Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 388 พันธมิตร
หลินหมิงทำการแบ่งส่วนเศษผลึกหัวใจปีศาจเป็นสามส่วนอย่างใจ
เย็น และนำชิ้นหนึ่งไปให้ผู้อาวุโสจากนิกายหุบเขาระฆังทองคำและอีก
หนึ่งให้กับผู้อาวุโสจากนิกายตำหนักเหมันต์ ทั้งสองนั้นยังสับสนว่าเกิด
อะไรขึ้นอยู่ ผู้อาวุโสจินจึงกล่าวถาม “หลินหมิง นี่มันหมายความว่า
อย่างไรกัน?”
หลินหมิงยิ้มบางๆและกล่าว “เมื่อท่านกินเศษผลึกหัวใจปีศาจเข้าไป
ท่านจะรู้สึกได้ถึงพลังของมหาจักรพรรดิอเวจี ยามนั้น ท่านจะค้นพบว่า
พลังนี้มันเหมือนกับพลังของเหล่ยมู่ไป่!”
“หืม!?” ใบหน้าของผู้อาวุโสจินเปลี่ยนไป ถ้าหากหลินหมิงตั้งใจจะ
เดิมพันชีวิตของเขาด้วยสิ่งนี้ เขาย่อมมั่นใจอย่างมาก!
ผู้อาวุโสจินหันไปตรวจสอบเหล่ยจิงเทียนอย่างละเอียด หลังจากที่
เขาเห็นใบหน้าน่าเกลียดของเหล่ยจิงเทียน ก็ได้ข้อสรุปหนึ่งผุดขึ้นมาใน
หัวเขา
หลินหมิงคำนับและกล่าว “ตั้งแต่ที่สิ่งนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของข้า ข้า
อยากจะขอร้องอย่างหนึ่งต่อผู้อาวุโสทั้งสอง ให้ท่านสาบานด้วยหัวใจแห่ง
นักสู้ว่าคำพูดของท่านจะเป็นความจริง” (สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ : ให้
สาบานว่าจะไม่โกหก)
ให้สาบานกับคนผู้หนึ่งด้วยหัวใจแห่งนักสู้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ใช้ได้ในทุก
สถานการณ์ เมื่อมันมีเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างมากกับชีวิต คนผู้นั้นยังคง
สามารถผิดคำสาบานได้อยู่ดี แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ สองผู้อาวุโสย่อมมิ
อาจผิดคำสาบานของเขาได้
“ย่อมได้ เช่นนั้น ชายชราผู้นี้ขอสาบานด้วยหัวใจแห่งนักสู้ว่าทุกคำที่
ข้ากล่าวจะเป็นความจริง” ผู้อาวุโสจินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
หลังจากผู้อาวุโสจินได้สาบานแล้ว ผู้อาวุโสหญิงจากนิกายตำหนัก
เหมันต์ก็ได้กล่าวตามเขาไป
ผู้อาวุโสทั้งสองได้เตรียมพร้อมที่จะกลืนเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไป
เศษผลึกหัวใจปีศาจนั้นมีผลเพียงเล็กน้อยกับผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ แต่มันก็ยังเพิ่มพลังการบ่มเพาะของพวกเขาอยู่ดี
หลังจากที่ผู้อาวุโสทั้งสองได้กลืนเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไปแล้ว พวก
เขานั่งทำสมาธิและหายใจอย่างมั่นคง ผู้อาวุโสทั้งสองนั้นมีพลังการบ่ม
เพาะอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงกลาง โดยปกติ เมื่อพลังของเศษผลึก
หัวใจปีศาจถูกปลดปล่อยสู่ร่างกายของพวกเขา มันจึงไม่ค่อยจะอันตราย
เท่าไร
ผู้อาวุโสทั้งสองมีสีหน้าตื่นเต้น พวกเขาได้เห็นฉากเช่นเดียวกับหลินห
มิง พวกเขาได้เห็นมหาจักรพรรดิอเวจีที่กำลังต่อสู้กับปีศาจจำนวนนับไม่
ถ้วน นี่มันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และก้องกังวานไปทั่วทั้งจักรวาลที่จะทำให้
จิตใจของคนผู้หนึ่งสั่นสะท้านในความกลัว”
หลังจากนั้นชั่วครู่ ผู้อาวุโสจินได้ถอนหายใจยาวๆครั้งหนึ่ง แล้ว
ดวงตาของเขาก็เปิดออก
มู่อวี้หวงเลิกคิ้วขึ้น มู่เชียนหยี่หัวใจเต้นรัว ในช่วงเวลานี้ สายตาของ
ทุกคนต่างจับจ้องไปยังผู้อาวุโสจิน
หลินหมิงนั้นมองผู้อาวุโสจินอย่างเงียบๆ และรอคอยการตัดสินของ
เขา
ผู้อาวุโสจินมองหลินหมิงอย่างลึกซึ้ง เขานั้นไม่ได้ตอบสนองโดยตรง
แต่กล่าวถาม “หลินหมิง เจ้าเคยกลืนเศษผลึกหัวใจปีศาจเข้าไปแล้วหรือ?
มิเช่นนั้น มันไม่มีทางที่เจ้าจะรู้เกี่ยวกับมันอย่างลึกซึ้ง”
หลินหมิงพยักหน้ายอมรับ
“ฮ่าฮ่า! เจ้าช่างเป็นผู้มีพรสวรรค์ในรอบพันปีแห่งภูมิภาคเขตแดน
ทางใต้โดยแท้จริง เจ้ามีพลังการบ่มเพาะเพียงแค่ขั้นผสานชีพจร แต่เจ้าก็
ยังสามารถกลืนเศษผลึกหัวใจปีศาจเข้าไปได้ ชายชราผู้นี้ประหลาดใจ
อย่างแท้จริง!”
ผู้อาวุโสจินถอนหายใจอย่างหนักหน่วง และกล่าวอย่างชัดเจนดัง
ก้องไปทั่วทั้งสนาม “สิ่งที่หลินหมิงได้กล่าวไว้นั้นเป็นความจริง ชายชราผู้
นี้รู้สึกได้ถึงพลังของมหาจักรพรรดิอเวจีที่มาจากร่างของเหล่ยมู่ไป่ มัน
เป็นพลังที่มาจากมรดกสายเลือดเท่านั้น ถ้าหากชายชราผู้นี้เดาถูกล่ะก็
เช่นนั้น เหล่ยมู่ไป่ผู้นี้น่าจะเป็นผู้สืบทอดโดยตรงของมหาจักรพรรดิ
อเวจี!”
ขณะที่ผู้อาวุโสจินกล่าวนั้น ผู้ชมทั้งหมดต่างแข็งค้างราวกับหิน
ใบหน้าของเหล่ยจิงเทียนกลายเป็นซีดขาวราวกับคนตาย สำหรับสือจ้งคุน
นั้น ใบหน้าของเขาดูน่าเกลียดอย่างมาก เขานั้นเป็นศัตรูกับหลินหมิง แต่
เขาก็ถูกฉีกหน้าอีกครั้งโดยหลินหมิง
ผู้อาวุโสไป่แห่งนิกายตำหนักเหมันต์ได้เปิดดวงของนางในตอนนี้
และพยักหน้าอย่างช้าๆ เห็นด้วยอย่างเต็มที่กับคำกล่าวของผู้อาวุโสจิน
ในที่สุด มู่อวี้หวงก็สามารถผ่อนคลายและสงบหัวใจของนางลงได้
นางมองไปยังเหล่ยจิงเทียนและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เหล่ยจิงเทียน เจ้า
มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับมันหรือไม่? หลินหมิงเพิ่งถามเจ้าไปก่อนหน้า และ
เจ้ากล่าวว่าบิดามารดาของเขาเป็นเพียงปุถุชน”
“แต่ตามที่หญิงชราผู้นี้รู้ เหล่าลูกหลานของมหาจักรพรรดิอเวจีต่าง
หนีไปยังดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ และบัดนี้ได้กลายเป็นเสาหลักของ
นิกายปีศาจนั่น หญิงชราผู้นี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีคนธรรมดาที่มี
สายเลือดนี้ และพวกเขาต่างสูญสิ้นไปหมดแล้วในสงครามแห่งความ
โกลาหลในอดีต!”
เหล่ยจิงเทียนนั้นถูกทำให้อับจนหนทางด้วยคำพูดของมู่อวี้หวง เขา
ไม่มีทางที่จะตอบโต้ได้ ในที่สุดเขาก็กัดฟันแล้วกล่าวออกมาว่า “ทุกสิ่งที่
ข้ารู้เกี่ยวกับเบื้องหลังของมู่ไป่นั้นเป็นสิ่งที่เขาบอกข้าเท่านั้น แล้วข้าจะรู้
ได้เช่นไรว่ามันเป็นความจริงหรือเท็จ? ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าผู้อาวุโสจินจะ
คาดเดาได้ถูกต้อง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันเป็นความจริงทั้งหมด”
ผู้อาวุโสจินเหลือบตามองไปยังเหล่ยจิงเทียนด้วยสายตาดูถูก เพราะ
ในเวลาเช่นนี้ เขาก็ยังพยายามที่จะหาข้อแก้ตัวให้ตนเอง
เทียบกับการตัดสินที่คลุมเครือของหลินหมิงแล้ว การตัดสินของผู้
อาวุโสจินนั้นชัดเจนกว่า หลินหมิงนั้นเคยกลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจเมื่อ
นานมาแล้ว แต่สำหรับผู้อาวุโสจินนั้น เขาสามารถเทียบพลังภายในเศษ
ผลึกหัวใจปีศาจกับเหล่ยมู่ไป่ที่อยู่ตรงหน้าเขาได้ มันจึงเป็นธรรมดาที่การ
ตัดสินของเขามีเหตุผลมากกว่า
เมื่อเห็นเหล่ยจิงเทียนเล่นลิ้นหาข้อแก้ตัว หลินหมิงจึงยิ้มและกล่าว
“ท่านเจ้านิกายตาประทับสายฟ้า ข้าพึ่งจะได้รู้ว่ามีวิธีการทรมาน
บางอย่างนั้นดีต่อการรีดข้อมูล ถ้าหากท่านเจ้านิกายมิได้คัดค้านอันใด ข้า
สามารถลองทดสอบวิธีเหล่านั้นกับเหล่ยมู่ไป่ได้ และบางทีพวกเราอาจจะ
ได้รับข้อมูลบางอย่างที่ ‘คาดไม่ถึง’ บางอย่างมาก็เป็นได้”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวคำว่า ‘คาดไม่ถึง’ ทันใดนั้นเหล่ยจิงเทียนก็
รู้สึกเสียวสันหลัง เจ้าเด็กนี่กำลังคุกคามเขา!
ขณะที่เหล่ยจิงเทียนมองไปยังดวงตาที่ราวกับตายไปแล้วของเหล่ยมู่
ไป่ที่กำลังนอนอยู่บนพื้นเหมือนสุนัขที่ตาย เขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เขาไม่
สามารถที่จะรับประกันได้เลยว่าเจ้าเด็กนี่จะไม่ลอบกัดเขาในตอนที่เขา
กำลังอยู่ในสภาพหมดหวัง
ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้นั้นมีชื่อเสียงเรื่องความเลวทรามอย่าง
มาก ถ้าหากเหล่ยจิงเทียนถูกรู้ว่าเขานั้นได้เป็นพันธมิตรกับดินแดนปีศาจ
แห่งทะเลทางใต้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เช่นนั้น ทุกสิ่งที่เขาเคยทำไว้
ย่อมถูกใส่ร้าย เขาจะเสียชื่อเสียงทั้งหมดที่เคยมี และเขาจะถูกสบ
ประมาทจากทุกคนเป็นแน่
ใบหน้าของเหล่ยจิงเทียนเปลี่ยนสีไปมาระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน
ขณะที่เขายืนอยู่บนเวที เขามิกล้ากล่าวอันใดได้
หลินหมิงกระซิบบางอย่างกับมู่อวี้หวง และมู่อวี้หวงก็ยิ้มในทันที
นางขยับมือของนางเพื่อปลดปล่อยม่านอาคมปิดกั้นกระแสเสียงปราณแท้
และอนุญาตให้เหล่ยจิงเทียนพูดได้
“เจ้าหนู เจ้าอยากจะทำอันใดกัน?” เหล่ยจิงเทียนกล่าวถามด้วย
กระแสเสียงปราณแท้ ในเวลานี้ เหล่ยจิงเทียนฟุ้งซ่านเป็นอย่างยิ่ง เขานั้น
ภูมิใจและมีเกียรติในฐานะเจ้านิกายระดับ 4 แต่เขาก็ยังถูกกดดันสู่จุดนี้
โดยหลินหมิง ทั้งเขายังต้องพูดอย่างสุภาพกับหลินหมิงอีก แล้วจะไม่ให้
เขาโกรธได้เช่นไร?
“ท่านเจ้านิกายตราประทับสายฟ้า บางทีท่านน่าคุยกับผู้อาวุโสมู่
เกี่ยวกับการสร้างพันธมิตรอีกครั้งนะ ท่านคิดว่าไงล่ะ?”
แม้ว่าหลินหมิงจะหวังว่าเขาจะสามารถทำให้เหล่ยจิงเทียนไร้อำนาจ
ต่อรองได้ แต่มันเป็นเพียงความคิดที่เพ้อฝันเท่านั้น แม้ว่ามันจะถูกพิสูจน์
แล้วว่าเหล่ยจิงเทียนนั้นได้ทำข้อตกลงลับๆกับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทาง
ใต้ เขาย่อมมิอาจทำอันใดกับเขาได้ อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงทำลาย
ชื่อเสียงของเขาตลอดไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เหล่ยจิงเทียนนั้นเป็นเจ้านิกายตราประทับสายฟ้า
และยังเป็นผู้อาวุโสระดับสูงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่มีอิทธิพล แล้วเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะต่อต้านอันใดเขาได้? ถ้าหากพวกเขาฆ่าเขาเสียตรงนี้
นั่นย่อมทำให้เกิดการตอบโต้จากนิกายตราประทับสายฟ้า
“เจ้ากำลังข่มขู่ชายชราผู้นี้เช่นนั้นหรือ!?”
“กำลังข่มขู่ท่านหรือ?” หลินหมิงยิ้ม “ท่านเจ้านิกายยังเชื่ออีกหรือ
ว่าข้อตกลงระหว่างท่านกับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ยังสามารถ
ดำเนินต่อได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้?”
เหล่ยจิงเทียนกัดฟันของเขาแน่น
สำหรับมู่อวี้หวง นางกำลังยิ้มอยู่ นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการ
แข่งขันในงานเลี้ยงนี้จะมีเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้เกิดขึ้นได้ เหล่ยจิง
เทียนได้ติดกับดักของตัวเขาเอง เพียงแค่คิดเกี่ยวกับมันก็ทำให้นางรู้สึกพึง
พอใจอย่างมากแล้ว
มู่อวี้หวงจงใจกล่าวต่อหน้าทุกคนว่า “ดูเหมือนว่าท่านเจ้านิกายตรา
ประทับสายฟ้าจะถูกหลอกโดยเหล่ยมู่ไป่ ถ้าหากข้าเป็นเจ้านิกายตรา
ประทับสายฟ้า ข้าย่อมสังหารเหล่ยมู่ไป่ที่นี่ในทันทีและกวาดล้างขยะ
เช่นนี้ออกจากนิกาย”
คำกล่าวของมู่อวี้หวงทำให้เหล่ยจิงเทียนตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้า
คายไม่ออก ถ้าหากเขาฆ่าเหล่ยมู่ไป่ เช่นนั้นมันย่อมทำให้เขากลายเป็น
ศัตรูโดยตรงกับดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ แต่ถ้าเขาไม่ฆ่าเหล่ยมู่ไป่
เช่นนั้นทุกคนย่อมสงสัยว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเหล่ยมู่ไป่
เหล่ยจิงเทียนกัดฟันของเขาแน่นและส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปยัง
หลินหมิงและมู่อวี้หวง “อย่ากดดันให้มากนัก! พรุ่งนี้เช้า ข้าจะคุยกับ
เหล่าผู้อาวุโสภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุเกี่ยวกับการสร้างพันธมิตรอีกครั้ง!
ตอนนี้ส่งเหล่ยมู่ไป่มาได้แล้ว!”
บัดนี้ เรื่องได้ดำเนินมาสู่จุดนี้ เหล่ยจิงเทียนเพียงต้องการที่จะ
ครอบครองเคล็ดบ่มเพาะปีศาจบรรพกาลที่อยู่ในแหวนมิติของเหล่ยมู่ไป่
เท่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นเพียงส่วนแรกและส่วนที่เหลือนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ได้ครอบครอง แต่มันก็ยังดีกว่ามิได้สิ่งใดเลย
หลินหมิงกล่าว “ข้าสามารถให้ตัวเหล่ยมู่ไป่แก่ท่านเจ้านิกายได้ แต่
เขาจะมิอาจออกจากหุบเขาได้ สำหรับจิตวิญญาณสายฟ้ากับแหวนมิติ
ของเหล่ยมู่ไป่นั้น ท่านต้องทิ้งมันไว้”
เหล่ยจิงเทียนขมวดคิ้ว “เจ้ายังต้องการที่จะปล้นในความวุ่นวาย
เช่นนี้อีก? สิ่งของส่วนใหญ่ที่อยู่ในแหวนมิติของเหล่ยมู่ไป่นั้นเป็นของ
นิกายตราประทับสายฟ้าของข้า! เหตุใดข้าต้องให้เจ้า!?”
หลินหมิงยิ้ม “ท่านเจ้านิกายตราประทับสายฟ้านี่ช่างขี้ลืมเสียจริง
ก่อนหน้ามิใช่ว่าท่านเจ้านิกายกล่าวไว้รึไงว่าจิตวิญญาณสายฟ้าและวิธีบ่ม
เพาะของเหล่ยมู่ไป่นั้นถูกค้นพบในโบราณสถานที่ไหนสักแห่ง? ท่านเจ้า
นิกายยังกล่าวอีกว่าตั้งแต่โบราณมาแล้ว เหล่าอัจฉริยะย่อมมีโชคชะตาที่
ได้พบเจอมัน ตั้งแต่ที่เหล่ยมู่ไป่มิได้เป็นศิษย์นิกายตราประทับสายฟ้าแล้ว
และเหล่ยมู่ไป่ยังเป็นสายลับที่ถูกจับได้โดยข้า เช่นนั้น ข้าย่อมมีเหตุผลที่
จะยึดทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของข้า ท่านเจ้านิกายตราประทับสายฟ้าคิดเช่น
ไรกับเรื่องนี้?”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวอย่างเอื่อยๆ คำพูดของเขานั้นเกือบจะทำให้
เหล่ยจิงเทียนกระอักโลหิตเสียตรงนี้
เหล่ยจิงเทียนรู้สึกว่าวันนี้เขาถูกทำให้กลายเป็นตัวโง่งมอย่างสมบูรณ์
ถูกต้อนเป็นวงกลมตลอดวัน เขาชี้ไปยังหลินหมิง ด้วยนิ้วของเขาที่กำลัง
สั่น แต่ก็มิได้กล่าวอันใดออกมา ในที่สุดเขาก็กัดฟันแล้วหันหลังกลับ
ขณะที่เหล่าศิษย์นิกายตราประทับสายฟ้าได้เห็นความโกรธของเหล่ยจิง
เทียนที่ราวกับไฟนรกที่กำลังเดือดพล่าน แต่ก็ไม่มีใครกล่าวอันใดแล้วรีบ
ตามเขาไปเท่านั้น
เหลือเพียงโจวเสียวเหลียนที่ถูกทิ้งให้ทรุดอยู่บนที่นั่งของนาง นาง
มองไปยังเหล่ยมู่ไป่ที่กำลังนอนอยู่บนพื้นราวกับสุนัขที่ตายแล้ว และ
ดวงตาของนางก็ลุกวาว
เหล่ยมู่ไป่ถูกเอาชนะโดยหลินหมิง… เหล่ยมู่ไป่เป็นสายลับ… เส้นชีพ
จรของเหล่ยมู่ไป่ถูกทำลายโดยหลินหมิง…
ขณะที่ในจิตใจของนางก้องกังวานไปด้วยความคิดเหล่านั้น นางรู้สึก
เหมือนกับนางกำลังจะเป็นบ้า
โจวเล่ยเหลือบตามองไปยังศิษย์น้องของเขาและถอนหายใจ และ
มิได้กล่าวอันใด เขารู้ว่าในเวลานี้ ไม่ว่าเขากล่าวอันใด นางจะไม่ฟังเขา
บนเวทีนั้นมีผู้อาวุโสที่เหลืออยู่มีเพียงแค่สือจ้งคุน ใบหน้าของเขานั้น
ก็ไม่ได้ดีไปกว่าใบหน้าของเหล่ยจิงเทียนเลย เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาถูก
ทำให้กลายเป็นตัวตลก เขาได้กระโดดขึ้นไปบนเวทีอย่างโง่เขลาเพื่อจะแก้
แค้น แต่มันไม่เพียงแค่เขาทำไม่สำเร็จ แต่เขายังถูกดูถูกและเยาะเย้ยอีก
ด้วย
“ท่านผู้อาวุโสสือ มีอันใดรึเปล่า?” หลินหมิงกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
สือจ้งคุนกล่าวออกมา “เป็นความจริงอย่างแน่แท้ที่ว่าวีรบุรุษกำเนิด
จากผู้เยาว์ วีรบุรุษหลิน ชายชราผู้นี้เลื่อมใสเจ้ายิ่งนัก!” หลังจากที่ผู้
อาวุโสสือกล่าวเช่นนี้ เขารีบเดินออกไปจากเวที สำหรับเหล่าศิษย์จาก
นิกายปฐพีอเวจี พวกเขารีบตามไปทันที ในเวลานี้ เหลือเพียงศิษย์จากสี่
นิกายที่เหลืออยู่ เพราะว่าการต่อสู้ระหว่างหลินหมิงกับเหล่ยมู่ไป่นั้นพลิก
กลับ มันย่อมเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะดำเนินการฉลองในงานเลี้ยงต่อไป
ได้
นิกายที่เหลือทั้งสี่ได้กล่าวอำลาและจากไป
มู่อวี้หวงนั้นอยู่ในอารมณ์ดีสุดๆ แม้ว่าพรุ่งนี้จะมิได้ก่อตั้งพันธมิตร
สำเร็จ แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่านางได้ทำลายหน้าของเหล่ยจิงเทียนใน
วันนี้มันทำให้นางรู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ตอนนี้นางกุมจุดอ่อนของเขาไว้อยู่ มันเป็นไปได้
อย่างสูงว่าพรุ่งนี้เหล่ยจิงเทียนจะยอมจำนน เหตุผลที่การประชุมครั้ง
ล่าสุดกับนิกายใหญ่ทั้งหกจากภูมิภาคเขตแดนห้าธาตุไม่ได้ผลที่ดีเป็น
เพราะเหล่ยจิงเทียนได้กดดันและไม่ยอมรับข้อตกลง ตั้งแต่ที่นิกายอื่นๆ
ต่างมิยอมเสียผลประโยชน์ การเจรจาทั้งหมดจึงถูกล้มเลิก
แต่ตราบใดที่เหล่ยจิงเทียนปิดปากของเขา การเจรจาย่อมสามารถ
ดำเนินได้อย่างราบรื่น
มู่อวี้หวงมองไปยังหลินหมิง และเผยรอยยิ้มที่ยินดีและมีความสุข
หลินหมิงนั้นเป็นดวงดาวแห่งความโชคดีของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่าง
แท้จริง วันนี้ที่งานเลี้ยงฉลอง หลินหมิงได้รับความดีความชอบแต่เพียงผู้
เดียว!
หลินหมิงไม่เพียงแต่แสดงศักยภาพอันยอดเยี่ยมขณะที่เขาเอาชนะ
เหล่ายอดฝีมือที่ท้าทายเขา และทำให้เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้หน้า แต่เขา
ยังทำให้เหล่ยจิงเทียนกลืนคำพูดของตนเองอีก มันทำให้เขาไม่มีทางเลือก
นอกจากยอมเจรจาอีกครั้งกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ความผกผันของ
โชคชะตานี้ที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมู่อวี้หวง กลับถูกทำให้สำเร็จโดยหลินห
มิง