Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 39 พลังอำนาจที่ไม่อาจหยุดยั้ง
ยังมีชั้นที่สูงขึ้นไปบนมหาเจดีย์วิจิตรรอเขาอยู่ เขาจะต้องใช้เวลาทุก
วินาทีอย่างคุ้มค่ามากที่สุดเพื่อที่จะคว้าเอารางวัลอันดับหนึ่งมาเป็นของ
เขา ยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง!
ขณะที่หลินหมิงพุ่งทะยานเข้าไป เงาดำนั่นก็พยายามจะตั้งพลอง
ขึ้นมาหมายจะป้องกันการจู่โจมจากเขา แต่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่าง
สุดขั้วของหลินหมิง ก่อนที่เงาดำจะทันได้ตั้งตัวกำปั้นของหลินหมิงก็พุ่ง
เข้าใส่หน้าอกของเงาดำนั่นเสียแล้ว
“เพล้ง”
เลือดพวยพุ่งออกมาจากอกของเงาดำนั่น และก็ล้มลงสิ้นใจในที่สุด
หลินหมิงผ่านด่านแรกได้ไปอย่างง่ายดาย มันก็แน่อยู่แล้ว พลังของ
หลินหมิงในตอนนี้สามารถเอาชนะผู้ที่มีการฝึกฝนอยู่ในขั้นเดียวกันได้
อย่างง่ายดาย
จากนั้นเขาก็รีบขึ้นไปที่ชั้นสอง
ในชั้นนี้ก็ยังคงมีบรรยากาศมืดสลัวเช่นเดียวกับชั้นล่าง ตรงหน้าของ
เขาในตอนนี้ปรากฏปีศาจดุร้ายท่าทางน่ากลัวขึ้นมา
“ปีศาจร้ายระดับหนึ่งอย่างนั้นรึ”
ปีศาจระดับหนึ่งนั้นถ้าจะให้เทียบกับมนุษย์ก็คงจะมีฝีมือเทียบได้กับ
ผู้ฝึกฝนขั้นสาม ปีศาจตัวนี้มีเขาเดียว พลังของมันค่อนข้างจะน้อยหาก
เทียบกับปีศาจตนอื่นๆ อาจจะเทียบได้กับผู้ที่อยู่จุดสูงสุดในการฝึกฝนขั้น
ที่สองหรือผู้ที่พึ่งจะถึงข้ามไปขั้นที่สามก็ได้
ถึงแม้ว่าพละกำลังของมันจะอยู่ในระดับปกติ แต่ด้วยพลังป้องกันที่
แข็งแกร่งอันเนื่องมาจากผิวหนังปีศาจของมัน ก็ถือได้ว่ามันแข็งแกร่งมาก
อาจจะต้องใช้เวลานานระดับหนึ่งเพื่อที่จะเอาชนะมันให้ได้
หลินหมิงรู้ว่าเขาควรเสียเวลาและพละกำลังให้น้อยที่สุดเพื่อที่จะ
ผ่านแต่ละชั้นขึ้นไป หลินหมิงขยับมือเบาๆทันใดนั้นก็เห็นมีดเล่มหนึ่ง ก็
ปรากฏอยู่ในฝ่ามือของเขา หลินหมิงจินตนาการถึงโครงสร้างร่างกาย
จุดสำคัญต่างๆ เพื่อหาจุดอ่อนของมัน
ข้อได้เปรียบของหลินหมิงคือความคุ้นเคยกับจุดอ่อนของปีศาจ
เหล่านี้
ทันใดนั่นปีศาจก็คำรามขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว มันพุ่งตรงเข้ามาหา
หลินหมิงอย่างไม่ลังเล แม้ว่านี่จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความฝันก็ตามแต่
หลินหมิงก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ได้อย่างชัดเจน
อาคมภาพลวงตา ไม่เหมือนกับ อาคมแห่งจิตสังหาร เพราะ อาคม
ภาพลวงตานั้นไม่สามารถฆ่าคนได้จริงๆ มันทำได้เพียงแค่ทำให้คน
หวาดกลัวเท่านั้น ตราบใดที่ยังมีสติมั่นคง มันก็สูยสลายหายไปในที่สุด แต่
กับอาคมแห่งจิตสังหารแล้ว มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากพวกเขาถูกฆ่า
ตายในนี้ ก็อาจตายได้ในชีวิตจริง
ขณะที่เขามองดูปีศาจเขาเดียวที่พุ่งตรงมาหาเขา หลินหมิงก็พุ่งตัว
หลบไปด้านข้าง การกระโดดหลบของเขาค่อนข้างจะแปลกๆ คือไหล่ของ
เขาแทบจะแตะสัมผัสกับพื้น ในขณะที่ปีศาจพุ่งผ่านเขามา หลินหมิงก็ใช้
มือทุบลงกับพื้นเพื่อให้ร่างของเขา เปลี่ยนทิศทางไปหาปีศาจตนนั้นอีก
ครั้ง
เขาเงื้อมมือขึ้นและใช้มีดแทงลงบนท้องของมัน
“ฉึก”
มีดปักลงไปที่กลางท้องของปีศาจอย่างแม่นยำ มันเป็นที่ๆไม่มี
ผิวหนังที่แข็งแกร่งคอยคุ้มกันอยู่ และมันยังเป็นจุดศูนย์กลางของเส้น
เลือดใหญ่อีกด้วย
ในขณะที่มีดได้เสียบอยู่ที่ท้องของมัน เลือดก็ได้พุ่งกระเส็นออกมา
เหมือนท่อน้ำแตก ปีศาจตนนั้นร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมาน
และกลิ้งลงไปดิ้นกับพื้นอย่างทุรนทุราย
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของเขาสำเร็จ หลินหมิงถอนหายใจออกมาอย่าง
โล่งอก เขาคิดว่าภาพลวงตาแห่งมหาเจดีย์วิจิตรแห่งนี้กับความจริงบน
โลกแทบจะเป็นสิ่งเดียวกัน
โครงสร้างของมันเหมือนกับตัวจริงไม่มีผิด บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า
มีวิญญาณของปีศาจเขาเดียวสถิตอยู่จริงๆก็เป็นได้
หลังจากนั่นหลินหมิงก็ดึงมีดออกมาและเขาเก็บมีดไว้กับตัวแทนที่จะ
ใช้มันแทงต่อ ถึงแม้ว่าการจะฆ่ามันในตอนนี้จะไม่ยากแล้วก็ตาม แต่เขา
ต้องการจะเก็บพลังงานเอาไว้ เพราะว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีเวลาใดใดให้
เขาได้พักอีกแล้ว
เมื่อเส้นเลือดใหญ่ถูกตัดขาด เจ้าปีศาจเขาเดียวก็เสียเลือดเพิ่มมาก
ขึ้นเรื่อยๆ มันขยับเขยื้อนอย่างทุกข์ทรมาน หลินหมิงแทงมันซ้ำอีกรอบ
เขาได้แทงมีดลงไปที่เส้นเลือดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
การต่อสู้ในชั้นนี้ได้จบลงแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาพักของเขา ปีศาจเขา
เดียวได้พ่ายแพ้ให้แก่หลินหมิงแล้ว ที่มันต้องทำก็แค่นอนรอความตาย
เท่านั้น
ผ่านไปไม่นานปีศาจตนนั้นก็สิ้นใจลงในที่สุด หลินหมิงได้เข้ามาสู่ชั้น
ที่สามแล้ว
“โฮ่มีคนไปได้ถึงชั้นสามแล้วรึ” ด้านนอกของมหาเจดีย์วิจิตร ผู้เฒ่า
ทั้งหลายได้เห็นแสงที่เปล่งขึ้นมาจากสัญลักษณ์ในชั้นนี่สาม มัน
หมายความว่ามีใครซักคนในกลุ่มผู้ทดสอบผ่านเข้าไปถึงชั้นที่สามแล้ว แต่
พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร
“นั่นต้องเป็นหวังหยานเฟิงเป็นแน่ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงที่สุด
ในหมู่เด็กรุ่นเดียวกัน สำหรับหลินหมิงที่มีเพียงพละกำลังที่มากกว่าคน
ปกตินิดหน่อยไม่มีทางขึ้นไปถึงชั้นสามได้แน่ ในด้านทดสอบนี้ไม่เพียง
พละกำลังที่สำคัญ ทั้งประสบการณ์ ความเร็ว ทักษะ เทคนิค ต่างก็สำคัญ
ไม่แพ้กัน”
“ผู้ทดสอบส่วนใหญ่ก็หวังเพียงจะผ่านชั้นแรกไปให้ได้เท่านั้นสินะ
แต่หวังหยานเฟิงสามารถผ่านไปถึงชั้นที่สามได้แล้วรึ น่าประทับใจเสีย
จริง”
ขณะที่ผู้เฒ่ากำลังสนทนากันอยู่ ก็มีอีกคนแสงหนึ่งเปล่งขึ้นมาในชั้น
ที่สาม ในตอนนี้มีคนไปถึงชั้นที่สามแล้วถึงสองคน เขาช้ากว่าหลินหมิ
งเพียงเล็กน้อย เขาก็คือหวังหยานเฟิง
หวังหยานเฟิงและหลินหมิงต่างก็มีอายุเท่ากัน ดังนั้นศัตรูที่เจอในชั้น
ที่สองก็จะเป็นตัวเดียวกัน นั่นก็คือ ปีศาจเขาเดียวนั่นเอง
หวังหยานเฟิงฝึกฝนไปถึงขั้นที่สามแล้ว แถมยังมีพละกำลังยัง
มากกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันซะอีก ไม่แปลกที่ปีศาจนั่นจะไม่ใช่คู่มือของเขา
แต่เนื่องจากเขาใช้มือเปล่าต่อสู้ตรงๆ ทำให้หวังหยานเฟิงต้องสูญเสีย
กำลังไปบางส่วนในการเอาชนะผิวหนังอันแข็งแกร่งของปีศาจเขาเดียว
ไม่มีการหยุดพักใดใดในมหาเจดีย์วิจิตร ทันทีที่เอาชนะศัตรูได้ผู้
ทดสอบก็จะถูกย้ายขึ้นไปชั้นต่อไปในทันที
ในชั้นที่สามหวังหยานเฟิงได้เผชิญหน้ากับ เงาดำสองคนที่ถือดาบ
ยาวเอาไว้ เงาดำทั้งสองต่างก็มีการฝึกฝนในขั้นที่สามทั้งคู่
หวังหยานเฟิงขบฟันแน่นแต่ก็ยังคงอยู่ในท่าทีที่สงบนิ่ง เขาน่าจะ
สามารถจัดการเงาสองตัวนั้นได้อย่างง่ายดายหากเขามีสภาพพร้อมเต็ม
ร้อย ในตอนนี้ที่เขาสูญเสียกำลังบางส่วนไปในชั้นที่สอง เขากำลังวางแผน
ว่าจะเอาชนะพวกมันอย่างไรโดยใช้กำลังให้น้อยที่สุด หากไม่ทำเช่นนี้เขา
อาจไม่เหลือกำลังเพื่อใช้ต่อสู้ในชั้นที่สี่เป็นแน่
เขาต้องเอาชนะมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขารวบรวมพลังที่
ไหลเวียนในร่างกายของเขา และเตรียมใช้พลังที่ถูกสืบทอดในตระกูลของ
เขา ‘สัจธรรมเก้าวิถี’
ในเวลานี้หลินหมิงเองก็ได้เผชิญหน้ากับเงาดำสองตัวที่มีการฝึกฝน
ขั้นที่สาม
การฝึกฝนขั้นที่สามเป็นการฝึกอวัยวะภายใน เขาไม่คิดมาก่อนว่า
จะต้องเจอศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่สามพร้อมกันถึงสองตน ถ้าเป็นเช่นนี้
ไม่ต้องคิดถึงชั้นที่สี่และชั้นที่ห้าเลยว่าเขาจะต้องพบกับศัตรูระดับใด
ในตอนนี้เขาไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เหตุใดชายคนนั้นถึงได้มั่นใจว่าจะไม่มี
ใครผ่านไปถึงที่ชั้นห้าได้
ขณะที่หลินหมิงกำลังโคจร ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เงาทั้งสองตัวนั้น
ก็ยังไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวใดใด ทำให้เขารู้สึกยินดีที่จะได้พักอีกซักเล็กน้อย
แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะยังไม่ได้ใช้กำลังไปมากนักก็ตาม
แต่ทันใดนั้นเงาสองตัวนั่นก็พุ่งตัวเข้ามาหาเขาอย่างพร้อมเพียงจาก
ทั้งสองด้าน ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาทางด้านซ้าย และอีกตัวเข้ามาทางด้านขวา
แต่พวกมันทั้งคู่เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
เงาทั้งสองตัวนี้มีความว่องไวและเข้าขากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ การ
เคลื่อนผสานงานขอพวกงมันอย่างกับว่าเป็นนักรบคู่ใจที่ร่วมรบด้วยกันมา
ยาวนานหลายปี เงาร่างหนึ่งพุ่งมาเร็วกว่าเงาอีกตัวเล็กน้อย มันฟันลงไป
ที่บริเวณเข่าของเขา บังคับให้หลินหมิงต้องกระโดดหลบการโจมตีนั้น เงา
อีกตัวก็ใช้ประโยชน์จากการที่หลินหมิงกระโดดลอยขึ้นมาอยู่กลางอากาศ
แทงดาบอันคมกริบเข้าไปที่หน้าอกของหลินหมิง
“ฝันไปเถอะ”
หลินหมิงพึมพำเบาๆ ก่อนจะใช้เท้าเตะเข้าไปที่ข้อมือของเงาตัวนั้น
“กร๊อบบบ” ข้อมือของเงาดำหักเสียดังด้วยการเตะอันรุนแรงของเขา
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเงาต่างก็ไม่รู้สึกเจ็บใดใด เงาดำนั่นสะบัดข้อมือ
เล็กน้อยก่อนจะเข้าโจมตีหลินหมิงอีกครั้ง ทุกๆครั้งที่มันโจมตี มันจะเผย
ช่องโหว่ เงาพวกนี้มันทำได้แค่โจมตีสินะ มันไม่คิดจะป้องกันหรือถอยไป
ตั้งหลัก นี่เป็นการต่อสู้โดยการเอาชีวิตเข้าแลกชัดๆ
เมื่อได้เห็นศัตรูที่ใช้ชีวิตเข้าแลกเช่นนี้ เขาก็ได้โคจรพลัง ‘ชีพจร
ปราณเทพคลั่ง’ อย่างเต็มกำลัง เขาปล่อยหมัดเข้าปะทะกับฝ่ามือของเงา
ดำเข้าอย่างจังๆ
“กร๊อบบ” เงาดำกระเด็นถอยออกไปพร้อมกับเลือดที่พุ่งออกมาจาก
ปาก
ในตอนนี้พลังของหลินหมิงมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น มันควรจะเป็นเรื่อง
ง่ายมากที่เขาจะจัดการกับเงาพวกนั้นโดยไร้การบาดเจ็บใดใด แต่มันก็ไม่
เป็นเช่นนั้น แม้เงาทั้งสองตัวนี้จะมิได้เก่งกาจในระดับสุดยอดแต่ก็ไม่ได้
อ่อนแอเช่นกัน ด้วยการโจมตีทีผสานกันได้อย่างสมบูรณ์ และการต่อสู้
แบบเอาชีวิตเข้าแลกแล้ว ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะเอาชนะพวกมันได้ นี้
เป็นเพียงแค่ชั้นที่สาม หากจะให้มั่นใจว่าเขาจะได้เป็นอันดับหนึ่งเขาควร
จะไปให้ได้ถึงชั้นที่ห้าเทียบเท่ากับฉินซิงเซวียน
แม้ว่าสมองของเขาจะคิดเรื่องนั้นอยู่ แต่ร่างกายหลินหมิงก็ไม่ได้
ชะงักลงแม้แต้เสี่ยววินาที เขาถอยออกจากแรงกระแทกเมื่อครู่ ในขณะที่
เงานั้นได้รับบาดเจ็บ เขาได้ส่งหมัดตรงไปยังหน้าของเงานั้นอีกครั้ง
ในตอนนี้ เงาอีกตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางไว้ มันเหวี่ยงดาบหมายจะ
ปลิดชีพของเขา
“หึทีนี้ก็ถึงคราวของแกบ้าง ตายซะเถอะ”
การออกหมัดของหลินหมิงเป็นเพียงแค่การหลอกล่อเท่านั้น เขาชัก
มีดออกมาฟันปะทะกับดาบของเงาตัวนั่น
“เพล้งงง” สะเก็ดไฟกระเด็นออกมาจากดาบและมีดที่ปะทะกัน
อย่างรุนแรง
ขณะที่มีดและดาบกระทบกันอยู่ หลินหมิงไม่ได้ก้าวถอยหลังไป
แม้แต่น้อย นี่เป็นผลจากพลังในตัวหลินหมิงอย่างนั้นหรือ
“ตายด้วยมือข้าซะเถอะ” หลังจากที่ปัดดาบของเงาออกไป หลินหมิ
งชกไปที่อกของเงานั้นอย่างรุนแรง
“กร๊อบบบ” ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี้ต้องเป็นเสียงหักของกระดูกซี่โครง
แน่ๆ เป็นบริเวณที่อยู่ของหัวใจของมัน เป็นจุดตายของเงาพวกนั้น
หลังจากที่กำจัดเงาตัวหนึ่งไปได้แล้ว หลินหมิงมองไปที่เงาอีกตนที่
เขาชกใส่มือของมันไปก่อนหน้านี้ เขาเตะไปที่ขาของเงานั้นอย่างรุนแรง
และปิดท้อยด้วยการแทงมีดลงไปบนหัวใจของมัน
ชั้นที่สาม ผ่าน!!!
ณ ด้านนอกของมหาเจดีย์วิจิตร เหล่าผู้เฒ่าได้เห็นแสงชั้นที่เปล่ง
ขึ้นมาบนชั้นที่สี่ หนึ่งในพวกเขาพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ “โอ้ว ผู้เข้า
ทดสอบในครั้งนี้เยี่ยมยอดยิ่งนัก หนึ่งในพวกเขาสามารถผ่านไปถึงชั้นที่สี่
ได้โดยใช้เวลาเพียงธูปครึ่งก้านเท่านั้นจริงๆหรือนี้!!!”