Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 372 หอกร่ายรำกลางเวหา
จ่านฮัวลอยอยู่บนอากาศด้วยความภูมิใจและมีรอยยิ้มเย้ยหยัน
ปรากฏอยู่บนในหน้าของเขา
“ปราชญ์แห่งสงครามเคยกล่าวไว้ว่า ‘ยิ่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงเพียงใด
ก็ยิ่งได้เปรียบในการต่อสู้เท่านั้น หลินหมิงเจ้าได้พ่ายแพ้ไปเรียบร้อย
แล้ว!’”
ความจริงก็คือจ่านฮัวหวังว่าหลินหมิงนั้นจะกระโดดขึ้นมาต่อสู้กับ
เขากลางอากาศ สำหรับนักสู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่าขั้นปราณปลาย
ฟ้าพวกเขาจะไม่มีพละกำลังมากนักขณะที่ตนลอยอยู่กลาง ดังนั้น หลินห
มิงจึงไม่น่าที่จะป้องกันการโจมตีจากเขาได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อใดที่
หลินหมิงก็โดดขึ้นมามันก็จะกลายเป็นจุดอ่อน
อีกอย่าง หากหลินหมิงไม่กระโดดขึ้นมาก็จะไม่สามารถหลบการ
โจมตีของเขาและจะกลายเป็นเพียงเป้าหมายที่ง่ายดาย แต่หากหลินหมิ
งกล้าที่จะโดดขึ้นมา มันก็เท่ากับการยื่นหน้าเข้ามาให้จ่านฮัวตบ นั่นยิ่ง
เป็นสิ่งที่จ่านฮัวต้องการอย่างยิ่ง
“สารเลวยิ่งนัก!” ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ประณามจ่านฮัวอ
ย่างเปิดเผย และมีศิษย์อีกหลายคนอยากที่จะเอาจานเขวี้ยงเขาให้ตกลง
มา
“ช่างเป็นวิธีการที่น่าละอายและเจ้าเล่ห์อย่างแท้จริง” นี่คือวิธีการ
ต่อสู้ของเจ้าเช่นนั้นหรือ?”
“เจ้าเป็นเต่าหัวหดของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุหรืออะไรทำนองนั้น
หรือ? หากแน่จริง ก็ลงมาสู้กับหลินหมิงด้านล่างซะ!”
“พูดอันใดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า เจ้านี่คงไม่กลัวเสียหน้าอย่าง
แน่นอน! น่าละอายแทนยิ่งนัก! ศิษย์หญิงของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กล่าว
ตัดสินอย่างตรงไปตรงมา”
สีหน้าของเหล่าศิษย์จากภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุยิ่งกลายเป็นน่า
เกลียดขึ้นไปอีก แต่พวกเขาก็จำได้ว่า ในตอนนั้นหลินหมิงได้ ท้าทายพวก
เขาด้วยสีหน้าที่สงบเยือกเย็น จนพวกเขาต้องกัดฟันด้วยความโกรธ พวก
เขาไม่อยากที่จะให้หลินหมิงได้ดูถูกพวกเขาได้อีกต่อไปไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็
ตามในการเอาชนะ
สำหรับจ่านฮัว เขาได้ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงด่าทอของเหล่าศิษย์ของ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ในการต่อสู้ที่แท้จริงนับตั้งแต่อดีตกาล ตราบใดที่
เป็นฝ่ายชนะเรื่องอื่นก็จะไม่สำคัญอีกต่อไป
“หลินหมิงยืนอยู่เฉยๆและให้ข้าได้ทุบตีเจ้าก็พอ ข้าจะเฆี่ยนเจ้าให้
ตาย รับแส้ของข้าไปซะ!”
จ่านฮัวเคลื่อนไหว ปราณแท้หมุนวนไปทั่วร่างของเขา เกิดแสงสีน้ำ
เงินพันรอบแส้ของเขา เกิดเสียงที่แหลมคมราวกับว่าแส้นี้สามารถที่จะฉีก
ท้องฟ้าออกจากกันได้ มันยาวเพียง 50 ก้าวโดยปกติจะโจมตีไม่ถึงหลินห
มิงอย่างแน่นอน แต่จ่านฮัวได้ใช้มันผสานเข้ากับวิถีแห่งลม
เมื่อแส้นี้ได้หลอมรวมเข้ากับสายลม มันจึงรวดเร็วและยากที่จะคาด
เดาทิศทางได้
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
แส้เงานับสิบได้ฟาดลงมา โลหะสีเงินที่คมกริบรวมกับแสงสีฟ้า
กลายเป็นเส้นบางฟาดลงมาราวกับเป็นใบมีดที่คมได้เฉือนลงบนพื้น เหลือ
ทิ้งไว้เพียงรอยลึก
หลินหมิงห่อหุ้มร่างของตนเองไว้ด้วยปราณแท้สีคราม แม้แต่ในขณะ
ที่เคลื่อนไหวหลบหลีกอยู่เขาก็ยังโดนเข้ากับปราณแท้จากแส้เงา เขารู้สึก
ได้ทันทีถึงพลังความเย็นของแส้เงาที่ไหลเข้ามาในร่างกายของเขาราวกับ
เป็นงูพิษ แฝงไปด้วยพลังกัดกร่อน มันละลายปราณแท้ภายในร่าง
ถึงแม้ว่าพลังของมังกรที่แท้จริงจะไร้ที่สิ้นสุดและเป็นนิรันดร์ มันก็ยัง
ต้องการแหล่งพลังงานอย่างมากเพื่อคืนสภาพหลังถูกละลาย
แครกก!
ชุดของหลินหมิงถูกฉีกขาดจนปรากฏรูขนาดใหญ่ขึ้น
‘หืม? แส้ที่มีพลังไอเย็นน้ำแข็งสามารถผ่านปราณแท้ปกป้องร่างของ
ข้าได้ โลกนี้ช่างยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ยังมีเคล็ดวิชาที่น่าทึ่งอยู่อีก
มากมายอย่างยิ่ง’
ด้วยแส้เงาผสานเข้ากับสายลม เกิดเป็นแส้เงานับพัน มันสามารถที่
จะเปลี่ยนทิศทางโจมตีได้อย่างฉับพลันตามที่ต้องการ นี่เป็นเคล็ดวิชาที่
น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
หลินหมิงมีความสนใจในการเรียนรู้ทักษะนี้ในการต่อสู้กับจ่านฮัว
เพื่อรู้แจ้งบางอย่าง แต่ในตอนนี้ เขาได้ใช้ปราณแท้ไปจำนวนหนึ่งแล้ว
หากเขายืดเยื้อการต่อสู้กับจ่านฮัวออกไป เขาก็จะไม่มีพลังเหลือพอที่จะ
ต่อสู้กับเหล่าหัวหน้าศิษย์เมื่อพวกเขาขึ้นมาบนเวที ถึงแม้เหล่าหัวหน้า
ศิษย์จะหยิ่งยโสและมีความทะนงตน หากเขายังเอาชนะต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
เช่นนี้พวกเขาจะต้องลงมืออย่างแน่นอน
“ฮ่าฮ่า หลินหมิง เจ้าวางแผนที่จะหลบซ่อนอยู่หรือ? เจ้านั้นมิต่าง
จากหนูข้างถนน ทำได้เพียงแค่วิ่งหลบไปมาเท่านั้น!”
“ดี! ในเมื่อเจ้าอยากที่จะซ่อน เช่นนั้นข้าก็จะฉีกเสื้อผ้าเจ้าซะ และ
เมื่อเจ้าเปลือยเปล่า ข้าอยากจะเห็นยิ่งนักว่าเจ้าจะซ่อนอย่างไรในคราว
นี้!”
จ่านฮัวมีเจตนาที่โกรธเคืองต่อหลินหมิง มันดูเหมือนว่าศิษย์ของ
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุจะโกรธเคืองเขาทั้งหมด หลินหมิงตระหนักได้ว่า
ในเมื่อจ่านฮัวอยู่กลางอากาศและก็ได้โจมตีเขาไปพร้อมกัน ยังต้อง
ควบคุมการลอยตัวของตนเองอีกด้วย แสดงว่าปราณแท้ที่จ่านฮัวต้องใช้
นั้นมีมากกว่าเขาอย่างแน่นอน แผนของจ่านฮัวจะต้องเป็นการยั่วยุให้เขา
โกรธและกระโดดขึ้นไปต่อสู้กลางอากาศด้วยกัน หากเขาทำเช่นนั้น จ่าน
ฮัวจะต้องได้เปรียบมากอย่างแน่นอน
ก่อนที่นักสู้จะเข้าสู่ขั้นปราณปลายฟ้า พวกเขาจะเลี่ยงเลี่ยงการ
กระโดดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น นี่เป็นพื้นฐานที่นักสู้
ขั้นระดับต้นควรรู้
ยิ่งมิต้องกล่าวถึงการกระโดดสูงหลายเมตร มันมิต่างกับคนโง่ที่
พยายามฆ่าตัวตาย ก่อนหน้านี้เมื่อตอนที่ฮั่วกงพยายามที่จะลอบสังหาร
หลินหมิงบนท้องฟ้าเหนือป่าไพศาลทางใต้ เป็นเพราะว่าเขาได้พยายาม
จัดการกับหลินหมิงบนท้องฟ้า เขาจึงไม่อาจที่จะใช้พลังออกมาได้เต็มที่
เมื่ออยู่กลางอากาศ ผลลัพธ์คือทำให้นักสู้ขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณต้นฟ้าถูกนัก
สู้ขั้นดัดกระดูกเช่นหลินหมิงทำให้บาดเจ็บสาหัส มิเช่นนั้น เขาคงมิได้เป็น
ฝ่ายถูกสังหารแทน
แน่นอนว่า สำหรับหลินกฎนี้เป็นข้อยกเว้น กลางอากาศเป็นเวทีที่
เหมาะกับเขาเป็นอย่างยิ่ง
“ในเมื่อเจ้าอยากที่จะยั่วยุให้ข้าโกรธมากนักล่ะก็ ข้าก็จะทำตามที่
เจ้าต้องการ” หลินหมิงยกมุมปากขึ้นด้วยความเย้ยหยัน เขาจับหอกแน่น
และย่อเข้าลง เตรียมตัวที่จะกระโดดขึ้นไป
“หืม?” โจวเล่ยตระหนักได้ว่าหลินหมิงกำลังจะทำสิ่งใด ความ
ประหลาดใจปรากฏอยู่ในแววตาของเขา และกล่าวเย้ยหยันว่า “หากเขา
กระโดดขึ้นไปต่อสู้ เขาจะต้องเป็นฝ่ายแพ้อย่างแน่นอน!”
เผชิญหน้ากับจ่านฮัวที่ใช้วิธีการต่อสู้อย่างเจ้าเล่ห์ มีเพียงทางเดียวที่
จะจัดการกับเขาคือเปรียบเทียบกันด้านการใช้ปราณแท้ว่าผู้ใดใช้ไปน้อย
ที่สุด ในเมื่อเขาอยู่กลางอากาศก็จะยิ่งผลาญปราณแท้ไปมากกว่าหลินหมิ
งอย่างแน่นอน เมื่อปราณแท้ของจ่านฮัวเหือดแห้ง ชัยชนะก็จะอยู่ในมือ
ของหลินหมิง แน่นอน หลินหมิงจะต้องผลาญปราณแท้ไปมากพอควร แต่
มันก็ดีกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป
การกระโดดขึ้นไปในอากาศก็ราวกับเข้าไปในอาณาเขตของจ่านฮัว
เมื่อมันเกิดขึ้น หลินหมิงก็จะถูกจัดการอย่างง่ายดาย ไม่มีทางใดที่จะทำ
ให้เข้าสามารถแสดงพลังออกมาได้เต็มที่กลางอากาศ หากหลินหมิงไม่
อาจที่จะหาวิธีหลบหรือป้องกันทางอากาศได้ เขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างมิ
ต้องสงสัย
มู่อวี้หวงขมวดคิ้ว ถึงแม้นางจะเพิ่งรู้จักกับหลินหมิงได้ไม่นาน นางก็
รู้สึกได้ว่าหลินหมิงนั้นมิใช่ผู้ที่ทำสิ่งไร้เหตุผล เขากล้าหาญ แต่ก็มิได้ตา
บอด มิเช่นนั้น มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เข้าจะได้รับพลังของมังกรวารีสีม่วง
สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาจากหุบเขาสายฟ้าฟาด แล้วเหตุใดยังจะต้องกระโดด
ขึ้นไปเช่นนั้นด้วยเล่า? หรือว่าเขามีแผนสำรองอันใดอยู่?
มู่อวี้หวงชำเลืองมองไปยังมู่เชียนหยี่และมองเห็นสายตาที่ไม่ค่อย
แน่ใจของนางด้วยเช่นกัน มันไม่มีการโต้เถียงกันอีกแล้ว ต่างฝ่ายต่าง
รับชมการต่อสู้อย่างตั้งใจ
ปัง!
พื้นกระเบื้องใต้เท้าของหลินหมิงแตกออก หลินหมิงพุ่งทะยานขึ้นสู่
ท้องฟ้าราวกับเป็นลูกศร!
“ฮ่าฮ่า เจ้ากำลังมองหาที่ตาย เจ้าหนู!”
จ่านฮัวยกมือขวาขึ้นและหวดแส้ออกไป เกิดเป็นแส้เงาปิดกั้นหลินห
มิงทุกทิศทาง มันราวกับเป็นฝูงผึ้งที่กำลังรุมล้อมเข้ามา พยายามที่จะฝัง
เหล็กในใส่เขา!
ในตอนนี้ หลินหมิงได้ถูกล้อมไปด้วยตาข่าย!
“หลินหมิงจะต้องพ่ายแพ้” จ่านอวิ๋นเจียนรู้สึกดีใจ หลินหมิงก
ระหายที่จะชนะมากเกินไป จึงได้ตกลงไปสู่ความพ่ายแพ้
เขาไม่คิดเลยว่าภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุจะชนะอย่างยากลำบากถึง
เพียงนี้ อย่างไร สุดท้ายพวกเขาก็ชนะ…
ศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุดวงตาสาดประกาย เจ้าโง่นี่กระโดด
ขึ้นไปด้วยความตั้งใจของตนเองเสียด้วย มุ่งหน้าเข้าไปหาการโจมตี
โดยตรง!
เผชิญหน้ากับการโจมตีหลากหลายและรุนแรงเช่นนั้น จะต้องได้รับ
บาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอนเมื่อโดนเข้ากับการโจมตีนี้ ในการประลอง
เช่นนี้ เมื่อได้รับบาด ก็เท่ากับได้พ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว
ศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุกลายเป็นร่าเริงขึ้นมา ความรู้สึก
สนุกสนานและมีความสุขเผยออกมาผ่านทางคำพูดและท่าทางของพวก
เขา
“เจ้าแมลงวันกระจ้อยร่อย ดูสิว่าเจ้าจะยังท้าทายผู้อื่นได้อีกหรือไม่!
ตอนนี้เจ้ายังจะแสดงอันใดออกมาได้อีกหรือ!?”
“สิ่งที่ขึ้นไปย่อมตกลงมา เจ้าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่หยิ่งยโส
จนเกินไป!”
“ตายซะเถอะเจ้าโง่!”
ในตอนนี้ หลินหมิงมิได้รับรู้เลยว่าศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ
จะคาดการณ์ว่าพวกตนนั้นได้ชนะไปแล้วและเริ่มสาปแช่งเขา แน่นอน ใน
เสี้ยววินั้น ก่อนที่จะได้พ่นคำสาปแช่งออกมาหมด หลินหมิงก็ได้พุ่งเข้าหา
แส้เงาจำนวนมากพวกนี้แล้ว
แส้เงาได้ครอบคลุมทุกทิศทาง! จากมุมมองของเหล่าผู้ชม พวกเขา
สามารถที่จะมองเห็นได้ถึงแส้เงานี้ได้ปกคลุมผืนฟ้าด้านบน และจุด
ศูนย์กลางของมันที่พุ่งลงก็คือหลินหมิง!
แส้เงาโดมเริ่มหดตัวบีบเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับตาข่ายที่ถูกโยนลง
มาจากด้านบน สำหรับหลินหมิง เขาพุ่งเข้าไปอยู่ตรงกลางของมันที่หดลง
เรื่อยๆ หลินหมิงจดจ่ออยู่กับการโจมตีนี้ แต่ต่อให้เขาสร้างปราณแท้ที่
หนาแน่นขึ้นมาปกป้องร่างกาย เขาก็ยังต้องบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะ
จำนวนมากเช่นนี้อยู่ดี!
เมื่อแส้ทั้งหมดพุ่งเข้ามาปะทะจุดเดียวอย่างรุนแรง แต่ทันใดนั้น ร่าง
ของหลินหมิงที่กำลังจะถูกปะทะ ก็ได้หายไป
เหลือไว้เพียงภาพติดตา!
บึมมมม!
แส้ปะทะกันเองจนเกิดการระเบิดที่รุนแรง คลื่นอัดอากาศสีฟ้าพุ่ง
กระจายออกไปทั่วทิศทาง หลินหมิงราวกับเป็นนกที่หลุดรอดออกมาจาก
พายุ เมื่อเขาหลุดออกมาได้ เขาก็เปลี่ยนทิศทาง 2 ครั้งอย่างว่องไวพุ่งโค้ง
ไปด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือ โดยอาศัยควันจากการระเบิดช่วยปิดบัง
อ้อมไปทางด้านหลังของจ่านฮัว หอกอยู่ในมือของเขาแทงไปยังแผ่นหลัง
ของจ่านฮัวในทันที!
ในตอนนี้ จ่าวฮัวกำลังมองดูพลังของตนเองที่ระเบิดออก เขาก็ยิ้ม
ด้วยความปิติยินดี เพราะไม่คิดว่าตนนั้นจะชนะอย่างง่ายดายเช่นนี้
หลินหมิงผู้นี้มิได้มีอันใดมากมายนัก ถึงแม้เขาจะมีพละกำลังมหาศาล แต่
ก็มิอาจทนการยั่วยุและกระโดดขึ้นมาหาที่ตายราวกับคนโง่ แต่เขาคงไม่
น่าที่จะตายเพราะการระเบิดนี้ใช่หรือไม่?
หากเขาตายไปง่ายๆเช่นนี้ มันก็คงหมดสนุก มันจะดีกว่าหากเขา
กลายเป็นคนพิการถาวร อย่างน้อยเส้นชีพจรหลายเส้นถูกทำลายก็ยังดี
และบางทีเขาอาจจะได้หินลมปราณแท้มาเป็นรางวัลที่ทำให้หลินหมิงมี
สภาพอนาถเช่นนี้อีกด้วย
ในขณะที่จ่านฮัวกำลังคิดว่าตนได้ทำภารกิจสำเร็จและกำลังจะลงไป
เขาก็ได้รู้สึกถึงพลังเพลิงต้นกำเนิดอันน่าหวาดกลัวพุ่งมายังด้านหลังของ
เขา เสียงของเปลวเพลิงที่กู่ร้องดังอยู่ใกล้หูของเขามาก
“หืม!?”
จ่านฮัวหันกลับไปมอง เกิดความรู้สึกน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง เขา
มองเห็นฟีนิกซ์เพลิงที่สยายปีกพุ่งมายังเขา มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนบดบัง
ทัศนวิสัยของเขา
หลินหมิงถือหอกลอยพุ่งมาหาเขา หอกของเขากำลังร่ายรำอยู่กลาง
เวหา!
พลังเพลิงที่ปะทุออกมาจากหอก พวยพุ่งถึงสวรรค์ชั้นฟ้า
ฟีนิกซ์สยายปีกทะยานฟ้า!
บึมมมม!
การระเบิดที่ราวกับภูเขาไฟปะทุเกิดเป็นเสียงร้องของฟีนิกซ์ดังก้อง
ไปทั่วปฐพี ร่างกายของจ่านฮัวปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง!
หลังจากที่การระเบิดหยุดลง คลื่นกระแทกของปราณแท้ก็กระจาย
ออกไป จ่านฮัวในตอนนี้ราวกับปลาตายที่กำลังร่วงลงมาจากท้องฟ้า
สถานการณ์พลิกกลับอย่างรวดเร็วจนเกินไป มันเกินความคาดหมาย
อย่างยิ่ง!
เหล่าศิษย์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุที่กำลังส่งเสียงวิจารณ์กันก็ต่าง
หยุดชะงักไปในทันทีที่เห็นฉากนี้เกิดขึ้น สีหน้าที่กำลังปิติยินดีและหยิ่ง
ยโสก็แข็งค้างไปในทันที และจากนั้นก็เต็มไปด้วยความไม่อยากที่จะเชื่อ
มัน… มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!?
เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่!?
หลินหมิงนั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เป็นเพราะการระเบิดได้
บดบังเขาเอาไว้ จึงมีเพียงบางคนเท่านั้นที่จะสามารถมองเห็นหลินหมิ
งได้อย่างแท้จริง
เขาได้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ในอากาศ แต่ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขา
ยังเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลันถึง 2 ครั้ง! ความว่องไวและความคล่องตัว
เช่นนี้น่าตกใจยิ่งนัก!
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าที่อยู่ที่นี่ยังต้องอ้าปากค้างด้วย
ความตกตะลึง ถึงแม้พวกเขาจะบินได้ก็จริง แต่การเคลื่อนไหวกลาง
อากาศของพวกเขาก็ยังด้อยกว่าบนพื้นดินมากนัก แต่ความรวดเร็วและ
คล่องตัวในการเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศอย่างฉับพลันของหลินหมิงทำ
ให้พวกเขารู้สึกละอายด้วยเช่นกัน!
โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญหลายคนของนิกายหุบเขาวายุคลั่ง สีหน้าของ
พวกเขาราวกับเห็นผี
นี่เป็นวิถีแห่งลมอย่างแน่นอน! หลินหมิงได้มีความเข้าใจในวิถีแห่งลม
ได้อย่างไรกัน!?
และมันยังลึกซึ้งและยอดเยี่ยมยิ่งกว่าวิถีแห่งลมของนิกายหุบเขาวายุ
คลั่งอีกด้วย หากเปรียบเทียบกัน เคล็ดวิชาเหาะเหินของจ่านฮัวก็เป็นได้
เพียงของเล่นเท่านั้น!