงมิได้ห่างกันมาก
ถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าจึงคิดว่าหลินหมิงอาจจะมิสามารถเอาชนะโจวเสี่ยว
เหลียนได้ อย่าลืมด้วยว่า นางนั้นมีระดับการบ่มเพาะที่อยู่ในจุดสูงสุดของ
ขั้นผสานชีพจร แต่หลินหมิงกลับมีระดับการบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นผสานชีพ
จรช่วงปลาย!”
สำหรับอัจฉริยะที่แท้จริง การต่อสู้ข้ามระดับกับนักสู้ทั่วไปที่มีระดับ
การบ่มเพาะสูงกว่านั้นเป็นเพียงเรื่องธรรมดา แต่หากคู่ต่อสู้นั้นก็เป็น
อัจฉริยะเช่นกันแล้ว มันก็จะยิ่งยากเย็นเป็นอย่างมาก เพราะระดับที่
ต่างกันเพียงเล็กน้อยก็จะเป็นช่องว่างที่ใหญ่มาก
“ข้าเองก็คิดว่าโจวเสี่ยวเหลียนนั้นมีโอกาสชนะมากยิ่งกว่า ในอีกครึ่ง
ปีข้างหน้า หากหลินหมิงสามารถที่จะก้าวเข้ามาอยู่ในจุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจรได้ เช่นนั้นจึงจะเป็นการประลองที่ยุติธรรม”
เหล่าผู้สืบข้อมูลมาต่างก็พากันวิเคราะห์ผลที่จะออกมาของคู่หลินห
มิงและโจวเสี่ยวเหลียน สำหรับเหล่าผู้กล้าและชนชั้นสูง ดูเหมือนว่าพวก
เขาจะคาดการณ์ผลที่จะออกมาด้วยการตัดสินใจของตัวเองเช่นกัน ถึง
อย่างไร หากพวกเขาคาดการณ์ผิดขึ้นมามันก็มิได้มีอันใดเสียหาย
หญิงชราอวี้หวงจ้องมองมายังมู่เชียนหยี่ และมู่เชียนหยี่ก็ได้ผงก
ศีรษะตอบกลับ ส่งสัญญาณว่าไม่มีปัญญาอะไร นางเชื่อใจหลินหมิงอย่าง
ถึงที่สุด ความจริงแล้ว ความห่างระหว่างอายุ 7 เดือนนั้นมิได้มากนัก
ถึงแม้คู่ต่อสู้จะเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 2 ที่โดดเด่นที่สุดของสำนัก หลินห
มิงก็น่าจะเอาชนะได้
เมื่อเห็นว่ามู่เชียนหยี่นั้นมั่นใจอย่างยิ่ง หญิงชราอวี้หวงก็เบาใจขึ้นมา
บ้าง นางบอกกับตนเอง ‘ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นจะมีมาก
ยิ่งกว่าติงซานและเสี่ยวเหลียนซะอีก’ หยี่เอ่อร์นั้นได้พบสมบัติของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง
……….
บนเวที หลินหมิงและโจวเสี่ยวเหลียนยืนห่างกัน 100 ก้าว
หลินหมิงเกิดความสงสัย เขาจึงให้ปราณแท้กระแสเสียงสื่อสารถาม
ออกไปว่า “แม่นางโจว ท่านสามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าผู้ใดกันที่สนใจ
อย่างยิ่งจนถึงกับส่งคนมากมายมากำจัดข้าเช่นนี้หรือ?”
โจวเสี่ยวเหลียนดวงหรี่ลง นางยิ้มและตอบกลับไปว่า “มีบางคน
เสนอ 300 หินลมปราณแก่นแท้ระดับกลางเพื่อที่จะจัดการกับเจ้าให้เจ็บ
หนักที่สุด หากเจ้าเอาชนะข้าได้ ข้าก็จะบอกว่าเขาคือใคร แต่หากเจ้าแพ้
เจ้าก็จะต้องนอนอยู่บนเตียงอย่างเด็กดีและปล่อยให้ข้าได้รับหินลมปราณ
เหล่านั้น เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร?”
มันอาจจะมีแผนการบางอย่าง โดยเฉพาะเมื่อหาหลักฐานที่หยานฟู่
หงมีความเกี่ยวข้องกับจ่านอวิ๋นเจียนไม่ได้ หากเขาต้องการตรวจสอบ
ความจริง เขาก็มีแต่ต้องเอาชนะในครั้งนี้เท่านั้น
หลินหมิงคิ้วตั้งชันด้วยความท้าทาย “โอ้ นั้นคือคำสัญญาของท่าน
หรือ?”
“แม่นางน้อยผู้นี้รักษาคำพูดของนางเสมออยู่แล้ว แต่ ดูเหมือนกับว่า
เจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้เลย” โจวเสี่ยวเหลียนยกแขนของนางขึ้น
สายฟ้าสีม่วงไหลเวียนอยู่รอบแขนของนาง ทำให้อากาศโดยรอบ
สั่นสะเทือน นางได้คาดว่าหลินหมิงนั้นแข็งแกร่งยิ่ง สำหรับนักสู้ที่มีอายุ
พอๆกันและได้ต่อสู้อย่างแท้จริงที่มีระดับพลังพอๆกัน มันช่างเป็นการ
กระตุ้นจิตวิญญาณแห่งนักสู้โดยแท้
หลินหมิงยิ้มจางๆ “เผชิญหน้ากับนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้า ข้าย่อม
มั่นใจเสมอ”
เขากวัดแกว่งหอกอ่อนปราณคลั่ง ปลายหอกเริ่มที่จะสั่นสะท้าน
ปราณแท้ไหลเข้าไปในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชและพลังอันน่าเกรงขามของ
สายฟ้าก็ประทุออกมา ในพริบตาเดียว สายฟ้าสีม่วงที่หนาแน่นเป็นอย่าง
ยิ่งก็ได้กระจายออกมาจากหอก ฉีกกระชากอากาศโดยรอบ
นี่คือพลังของสายฟ้าที่ใช้มังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เป็นพื้นฐาน
– มันมีความรุนแรงและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง!
โจวเสี่ยวเหลียนดวงตาเบิกกว้างในทันที ดวงตาปกติของนางก็
ใหญ่โตมากพออยู่แล้ว นางได้เบิกตากว้างมองไปยังพลังของสายฟ้าที่
ไหลเวียนอยู่โดยรอบหอกอ่อนปราณคลั่งของหลินหมิง
เหล่าคนที่นี่ต่างพากันตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าหลินหมิงนั้นจะเป็น
นักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าเช่นกัน มิใช่ว่าเขานั้นเป็นศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ? แล้วเขาจะกลายเป็นนักสู้ธาตุจำเพาะสายฟ้าได้
อย่างไร?
คนอื่นอาจจะมองเพื่อความสนุกแต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญพวกเขา
สามารถที่จะมองเห็นความจริงได้ ผู้อาวุโสของนิกายตราประทับสายฟ้า
พร้อมทั้งศิษย์หลักดวงตากลายเป็นหดเล็กลงในขณะดูหลินหมิง
ปลดปล่อยพลังสายฟ้า พลังของสายฟ้านี้แฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งสายฟ้า
– มันได้รับการสนับสนุนจากจิตวิญญาณแห่งสายฟ้าอย่างแน่นอน!
โจวเสี่ยวเหลียนลูบคางของนาง และแสยะยิ้ม “ข้าไม่เคยคิดเลยว่า
จะกลายเป็นเช่นนี้ เมื่อข้าได้ยินจากคนผูั้นั้นมาว่าเจ้าก็ควบคุมสายฟ้าได้
ข้าก็คิดว่าเป็นเพียงแค่ทักษะเด็กๆ แต่ดูเหมือนกลับว่าเจ้าได้ครอบครอง
จิตวิญญาณสายฟ้าเลยทีเดียว! ฮ่าฮ่า มันชักจะเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆแล้วล่ะ
สิ!”
ขณะที่โจวเสี่ยวเหลียนกล่าวออกมา นางก็ได้หยิบแหวนสีทอง
ออกมาจากแหวนมิติ แหวนนี้กว้าง 3 ก้าวและหนาเท่านิ้วหัวแม่มือ ขอบ
ของมันค่อนข้างคม แต่บริเวณตรงกลางมีรูสำหรับสวมนิ้วเข้าไป ขนาด
โดยรวมของมันใหญ่พอๆกับจานธรรมดา 3-4 ใบ นี่เป็นครั้งแรกที่หลินห
มิงได้เจอกับอาวุธแปลกประหลาดเช่นนี้
“มันดูราวกับสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำที่สร้างมาจากหินสายฟ้าทองคำ
…”
ในตอนที่หลินหมิงได้หอกแห่งดาวหางม่วงมา เขาได้ศึกษาเกี่ยวกับ
วัสดุธาตุจำเพาะสายฟ้าหลายอย่าง และจึงทำให้เขาตระหนักถึงแหวนใน
มือของโจวเสี่ยวเหลียน นี่เป็นสมบัติที่สร้างมาจากหินสายฟ้าทองคำ
ถึงแม้มันจะด้อยกว่าหินสายฟ้าแก่นแท้ที่อยู่ในหอกของเขา มันก็ยังเป็น
วัสดุธาตุจำเพาะสายฟ้าที่ดีอย่างยิ่ง
แหวนนี้ของโจวเสี่ยวเหลียนจะเป็นสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำ มันยอด
เยี่ยมยิ่งกว่ากระบี่คลื่นโลหิตของตระกูลฉางที่อยู่ในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่ได้
สืบทอดกันมาเสียอีก
“เจ้าจะไม่เปลี่ยนหอกเช่นนั้นหรือ?” โจวเสี่ยวเหลียนกล่าวออกมา
“ไม่จำเป็น!” หลินหมิงตอบกลับไป
“ข้าไม่อยากที่จะเอาเปรียบเจ้า” โจวเสี่ยวเหลียนกล่าว ดวงตาของ
นางกระพริบ “ต่อให้ข้าชนะ ผู้อื่นอาจจะกล่าวได้ว่า มิได้ชนะด้วยทักษะ
ของข้าเอง”
หลินหมิงคิดว่านี่มันค่อนข้างน่าสนุก สาวน้อยผู้นี้ช่างมั่นใจในตนเอง
ยิ่งนัก “ค่อยกล่าวหลังจากที่เจ้าชนะได้แล้วกัน”
“เดี๋ยวได้รู้แน่! สายฟ้าสีม่วงเชือดเฉือน!”
โจวเสี่ยวเหลียนย่างก้าวไปบนพื้น ร่างกายของนางเคลื่อนไหวราวกับ
ปลาในน้ำ แหวนทองคำในมือของนางเต็มไปด้วยแสงสายฟ้าสีม่วงทีเปล่ง
ประกาย แหวนหมุนวน เกิดสายฟ้าสาดประกายออกมา กลายเป็นกงล้อ
ที่รุนแรงตัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า แม้แต่อากาศยังถูกตัดขาด
กระบวนท่านี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง หลินหมิงจะป้องกันการโจมตีที่
รุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร?
หากหอกสีเงินปะทะกับกงล้อที่หมุนวนนี้ มันจะต้องถูกตัดขาดครึ่ง
อย่างแน่นอน มันไม่มีทางที่จะปะทะซึ่งๆหน้าได้!
หลินหมิงนั้นมิได้กังวลหรือเร่งรีบ เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวช้าๆ
ในขณะที่กงล้อหมุนวนกำลังพุ่งปะทะเข้ากับเขา เขาก็ได้แทงหอกออกไป
ยังศูนย์กลางของแหวน ถึงแม้หอกอ่อนปราณคลั่งจะมิอาจเผชิญหน้ากับ
อาวุธประหลาดเช่นนั้นแบบซึ่งหน้าได้ ตราบใดที่เล็งไปบริเวณตรงกลาง
ของแหวนมันก็จะปลอดภัย
ดวงตาของโจวเสี่ยวเหลียนสาดประกาย
“เจ้าพยายามที่จะเลี่ยงการประทะโดยตรงเช่นนั้นหรือ? พยายามได้
ดี!”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น พลังสายฟ้าก็ถูกปล่อยออกมาจากกงล้อหมุนวนพุ่ง
เข้าโอบล้อมหอกอ่อนปราณคลั่งของหลินหมิงราวกับเป็นอสรพิษ
ในระยะที่ใกล้มากจนไม่อาจหลบได้ ในเสี้ยววินั้น อสรพิษสายฟ้าสี
ม่วงก็ได้พุ่งเข้าไปในร่างกายของหลินหมิง
เมื่อผู้หนึ่งถูกปะทะด้วยสายฟ้าที่ทรงพลัง พวกเขาจะต้องเป็น
อัมพาตชั่วขณะ ในการต่อสู้ของผู้เชี่ยวชาญ การเป็นอัมพาตชั่วขณะย่อม
หมายถึงความตาย
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”
โจวเสี่ยวเหลียนหัวเราะออกมาในทันที นางยกหมัดขึ้นมาแล้วชกไป
ที่ตาขวาของหลินหมิง
“ให้ข้าได้ทำตาแพนด้าให้เจ้าเถอะ!”
การสาปแช่งและทุบตีใบหน้าเป็นรูปแบบส่วนตัวของโจวเสี่ยวเหลียน
และทำตาแพนด้าให้หลินหมิงก็เป็นความคิดที่สนุกสำหรับนาง
อย่างไรก็ตาม แต่เมื่อหมัดของนางชกออกไปได้ครึ่งทาง มันก็ได้ถูก
มือหนึ่งจับเอาไว้!
ในตอนนี้ โจวเสี่ยวเหลียนรู้สึกราวกับว่ามือของนางถูกคีบจับไว้โดย
คีมเหล็ก แม้แต่กระดูกของนางยังแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
“อ๊ากกก!”
โจวเสี่ยวเหลียนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของนาง
เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่ยากจะเชื่อ มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!?
หลินหมิงได้โดนสายฟ้าของนางเข้าไปเต็มๆ แล้วเหตุใดจึงไม่มีผลใดๆเกิด
ขึ้นกับเขากัน!?
โจวเสี่ยวเหลียนเร่งระเบิดพลังสายฟ้าไปที่แขนที่ถูกจับไว้ของนาง
ต้องการที่จะหลุดจากหลินหมิงให้ได้ แต่หลินหมิงกับมิได้หวาดกลัว
สายฟ้าที่น่าตกตะลึงนี้เลย ไม่ว่าสายฟ้าจะปะทะและไหลเข้าไปในร่างกาย
ของหลินหมิงมากเท่าใด มันก็ดูเหมือนกับว่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
โจวเสี่ยวเหลียนขบฟันแน่น พยายามดิ้นรนอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็
ตาม แขนของหลินหมิงราวกับว่าทำมาจากเหล็กที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ไม่อาจทำลายและไม่อาจสั่นคลอนได้ จับที่แขนของนางแน่นจนกระดูก
ของนางจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
สีหน้าของหลินหมิงเย็นชา ไร้ซึ่งความสนุกใดๆภายในแววตาของเขา
ในตอนนั้น หากว่าเขาโดนเพียงแค่สายฟ้าเข้าไปก็ไม่เป็นไร แต่หากมีผู้ที่
ต้องการชกมาที่ตาของเขา มันมีโอกาสอย่างมากที่จะทำให้ตาบอด
เมื่อนักสู้เกิดเป็นอัมพาต พลังป้องกันของร่างกายจะตกลงอย่างมาก
แล้วตาเปล่าจะสามารถรับหมัดที่เต็มไปด้วยปราณแท้ได้อย่างไร?
สาวน้อยผู้นี้ดูเหมือนจะเรียบง่ายมีจิตใจที่บริสุทธิ์และจิตวิญญาณที่
ไร้เดียงสา แต่จิตวิญญาณที่ไร้เดียงสาไม่มีเหตุผลที่จะมาเล่นกับชีวิตของ
ผู้อื่น สาวน้อยผู้นี้ได้ถูกเลี้ยงดูจากอาจารย์ของนางจนเสียนิสัย สิ่งที่นาง
ควรจะได้รับคือการสั่งสอนอย่างเด็ดขาด
“ปล่อยข้านะ”
โจวเสี่ยวเหลียนตะโกนออกมาด้วยความโกรธ มือขวาของนาง มือ
ข้างขวาของนางยังมีแหวนสีทอง มันได้ถูกเหวี่ยงใส่แขนขวาของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเพียงจับแขนของโจวเสี่ยวเหลียนและกระ
ฉาก
หลังจากที่ผสานไขกระดูกได้ 20% พลังกำลังของเขาได้เกินหมื่นจิน
ไปเรียบร้อยแล้ว – มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่โจวเสี่ยวเหลียนจะเทียบความ
แข็งแกร่งที่มหาศาลของหลินหมิงได้ ต่อหน้าหลินหมิง โจวเสี่ยวเหลียนก็
มิได้ต่างจากลูกไก่ในกำมือ ไร้ซึ่งพลังในการขัดขืน หลินหลิงได้กระชาก
แขนซ้ายนางมาบังแหวนที่เฉียบคมของตนเอง
โจวเสี่ยวเหลียนตกตะลึง นางจึงรีบหยุดการโจมตี
ในการต่อสู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญรุ่นเยาว์ทั้งสอง พวกเขากลายเป็นติด
พันกันด้วยการต่อสู้ระยะประชิด ฉากเช่นนี้หายากยิ่งนัก
เหล่าผู้ชมดวงตาเบิกกว้าง ในการต่อสู้ปกติระหว่างนักสู้ มันเป็นปกติ
หากมีการแลกเปลี่ยนกระบวนท่าหรือเปรียบเทียบว่าผู้ใดมีปราณแท้ที่
หนาแน่นยิ่งกว่า หรือไม่ก็เป็นแข่งด้านความเร็วในการเคลื่อนไหว แล้วมัน
จะมาเคยเป็นการต่อสู้ระยะประชิดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
โจวเสี่ยวเหลียนหน้าแดง นางไม่เคยที่จะรู้สึกว่าตนอ่อนแอเช่นนี้มา
ก่อนในชีวิต ด้วยแขนที่ถูกจับ นางรู้สึกราวกับว่ามันจะแตกหัก ไม่มีทางที่
นางจะหลุดออกมาได้ “เจ้าโง่ ปล่อยข้านะ!”
ทันใดนั้น นางก็ได้ใช้เท้าแตะไปยังหลินหมิงจุดอ่อนของผู้ชาย
ระหว่างขาของหลินหมิง แต่มันกลับถูกกั้นไว้ด้วยเข่าของหลินหมิง
“ทั้งที่ยังเด็กแต่กับมีความคิดชั่วร้ายเช่นนี้ กำปั้นนี้ของข้าแทนบิดา
มารดาที่ไม่สั่งสอนของเจ้า!”
ขณะที่กล่าว หลินหมิงก็ได้ยกหมัดขึ้นมาและชกไปยังท้องของโจว
เสี่ยวเหลียน หมัดของเขานั้นเต็มไปด้วยปราณแท้สั่นสะเทือนและทั่วทั้ง
แขนห่อหุ้มไปด้วยปราณแท้สีคราม ซึ่งแขนของนางได้ถูกจับไว้อยู่จึงทำให้
ไม่อาจหลบหนีได้
โล่แสงสายฟ้า!
ในช่วงวิกฤต โล่สายฟ้าสีม่วงที่สว่างจ้าปรากฏออกมาห่อหุ้มร่างของ
โจวเสี่ยวเหลียน
แครกก!
เมื่อปราณสั่นสะเทือนปะทุออกมา ทันใดนั้นโล่สายฟ้าก็แตกออกราว
กับแก้วที่บอบบาง หมัดของหลินหมิงจึงพุ่งตรงไปยังท้องของโจวเสี่ยว
เหลียน!
“อ๊ากกก!”
โจวเสี่ยวเหลียนรู้สึกราวกับว่าท้องของนางถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
ขนาดใหญ่ นางกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดขณะที่ถูกส่งกระเด็น
ลอยไป พร้อมทั้งสำลักโลหิตออกมา