Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 386 ลงมือก่อน ผลที่ตามมาค่อยว่ากันทีหลัง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 386 ลงมือก่อน ผลที่ตามมาค่อยว่ากันทีหลัง
เจ้านิกายตราประทับสายฟ้าเหล่ยจิงเทียนสั่นสะท้านด้วยความไม่
อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีผู้ใดเข้าใจความแข็งแกร่งของเหล่ยมู่ไป่ไป
มากกว่าเขาอีกแล้วในที่นี้ แต่ในตอนนี้ หลินหมิงกลับต่อสู้ข้ามขั้นและ
สามารถเอาชนะเขาได้! นี่เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง เขามิอาจที่
จะยอมรับได้!
สำหรับเหล่ารุ่นเยาว์ของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุ พวกเขาทั้งหมดต่าง
ยังคงตกอยู่ในอาการตะลึง ไม่ว่าจะเป็นเหล่ยมู่ไป่หรือหลินหมิง พลังของ
ทั้งสองคนนี้ต่างก็ได้เกินกว่าความเข้าใจของพวกเขาไปอย่างมากแล้ว
และในตอนนี้ ชัยชนะของหลินหมิงทำให้พวกเขาราวกับตกอยู่ในความฝัน
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาตระหนักได้ว่านักสู้ขั้นผสานชีพจรและนักสู้
ขั้นปราณต้นฟ้าก็สามารถที่จะมีพลังเช่นนี้ได้
ความตกตะลึงนี้ช่างมากมายอย่างยิ่ง ไม่มีผู้ใดเปิดปากพูด แม้แต่คำ
ว่าผู้มีพรสวรรค์ระดับนักบุญก็ไม่อาจที่จะอธิบายถึงหลินหมิงในตอนนี้ได้
ในมุมมองของพวกเขา หลินหมิงเป็นดั่งตนตัวที่มีอยู่เพียงในตำนาน
โบราณ ยกตัวอย่างเช่นมหาจักรพรรดิอเวจี ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยกุดหัวของเจ้า
นิกายจากภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุทั้งหมด…
บริเวณด้านนิกายเพลิงตะวัน เจ้าหญิงเพลิงตะวันจ้องมองไปยัง
หลินหมิงด้วยใจที่เต้นรัวและใบหน้าแดงระเรื่อ ก่อนหน้านี้ นางรู้สึกไม่
พอใจเล็กน้อยที่เขาได้แย่งความโดดเด่นไปคนเดียว แต่หลังจากที่ได้เป็น
สักขีพยานในการต่อสู้อันทรงเกียรติของหลินหมิงและเหล่ยมู่ไป่ นางก็
พบว่าตนนั้นโชคดีอย่างยิ่ง เพราะด้วยความสามารถของนาง หากต้องขึ้น
ไปบนเวที คงเป็นเพียงตัวโง่งมในสายตาของพวกเขาเท่านั้น
“ช่างน่าสังเวชยิ่งนัก ข้าเคยคิดว่าตนนั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่ง
ที่สุด มันดูเหมือนว่าข้านั้นเป็นเพียงกบในกะลา”
มันมิใช่เพียงแค่เจ้าหญิงเพลิงตะวัน แม้แต่โจวเล่ย จ่านอวิ๋นเจียน
และไป่อ้าว พวกเขาทั้งหมดล้วนมีความคิดเช่นเดียวกัน แต่ตั้งตอนที่พวก
เขายังเด็ก พวกเขาเติบโตขึ้นมาภายใต้คำยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ และไม่มี
ผู้ใดที่จะเทียบกับพวกเขาได้ มันจึงทำให้พวกเขาคิดว่าตนนั้นจะกลายเป็น
ผู้กล้าแห่งโลกนี้ แต่ในตอนนี้ หากพวกเขาเอาตนเองไปเทียบกับหลินหมิง
พวกเขาต่างก็หวั่นเกรงว่าทั้งชีวิตของตนคงไม่อาจที่จะตามทันหลินหมิงได้
มู่เฟิงเซียนหยุดการจ้องมองและค่อยๆปิดตาลง หลินหมิงคือ
อัจฉริยะที่เกินกว่าความสามารถของเกาะฟีนิกซ์ศักดิสิทธิ์จะสามารถเลี้ยง
ดูได้ ตัวตนเช่นเขานั้นควรจะปรากฏออกมาในนิกายระดับ 5หรือแม้กระ
ทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์
มีเพียงขุมพลังที่อยู่มานับพันปีหรือหมื่นปีและมีโชคชะตามากพอ
เท่านั้นจึงจะสามารถเลี้ยงดูตัวตนอัจฉริยะหลินหมิงได้ เพื่อที่ว่าวันหนึ่งใน
อนาคตเขาจะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบที่ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าได้
เหลือมรดกอันน่าทึ่งทิ้งไว้ให้ผู้คนของเขา และจะถูกรู้จักกันในนามของ
‘มหาจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ’
ภายในห้องโถงนี้ ไม่มีผู้ใดกล่าวสิ่งใดออกมาอยู่หลายลมหายใจ พวก
เขาต่างเงียบกริบ เหล่าผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่นแท้ต่างก็ถอนหายใจอยู่
ภายในใจของตน สำหรับเหล่านักสู้รุ่นเยาว์ต่างก็สลักการต่อสู้ครั้งนี้ไว้ใน
จิตใจของพวกเขา การต่อสู้เปิดโลกทัศน์ของพวกเขา ก่อนหน้านี้ พวกเขา
ต่างก็คิดว่าตนเป็นผู้ถูกสวรรค์เลือก แต่ในตอนนี้ มันราวกับพวกเขาได้ตื่น
จากฝันแล้ว บางที สำหรับพวกเขา มันก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเลยสักนิด
ในขณะที่พวกเขากำลังเงียบเพราะความสับสนอยู่นี้ หลินหมิงก็ยืน
ขึ้นมาได้ด้วยหอกแห่งดาวม่วงช่วยและเดินไปยังเหล่ยมู่ไป่อย่างช้าๆ
ในตอนนี้ เหล่ยมู่ไป่คุกเข่าอยู่บนพื้น แสงในดวงตาของเขาพร่ามัว
และปากของเขาเต็มไปด้วยโลหิต เขายังคงหลงเหลือสติอยู่ แต่อาการ
บาดเจ็บของเขามากมายยิ่งนัก เขายังได้สูญเสียปราณโลหิตไปมากอีก
ด้วย เขาแทบจะล้มคว่ำลงไปบนพื้นได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว
เมื่อเห็นหลินหมิงเดินมายังเขา ดวงตาที่พร่ามัวของเหล่ยมู่ไป่ก็
กลายเป็นสีโลหิต เจตจำนงแห่งการฆ่าฟันของปะทุออกมา เขาต้องการที่
จะเปิดปากของตน แต่เมื่อพยายามกล่าวออกมา สิ่งที่ออกมาจากปากของ
เขากลับเป็นโลหิต และไม่อาจที่จะกล่าวได้เพียงสักคำเดียว
ในวันนี้ ความอับอายเต็มอยู่ใจจิตใจของเหล่ยมู่ไป่ หากเขามิได้แก้
แค้นต่อความอับอายในครั้งนี้ มันจะกลายเป็นสิ่งที่รบกวนจิตวิญญาณ
และส่งผลต่อการบ่มเพาะของเขาในทุกวัน
เคล็ดการบ่มเพาะสายปีศาจนั้นยิ่งยากเย็นในด้าน ความคิดและจิต
วิญญาณที่เป็นอิสระ เป็นเส้นทางที่ทำในสิ่งที่ตนต้องการ ไม่เป็น
เช่นเดียวกับเคล็ดบ่มเพาะสายคุณธรรมที่ต้องยึดถือและไม่อาจทำหลาย
อย่างได้
เหล่าผู้ที่บ่มเพาะเคล็ดบ่มเพาะสายปีศาจต่างก็ยึดถือโลกเป็นศัตรู
และต่อต้านทุกสิ่งมีชีวิตในโลก หากพวกเขาไม่อาจที่จะทำทุกอย่างตามที่
ใจตนปรารถนาได้ เช่นนั้นจะบ่มเพาะเคล็ดบ่มเพาะสายปีศาจไปเพื่ออัน
ใดกัน?
เหล่ยมู่ไปไม่อาจกล่าวสิ่งใดออกมาได้ เขาทำได้เพียงแค่สาปแช่งอยู่
ในใจ ‘วันนึงเมื่อเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกทำลาย ข้าจะทำให้เจ้าต้องร้อง
ขอความตาย ข้าจะทำลายการบ่มเพาะของเจ้า ตัดแขนขาและยัดลงใน
กล่อง ข้าจะให้เจ้าได้ดูขณะที่ข้ากำลังใช้ทรัพยากรของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์อย่างเพลิดเพลิน ข้าจะทำลายการบ่มเพาะของมู่เชียนหยี่
และมู่ปิงอวิ๋นอีกด้วย และแก้ผ้าพวกนางต่อหน้าเจ้า ข้าจะปู้ยี่ปู้ยำพวก
นาง ทำให้อับอายจนถึงที่สุด และข้าก็จะได้ครอบครองสายเลือดของพวก
นาง!’
ขณะที่เหล่ยมู่ไปกำลังคิดเช่นนี้ มุมปากของเขาก็ยกขึ้นด้วยรอยยิ้มที่
ชั่วร้าย การล่มสลายของเกาะฟีนิกซ์ศักดิสิทธิ์จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าก็เร็ว
ขณะที่เขามองเห็นหลินหมิงที่ดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาที่จะสังหาร
เขา เขาจึงเค้นเสียงและสาปแช่งภายในใจ ‘น่าสังเวช ไม่ว่าเจ้าจะมี
พรสวรรค์เพียงใด เจ้าก็ยังคงติดอยู่ในนิกายระดับ 4 เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
มันมิต่างจากโซ่ตรวนที่เหนี่ยวรั้งเจ้าเอาไว้และเจ้าจะไม่มีวันไปถึงสรวง
สวรรค์ได้!’
“หลิน… หมิง… สักวัน… ข้าจะล้างแค้นต่อความอับอายในครั้งนี้!”
เหล่ยมู่ไป่กล่าวออกมาด้วยการใช้กระแสเสียงปราณแท้ไปยังหลินหมิง
ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ แม้แต่การใช้กระแสเสียงปราณแท้ก็ยัง
ยากเย็น
หลินหมิงทำราวกับว่าเขามิได้ยินสิ่งใดที่เหล่ยมู่ไปกล่าว กลับกัน เขา
ยิ้มอย่างสดใสและวางมือลงบนไหล่ของเหล่ยมู่ไป่ ราวกับกำลังจะช่วยเขา
ลุกขึ้น
เหล่ยมู่ไป่ตัวแข็งทื่อ “เจ้า…”
“ก่อนหน้านี้ ข้าเคยกล่าวเอาไว้ว่าเจ้านั้นมิได้เข้าใจว่าตนนั้นอยู่ใน
สถานการณ์เช่นไร และแม้แต่ตอนนี้ก็ด้วย ล้างแค้นต่อความอับอายใน
วันนี้เช่นนั้นหรือ? ข้าต้องขออภัย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสเช่นนั้น
อีกแล้ว” ด้วยการส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปหาเหล่ยมู่ไป่เช่นนี้ เมื่อได้ยิน
เหล่ยมู่ไป่รู้สึกราวกับว่าตนได้ตกลงไปในทะเลน้ำแข็ง
“เจ้าจะ… เจ้าบ้าไปแล้ว…!”
“ตายได้แล้ว!”
ทันใดนั้นสีหน้าของหลินหมิงก็กลายเป็นเย็นชา เขายกฝ่ามือขึ้นและ
ฟาดใส่ร่างของเหล่ยมู่ไป่
ฝ่ามือสะบั้นชีพจร!
ปัง!
ร่างของเหล่ยมู่ไป่สั่นสะท้าน เขาอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถต่อต้านอัน
ใดได้ พลังที่รุนแรงของหลินหมิงได้ทำลายเส้นชีพจร หั่นพวกมันออกเป็น
ชิ้นๆ!
อั่ก!
เหล่ยมู่ไป่สำลักโลหิตออกมาอย่างบ้าคลั่ง จิตใจของเขาเต็มไปด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อ หลินหมิงผู้นี้ บ้าระห่ำสิ้นดี!
การกระทำนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้จะสามารถเข้ามาช่วยได้ทัน เพราะพวกเขาล้วนคิดว่าหลินหมิงนั้นจะ
ช่วยพยุงเหล่ยมู่ไป่ขึ้นมา แต่ไม่มีผู้ใดคิดว่าหลินหมิงจะใช้โอกาสนี้จัดการ
เหล่ยมู่ไป่ด้วยการโจมตีที่ทรงพลังโดยที่เหล่ยมู่ไป่อยู่ในสภาพที่ไม่อาจขัด
ขืนได้ “เขาทำสิ่งใดกัน?” เขาต้องการที่จะสร้างความขัดแย้งระหว่างเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุเช่นนั้นหรือ?
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ หากพวก
เขาก่อสงครามกับภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุขึ้นมาอีก พวกเขาจะต้องพบกับ
ปัญหาใหญ่อย่างแท้จริง!
การกระทำของหลินหมิงเท่ากับการขุดหลุมฝังศพของตนเอง! แม้ว่า
เขาจะเป็นตัวตนที่จะกลายมาเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบในอนาคต แต่
ในช่วงเวลาเช่นนี้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์คงไม่กล้าที่จะปกป้องการกระทำ
ของเขาเอาไว้!
“เจ้าหนู เจ้ารนหาที่ตาย!”
ไม่มีผู้ใดรู้สึกโกรธไปมากกว่าเหล่ยจิงเทียนอีกแล้ว เหล่ยมู่ไป่นั้นเป็น
ถึงบุตรของนักบุญปีศาจแห่งดินแดนปีศาจทะเลทางใต้! เขาจะกลายเป็น
ผู้นำของดินแดนปีศาจทะเลทางใต้ในอนาคต!
เพราะหากเขาตายที่นี่ ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะต้องโกรธ
แค้นเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จะยังมิได้ทำ
อันใดกับเขาในเร็วๆนี้เพราะต้องจัดการเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก่อน แต่ใน
อนาคตพวกเขาคงไม่ปล่อยเรื่องนี้เอาไว้แน่ สำหรับความฝันของเขาที่
ต้องการเคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพกาล ก็ได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆไปแล้ว!
เหล่ยจิงเทียนนั้นมิเคยโกรธเช่นนี้มาก่อน แขนของเขาเกิดสายฟ้าสี
ม่วงสาดประกายพุ่งออกมา ฟันไปยังหลินหมิง การโจมตีด้วยฝ่ามือนี้
สามารถที่จะสังหารนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าช่วงปลายได้ทันที หลินหมิง
จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยหากโดนมันเข้าไป
ทุกคนต่างประหลาดใจอย่างยิ่งจนต้องตะโกนออกมา ฝ่ามือของ
เหล่ยจิงเทียนได้ฟันลงมาเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ฝ่ามืออันทรงพลังที่บีบอัด
พลังปราณอย่างหนาแน่น มิติรอบตัวหลินหมิงเต็มไปด้วยแรงกดดันราว
กับว่ามันได้จับหลินหมิงเอาไว้ ไม่ให้เขาได้เคลื่อนไหวใดๆ แต่ความจริง
แล้ว ต่อให้หลินหมิงสามารถที่จะเคลื่อนไหวได้ เขาก็ไม่สามารถที่จะหลบ
ฝ่ามือนี้ได้อยู่ดี
“เหล่ยจิงเทียน เจ้าจะทำอันใดกัน!?”
ในช่วงเวลาวิกฤต มู่อวี้หวงแว่บมาปรากฏตัวกลางเวทีพร้อมด้วย
เปลวเพลิงที่สว่างจ้าในมือของนางปะทะกับฝ่ามือของเหล่ยจิงเทียน เกิด
เสียงระเบิดที่ราวกับฟ้าผ่าขึ้น!
บึมมม!
เหล่ยจิงเทียนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว สำหรับมู่อวี้หวง นาง
ผงะไปชั่วครู่ก่อนที่จะกลับมาอยู่ในสภาพปกติ
เหล่ยจิงเทียนสั่นด้วยความโกรธ “ข้าทำอันใดอย่างนั้นหรือ!?” ข้า
ควรถามมากกว่าว่าเจ้ากำลังทำอันใด! มู่อวี้หวง เจ้าวางแผนให้ศิษย์ของ
ตนสังหารผู้อื่นเช่นนั้นหรือ!?
ในตอนนี้เอง มู่อวี้หวงสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียด ในตอนที่หลินหมิง
ได้ลงมือ นางได้ยินกระแสเสียงปราณแท้ที่หลินหมิงส่งมาว่า “เหล่ยมู่ไป่
คือสายลับของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้!”
หลินหมิงได้ลงมือก่อนและค่อยคิดถึงผลที่ตามมาทีหลัง มู่อวี้หวงไม่มี
เวลาที่จะตอบสนองของการลงมือของหลินหมิงเลย!
แม้แต่เจตจำนงอันมั่นคงของมู่อวี้หวงก็ยังแทบบ้ากับเรื่องนี้ ผลที่
ตามมาของเหตุการณ์นี้ก็ยิ่งใหญ่เกินไป 6 ใน 7 ของนิกายระดับ 4 แห่ง
ภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุต่างก็มางานในวันนี้และสังเกตการณ์เรื่องราว
อย่างใกล้ชิดอีกด้วย หลินหมิงผู้นี้ เขาวางแผนที่จะเปิดเผยการณ์อันใดกัน
แน่!?
หากเขามิได้มีหลักฐานพิสูจน์ความคิดของตนเอง เช่นนั้นแม้แต่เกาะ
ฟีนิกซ์ก็คงไม่อาจที่จะช่วยชีวิตของเขาได้!
นางต้องการที่ตำหนิหลินหมิง แต่ในตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่จะทำเช่นนั้น
ในเมื่อมันได้เกิดขึ้นไปแล้ว อย่างแรกก็ต้องหาทางแก้ปัญหาให้ได้ก่อน
ผู้อาวุโสหลายคนของภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุต่างยืนขึ้น จ้องมองด้วย
ความโกรธไปยังหลินหมิง เพราะไม่ว่าอย่างไร 7 นิกายแห่งภูมิภาคเขต
แดนห้าธาตุต่างก็มีความสัมพันธ์กัน แล้วพวกเขาจะปล่อยเรื่องที่ส่งผล
กระทบขนาดใหญ่กับพวกเขาเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน?
ในตอนนี้ เหล่ยมู่ไป่ดูเหมือนกำลังจะตาย เปลวเพลิงแห่งชีวิตของเขา
ดูเหมือนจะมอดดับ เส้นชีพจรของเขาถูกหั่นเป็นชิ้น ลมหายใจของเขา
ยังคงอยู่ แต่เบาบางจนแทบจะหายไปได้ทุกเมื่อ เขาไม่อาจที่จะแสดงออก
ถึงความโกรธเกลียดผ่านสีหน้าของตนได้ด้วยซ้ำ เขาทำได้เพียงจ้องมอง
ไปยังหลินหมิงอย่างเลือนรางและมีเพียงโกรธเกลียดในสายตาของเขา
อย่างถึงที่สุด ซึ่งมันน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
เหล่ยมู่ไป่มิได้ตระหนักด้วยซ้ำว่าหลินหมิงนั้นได้ทำสิ่งใดกับเขา เขา
รู้สึกเพียงว่าเส้นชีพจรของตนถูกหั่นเป็นชิ้น ถึงแม้มันจะยากที่จะรักษา
อาการเช่นนี้ได้ แต่สำหรับนิกายระดับ 5 นั้นก็ยังสามารถที่จะรักษา
เพียงแต่เขาต้องนอนอยู่บนเตียงเฉยๆหลายเดือน
แน่นอน นี่เป็นเพียงความคิดของเหล่ยมู่ไปที่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น
หลินหมิงมิได้สนใจความโกรธที่เหล่ยมู่ไปแสดงออกมาผ่านสายตา
ของเขาเลย หลินหมิงเผชิญหน้ากับเหล่าผู้อาวุโสจากภูมิภาคเขตแดนห้า
ธาตุของ 6 นิกาย เขามั่นใจอย่างยิ่งและยกมือผสานคารวะพวกเขาด้วย
ความสุภาพแล้วกล่าวว่า “ท่านเจ้านิกายตราประทับสายฟ้ากล่าวว่าข้า
นั้นได้สังหารเขา แต่มันก็มิผิด ถึงแม้วิธีการของข้าจะรุนแรง แต่จริงๆแล้ว
เหล่ยมู่ไป่ก็ยังมีชีวิตอยู่อย่างที่เห็น”
เหล่ยจิงเทียนมิได้คิดว่าหลินหมิงจะกล่าวออกมาก่อน เขาเริ่มสั่น
ด้วยความโกรธอีกครั้ง “เจ้าได้ทำลายเส้นชีพจรทั้งหมดของเขาและยัง
กล้ากล่าวคำเยาะเย้ยออกมาอีกเช่นนั้นหรือ!? วันนี้ ชายชราผู้นี้จะจัดการ
กับสารเลวเช่นเจ้าเอง”
เหล่ยจิงเทียนปะทุความโกรธออกมามากกว่าเดิม แต่มู่อวี้หวงอยู่
ตรงหน้าของเขา เขาจึงยังไม่กล้าเคลื่อนไหวโจมตี
หลินหมิงกล่าวต่อว่า “สิ่งที่ข้ากระทำนั้น แน่นอนว่ามันย่อมมีเหตุผล
และนั้นก็คือเหล่ยมู่ไป่คือคนของดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ อย่าบอก
ข้านะว่าท่านเจ้านิกายตราประทับสายฟ้าจะมิได้รู้ความจริงในเรื่องนี้!”
“อะไรกัน!?”
ด้วยคำกล่าวเช่นนี้ของหลินหมิง ผู้คนทั้งหมดต่างพากันตกตะลึง
แม้แต่เหล่ยจิงเทียนก็ยังเต็มไปด้วยความไม่ยากที่จะเชื่อ มันจะเป็นไปได้
อย่างไรกัน? เขาค้นพบความลับในเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน!?
อย่างไรก็ตาม เหล่ยจิงเทียนได้มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี จึงมิได้
สูญเสียความเป็นตัวเองไป เขาจึงได้รีบปฏิเสธในทันที “ช่างเป็นข้อแก้ตัว
ที่ไร้สาระสิ้นดี! มู่ไป่นั้นคืออัจฉริยะที่ข้าบังเอิญไปพบเข้าที่เขตแดนทาง
เหนือเมื่อ 3 ปีก่อน! พื้นหลังของเขาไม่มีอันใดผิดปกติ แล้วเขาจะเป็น
สายลับได้อย่างไรกัน!?”
ถึงแม้เหล่ยจิงเทียนจะมีความสามารถในการปกปิดสีหน้าของตนได้ดี
แต่ก็ยังมีคลื่นปราณที่ผันผวนของเขาจากการตกตะลึงเมื่อครู่แผ่ออกมา
อยู่ และได้ถูกมู่อวี้หวงจับสัมผัสความผิดปกตินี้ได้