Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 366 ลูกไม้เดิมๆ
สือฮั่นซานได้กล่าวกับผู้อื่นเช่นนี้เพื่อว่าตอนที่เขานั้นได้ต่อสู้กับ
หลินหมิง มันจะไม่เป็นการที่ผู้แข็งแกร่งกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอ ด้วยความ
แข็งแกร่งของหลินหมิงนั้นยับยั้งได้แม้กระทั่งโจวเสี่ยวเหลียน เขานั้น
สามารถท้าทายนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าได้ ดังนั้นเขาคิดว่าสามารถสู้ได้ สือ
ฮั่นซานลองคิดว่าหากตนเป็นหลินหมิงแล้วเขาจะคิดเช่นไร และคิดว่าถ้า
เขาชนะได้มันควรเป็นเป็นชัยชนะที่น่าพอใจอย่างยิ่ง
เมื่อสือฮั่นซานกล่าวจบ เหล่าศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุก็เริ่มที่
จะสนทนากันอย่างดุเดือดว่าจุดจบของการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
“หลินหมิงน่าจะมีความสามารถที่ท้าทายนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าได้ แต่
ถึงอย่างนั้นมันยังเร็วไปที่จะเผชิญหน้ากับสือฮั่นซานได้ เขานั้นควรที่จะ
เริ่มต้นด้วยคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่า”
“การป้องกันของสือฮั่นซานราวกับกระดองเต่า ถ้าการโจมตีหลินห
มิงนั้นไม่สามารถทำลายการป้องกันของสือฮั่นซานได้ มันจะไม่มีอะไรที่
เขาสามารถทำได้และในที่สุดเขาจะพ่ายแพ้”
“ไม่ถูกต้องนัก หลินหมิงได้เปรียบในด้านความเร็ว มันไม่ได้เป็นเรื่อง
ล้อเล่น ถึงแม้ว่าเขาไม่สามารถจัดการกับสือฮั่นซานได้ เขาก็ยังไม่มีทางที่
จะไม่พ่ายแพ้”
“หืม! จากความคิดของเจ้านั้นมันก็เป็นเพียงแค่วิธีหนีไปเรื่อยเท่า
นั้นเอง มากสุดก็จะเสมอกัน”
ในพื้นที่ส่วนของนิกายตราประทับสายฟ้าในห้องจัดเลี้ยง โจวเล่ย
กำลังจิบชาอยู่นั้น เขาได้จับตาดูน้องสาวของเขาที่แสดงออกด้วยความไม่
พอใจอยู่บนใบหน้าของนาง เขาช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มและถามไปว่า “เสี่ยว
เหลียน เจ้าคิดว่าผู้ใดจะเป็นผู้ชนะหรือ?”
โจวเสี่ยวเหลียนงอปากของนางด้วยท่าทางสะอิดสะเอียนแล้วกล่าว
ว่า “เจ้าโง่ตัวใหญ่นั่นกำลังจะพ่ายแพ้อย่างโง่เขลาครั้งใหญ่”
“โอ้? เจ้ามั่นใจหรือว่าหลินหมิงนั้นจะสามารถชนะได้? เจ้ารู้ได้
อย่างไร?” โจวเล่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขานั้นไม่คิดว่าเสี่ยวเหลียน
จะคิดว่าหลินหมิงจะชนะอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ที่ร่างกายของหลินหมิงนั้นมี
ภูมิต้านทานสายฟ้าได้ มันยากที่จะบอกถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของ
เขานั้นมีมากเพียงใด
“ข้าแค่รู้” โจวเสียวเหลียนบุ้ยปาก ไม่อยากที่จะอธิบายไปมากกว่านี้
ถ้าเทียบกับเหล่าศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุนั้น เหล่าศิษย์ของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ล้วนกังวลกัน ไม่อยากที่จะสนทนากันถึงผล
ที่อาจเกิดขึ้นได้ของการต่อสู้ ในเมื่อถึงจุดนี้ มีหลายคนต่างอิจฉาหลินหมิง
และหวังว่าจะเห็นเขานั้นถูกอัดจนเละ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกต้อนจน
มุมโดยการร่วมมือของเหล่า 6 นิกาย หลินหมิงคือคนสุดท้ายที่มีโอกาสกู้
ชื่อเสียงให้แก่พวกเขาได้ ถ้าหลินหมิงพ่ายแพ้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อาจจะ
เจ็บปวดใจเป็นอย่างยิ่ง
บนเวทีประลอง หลินหมิงและสือฮั่นซานยืนอยู่ห่างจากกัน 100 ก้าว
สือฮั่นซานค่อนข้างมีความสุข หลินหมิงได้ขึ้นมาและในที่สุดก็ได้
ยอมรับการต่อสู้ครั้งนี้ เขาหวังจะได้เอาชนะหลินหมิงและหวังจะได้เห็นว่า
สีหน้าอันน่าสมเพชแบบใดกันที่หลินหมิงจะแสดงออกมา
“หลินหมิง” สือฮั่นซานกล่าวผ่านกระแสเสียงปราณแท้ของเขา “เจ้า
รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงอยากสู้กับเจ้ามากนัก?”
หลินหมิงนั้นยังคงเงียบ กำลังรอให้สือฮั่นซานพูดคนเดียวให้จบก่อน
“เฮ้เฮ้ ความจริงแล้วมันช่างง่ายดายนัก พรสวรรค์ของเจ้าช่างน่า
อัศจรรย์ยิ่ง ผู้ชมต่างก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องถอยห่างจากรัศมีอันเจิดจ้าของเจ้า
กลับไปเมื่อตอนที่ข้านั้นยังไม่ได้เป็นศิษย์ของนิกายปฐพีอเวจี ข้าเป็นเพียง
แค่เด็กยากจนในเมืองใหญ่เพียงเท่านั้น ในเมืองนี้มีหญิงสูงศักดิ์ที่มาจาก
ตระกูลที่ร่ำรวย ที่มีรูปร่างหน้าตาที่อาจทำให้เกิดการล่มสลายของ
อาณาจักร ทั้งนิสัย ความงดงาม นางนั้นมีทุกๆอย่างที่ข้าเคยต้องการ แล้ว
ข้าก็ได้มีความคิดหนึ่งขึ้นมา ข้าคิดว่านางนั้นไม่ว่าจะสมบูรณ์แบบเท่าใด
หรือเหล่าบุรุษจำนวนเท่าใดกันที่ได้หลงใหลพวกนาง ข้าจะทำให้นาง
กลายเป็นนางแพศยาที่รอให้บิดาผู้นี้ปู้ยี้ปู้ยำ แล้วหลังจากนั้นข้าจะ
กลับมาและเอาความบริสุทธิ์ของนางไป ความรู้สึกเช่นนั้น เพียงแค่คิดถึง
ตอนนี้ ข้าก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว! หลังจากนั้นนางคนนั้นได้แต่งงานกับ
เหล่าชายสูงศักดิ์ที่เหมาะสมกันดีกับนาง ทุกๆครั้งข้าคิดเกี่ยวกับ เหล่า
หญิงสูงศักดิ์เหล่านั้นที่ครั้งหนึ่งที่เคยถูกข้าปู้ยี้ปู้ยำ ข้าจึงคิดว่ามันช่างยอด
เยี่ยมอย่างยิ่ง”
“ตอนนี้ เจ้าก็เหมือนกับสตรีนั่น ไม่ว่าในอนาคตเจ้าจะดีขนาดไหน
เจ้าก็จะถูกเอาชนะโดยมือคู่นี้ของข้า เจ้านั้นเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือของ
ข้า”
สือฮั่นซานมีความสุขอย่างมาก กล่าวได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นความหยิ่ง
ทะนงและความมั่นใจในการที่เขาแสดงออกมา หลังจากหลินหมิงได้ฟัง
และจากนั้นจึงยิ้มออกมา “เจ้ากล่าวเรื่องไร้สาระมามากพอแล้ว เจ้า
ต้องการที่จะใช้ลูกไม้เดิมๆในการกระตุ้นข้าให้โกรธจากนั้นข้าก็จะโจมตีไป
ยังโล่ป้องกันด้วยพลังทั้งหมดหรือ? เจ้าก็เป็นเพียงคนขลาดที่ไร้ซึ่งความ
มั่นใจในการเอาชนะข้าและใช้เพียงเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าหวังที่จะเอาชนะข้า
เช่นนั้นหรือ?”
หลังจากที่ฟังสิ่งที่หลินหมิงกล่าวออกมา ท่าทางของสือฮั่นซาน
เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
เจ้าเด็กนี่!
“คนแซ่หลิน มิต้องกล่าวถึงข้า แม้เจ้าเองก็ยังไร้ซึ่งความมั่นใจอย่าง
สมบูรณ์ ถึงข้ามั่นใจแต่ข้าก็ยังคงใช้วิธีนี้กระตุ้นเจ้าอยู่ดี แต่ถ้าเจ้ามีความ
มั่นใจถึงเพียงนี้ เจ้ากล้าที่จะโจมตีข้าหรือไม่?”
หลินหมิงได้นำหอกอ่อนปราณคลั่งออกมาจากแหวนมิติของเขาและ
ยิ้มเย้ยแล้วกล่าว ”ตามที่เจ้าต้องการ!”
หลังจากที่กล่าวจบ หลินหมิงได้ระเบิดพลังออกมาทั้งหมดทันที หอก
อ่อนปราณคลั่งสาดประกายไปด้วยแสงสีม่วงและอากาศโดยรอบเขาเริ่มมี
ความรุนแรงปั่นป่วนมากขึ้น และเกิดเป็นวังวนสายลม
“เผชิญหน้ากับสวะเช่นเจ้า ข้าชอบที่จะทุบตียิ่งนัก!!”
เท้าของหลินหมิงกดเท้าลงบนพื้นและเขาพุ่งตรงไปราวกับลูกธนู
หอกกู่ร้องออกมา หอกอ่อนปราณคลั่งถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีคราม หอกนี้
เต็มไปด้วยไปด้วยพลังของมังกรที่แท้จริงอันมหาศาล!
“แย่แล้ว! มันดูเหมือนว่าหลินหมินจะถูกยั่วยุ!” มู่จ้าวเซวียนได้เห็น
หลินหมิงและสือฮั่นซานนั้นยืนอยู่ตรงข้ามกันและกันเป็นเวลาหลายลม
หายใจ และได้รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ มันดูเหมือนว่าสือฮั่นซาน
กำลังใช้ลูกไม้เดิมๆทำให้หลินหมิงกำลังโกรธด้วยการใช้ปราณแท้กระแส
เสียงสื่อสารสนทนากันกับหลินหมิง
เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยาม หลังซ่งเสี่ยวเยว่นั้นได้ตกลงสู่กลอุบาย มู่จ้าวเซ
วียนนั้นคิดว่าหลินหมิงยังเด็กกว่าและไม่ค่อยมีอารมณ์ของคนหนุ่มที่
บรรลุนิติภาวะ ทำให้เขานั้นไม่ตกลงสู่กลอุบายดั่งเช่นกับซ่งเสี่ยวเยว่นั้นได้
โดนไป แต่เมื่อมองไปที่การโจมตีทั้งหมดของหลินหมิง เขานั้นดูราวกับคน
ที่เกิดความโกรธด้วยถ้อยคำของสือฮั่นซาน!
มู่จ้าวเซวียนได้คาดไว้แล้วว่าหลินหมิงนั้นจะต้องผิดพลาด
เช่นเดียวกับศิษย์น้องของนางและในที่สุดก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป นางไม่
สามารถช่วยเหลือได้ เพียงแค่มีความรู้สึกสิ้นหวังภายในหัวใจของนาง
“เป็นธรรมชาติของคนหนุ่มที่จะถูกยั่วยุได้ง่าย”
“หลินหมิงจะพ่ายแพ้ ข้าไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดอันใดอยู่”
ก่อนการต่อสู้ เหล่าศิษย์ทั้งหลายจากภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุได้รับ
การถูกหลินหมิงจัดการไปไม่น้อย แต่ในตอนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
จ่านอวิ๋นเจียนส่ายศีรษะ เขานั้นอยากให้หลินหมิงเป็นฝ่ายชนะ แต่
นักสู้ที่มั่นคงไม่ควรที่จะถูกอารมณ์เข้าครอบงำ ไม่ว่าสือฮั่นซานนั้นใช้
วิธีการใดในการยั่วยุ
ริมฝีปากสือฮั่นซานโค้งขึ้นด้วยความเยาะเย้ย เขานั้นไม่คิดว่าจะมีคน
โง่เช่นนี้อยู่อีก ทั้งที่หลินหมิงนั้นรู้ว่าสือฮั่นซานกำลังทำสิ่งใดอยู่ แต่ก็ยังคง
ตัดสินใจเร่งรีบเช่นนี้ คนโง่เช่นนี้ได้ถูกความรู้สึกเข้าครอบงำมากเกินไป
ไม่ว่าเขาจะมีพรสวรรค์มากแค่ไหน มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะ
หลงเหลือความฉลาดอยู่ในตอนนี้ เขาได้ตายไปครึ่งก้าวแล้ว!
“โล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพี!”
ด้วยมือทั้งสองข้างประคองโล่ขึ้น กำแพงป้องกันสีน้ำตาลหนาทึบได้
ปรากฏขึ้นมาทันที สือฮั่นซานนั้นคุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าการ
โจมตีนั้นจะใช้อะไร ไม่ว่าจะรุนแรงเท่าใด เขาจะป้องกันอย่างเหนียวแน่น
และรับการโจมตีได้ทั้งหมด!
เขานั้นเคยเข้าไปในแดนเร้นลับครั้งหนึ่งกับนักสู้คนอื่นๆ เมื่อพวกเขา
นั้นพบกับภัยพิบัติ นักสู้เพียงคนเดียวที่รอดมาได้นั้นมาจากนิกายปฐพี
อเวจี สือฮั่นซานนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในการป้องกันตนเองเป็น
อย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหอกอ่อนปราณคลั่งนั้นถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีคราม
แทงลงไป ท่าทางของสือฮั่นซานได้เปลี่ยนไป เขานั้นรู้สึกราวกับว่าหอก
นั้นไม่ได้ปะทะกับเขา แต่นั่นมันราวกับเป็นภูเขาที่กำลังพังลงมา!
ปัง!!!
หอกอ่อนปราณคลั่งนั้นได้แทงลงบนโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพี แขน
ทั้งสองข้างของสือฮั่นซานนั้นราวกับสั่นสะเทือนอยู่และเขาได้สูญเสีย
ความรู้สึกใต้ข้อศอกไปอย่างสมบูรณ์ แรงกดดันที่น่าสะพรึงได้ไหลผ่าน
แขนของเขาไปสู่ขาของเขา กระเบื้องใต้เท้าของเขาได้ระเบิดออก!
อะไรกัน… พลังแปลกประหลาดนี่มันคืออะไรกันแน่?
สือฮั่นซานรู้สึกถึงสิ่งที่อธิบายไม่ได้กับความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นใน
จิตใจของเขา เขานั้นเกิดมาพร้อมพละกำลังแห่งเทพและได้ฝึกฝนมันดัวย
ทักษะพิเศษในกายแปรผัน กระนั้นการโจมตีนี้เกือบจะทำให้เขาล้มลงบน
พื้นได้
“โอ้? เจ้าต้านทานได้เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย เขาได้ใช้ความแข็งแกร่งของขั้นผสาน
ไขกระดูกไปแล้วเมื่อครู่และด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายที่มากกว่า
หมื่นจิน เขาได้ใช้ปราณแท้สีครามนั้นใช้ป้องกันหอกอ่อนปราณคลั่งเพียง
เท่านั้น เพราะสมบัติระดับมนุษย์ขั้นกลางนั้นไม่สามารถต้านทานต่อการ
ปะทะที่รุนแรงเกินไปเช่นนั้นได้
จริงๆแล้วสือฮั่นซานนั้นมิได้คิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้
มุมปากของหลินหมิงยกสูงขึ้นจนเห็นรอยยิ้มที่เย้ยหยัน เขายกหอก
ของเขาและแทงลงไปด้วยความรุนแรงอย่างยิ่งอีกครั้งบนโล่ปราณธาตุ
จำเพาะปฐพีกระดองเต่า การโจมตีนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนอีก
พลังแห่งสายฟ้า!
ภายในเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช มังกรวารีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์จู่ๆก็ปะทุ
ขึ้นมา หอกอ่อนปราณคลั่งสาดประกายแสงสีม่วงออกมา มันเต็มไปด้วย
ความน่าเกรงขามแห่งสายฟ้า!
ปัง!
หอกได้แทงลงไปบนโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพี อวัยวะทั้งห้าของสือ
ฮั่นซานได้สั่นสะท้าน และโลหิตของเขาปั่นป่วน ภายใต้ความแข็งแกร่งที่
น่าหวาดกลัวนี้ พลังของสายฟ้าได้ทะลุผ่านโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีเข้า
ไป มันดูราวกับงูที่ได้พุ่งทะลวงไปยังร่างกายของสือฮั่นซาน ทำให้ร่างกาย
ของเขารู้สึกด้านชา
“บัดซบ!”
สือฮั่นซานกัดฟันแน่น และโคจรปราณแท้จากทั่วร่างจนถึงขีดสุดเพื่อ
ทำให้โล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีแข็งแกร่งขึ้น
หอกที่ 3 – ลื่นไหลดุจไหมแพร!
หอกอ่อนปราณคลั่งปราณคลั่งที่ห่อหุ้มไปด้วยปราณสีครามเริ่มจะ
สั่นสะเทือน เกิดเสียงอากาศที่สั่นสะเทือนออกมา หอกอ่อนปราณคลั่งสี
ครามกู่ร้องราวกับมังกรสีเงินที่กำลังทะยานไปสู่ห้วงสมุทร!
หอกอ่อนปราณคลั่งได้แทงลงไปบนโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีด้วย
ความรุนแรงมหาศาล ในช่วงเวลานั้น แรงสั่นสะเทือนนั้นได้ทะลุผ่านโล่
กระจายไปยังร่างกายของสือฮั่นซาน สือฮั่นซานนั้นแค่รู้สึกราวกับร่างกาย
กำลังแยกออกจากกัน ทุกอวัยวะของเขากำลังสั่นสะท้าน!
หอกที่ 4!
หอกที่ 5!
หลินหมิงนั้นโจมตีราวกับพายุ โล่ปราณแท้ของสือฮั่นซานได้บิดเบี้ยว
ด้วยการโจมตีที่ทรงพลังมหาศาล แต่ยังไม่ถูกทำลายอย่างแท้จริง นี่เป็น
ทักษะการป้องกันของนิกายปฐพีอเวจีและอาศัยปราณแท้ของผู้ใช้ ตราบ
เท่าที่ยังมีปราณแท้ส่งมา มันก็จะไม่แตกออก
เหตุผลที่สือฮั่นซานสามารถป้องกันไม่ให้โล่ถูกทำลายเป็นเพราะเขา
นั้นบ้าบอที่จะโคจรปราณแท้ในร่างกายของเขาและทำให้ตนบาดเจ็บขึ้น
ไปอีก ไม่เพียงแค่นั้น แต่ในขณะที่เขากำลังคงสภาพโล่เอาไว้ เขายังต้อง
ต้านทานการโจมตีจากพลังแห่งสายฟ้าและลื่นไหลดุจไหมแพรใน
ขณะเดียวกัน
สถานการณ์นี้อาจจะอธิบายได้เพียงว่ามันน่าสังเวชอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เพราะโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีและประกายแสงสี
ม่วงปิดกั้นวิสัยทัศน์ของพวกเขา เหล่าศิษย์ส่วนมากจึงเห็นเพียงแค่การ
ปะทะกันของปราณแท้เพียงเท่านั้น พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้เลยว่าสือฮั่นซาน
นั้นตกอยู่สถานการณ์เช่นใด
ซ่งเสี่ยวเยว่และมู่จ้าวเซวียนกังวลเป็นอย่างมาก หยานฟู่หงนั้นเต็ม
ไปด้วยความคาดหวังขณะที่จ้องมองหลินหมิงอยู่บนขอบเหวความพ่าย
แพ้ ขณะที่เหล่าศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุกำลังสนทนาเกี่ยวกับ
การต่อสู้อยู่นั้น พวกเขาเหล่านั้นได้เปรียบเทียบความเข้าใจในการต่อสู้
และเคล็ดบ่มเพาะของตนไปด้วย
“หลินหมิงไร้เดียงสาเกินไป ในสถานการณ์เช่นนี้ความแข็งแกร่งของ
พวกเขานั้นใกล้เคียงกัน การจะทะลวงผ่านโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีของ
นิกายปฐพีอเวจีจำเป็นต้องใช้ปราณแท้มากกว่าปราณแท้ที่ศิษย์นิกาย
ปฐพีอเวจีได้ผลาญไป มันดูราวกับไม่จะรุนแรงแค่ไหน โล่ปราณธาตุ
จำเพาะปฐพีของสือฮั่นซานนั้นแค่บิดเบี้ยว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะพังทลาย”
“หืม โล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีของนิกายปฐพีอเวจีนั้นจะสามารถ
แข็งแกร่งขึ้นได้อีกถ้าเจ้าต้องการให้มันแข็งแกร่ง และจะอ่อนแอเมื่อเจ้า
ต้องการให้มันอ่อนแอ นี่มันช่างง่ายดายโดยไม่สิ้นเปลืองปราณแท้ในการ
ทำเช่นนั้นด้วย เมื่อซ่งเสี่ยวเยว่โจมตีนั้น โล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีนั้นยัง
บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง หลังคิดบางอย่างได้ มันดูราวกับนั้นมีเหตุผลเดียว
ที่สือฮั่นซานไม่โจมตีโต้ตอบก็คือเขาต้องการที่จะคงความแข็งแกร่งเอาไว้
ให้มากที่สุด”
“ฮ่าฮ่า ประสบการณ์ของน้องชายจินช่างไร้ขีดจำกัดยิ่ง ตามความรู้
ของข้า นิกายปฐพีอเวจีนั้นมีการป้องกันแบบต่างๆมากมาย สำหรับโล่
ปราณธาตุจำเพาะปฐพีนั้น นั่นมันก็เป็นสิ่งธรรมดาทั่วไป ข้านั้นประหลาด
ใจที่พี่ชายจินมีความเข้าใจได้อย่างถี่ถ้วน”
“มันไม่มีอะไร ข้าแค่บังเอิญได้สู้กับศิษย์นิกายปฐพีอเวจีที่ใช้โล่ปราณ
ธาตุจำเพาะปฐพีมาครั้งหนึ่ง หลินหมิงนั้นมีความสามารถ แต่เขานั้นได้ถูก
ยั่วยุง่ายดายเกินไป ด้วยอารมณ์เช่นนี้ มันยากมากที่จะกลายเป็น
ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง เว้นแต่หากเมื่อเขาเติบโตขึ้น–”
ขณะที่พี่ชายจินกำลังกล่าวอยู่นั้น ก็มีคนกล่าวขัดจังหวะเขา “พี่ชาย
จิน….”
“มีอันใด?” คนแซ่จินกล่าวออกมาด้วยความรำคาญเล็กน้อย
“ข้าคิดว่าข้าเห็นสือฮั่นซานในโล่ปราณธาตุจำเพาะปฐพีนั้นสำลัก
โลหิต… มันราวกับว่าร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยโลหิต…” เด็กหนุ่ม
อายุ15-16ปี ลังเลที่จะกล่าวออกมาขณะที่พวกเขาจ้องมองด้วยดวงตาทั้ง
สองที่เบิกกว้าง