Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 385 การต่อสู้ของราชัน
เหล่าผู้ชมทั้งหมดได้ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ไม่มีใครคาดการณ์ว่าการ
ต่อสู้ระหว่างราชันรุ่นเยาว์นั้นจะอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
พื้นเวทีประลองข้างใต้ของทั้งสองได้เคยทำให้แข็งแรงแล้วโดย
รูปแบบค่ายกล ที่ทำให้แข็งดุจเหล็กกล้า แต่ในตอนนี้พวกมันทั้งหมดได้
กลายเป็นเศษซากไปแล้ว
ร่างจำแลงโลหิตของเหล่ยมู่ไป่ที่เขาได้ปล่อยออกมาได้ถูกทำลายโดย
หลินหมิง ทำให้เขาสำลักโลหิต อาการบาดเจ็บของเขาร้ายแรงเป็นอย่าง
มาก แม้ว่าหลินหมิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ใบหน้าของเขาได้ซีดขาว เห็น
ได้ชัดว่าเขาได้ผลาญพลังสายเลือดเป็นอย่างยิ่ง
เดิมทีด้วยพลังการฟื้นฟูที่น่าอัศจรรย์ของหลินหมิงก็ทำให้ไม่มีปัญหา
แต่การโจมตีที่แปลกประหลาดของเหล่ยมู่ไป่มีผลต่อปราณโลหิตภายใน
ร่างของหลินหมิง ทำให้เกิดความปั่นป่วนภายในร่างของเขา เพื่อหยุดยั้ง
ปราณโลหิตความปั่นป่วนทำให้เขานั้นต้องใช้พลังงานออกไปเป็นจำนวน
มากและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาเหนื่อยเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้
“มือของหลินหมิงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน!”
ผู้ชมได้พบว่ามือด้านขวาของเขานั้นได้มีโลหิตไหลออกมาอยู่ เห็นได้
ชัดว่านี่เป็นผลลัพธ์จากการปะทะกันเมื่อครู่!
“หมัดของเขาได้รับบาดเจ็บเมื่อเขาได้ทำลายกรงเล็บโลหิตจนแตก
ออกเป็นเสี่ยงๆ”
“นี่เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเกิดการปะทะอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม
หลินหมิงไม่ได้ฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและไม่ได้นำถุงมือสมบัติต่างๆ
ออกมาใช้ป้องกันเนื้อหนังของตน”
เหล่าผู้ชมทั้งหมดได้แสดงความคิดเห็นของพวกเขา แต่เมื่อเหล่ยมู่ไป่
ได้ยินสิ่งเหล่านั้น เขาเพียงยิ้มออกมาอย่างเคร่มขรึม
ธรรมดาหรือ!?
หลินหมิงมิได้ฝึกฝนการต่อสู้มือเปล่ามาด้วยอีกเช่นนั้นหรือ?
ไมได้นำถุงมือสมบัติออกมาใช้?
พวกงี่เง่ากลุ่มนี้ไม่รู้เรื่องอันใดเลย!
นอกจากเหล่ยมู่ไป่ ไม่มีผู้ใดรู้ว่ากรงเล็บปีศาจของร่างจำแลงเงา
โลหิตนี้แข็งแกร่งเพียงใด มันสามารถเปรียบเทียบได้กับสมบัติระดับปฐพี
ขั้นต่ำ!
ถ้าหลินหมิงสามารถกำจัดมันได้ด้วยกำปั้นของเขา นั่นหมายความว่า
กำปั้นของเขามีความแข็งแกร่งเปรียบได้กับสมบัติระดับปฐพีขั้นต่ำเช่นนั้น
หรือ?
มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน!?
เหล่ยมู่ไป่ได้หายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขาสาดประกายขณะที่เขา
จ้องมองไปยังหลินหมิง
“หลินหมิง เจ้าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ที่ข้านั้นเคยเจอมาใน
ชีวิต ข้าได้ติดสินใจที่หาได้ยาก…และนั่นคือการทำลายเจ้า!” เหล่ยมู่ไป่ยิ้ม
กว้างออกมาจนเห็นฟันขาวของเขาซึ่งมีโลหิตอยู่ในปาก การแสดงออก
ของเขายังคงดุร้ายและป่าเถื่อน
“เจ้าต้องการที่จะกำจัดข้า ส่วนข้าต้องการที่จะกำจัดเจ้าเช่นกัน ไม่
เพียงแค่นั้น แต่บางทีข้าอาจจะสังหารเจ้าในเร็วๆนี้” หลินหมิงเช็ดโลหิตที่
มุมปาก การแสดงออกของเขาเยือกเย็นและแน่วแน่ คำกล่าวของเขาเผย
ให้เห็นถึงเจตนาที่ต้องการสังหารอย่างแท้จริง เขาไม่ต้องการที่จะซ่อน
ความจริงที่เขาอยากจะสังหารเหล่ยมู่ไป่
“ฮ่าๆ! เจ้าต้องการที่กำจัดข้า? ดียิ่ง ดังนั้นข้าจะให้โอกาสกับเจ้า! ข้า
ไม่คิดเลยว่าข้านั้นจะถูกบีบบังคับให้ใช้ไพ่ตายของข้าในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้า
จะใช้ปราณโลหิตของตนเองจ่ายเพื่อใช้ในการโจมตีครั้งนี้ หลังจากที่ข้าใช้
ท่านี้ไปแล้ว หากเจ้าไม่สามารถป้องกันมันได้ เจ้าก็จะต้องตาย!”
กระบวนท่านี้จะแลกกับปราณโลหิตของตนเองเช่นนั้นหรือ?
คิ้วของหลินหมิงยกสูงขึ้น ปราณโลหิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของ
เหล่านักสู้ทั้งหลาย แม้ว่าเหล่ยมู่ไป่ได้จัดการเหล่านักสู้คนอื่นๆไปด้วย
สายฟ้าโลหิตแห่งการทำลายล้าง มันไม่ได้หมายความว่าเขานั้นจะยอมใช้
ปราณโลหิตของตนเองในการโจมตีเหล่านั้นด้วย ถ้าการโจมตีครั้งนี้จ่าย
ด้วยปราณโลหิตของเขา มันก็จะเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเหล่ยมู่ไป่
อย่างแน่นอน
นี่ก็จะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขาเองด้วยเช่นกัน!
“หลินหมิง…” มู่เชียนหยี่ที่ได้นั่งอยู่ข้างหลังของมู่อวี้หวง ริมฝีปาก
ของนางได้สั่นเล็กน้อย ในตอนนี้การต่อสู้นั้นมาถึงจุดนี้ มันเหมือนการ
ต่อสู้เป็นตายระหว่างอัจฉริยะทั้งสอง แม้พวกเขาจะไม่สามารถควบคุม
ความแข็งแกร่งของพวกเขาได้และพวกเขาไม่ต้องการที่จะทำ เมื่อการ
ประลองครั้งนี้ได้สิ้นสุด อย่างน้อยก็ต้องบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นพิการ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีทางที่จะทำให้พวกเขา
หยุดการต่อสู้ได้
“หยี่เอ่อร์ เจ้าไม่ต้องกังวล เหล่าบรรพชนชั้นสูงต่างอยู่ที่นี่ด้วย ไม่มี
อะไรที่ต้องกังวล” มู่อวี้หวงได้สังเกตเห็นความกระวนกระวายใจและ
หัวใจที่เต้นรัวของมู่เชียนหยี่ จึงรู้ว่านางกำลังกังวลเกี่ยวกับอะไร
“อืม….” มู่เชียนหยี่พยักหน้าและเริ่มสงบลงเล็กน้อย
……………………
ขณะที่ราชันรุ่นเยาว์ทั้งสองกำลังจะทำการโจมตีครั้งสุดท้ายในการ
ต่อสู้ครั้งนี้ บรรดานักสู้ในตอนนี้ต่างก็กลั้นหายใจ ไม่ต้องพูดถึงเหล่า
ผู้เยาว์ที่เก่งกาจ แม้กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสระดับหลอมรวมแก่นแท้ก็เช่นกัน
ได้จ้องมองไปที่จุดกึ่งกลางของลานประลองโดยไม่มีผู้ใดอยากพลาดฉาก
สำคัญของการประลองที่น่าตื่นเต้นนี้แม้เพียงวินาทีเดียว
บนเวทีประลอง ทั้งสองคนนี้มีโอกาสที่จะได้เป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ
ในอนาคต! ดังนั้นนี่คือการต่อสู้กันระหว่างจักรพรรดิรุ่นเยาว์ทั้งสอง! การ
ต่อสู้ครั้งนี้จะต้องถูกบันทึกลงในตำรา ทิ้งไว้เป็นมรดกให้ผู้คนรุ่นต่อไปได้
ศึกษานับหมื่นปีจากนี้ไป!
ผู้ใดจะอยากพลาดงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้กันเล่า!?
บนเวทีประลอง มีลมพัดอย่างรุนแรง เหล่าเม็ดทรายได้ลอยขึ้นสู่
ท้องฟ้า
“อ่าห์!”
ร่างจำแลงเงาโลหิตนั้นที่ได้รับบาดเจ็บโดยหลินหมิงได้สลายตัว
หลอมรวมเข้าสู่ร่างของเหล่ยมู่ไป่ ขณะเดียวกันได้เกิดโลหิตสีแดงที่แปลก
ประหลาดออกมาเหนือร่างของเหล่ยมู่ไป่
“กรงโลหิตคุมขัง!”
เหล่ยมู่ไป่ตะโกนออกมาและกลิ่นอายของเขาได้กลายเป็นดุร้ายและ
คลุ้มคลั่งออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ได้เกิดคลื่นพลังปีศาจพุ่งแผ่กระจาย
ออกไป ทั่วทั้งร่างของเขาได้ถูกห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าสีแดง ผมของเขาได้
ปลิวลอยไปกับสายลม
เท้าของเขาได้เหยียบลงบนทรายโลหิต ง้าวโลหิตของเขาชี้ไปยัง
ท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุด!
ในขณะนี้ เขาดูราวกับเทพปีศาจ ที่จะหยิ่งยโสเหนือกว่าผู้ใดทั้งหมด!
หลินหมิงได้ปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหล่ยมู่
ไป่ได้เกรี้ยวโกรธเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่ายังมีไพ่ตายอีกหลายใบในมือ
ของเขา การที่นักสู้มีไพ่ตายหลายใบนั้น ยากที่จะหานักสู้ผู้ที่สามารถ
เอาชนะเขาได้
โลหิตพิษปีศาจนี้ได้นำเอาปราณโลหิตของเขาเป็นราคาเพื่อแลกกับ
ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นี่จะเป็นการโจมตีที่จะต้องทำร้าย
ตัวเองเป็นราคาสำหรับการโจมตีที่รุนแรงกว่าศัตรูมากกว่าหลายเท่า
ในสถานการณ์นี้ หลินหมิงไม่ได้วางแผนที่จะยับยั้งอะไรไว้อีกต่อไป
ในการโจมตีสุดท้ายนี้
เขาไม่ต้องการสนใจเกี่ยวกับว่าปราณแท้ของเขาถูกใช้ไปเท่าใด เขา
จะใช้ทุกอย่างที่ตนมี เผชิญหน้ากับการโจมตีเต็มกำลังของเหล่ยมู่ไป่
“ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!”
ครืนนนน!
ปราณแท้จำนวนมากที่ถูกบีบอัดอยู่ในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชได้ปะทุ
ขึ้นมา ออร่าของหลินหมิงได้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งและความหนาแน่นของ
ปราณแท้ของเขานั้นดูอันตรายอย่างยิ่ง ราวกับเป็นพลังธรรมชาติพิโรธที่
ไม่อาจหยุดยั้งได้ ในตอนนี้เขาเป็นดั่งหอกที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ พุ่งทะยานสู่
ฟากฟ้า!
“อะไรกัน!?”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ออร่าของหลินหมิงเพิ่มขึ้นอีกครั้งและปราณแท้ของเขามีความ
แข็งแกร่งขึ้นอีก 60-70%! ในตอนนี้ หลินหมิงยังคงซ่อนความแข็งแกร่งไว้
อย่างมหาศาลถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?”
ความน่าตกตะลึงที่หลินหมิงได้แสดงออกมานั้นมากเกินไป แม้แต่
ท่าทางของมู่เฟิงเซียนได้เปลี่ยนไป เหตุการณ์ในครั้งนี้น่าตกตะลึงยิ่งกว่า
ตอนที่เหล่ยมู่ไป่ปลดปล่อยพลังออกมาเสียอีก เหล่ยมู่ไป่ได้เผาผลาญ
ปราณโลหิตของตนเองเพื่อแลกกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น แต่หลินหมิง
ไม่ได้ทำเช่นนั้น นี่เป็นเพียงปราณแท้ที่ถูกบีบอัดและซ่อนอยู่ภายในร่าง
ของเขาเท่านั้น!
“เหตุใดนักสู้ขั้นผสานชีพจรจึงสามารถเก็บซ่อนปราณแท้มากมายไว้
ในร่างของเขาได้กัน!? ร่างกายของเขาเป็นหลุมลึกที่ไร้ก้นเช่นนั้นหรือ!?”
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ จากเหล่านักสู้รุ่นเยาว์จนถึงปรมาจารย์ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ทั้งหมดได้เบิกตากว้างเต็มไปด้วยความตะลึงและไม่อยากเชื่อ
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าส่ายศีรษะของตนและยิ้มออกมาอย่างน่าเศร้า
“ยังกล่าวได้ว่าเขานั้นเป็นนักสู้ขั้นผสานชีพจรได้อยู่อีกหรือ? ความ
หนาแน่นของปราณแท้เทียบเท่ากับของข้าเลยทีเดียว”
สำหรับปราณแท้ของนักสู้ขั้นผสานชีพจรมีความหนาแน่นเท่ากับนัก
สู้ขั้นปราณปลายฟ้า…นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน ถ้าเขานั้นไม่ได้
เห็นได้ด้วยตาของเขาเองว่ากระแสปราณแท้นั้นไม่ได้มาจากภายในตันเถีย
นของหลินหมิง เขานั้นอยากจะตายมากกว่าเชื่อว่าหลินหมิงเพียงอยู่เพียง
แค่ขั้นผสานชีพจรช่วงปลาย
“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความแข็งแกร่งของหลินหมิงที่ซุกซ่อนเอาไว้
นั้นน่าประทับใจ แต่มันก็ยังคงแย่กว่าเหล่ยมู่ไป่!”
เหล่าศิษย์นิกายหุบเขาระฆังทองคำได้เปรียบเทียบออร่าระหว่าง
หลินหมิงและเหล่ยมู่ไป่ ความแข็งแกร่งของหลินหมิงในตอนนี้นั้นด้อย
กว่าความแข็งแกร่งของเหล่ยมู่ไป่ที่ได้แลกด้วยการผลาญปราณโลหิตของ
ตนเอง
เพราะถึงอย่างไร นั่นก็เป็นถึงปราณโลหิต มันจะสูญหายไปตลอด
กาล ต้องใช้เวลานานอย่างยิ่งในการฟื้นฟูส่วนที่สูญหายไป
ในตอนนี้ ผมของเหล่ยมู่ไป่ปลิวอย่างบ้าคลั่ง ความน่าเกรงขามปก
คลุมทั่วท้องฟ้า ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นสองเท่าจากเดิม สำหรับ
หลินหมิงเจตจำนงแห่งหอกได้แผ่กระจายไปทั่วปฐพี มันทั้งรุนแรงและ
เฉียบคม แม้ความน่าเกรงขามของเขามันด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ความ
แข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นประมาณ 60-70% แทน ซึ่งยังด้อยกว่าเหล่ยมู่
ไป่
เดิมที ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นอยู่ในระดับเดียวกัน แต่
ในตอนนี้หลังจากพวกเขาได้เพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขา ช่องว่าง
ระหว่างพวกเขาก็จะเกิดขึ้นในทันที!
“หลินหมิงกำลังตกอยู่ในอันตราย!”
“นี่เป็นกระบวนท่าสุดท้ายที่เหล่ยมู่ไปมี ถ้าไม่สามารถป้องกันมันได้
หลินหมิงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือแม้กระทั้งพิการก็เป็นได้!”
เหล่าศิษย์เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้กลั้นลมหายใจออกมา เหล่าหญิง
สาวที่มีความประทับใจต่อหลินหมิงนั้นได้แต่รู้สึกราวกับหัวใจของพวก
นางกำลังหยุดเต้น เบิกตากว้างไม่กระพริบ เพื่อไม่ให้ว่าตนนั้นจะพลาดใน
สิ่งที่จะเกิดขึ้น
มู่เชียนหยี่ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาขณะที่นางกำมือทั้งสอง
ของนางไว้อย่างแน่น นางสวดภาวนาในใจของตนเองว่า ‘หลินหมิง ได้
โปรด อย่าได้เกิดอันใดขึ้นกับเจ้าเลย’
ปากของเหล่ยมู่ไป่เต็มไปด้วยโลหิต เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นภายใน
ร่าง ใบหน้าของเขาจึงซีดขาวจนน่าหวาดกลัว “หลินหมิง! ข้าไม่เคยคิด
เลยว่าเจ้าจะยังคงมีไพ่ตายสุดท้ายในมืออยู่อีก ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ของเจ้านั้นทำให้ข้าตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จบ แต่เจ้าคงจบเพียง
เท่านี้แหละ! เพราะในท้ายที่สุด ไพ่ตายของเจ้าด้อยกว่าของข้า!
เนื่องจากการผลาญปราณโลหิตของตนเอง เสียงของเหล่ยมู่ไป่จึงได้
เปลี่ยนไป มันแหบแห้งเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่เขาพยายามอย่างหนักเพื่อ
หายใจ เขากล่าวอย่างช้าๆและชัดเจนทุกคำว่า “รับการโจมตีสุดท้ายของ
ข้าไปซะ ผู้สืบทอดราชันปีศาจ!”
ขณะที่เขาตะโกนออกมา เหล่ยมู่ไป่ได้จับไปยังง้าวของเขาด้วยมือทั้ง
สองข้างและฟันมันออกไป!
คลื่นพลังมหึมาและน่าสยดสยองของโลหิตพุ่งสูงถึงท้องฟ้า ในขณะนี้
ราวกับว่าอากาศได้ถูกฉีกขาดออกจากกัน ด้วยการโจมตีนี้ของเหล่ยมู่ไป่ที่
เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามปะทุออกมา ราวกับไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้และ
ดูราวกับมันสามารถพังทลายผืนปฐพี! แม้แต่เหล่าผู้คนที่อยู่ภายนอก
รูปแบบค่ายกลยังได้รู้สึกได้ว่าร่างกายของพวกเขา ‘ปราณโลหิตดูเหมือน
จะพยายามดึงดันออกมาจากร่าง โลหิตของพวกเขาปั่นป่วน นี่เป็น
ความรู้สึกที่ยากจะสามารถทนได้!
แข็งแกร่งยิ่งนัก!
แค่คลื่นพลังของการโจมตีครั้งนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เหล่าศิษย์
จำนวนมากที่มีระดับบ่มเพาะต่ำได้สำลักโลหิตออกมาได้แล้ว แล้วหลินห
มิงจะหยุดการโจมตีนี้ได้เช่นไรกัน?
หัวใจของทุกคนราวกับว่าจะหยุดเต้น มู่เชียนหยี่บีบมือของนางไว้
ด้วยกัน หัวใจของนางบีบรัดอย่างถึงที่สุด
บนเวทีประลอง การเผชิญหน้ากับพายุโลหิตบ้าคลั่ง ชุดและผมของ
หลินหมิงสะบัดไปตามสายลม
ในตอนนี้ สีหน้าของเขาสงบราวกับผิวหน้าของทะเลสาบ เขาได้
เชื่อมโยงสัมผัสของตนเองเข้ากับเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง บนปลายหอก
แห่งดาวหางม่วงได้ปรากฏสายฟ้าสีม่วงและเปลวเพลิงขนาดเล็กขึ้น!
ไผ่จิตวิญญาณสายฟ้าสีม่วงอายุหมื่นปี!
ต้นอู๋ถงเพลิงศักดิ์สิทธิ์หมื่นปี!
ด้วยการสนับสนุนของวัสดุระดับสูง เปลวเพลิงหมุนวน สายฟ้าที่กู่
ร้องออกมา! ความรุนแรงและบ้าคลั่งของสายฟ้าและเปลวเพลิงที่หมุนวน
ปะทุออกมาอย่างรุนแรง ราวกับเขื่อนที่ได้กั้นแม่น้ำอันเกรี้ยวกราดได้แตก
ออกมาอย่างฉับพลัน!
ปลายหอกชี้ไปด้านหน้า พุ่งตรงอย่างไม่ลดละ!
พลังของสายฟ้าและเปลวเพลิงได้ทำให้เกิดเสียงระเบิดที่น่าสะพรึงที่
กึกก้องในอากาศ หอกแห่งดาวหางม่วงราวกับดาวตกที่ทรงพลังและห้อม
ล้อมไปด้วยสายฟ้าและเปลวเพลิง พุ่งทะลวงไปข้างหน้า!
ในตอนนั้นเอง พลังของเพลิงสีโลหิตแกนปฐพีและพลังของมังกรวารี
สีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ผสานกัน…
เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง!
บึมมมมมมมมมม!
พลังงานมหาศาลได้ระเบิดออกมา ในตอนนี้ มันราวกับเสียงทั้งหมด
ได้ถูกลืนหายไป ดวงอาทิตย์กลายเป็นเลือนราง เวลาก็ได้ช้าลงอย่าง
ฉับพลัน!
วิสัยทัศน์ของหลินหมิงได้เต็มไปด้วยแสงที่พร่ามัว มันดูเหมือนเขาถูก
ส่งไปยังอีกมิตินึง เขาได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตนเองอย่างชัดเจนและ
แม้กระทั่งคลื่นความร้อนและเสียงร้องที่ดูตื่นเต้นของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราชภายในร่าง
แครกกก!
รูปแบบค่ายกลป้องกันนี้ได้รับการเสริมกำลังให้สามารถต้านทานการ
โจมตีทั้งหมดของขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นได้ ในตอนนี้ รูปแบบค่ายกล
ป้องกันได้แตกเป็นเสี่ยงๆ คลื่นอัดกระแทกของปราณแท้ระเบิดออกไป
อย่างรุนแรง แม้กระทั่งปรมาจารย์ผู้ที่วางรูปแบบค่ายกลป้องกันนี้ ยังไม่
เคยคิดเลยว่าการต่อสู้ระหว่างนักสู้ขั้นผสานชีพจรช่วงปลายและนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงต้นจะสามารถก้าวไปถึงระดับนี้ได้!
แสงสีขาวได้ส่องสว่างนั้นได้อยู่นานหลายลมหายใจ โต๊ะทั้งหมดใน
งานเลี้ยงฉลองได้พลิกคว่ำอย่างสมบูรณ์ โชคดีที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญ
คาดการณ์แล้วว่าจะเกิดอันตรายบางอย่างขึ้นมาพวกเขาจึงสามารถสร้าง
รูปแบบป้องกันขึ้นมาอย่างทันท่วงที ป้องกันทุกคนจากอาการบาดเจ็บ
ใกล้เวทีประลองกลายสภาพเป็นซากปรักหักพังไปเรียบร้อยแล้ว
หลินหมิงประคองตัวเองขึ้นมาด้วยหอกแห่งดาวหางม่วง และพบว่ายากที่
จะยืนขึ้นมาอย่างยิ่ง
แต่ในเวลานี้ ทั่วทั้งร่างของเหล่ยมู่ไป่ถูกย้อมไปด้วยสีโลหิตและ
ดวงตาของเขาได้เลือนรางลง
ฟรุป!
เหล่ยมู่ไป่ล้มคุกเข่าลง ทั่วร่างของเขาสั่นสะท้าน
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นนี้ ทุกคนต่างกลายเป็นแข็งค้าง พวกเขา
ต้องการเวลาในการแยกแยะว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่เมื่อครู่นี้
หลินหมิง…เขาชนะหรือ!?!!?