Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 384 ขั้นผสานไขกระดูก ปะทะ เคล็ดบ่มเพาะปีศาจ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 384 ขั้นผสานไขกระดูก ปะทะ เคล็ดบ่มเพาะปีศาจ
เผชิญหน้ากับเคล็ดบ่มเพาะปีศาจที่ทรงพลังและเหล่ยมู่ไป่ที่อาบไป
ด้วยแสงสีโลหิตอันบ้าคลั่ง ในที่สุดหลินหมิงก็ได้ยืนยันความคิดของตน
อย่างสมบูรณ์แล้วว่าเหล่ยมู่ไป่นั้นมาจากดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้
‘เคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพกาลสามารถที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น
ให้กับผู้ใช้เท่าตัวได้เช่นนั้นหรือ?’ รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของหลินหมิง
‘หากข้าไม่อาจที่จะสำเร็จขั้นผสานไขกระดูกได้ถึง 20% แล้วละก็เช่นนั้น
ข้าก็คงต้องพ่ายแพ้ในการประลองนี้อย่างช่วยไม่ได้ แต่ในตอนนี้ เหล่ยมู่
ไป่ต้องการที่จะให้ข้าสู้จนถึงขีดจำกัดของตนเอง! ด้วยไขกระดูกที่ผสาน
เสร็จ 20%พร้อมด้วยการเปิดใช้งานปราณเทพทรราชคลั่ง ผลที่ออกมา
มันจะเป็นอย่างไรกัน?’
หลินหมิงกระชับหอกแห่งดาวหางม่วง ร่างของเขาเปล่งรัศมีที่ทรง
คุณธรรมออกมา แต่ทันใดนั้น ออร่าของเขาก็กลายเป็นหนาแน่ขึ้นอย่าง
มหาศาล เจตจำนงแห่งหอกสามารถที่จะกวาดทุกสิ่งที่ขวางหน้า ในตอนนี้
เอง หลินหมิงดุจดั่งเทพแห่งหอกผู้ที่เพียงแค่คิด หอกของเขาก็สามารถที่
จะกวาดผ่านโลกล้าได้!
“หืม? ออร่าของหลินหมิงเองก็ทวีความรุนแรงขึ้น!”
“มันมิใช่เพียงแค่ออร่าของเขาทวีความรุนแรงขึ้น แต่ปราณแท้ของ
เขาเองก็กลายเป็นหนาแน่นมหาศาลเช่นกัน! สวรรค์! เหตุใดนักสู้ขั้นผสาน
ชีพจรจึงมีปราณแท้ที่หนาแน่นถึงเพียงนี้อยู่ในร่างกายได้!?”
เพียงไม่นาน ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงออร่ามหาศาลที่เปล่ง
ออกมาจากหลินหมิงราวกับมหาสมุทรที่ไร้สิ้นสุด ส่วนปราณแท้ของเขา
ราวกับคลื่นพายุขนาดใหญ่ มันมหาศาลและไร้ที่สิ้นสุด!
ด้วยเพียงแค่เส้นชีพจรและจุดชีพจรของหลินหมิง เป็นธรรมดาที่เขา
จะสามารถปลดปล่อยปราณแท้มหาศาลเช่นนี้ออกมาได้ สิ่งสำคัญคือ
ปราณแท้ที่ซ่อนอยู่ภายในไขกระดูกของเขา และในตอนนี้พวกมันได้ถูก
ปลดปล่อยออกมา พลังของการผสานไขกระดูก 20% จึงทำให้พวกมัน
เป็นอิสระ!
บนที่นั่งอันทรงเกียรติ ดวงตาที่ราวกับจะหลับอยู่ของมู่เฟิงเซียนเบิก
กว้างขึ้น สีหน้าแห่งความไม่อยากที่จะเชื่อปรากฏขึ้น จากนั้นนางได้จ้อง
มองไปยังหลินหมิงอยู่หลายลมหายใจ และพึมพัมกับตนเองว่า “เด็กคนนี้
คือมังกรในบ่อลึก ” หากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้านั้นมีโชคมากพอและ
สามารถที่จะรอดพ้นจากภัยพิบัติและรอวันที่มังกรตัวนี้จะทะยานขึ้นฟ้า
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้าก็จะกลายเป็นดั่งฟีนิกซ์ที่ถือกำเนิดใหม่ผ่าน
เพลิงอมฤต ควบคู่ไปกับ…”
ในขณะที่ออร่าของหลินหมิงเพิ่มขึ้นมหาศาล เหล่ารุ่นเยาว์ที่อยู่
ด้านล่างเวทีต่างดวงตาเบิกโต ปากของพวกเขาแห้ง และจ้องมองด้วย
ความประหลาดใจอย่างที่สุด
เหล่ยมู่ไป่ไม่อาจที่จะยอมรับได้ ขณะที่ออร่าของหลินหมิงเพิ่มขึ้น
เขาก็ไม่อาจที่จะรอได้อีกต่อไป
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างปะทุออกมา เหล่ยมู่ไป่ตะโกนกู่
ก้อง “โลหิตย้อมปฐพี!”
ง้าวโลหิตได้ถูกกวาดออกไป หลังจากที่เขาใช้ท่านี้ออกไป ออร่าบน
เวทีก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่คลื่นโลหิตหมุนวนด้วยความรุนแรง
เหล่ยมู่ไป่พุ่งออกไป ร่างของเขาเลือนลาง ทันใดนั้นก็มาโผล่อยู่ตรงหน้า
ของหลินหมิง และฟันง้าวเข้าใส่หลินหมิงอย่างรวดเร็ว
การโจมตีนี้เต็มไปด้วยความหนักอึ้ง แม้แต่ยอดเขาขนาดย่อมก็ยัง
ต้องพังทลายหากโดนการโจมตีนี้เข้าไป!
ภายในง้าวนี้ หลินหมิงสัมผัสได้ว่าโลหิตของเขาได้ถูกดึงด้วยพลังที่
มองไม่เห็นบางอย่างราวกับโลหิตพยายามที่จะหลุดออกจาร่างของเขาไป
‘นี่คือผลกระทบของสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างที่มีต่อปราณ
โลหิตเช่นนั้นหรือ? เหล่ยมู่ไป่มิต้องควบคุมมันด้วยซ้ำ หากนักสู้ทั่วไปโดน
ง้าวนี้ฟัน โลหิตของพวกเขาก็จะไหลย้อนกลับและจากนั้นพวกเขาก็จะ
ตายเพราะอาการช็อค!’
จิตใจของหลินหมิงหมุนวน เข็มเหล็กม้วนมังกรผสานเข้ากับหอกแห่ง
ดาวหางม่วง และตอนนี้หอกได้ราวกับว่ามีสติปัญญาเป็นของตนเอง
จากนั้นหอกก็ได้พุ่งออกไป เนื่องจากมันรวดเร็วมาก หอกจึงงอเล็กน้อย
ราวกับแส้ปะทะเข้ากับง้าวโลหิต
เคล้งงงงงงง!
ทันทีที่ง้าวโลหิตปะทะกับหอกแห่งดาวหางม่วง ง้าวโลหิตก็เป็นฝ่าย
ถูกกดดัน
หอกแห่งดาวหางม่วงกดดันง้าวโลหิตล้างผลาญได้! จนพลังสายเลือด
ที่ถูกบีบอัดอยู่ภายในง้าวเกิดระเบิดออกมา เกิดเป็นคลื่นโลหิตอัด
กระแทกกระจายออกไป!
ผู้เชี่ยวชาญรุ่นเยาว์ทั้งสองเข้าติดพัน หอกและง้าวผลักดันไปมา
ในขณะที่สายฟ้าสีม่วงและสายฟ้าสีแดงก็ผลักดันกันอยู่ในอากาศเช่นกัน
การปะทะผลักดันพลังกันนี้ก่อให้เกิดพายุหมุนที่รุนแรงขึ้น พายุหมุน
นี้ได้หอบเอาหินบนพื้นพัดกระแทกใส่รูปแบบค่ายกลป้องกัน
ปัง ปัง ปัง!
รูปแบบค่ายกลป้องกันโดนการปะทะของหินจำนวนมากเข้าไปก็เกิด
การสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง
การแสดงออกของเหล่าผู้ชมต่างเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเหล่านัก
สู้ขั้นปราณปลายฟ้า พวกเขาต่างเกิดความหวาดกลัว ไม่อาจที่จะคิดได้ว่า
มันเกิดสิ่งใดขึ้น ด้วยการต่อสู้ของรุ่นเยาว์ทั้งสองนี้ ออร่าของพวกเขาเต็ม
ไปด้วยพลังที่ราวกับสึนามิที่ถาโถมทุกสิ่งทุกอย่าง นี่ยังเป็นการต่อสู้
ระหว่างรุ่นเยาว์อยู่เช่นนั้นหรือ?
เหล่ยมู่ไปกัดฟันของตน กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายโตขึ้น เส้นเลือด
ดำโป่งพอง เขาช่วยไม่ได้เพียงแต่ต้องยอมรับว่าหลินหมิงมีคุณสมบัติที่จะ
ต่อสู้กับเขาอย่างเท่าเทียมได้!
‘เจ้านี่ ปราณแท้ของเขาหนาแน่นพอกันกับข้าในตอนที่ใช้เคล็ดบ่ม
เพาะปีศาจบรรพกาลเลยทีเดียว มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!? ไม่อาจที่จะ
ปะทะซึ่งหน้า ข้าทำได้เพียงแค่หลีกเลี่ยงหอกแห่งดาวหางม่วงและโจมตี
ไปที่ร่างกายของเขาเท่านั้น’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เหล่ยมู่ไปจึงได้เคลื่อนไหวไปรอบๆ ย่างก้าวของเขา
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการก้าวถอยหลังมันราวกับโผล่จากจุด
หนึ่งไปอยู่อีกจุดหนึ่งเรื่อยๆ ง้าวโลหิตในมือของเขาก็เริ่มกลายเป็นเงา
ภาพติดตาต่อเนื่อง!
“หืม เจ้าอยากที่จะเทียบความเร็วกับข้าเช่นนั้นหรือ” หลินหมิงเย้ย
หยัน เหล่ยมู่ไป่นั้นมิใช่นักสู้ที่มีความสามารถด้านความเร็วโดยเฉพาะเช่น
เจียงเป่าอวิ้น หากเขาต้องการที่จะแข่งด้านความเร็ว หลินหมิงก็มิได้กลัว
ไม่ต้องกล่าวถึงวีถีแห่งลมที่เขาได้พยายามทำความเข้าใจอยู่ทุกวัน เขายัง
มีย่างก้าววิหคทองคำถลาลมที่ใกล้จะเข้าสู่ขั้นที่ 2 ในทุกวันๆแล้ว อีกไม่
นาน มันน่าจะสามารถทะลวงสู่ขั้นถัดไปได้!
ฟรุปป!
เหล่ยมู่ไปมาปรากฏตัวด้านหลังของหลินหมิงราวกับภูตผี เขาใช้ง้าว
ผ่าลงไปในทันที มันผ่าไปยังข้อมือของหลินหมิง แต่ในขณะที่มันผ่าลงไป
ทันใดนั้นเองร่างของหลินหมิงก็เลือนหายไป เหลือไว้เพียงภาพติดตา!
เพียงพริบตาหลินหมิงก็ไปปรากฏห่างไกลออกไปนับสิบก้าวแล้ว
“เจ้ารวดเร็วก็จริง แต่อาวุธของเจ้าคือง้าว ง้าวนั้นไม่เหมาะสำหรับการ
ต่อสู้ด้วยความเร็วสูง!”
เหล่ยมู่ไป่สีหน้ากลายเป็นมืดมน ในด้านความเร็ว ง้าวนั้นด้อยกว่า
กระบี่ นี่เป็นความรู้พื้นฐาน แต่ในตอนนี้ ในเมื่อเขาไม่อาจที่จะเผชิญหน้า
กับหลินหมิงโดยตรงได้ เขาจึงได้ใช้ความเร็วแทน “ข้ามิได้ต้องการให้เจ้า
มาสอนสิ่งใดข้า!”
หลินหมิงเค้นเสียง จากนั้นสายลมหมุนที่มองไม่เห็นก่อตัวขึ้นห่อหุ้ม
ร่างกายของเขา ยกเขาขึ้นจากพื้น หลังจากที่เขาได้แสดงถึงความสามารถ
ในการเหาะเหินไปแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังความสามารถของ
เคล็ดวิชาย่างก้าววิหคทองถลาลมอีกต่อไป “หากเป็นความเชี่ยวชาญใน
ด้านความเร็ว ข้านั้นมั่นใจในตนเองอย่างยิ่ง!
บนเวที สายลมอันรุนแรงแผ่ไปทั่วบริเวณ หลินหมิงพุ่งออกไปด้วย
ย่างก้าววิหคทองคำถลาลม ร่างกายของเขากลายเป็นร่างเงาเรือนลาง
ด้วยการผสานวิถีแห่งลมเข้ากับหอกแห่งดาวหางม่วง ทุกการโจมตีจะเต็ม
ไปด้วยพลังวายุต้นกำเนิด
ในตอนนี้ หอกของหลินหมิงกลายเป็นสายลมและสายลมกลายเป็น
หอก มันไม่อาจแยกออกจากัน มันไม่อาจที่จะหลบเลี่ยงได้!
ฟรุปป!
ฟรุปป!
ทันใดนั้น สายฟ้าสีม่วงและสีแดงบนเวทีกลายเป็นวังวนขนาดใหญ่
หลินหมิงและเหล่ยมู่ไป่ได้ใช้ความเร็วสูงสุดของตนจนหายไปทั้งคู่
“พวกเขาอยู่ที่ใดกัน?”
“มีเพียงแค่ภาพติดตา ข้าไม่อาจเห็นพวกเขาได้!”
เหล่าผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่าขั้นปราณต้นฟ้าต่างก็ไม่อาจที่จะ
มองเห็นตัวจริงของหลินหมิงและเหล่ยมู่ไป่ได้ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขั้นปราณต้น
ฟ้ายังพบว่าตนเองก็ยังยากที่จะมองเห็น
จ่านอวิ๋นเจียนสูดหายใจลึก และถอนหายใจออกมาซึ่งเต็มไปด้วย
อารมณ์ที่หลากหลายเป็นอย่างยิ่ง พลังเช่นนี้คือของราชาแห่งรุ่นเยาว์ใน
ยุคนี้เช่นนั้นหรือ? บางทีชั่วชีวิตเขาคงไม่อาจที่จะก้าวข้ามพวกเขาทั้งสอง
ได้!
“ความแข็งแกร่งของพวกเขาสามารถเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญขั้น
ปราณปลายฟ้าได้อย่างแท้จริง!”
บริเวณโต๊ะของนิกายหุบเขาระฆังทองคำ ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลาย
ฟ้าช่วงต้นส่ายศีรษะ เขาถูกครอบงำโดยฉากที่น่าตกตะลึงเบื้องหน้าของ
เขา
“ก่อนหน้านี้ ข้าเคยคิดว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาคงจะดีกว่าข้า
เล็กน้อยตอนที่อยู่ในขั้นปราณต้นฟ้า แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้ แม้แต่ข้าเอง
ก็ไม่กล้าที่จะกล่าวอย่างมั่นใจว่าสามารถเอาชนะพวกเขาได้!”
………………..
“กระบวนท่าโลหิตผ่าผืนนภา!”
เหล่ยมู่ไป่กระชับง้าวแน่นแล้วฟันลงไป เกิดการระเบิดขึ้นเมื่อมัน
ปะทะเข้ากับพื้นเวที เกิดเป็นหลุมลึกหลายก้าวขึ้นบนเวที อย่างไรก็ตาม
หลินหมิงได้หลบไปก่อนแล้ว แม้จะหลบการโจมตีนี้ได้ แต่โลหิตในร่างของ
เขาก็ยังสั่นสะท้าน
“คนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่ง!” หลินหมิงพยายามสะกดข่มโลหิตที่กำลังสั่น
สะท้านของเขา เขาในตอนนี้ยังคงเหลือไพ่ตายอยู่ 2 อย่าง ซึ่งก็คือปราณ
เทพทรราชคลั่งและเพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง อย่างไรก็ตาม ทั้ง
สองนี้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว และต้องใช้ออกมาอย่างฉลาดไม่ให้
ผิดพลาดด้วย มิเช่นนั้น หากเขาล้มเหลว เขาก็จะพ่ายแพ้ในทันที!
เหล่ยมู่ไป่กัดฟันแน่น “เจ้าทำให้ข้าต้องมาถึงจุดนี้ ในตอนนี้การต่อสู้
ก็ได้มาถึงระดับนี้แล้วเช่นกัน ต่อให้ข้าเสียสละความแข็งแกร่งของตนเอง
ข้าก็จะต้องหั่นเจ้าเป็นชิ้นด้วยง้าวของข้าให้จงได้!”
ขณะที่เหล่ยมู่ไปกล่าวออกมา ผิวหนังของเขาเปิดออกมาและเกิด
เสียง ‘แกรกก แกรกกก’ จากนั้นก็มีหมอกโลหิตลอยออกมา
“ร่างจำแลงเงาโลหิต”
ขณะที่เหล่ยมู่ไปกู่ร้องออกมา หมอกนั้นก็ได้ก่อตัวกลายเป็นรูปร่าง
มนุษย์ที่มีต้นแบบมาจากเหล่ยมู่ไป่ ร่างจำแลงนี้ไร้อาวุธ กลับกัน มันมีกรง
เล็บปีศาจยาวติดอยู่ที่มือ
หลินหมิงประหลาดใจแต่ก็มิได้ตื่นตระหนก เพราะว่าเขาเคยเห็น
วิธีการเช่นนี้มาแล้วตอนที่อยู่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้
“ไป! ดูดซับปราณโลหิตของมันมาให้หมด!” ร่างจำแลงเงาโลหิตกรีด
ร้องรับคำสั่ง จากนั้นพุ่งกรงเล็บของมันเข้าหาหลินหมิง
หลินหมิงยังคงสงบ เขาใช้ย่างก้าววิหคทองคำถลาลมและร่างของเขา
ก็เลือนหายถอยกลับมา ในขณะเดียวกัน หอกแห่งดาวหางม่วงของเขาก็
ได้สาดประกายแสงสายฟ้าออกมา พลังของสายฟ้านั้นเป็นสิ่งที่สามารถ
ต่อต้านภูตผีปีศาจได้ดีที่สุดหลินหมิงไม่เชื่อว่าร่างจำแลงเงาโลหิตจะ
สามารถต้านพลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้
“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้าต่างหาก!”
น้ำเสียงเย็นชาของเหล่ยมู่ไป่ก้องอยู่ในหูของหลินหมิง ใน
ขณะเดียวกัน ง้าวโลหิตล้างผลาญก็ได้ฟันลงมาใส่เขา!
โจมตีแบบสลับก้ามปูเช่นนั้นหรือ?
หลินหมิงคิ้วขมวด หอกแห่งดาวหางม่วงในมือของเขาปะทะกับง้าว
โลหิตล้างผลาญ
เคล้งงงง!
ขณะที่หอกและง้าวปะทะกัน ปราณโลหิตและปราณแท้ภายในร่าง
ของหลินหมิงปั่นป่วน สำหรับเหล่ยมู่ไป่ อวัยวะภายในของเขาสั่นสะเทือน
อย่างรุนแรงด้วยปราณแท้สีคราม ใบหน้าของเขาในตอนนี้ กลายเป็นขาว
ซีดอย่างยิ่ง
“อ๊ากกก!”
ในตอนนี้เอง ร่างจำแลงเงาโลหิตกู่ร้องพุ่งกรงเล็บตามเข้ามาอีกด้าน
กรงเล็บนี้ถูกเล็งไปที่คอของหลินหมิง!
แต่ทันใดนั้น หอกแห่งดาวห่างม่วงของเขายังติดพันอยู่กับเหล่ยมู่ไป
เขาไม่อาจที่จะดึงมันออกมาและใช้มันอีกครั้ง!
ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ หลินหมิงได้ยันหอกแห่งดาวหางม่วงเอาไว้ด้วย
มือซ้ายและมือของเขาได้กำหมัดปลดปล่อยปราณแท้สีคราม พลังของ
สายฟ้ากู่ร้องออกมา หมัดของเขาชกไปยังกรงเล็บร่างจำแลงเงาโลหิต!
“หืม! รนหาที่ตาย!” เหล่ยมู่ไปแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา ร่างจำแลงเงา
โลหิตนี้มันแข็งราวกับอาวุธระดับสูงหรือก็คือมันแข็งแกร่งพอๆกับสมบัติ
ปฐพีขั้นต่ำ ในการใช้เพียงหมัดที่เป็นเนื้อหนังเข้าปะทะกับกรงเล็บนี้ก็มิ
ต่างจากการรนหาที่ตาย!
“เคล็ดวิชากายาหมัดสลายกระดูก!”
ในตอนนี้เอง หลินหมิงโคจรปราณแท้สั่นสะเทือนนับหมื่นเส้นจนถึง
ขีดสุด พร้อมด้วยพลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์และพลังของขั้น
ผสานไขกระดูก 20% การโจมตีนี้คือพลังเต็มที่ของเขา!
ปังงงง!
หมัดของหลินหมิงชกไปยังกรงเล็บของร่างจำแลงเงาโลหิต พลังของ
ปราณแท้สั่นสะเทือนและพลังของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ปะทุ
ออกมาในทันที มันมีเสียง ‘ ซู่วว ซู่วว ซู่วว’ เกิดขึ้น ซึ่งคือเสียงของกรง
โลหิตถูกเผาโดยสายฟ้าก่อนที่มันจะระเบิดออกกลายเป็นเพียงหมอก
โลหิต!
“อะไรกัน!?”
จิตใจของเหล่ยมู่ไป่สะท้านและจากนั้นเขาก็สำลักโลหิตออกมา ร่าง
จำแลงเงาโลหิตได้เชื่อมต่อกับร่างกายของเขา – หากมันได้รับความ
เสียหาย เขาก็จะได้รับความเสียหายเช่นกัน!
ขณะที่เหล่ยมู่ไปลำลักโลหิตอยู่นี้ เขาก็ได้คุกเข่าลงบนพื้น ความไม่
อยากที่จะเชื่อปรากฏอยู่ในแววตาของเขาขณะที่กำลังจ้องมองหลินหมิง
มันเป็นไปได้อย่างไรกัน? เพียงแค่หมัดของมนุษย์ที่เป็นเพียงเนื้อหนังจะ
สามารถทำลายร่างจำแลงเงาโลหิตได้กัน!?
“เหล่ยมู่ไป่ได้รับบาดเจ็บ!”
“สวรรค์! นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว ความแข็งแกร่งของเหล่ยมู่ไป่
นั้นก็ว่าน่าหวาดกลัวมากแล้ว แต่เขากลับบาดเจ็บสาหัสเพราะหลินหมิง
หรือ!?”
เหล่านักสู้รุ่นเยาว์ทั้งหมดต่างพากันสูดลมหายใจลึก
ทุกคนนั้นเชื่อว่าเหล่ยมู่ไป่ผู้นี้ได้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้ แต่
หลังจากที่เขาแสดงออกมา ก็เห็นได้ชัดกว่าแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขา
คาดคิดไว้อย่างลิบลับ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดคือเหล่ยมู่ไป่ผู้ที่แข็งแกร่งจนน่า
ประหลาดใจนี้กลับบาดเจ็บสาหัสเพราะหลินหมิง!