Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 37 คงกระพันต่อหมื่นภูติผี
ขณะที่มีหญิงสาวผู้งดงามเพียบพร้อมไปด้วยสัดส่วนโค้งเว้าที่ชวนให้
หลงใหลอย่างไม่น่าเชื่อ มายืนอยู่ต่อหน้าเขา มันเป็นภาพที่น่าชื่นชมและ
จดจำไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว เหมือนความตั้งใจที่ผ่านมาของเขาจะถล่ม
ลงมา ลมหายใจของเขาปั่นป่วน เลือดสูบฉีดพุ่งขึ้นสมองอย่างรุนแรง ถ้า
จะกล่าวถึงเรื่องของชายหญิงแล้วละก็ หลินหมิงเองก็ยังเป็นแค่เด็กน้อย
อยู่เลย
ฉินซิงเซวียนโอบมือไปล้อมรอบตัวของหลินหมิง นางทั้งอุ่นและมี
กลิ่นหอมแห่งความบริสุทธ์ กลิ่นของนางโชยเข้าไปในจมูกของหลินหมิง
มันทำให้เขาใจเต้นระรั่ว
มันเป็นเพียงภาพที่ถูกสร้างขึ้น!!!
มันเป็นเพียงภาพลวงตา!!!
หลินหมิงหลับตาแน่น เขาเริ่มโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ให้
ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เพื่อจัดการกับสติที่ยังหลงเหลืออยู่ของเขาอย่าง
รวดเร็ว
“หลินหมิง เจ้าไม่ชอบข้าหรืออย่างไร ”
เสียงที่อ่อนนุ่มและสุภาพเหมือนหยาดฝนพร่ำฤดูใบไม้ผลิ หลินหมิง
เผยอเปลือกตาออก แต่เขายังคงแน่นิ่งอยู่
“อา”ด้วยลมหายใจที่อ่อนโยน นางปล่อยหลินหมิงออก ฉินซิงเซวียน
ยืนขึ้น สีหน้าของนางแสดงออกถึงความเสียใจ แล้วในที่สุดนางก็เดินจาก
ไปอย่างช้าๆ
ฉากที่อยู่รอบๆตัวหลินหมิงค่อยๆจางหายไป บรรยากาศรอบตัวของ
เขาค่อยๆเริ่มกลับเป็นปกติ
หลินหมิงสูดหายใจเข้าอย่างลึกๆ หัวใจเขายังเต้นอย่างรุนแรงอยู่และ
ฝ่ามือของเขาก็ยังเต็มไปด้วยเหงื่อ
ในด่านที่สามนี้ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก มันใช้ปมในจิตใจของมนุษย์มา
เล่นกับจิตใจของเรา ดูเหมือนว่าเขาอาจจะไร้เดียงสาเกินไป แต่มันก็
แน่นอนอยู่แล้วที่มนุษย์ทุกๆคนก็ต้องมีจุดอ่อนภายในจิตใจของตนเอง
“อืมมม..เด็กคนนั้นผ่านด่านมาได้แล้ว แต่ก็ใช่เวลาไปไม่น้อย ถึง
ตอนนี้เขาก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งก้านธูปแล้ว”ชายชรามองไปที่ธูปที่กำลัง
ไหม้อยู่แท่งหนึ่ง
“เด็กคนนี้ต่างไปจากหลิงเซ็น ในการทดสอบของหลิงเซ็น เขาใช้
เวลาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น แต่เด็กคนนี้ใช้เวลานานถึงครึ่งก้านธูป จิตใจ
ของเขาคงจะเต็มไปด้วยเหล่าหญิงสาวที่เขาหลงรักอย่างนั้นรึ แต่ยังไงก็
ตาม เขาก็ไม่สามารถทำลายสถิติของหลิงเซ็นได้อยู่ดี” ชายชราพูดขณะ
ยิ้มกว้างเหมือนจะบอกคนอื่นในใจว่า “ฮ่า ฮ่า” เสียมากกว่า
“หึหึ..ขนาดนักรบผู้กล้าหาญในสมัยบรรพกาลยังต้องตกหลุมรัก
หญิงรูปงาม นับประสาอะไรกับบุรุษธรรมดาผู้หนึ่ง ข้าชอบส่วนที่เป็น
ปกติของเจ้าหนุ่มนี้มากกว่า ไอ้เจ้าหลิงเซ้นมันทำให้ข้ารู้สึกหนาวสันหลัง
ไม่สบายตัวเอาซะเลย”
ชายชราทั้งหลายต่างก็คุยโม้กันไปในกลุ่มของพวกเขา อาจจะเพราะ
ความต่างของอายุ ฉินซิงเซวียนได้แยกออกมาจากวงสนทนา นางออกมา
นั่งอย่างเงียบๆคนเดียวขณะที่มองดูหลินหมิง ขณะที่มีความรู้สึกแปลก
ประหลาดออกมาจากภายในจิตใจของนาง หลินหมิงเห็นใครในความฝัน
ของเขากันนะ?
ในการทดสอบที่สี่ หลินหมิงเหมือนตกไปอยู่ในห่วงหุบเหวลึกของขุม
นรก โดยรอบข้างของเขามีแต่ความมืดและแสงสลัวๆ หลินหมิงรู้สึก
เหมือนถูกแช่อยู่ในน้ำจมไปถึงเอว มันคือทะเลสาบสีเลือด มีกะโหลกกอง
สุมกันเป็นภูเขาขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากทะเลสาบสีเลือด และยังมีเสียง
กรีดร้องโหยหวนจากภูตผีปีศาจ ดังก้องอยู่เหนือหัวของหลินหมิง
“เพียงแค่เหล่าภูติผีหมื่นตนแค่นี้นะรึจะหยุดข้าได้”หลินหมิงกล่าวอ
ย่างดูถูกขณะโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ร่างกายของเขาเปล่งแสง
สีทองออกมาและแผ่ขยายออกไปทั่วทุกทิศทาง
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ที่มาจากแดนเทวะนั้น ว่ากันว่าถูกคิดค้นโดย
โพธิสัตว์แห่งสงคราม ซึ่งพลังของมันเปี่ยมล้นไปด้วยแสงแห่งหยาง มัน
สามารถขจัดปีศาจและภาพลวงตาทั้งหมดออกไปได้อย่างง่ายดาย
หลินหมิงไม่สนใจพวกภูตผีพวกนั้น และเริ่มโคจร‘ชีพจรปราณเทพ
คลั่ง’ ต่อจนถึงขีดสุด
“จิตใจของข้าเต็มไปด้วยสันติ แม้เหล่าภูตผีนับหมื่นก็ไม่อาจแตะต้อง
ข้าได้”
แสงสีทองสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ และเมื่อมันได้สัมผัสกับภูตผี
เหล่านั้น ก็ทำให้ร่างของมันแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปในที่สุด
“หึหึ ในด้านนี้จบแล้วรึ?”
ในด่านแรกเป็นด่านทดสอบความกล้า ด่านที่สองเป็นการทดสอบ
ขวัญกำลังใจ ด่านที่สามเป็นการทดสอบต่อสิ่งยั่วยวน ด่านที่สี่ก็เป็นการ
ทดสอบปีศาจในจิตใจ เขาคาดการณ์ได้ว่าด่านที่ห้าจะต้องเป็นการ
ทดสอบความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นแน่
สองด่านแรกนั้นค่อนข้างจะง่าย แต่สามด่านหลังจะต่างออกไป การ
ปรากฏตัวของพวกมันจะมาเพื่อทดสอบปีศาจภายในจิตใจ อาจเป็น
เพราะหลิงเซ็นเป็นพวกกระหายเลือด การทดสอบที่สี่จึงยากสำหรับเขา
เพราะเขาใช้เวลาไปกว่าครึ่งก้านธูป แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขามีความเป็น
ปีศาจในจิตใจน้อยลงเลย
“เจ้าหลินหมิงนั่น ไม่มีปีศาจแม้แต่ตัวเดียวในจิตใจเลยหรืออย่างไร
กัน”
“จิตใจและความคิดของเขาช่างบริสุทธิ์จริงๆ หาได้ยากยิ่งนัก ตั้งแต่
การทดสอบด่านที่หนึ่งมาจนถึงด่านที่สี่เขาใช้เวลาไปเพียงครึ่งก้านธูปเอง
เป็นต้นอ่อนที่น่าจับตาดูเสียจริง” ชายชราอุทานออกมาจากจริงใจ
ในขณะที่เวลากำลังเดินไป ก็มีเหล่าผู้ทดสอบที่ค่อยๆตกรอบมาก
ยิ่งขึ้น แม้ในด่านที่หนึ่งและสองจะง่ายก็จริง แต่ตั้งแต่ด่านที่สามเป็นต้นไป
จำนวนผู้ที่ตกรอบก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลานอวิ๋นเยว่เองก็กำลังแอบให้ความสนใจกับหลินหมิงอยู่จากที่
ไกลๆ ถึงหลินหมิงจะไม่ได้อยู่ในท่าทีที่สงบตลอดเวลา แต่จิตใจของเขาก็
มั่นคงหนักแน่นไม่เหมือนกับผู้ทดสอบคนอื่นๆที่มีรู้สึกหวาดกลัว มีใบหน้า
ที่บิดเบี้ยว ซีดเซียวแต่อย่างใด
ในตอนนี้หลานอวิ๋นเยว่มีความรู้สึกที่นางไม่อาจจะอธิบายมาเป็น
คำพูดได้ นางรู้สึกว่าหลินหมิงจะต้องผ่าน และเอาชนะด่านทดสอบแห่ง
มุ่งมั่นนี้ได้ ตลอดไปจนการทดสอบที่สาม
การทดสอบในด่านสุดท้าย หลินหมิงยังคงไม่ได้ออกจากขุมนรกแห่ง
นั่น เขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ต่อมาทะเลเลือดแห่งนี้ก็เดือดขึ้นอย่าง
ช้าๆ มีฟองเลือดเดือดปุดๆผุดขึ้นมา
อุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้น ทะเลสีแดงก่ำนี้เหมือนถูกทำให้เดือดด้วย
ความโกรธเกรี้ยวแห่งความมืด ฟองแต่ละฟองที่ผุดขึ้นมาก็แตกออกเป็น
ไอเลือดระเหยคลุ้งไปในอากาศ เหมือนกับทะเลสาบเลือดแห่งนี้กำลังจะ
กลายเป็นบ่อลาวาเดือดในไม่ช้า
หลินหมิงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่เริ่มถาโถมเข้ามาในร่างกายของ
เขา เหมือนว่าเขากำลังถูกต้มทั้งเป็นในทะเลเลือดแห่งนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้
ว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตา แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีอะไรมาเทียบ
ได้เลย มันเป็นความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสขนาดที่ว่ายอมตายเสีย
จะยังดีกว่าจะมาทนกับความทรมานเช่นนี้
ด่านที่หนึ่งถึงสี่ต่างก็เป็นเพียงภาพลวงตา เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าใน
ด่านที่ห้านี้จะทำให้เขาเจ็บปวดทรมานขึ้นมาจริงๆ หลินหมิงกัดฟันแน่น
และพยายามพยุงสติเอาไว้ เขาพยายามคิดในแง่ดีสุดๆขณะที่กำลังแบก
รับความเจ็บปวดนี่เอาไว้ เจ้าทะเลเดือดนี่มันไม่เท่าไหร่หรอก มันก็แค่
แดดหน้าร้อนเท่านั้นเองงงง!!!
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดอยู่ ทะเลเลือดก็ติดไฟขึ้นมาทันที เปลวไฟ
แผดเผาอันรุนแรงพุ่งขึ้นไปในอากาศเหมือนลาวาปะทุในขุมนรกไม่มีผิด
กองไฟดังกล่าวกำลังพุ่งตรงมายังหลินหมิง เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่
แผ่เข้ามาในตัวของเขาได้อย่างชัดเจน เมื่อได้เห็นทะเลเพลิงอันใหญ่โต
ขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องหวาดกลัวจนหัวใจวายกันทั้งนั้น
ทันใดนั้นหลินหมิงก็ได้ตะโกนออกมาอย่างกึกก้อง
“เส้นทางแห่งการต่อสู้ของข้า เป็นดั่งแมลงเม่าบินเข้ากองไฟอยู่แล้ว
ท่านต้องการให้ข้ากลายเป็นเถ้าธุลีในทะเลเพลิงแห่งนี้รึ? หากเป็นเช่นนั้น
ข้าก็ไม่จำเป็นต้องหวังอะไรให้มากไปกว่านี้ ”
ทะเลเพลิงได้ดูดกลืนหลินหมิงเข้าไป และในเวลาต่อมา ทุกสิ่งทุก
อย่างก่อเกิดกลายเป็นความว่างเปล่า หลินหมิงยืนขึ้นและมองออกไป
รอบๆ เขากลับมาที่แท่นหยกแล้ว รอบๆตัวเขาเต็มไปด้วยเหล่าชายหญิง
ที่กำลังร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวดกับสิ่งที่พวกเขาได้เผชิญในความฝัน
เมื่อได้เห็นหลินหมิงลืมตาและยืนขึ้น มู่อี้ถึงกับต้องตกตะลึง เขามอง
ไปยังก้านธูปที่กำลังไหม้อยู่ มันยังไหม้ไปไม่ทันหมดหนึ่งก้านเลย แม้มัน
จะเหลืออีกไม่มากก็ตาม
ไอ้เจ้ามนุษย์น้ำแข็งเลือดเย็น หลิงเซ็น ถูกทำลายสถิติซะแล้ว!!!
ฉินซิงเซวียนเองก็ตกใจมากเช่นกัน นางได้เคยลองทดสอบในด่าน
แห่งความมุ่งมั่นนี้มาก่อนแล้วและนางก็ตระหนักได้ถึงความยากและน่า
กลัวของแต่ละด่านเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ระดับหกของนางจะไม่
เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรแห่งนี้ แต่ความสามารถนั้นก็
ไม่ได้ช่วยให้นางผ่านด่านนี้ได้เร็วขึ้นนัก ฉินซิงเซวียนใช้เวลาเกือบครึ่ง
ชั่วโมงในการผ่านด่านเหล่านี้ แต่หลินหมิงกลับใช้เวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งก้าน
ธูปด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าจะมีเรื่องที่ไม่น่าเชื่อขนาดนี้เกิดขึ้นในวันนี้
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นผู้ที่แสดงจิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้ออกมาได้ยอดเยี่ยมมากถึงเพียงนี้ ใช่แล้วคะแนนใน
ด่านทดสอบแรกของเขาอยู่ที่เท่าไร? ” ชายชราถามผู้คุมการทดสอบหญิง
ที่ดูแลอยู่ตรงนั้น
“2700 จิน” หลินหมิงได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของด่านทดสอบ
พละกำลัง หญิงสาวตอบอย่างมั่นใจ เพราะนางจำได้อย่างแม่นยำ
“โอ้?” ชายชราถามต่อด้วยความกระตือรือร้น “เขามีพรสวรรค์อยู่
ในระดับใดกันรึ?”
หลังจากที่ฟังชายชราถาม ก่อนที่เจ้าหน้าที่สาวจะตอบ มู่อี้ก็ชิงตอบ
ก่อนว่า “เพียงแค่ระดับสาม”
“ระดับสามงั้นรึ?”ชายชราถามขึ้นอีกครั้งอย่างแปลกใจ และเริ่มที่จะ
ถอนหายใจอย่างผิดหวัง “น่าเห็นใจ น่าเห็นใจเสียจริงๆ” แม้ในความจริง
พรสวรรค์ระดับสามจะไม่ได้ถึงกับแย่มากนัก แต่มันก็ต่ำกว่าเหล่าเด็ก
อัจฉริยะของสำนักเจ็ดแก่นแท้อยู่ดี
แต่ทันใดนั้นมู่อี้ก็พูดสวนขึ้นมา “ในบางครั้ง ระดับพรสวรรค์ก็มิได้
เป็นตัวบ่งบอกไปเสียทุกอย่าง ท่านเพียงแค่ต้องรอดูความสามารถของเขา
ต่อไป เขาเป็นดั่งราชามังกรท่ามกลางฝูงเหล่านั้น”
มู่อี้พูดด้วยความมั่นใจ เมื่อเขาเห็นระดับของหลินหมิงในตอนแรก
เขาก็ตกใจและคิดว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ แต่ในตอนนี้เขารู้แล้วว่า
หลินหมิงสามารถประสบความสำเร็จได้ในขณะที่คนบางคนยังใช้เวลาทั้ง
ชีวิตทำไม่ได้แบบเขาเลยด้วยซ้ำ หลินหมิงจะต้องเป็นคนที่พิเศษเหนือกว่า
ผู้ใดในอนาคตเป็นแน่
ถึงแม้มู่อี้จะพูดด้วยความมั่นใจก็ตาม แต่เส้นทางของการต่อสู้ก็
อันตรายและละเอียดอ่อนเกินไป มันอาจจะเป็นจุดหักเหที่สำคัญใน
อนาคตก็เป็นได้ ด้วยพรสวรรค์ระดับสาม แม้ว่าเขาจะมีเงินทองจำนวน
มากคอยหนุน แต่ในที่สุดการฝึกฝนของเขาก็คงจะไปติดอยู่ในขั้นๆหนึ่ง
เหมือนกับคนอื่นๆ ขั้นผสานชีพจร
ขณะที่หลินหมิงกำลังก้าวลงมาจากเวที หลานอวิ๋นเยว่ที่แอบมอง
หลินหมิงจากที่ไกลๆก็มองมาที่เขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน นางรู้มาตลอดว่า
หลินหมิงเป็นคนหนักแน่นและมั่นคง แต่นางก็ไม่คิดว่าเขาจะผ่านด่านได้
เร็วถึงเพียงนี้
นางรู้แก่ใจดีว่า สำหรับหลินหมิงแล้ว การจะให้เลิกเดินบนเส้นทาง
แห่งการต่อสู้นั้นเป็นไปไม่ได้ เขาได้กำหนดจุดมุ่งหมายสูงสุดของเขาเอาไว้
แล้ว และเขาจะมุ่งหน้าไปในเส้นทางนี้เท่านั้น
หลังจากที่หลินหมิงลงจากเวที เขาก็ถูกพาไปยังห้องพักแห่งหนึ่ง ที่ๆ
เขาจะถูกพาไปนี้ยังเป็นที่ๆจัดการทดสอบสุดท้าย-มหาเจดีย์วิจิตร