Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 40 ทะลวงเข้าสู่ชั้นที่4
ภายนอกมหาเจดีย์วิจิตร เหล่าผู้อาวุโสมองเห็นแสงจากชั้น4สว่าง
วาบขึ้นมา พวกเขาเริ่มผวาอย่างตกใจ “ให้ตายเถอะ มีผู้เข้าทดสอบไปถึง
ชั้นที่4ได้ โดยใช้เวลาเพียงแค่ธูปครึ่งดอก!!”
“หวังหยานเฟิง เขาไม่ธรรมดาจริงๆ” เหล่าผู้อาวุโสได้คาดการณ์ไว้
แล้วว่าในที่สุดหวังหยานเฟิงจะต้องขึ้นไปถึงชั้นที่4 แต่พวกเขาไม่คิดว่ามัน
จะเร็วถึงเพียงนี้ “หากเขาผ่าน3ชั้นแรกได้ด้วยความเร็วระดับนี้ หวังห
ยานเฟิงอาจจะสามารถผ่านชั้นที่4ขึ้นไปถึงชั้นที่5เลยก็เป็นได้ เดิมทีข้าคิด
ว่าการไปถึงชั้นที่5ไม่มีทางเป็นไม่ได้สำหรับผู้เข้าทดสอบในปีนี้ แต่หาก
เขาผ่าน3ชั้นแรงมาได้เร็วขนาดนี้มันก็ไม่แน่ แม้จะผ่านไปถึงชั้น5ไม่ได้ก็น่า
ภูมิใจแล้วที่เขามาได้ไกลขนาดนี้!!”
“ข้าไม่คิดเลยว่า หลินหมิงกับเหลียนตีซานจะมาได้ถึงขั้นนี้ ผลการ
ทดสอบของทั้งสองคนถือว่าดีทีเดียว” เหลียนตีซานคือชายหนุ่มที่มี
รูปร่างสูงกำยำ มีพละกำลังแห่งประเจ้าแต่กำเนิด เขาเองก็มีอายุ15ปี
เช่นกัน
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในสายตาเหล่าผู้อาวุโส หากนำผู้มีพละกำลัง
ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองคนนี้ไปเทียบกับหวังหยานเฟิง อัจฉริยะอย่างหวังหยาน
เฟิงก็ยังอยู่เหนือกว่าพวกเขาอีกหลายขุม
ถึงหลินหมิงจะมีพละกำลังศักดิ์สิทธิ์ก็จริง แต่เขามีการฝึกฝนเพียงขั้น
ที่สองเท่านั้น สำหรับหวังหยานเฟิงเขาฝึกฝนไปถึงขั้นที่สามแล้ว เมื่อเข้า
ฝึกฝนถึงขั้นที่สามแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย คือ การที่อวัยวะ
ภายในมีพลังปราณไหลเวียนอยู่ หัวใจและปอดจะแข็งแกร่งขึ้น ระบบการ
หายใจจะดีขึ้น และความทนทานของร่างกายจะสูงกว่าผู้ที่ฝึกฝนขั้นที่สอง
มากถึงสองเท่า
หวังยานเฟิ่งมีเทคนิคการฝึกฝนบ่มเพาะพลังที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้อง
สงสัย มีเพียงเรื่องพละกำลังเท่านั้นที่เขาเป็นรองหลินหมิง และก็เป็นรอง
เพียงแค่300จินเท่านั้น
สำหรับการทดสอบนี้ หวังหยานเฟิงจะต้องได้อันดับ1อย่างแน่นอน
ในการทดสอบด่านสุดท้ายสำคัญที่สุด ถ้าหวังยานเฟิ่งได้เป็นอันดับ1
ในการทดสอบด่านสุดท้ายนี้ จะทำให้ผลการทดสอบของเขาอยู่เหนือ
หลินหมิง การทดสอบในสองรอบแรกมีความสำคัญเพียงแค่ใช้เทียบหาก
ในด้านที่สามมีอันดับหนึ่งหลายคนเท่านั้น หากเขาแซงหลินหมิงได้ในด่าน
นี้เขาก็จะเป็นอันดับ1ของการทดสอบและได้ครอบครองรางวัล
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ข้างนอกกำลังคุยกันอยู่ หวังหยานเฟิงยังคง
ติดอยู่ในชั้นที่ 3 การจัดการนักรบเงาทั้ง2ตัวพร้อมกัน ไม่ใช้ง่ายสำหรับ
เขาเลย
หวังหยานเฟิงสูญเสียกำลังและปราณไปเยอะมากเพื่อที่จะกำจัด
นักรบเงาตัวหนึ่ง และเขายังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
“บ้าเอ้ย! ทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ ข้าใช้พลังสัจธรรมเก้าวิธี ซึ่งเป็น
เคล็ดบ่มเพาะลับที่สืบทอดกันมาในตระกูลของข้า ยังสามารถจัดการมัน
ได้เพียงแค่ตัวเดียวเองหรือ โอกาสที่จะขึ้นไปให้ถึงชั้น4ของข้าช่างริบหรี่
เสียจริง”หวังหยานเฟิงพูดกับตัวเองอย่างเป็นกังวล
หวังหยานเฟิงใช้ปราณไปกว่า20%แล้ว ในมิติแห่งนี้ไม่อาจใช้ยา
สมุนไพรใดใดได้ ความหวังที่เหลืออยู่ของเขาก็คือการฝึกฝนขั้นที่สามของ
เขาเท่านั้น
…
หวังหยานเฟิงเริ่มกังวลเกี่ยวกับการใช้พลังปราณของเขา หลินหมิ
งเองก็กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เช่นกันเช่นกัน เป็นเพราะอวัยวะภายในของ
เขานั้นไม่แกร่งเช่นเดียวกับหวังหยานเฟิง เนื่องจากเขามีเพียงการฝึกฝน
ในขั้นที่2 เขาจึงมีพลังปราณน้อยมากหากจะเทียบกับผู้ที่ฝึกฝนไปถึงขั้นที่
สาม
โชคดีที่หลินหมิงมีมรดกเคล็ดบ่มเพาะ “ชีพจรปราณเทพคลั่ง” เขา
ได้บรรลุในขั้นที่1แล้ว ในตอนนี้มันได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของหลินห
มิง ทำให้เขาสามารถมีพลังปราณมากขึ้น
ในขณะนี้ เบื้องหน้าของหลินหมิงคือ หมีเกราะเงิน สัตย์ดุร้ายระดับ
หนึ่ง 2ตัว มันมีตัวหนึ่งที่ดูแข็งแกร่ง และอีกตัวหนึ่งที่ดูอ่อนแอกว่า ทั้งตัว
ที่อ่อนแอและแข็งแกร่ง
เจ้าหมีเกราะเงินพวกนี้ เทียบได้กับผู้ฝึกฝนที่ไปถึงจุดสูงสุดของขั้นที่
สามเลยทีเดียว ทั้งยังมาพร้อมกันถึงสองตัว!!
หลินหมิงจริงจังขึ้นมาในทันที เขาไม่เคยสู้กับศัตรูที่อยู่ในระดับสูง
เช่นนี้มาก่อน หลินหมิงยังไม่แน่ใจเลยว่าเขาจะจัดการมันได้ซักตัวหรือไม่
แต่ในขณะนี้มีพวกมันอยู่ตรงหน้าเขาถึง2ตัว
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ2อย่างนี้ คือ 1.ต้องใช้ปราณอย่างคุ้มค่าที่สุด 2.
จะรับการโจมตีแม้เพียงครั้งเดียวไม่ได้เด็ดขาด
หลินหมิงหายใจเข้าลึกๆแล้วนึกความทรงจำเกี่ยวกับหมีเกราะเงิน
ทั้งหมดที่มีขึ้นมา
การโจมตีของหมีเกราะเงินมีพละกำลังถึง5000จิน แม้มันจะเคลื่อนที่
ช้า แต่ทั่วร่างของมันมีเกราะที่มีรูปร่างคล้ายกระดูกหุ้มอยู่ การจะใช้ดาบ
และหอกกำจัดมันนั้น ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถเจาะทะลุเกราะของ
มันได้
ยิ่งไปกว่านั้นเกราของพวกมันไม่มีจุดอ่อนใดๆอยู่เลย
แม้ว่าสำหรับตัวเกราะแล้วจะไม่มีจุดอ่อนใด แต่สำหรับตัวหมีนั้นก็ยัง
มีจุดอ่อนอยู่บ้าง!! จุดอ่อนของหมีพวกนี้จะอยู่ที่รอยต่อของเกราะพวกนั้น
และทั้งรอยต่อเหล่านี้ยังอยู่ในตำแหน่งที่เป็นข้อต่ออีกด้วย
รอยต่อของเกราะนั้นมักจะอยู่ในตำแหน่งของข้อต่อ จุดพวกนี้มี
ช่องว่างอยู่เล็กน้อยบางและหายากอย่างมาก ถ้าหลินหมิงต้องการจะจบ
ศึกนี้ให้ไว เขาต้องเพ่งสมาธิสำรวจร่างกายของพวกมันให้ดี และหาจังหวะ
ในการลงมีดอย่างแม่นยำไปที่จุดเหล่านี้ มันจะทำให้เขาจะมีโอกาสชนะ
เพิ่มมากขึ้น
หลังจากเขาผสานเข้ากับ “ชีพจรปราณเทพคลั่ง” แล้ว การตัดสินใจ
และความแม่นยำของเขา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อ6เดือนก่อน จูเอี๋ยนน่าจะสามารถรับมือกับเจ้าหมีเกราะเงิน2
ตัวนี้ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องคิดเลยว่า ณ ตอนนี้มันจะก้าวหน้าไปถึงไหน
แล้ว เขาจะมายอมแพ้อยู่ตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด”
หลินหมิงจ้องไปที่หมีเกราะเงินทั้งสองตัว และแผ่จิตสังหารออกมา
“โฮกกก!!!”
หมีเกราะเงินกระโดดพุ่งเข้าหาหลินหมิงในทันที มันพยายามที่จะ
โจมตีหลินหมิงด้วยอุ้งเท้าที่หนาและหนักของมัน หมีเกราะเงินมีน้ำหนัก
ตัวกว่า1000จิน บวกกับพละกำลังของมัน การโจมตีครั้งนี้สามารถล้มช้าง
ได้ง่ายๆเลย
หลินหมิงเบิกตาให้กว้างขึ้นโดยปราศจากความหวาดกลัว เขากลับ
ตัวหลบหลีกในขณะที่หมีตัวนั้นกำลังพุ่งเข้ามา พลางมองหาจุดอ่อนบน
ร่างของหมีเกราะเงิน… และแล้วเขาก็พบกับรอยต่อระหว่างตัวเกราะ2ชิ้น
เขาไม่รอช้า หยิบมีดขึ้นมาในทันที
“!!!”
ถึงมันเป็นแค่มีดธรรมดา แต่หลินหมิงสามารถใช้มันได้อย่าง
เชี่ยวชาญ มีดเล่มนั้นเฉือนลงไปตรงช่องว่างของเกราะอย่างแม่นยำ
การเฉือนในครั้งนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมาก มีดได้เฉือนลงไปบนเนื้อของมัน
ด้วยความเร็วสูง
ในขณะที่มีดเฉือนลงไปนี้ ภายในเวลาเสี้ยววินาทีนั้น เลือดพุ่งออกมา
สาดกระเซ็นไปทั่ว
“โฮกกก!!!” หมีเกราะเงินเกิดอาการบ้าเลือดขึ้นมา มันพุ่งเข้าใส่
หลินหมิงอย่างไม่ลังเล
…
…
…
“ผู้ทดสอบกว่า40คนจะสอบตกและ ประมาณ50คนจะสอบผ่าน ผล
การทดสอบก็น่าจะออกมาประมาณนี้ ผู้อาวุโสแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้พูด
พลางมองไปยังนักเรียนที่กระเด็นออกมาจาก มหาเจดีย์วิจิตร
มหาเจดีย์วิจิตร7ชั้นนี้ได้ถูกตัดขาดกับโลกภาพนอกโดยสิ้นเชิง ผู้
อาวุโสที่ไม่ได้เป็นถึงขั้นปราณปลายฟ้าจะมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในที่
แห่งนี้ พวกเขาจะสามารถรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อผู้เข้าทดสอบตกรอบและ
กระเด็นออกมาจากชั้นที่พวกเขาไม่อาจก้าวข้ามผ่านไปได้เท่านั้น
หากผู้เข้าทดสอบคนใดกระเด็นออกมาจากชั้นแรกก็จะถือว่าสอบตก
และหากกระเด็นออกมาจากชั้นที่2ขึ้นไปก็จะถือว่าผ่านการทดสอบ
ผ่านไป15นาทีตั้งแต่การเหล่าผู้ทดสอบได้เข้ามาสู่ชั้นที่1 ผู้ทดสอบ
หลายคนได้ผ่านชั้นที่1ไปนานแล้ว บางคนก็ไปถึงชั้นที่3 และบางคนยังไป
ได้จนถึงชั้นที่4
“ตอนนี้มีผู้ทดสอบอีกเพียงแค่5คนเท่านั้นที่ยังอยู่ในพระมหาเจ…”
ในเวลาเดียวกันกับที่ผู้อาวุโสท่านนี้พูดออกมา ก็ได้มีแสงที่เปล่งออกมา
จากบนชั้น3ของหอคอย7ชั้น มีผู้ทดสอบ2คนกระเด็นออกมา นั้น
หมายความว่าพวกเข้าไม่สามารถผ่านชั้นที่3ได้
ผู้คุมการทดสอบมุ่งหน้าไปดูอาการของผู้เข้าทดสอบที่หมดสติไป
ผู้เข้าสอบทั้งสองคนนี้มีการฝึกฝนถึงจุดสูงสุดของขั้นที่สาม และพละ
พลังของทั้งคู่มีมากถึง2300จิน พวกเขามีอายุ17และ18ปี แต่กลับไม่
สามารถผ่านชั้นที่3ไปได้ แต่ยังไงผลลัพธ์ก็ยังเป็นที่น่าพอใจ พวกเขาได้
เข้าเป็นศิษย์ในสำนัก!!
เมื่อ2คนนี้กระเด็นออกมาจากหอคอย หลานอวิ๋นเยว่หันไปมองพวก
เขาทันที แต่เมื่อพวกเขาไม่ใช่หลินหมิง นางก็เลิกที่จะสนใจ
หลานยุ่นเยี่ยสังเกตว่าหลินหมิงไม่ได้อยู่ในกลุ่มของคนพวกนั้น เมื่อ
แน่ใจแล้วว่าหลินหมิงยังไม่ได้ถูกส่งกลับออกมา นั่นหมายความว่าหลินห
มิงยังคงอยู่ในหอคอย7ชั้น!!
หลินหมิง… หลานยุ่นเยี่ยเม้มริมฝีปากเบาๆ พลางนึกถึงความทรงจำ
ในอดีต
หลานยุ่นเยี่ยรู้ว่าหลินหมิงจะต้องสอบผ่าน และอย่างน้อยๆเขาก็ต้อง
ขึ้นไปถึงชั้นที่3
สำหรับชั้นที่3ในหอคอย7ชั้นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างมาก ใน
ประวัติของสำนักเจ็ดแก่นแท้นั้น ผู้ที่สามารถผ่านมาถึงชั้นที่3ได้นั้น ซักวัน
หนึ่งพวกเขาก็จะสามารถฝึกฝนไปจนถึงระดับที่ทั่วทั้งอาณาจักรต่างนับ
ถือ… การฝึกฝนขั้นที่6 ผสานชีพจร!!!
สำหรับขั้นผสานชีพจรแล้ว อาณาจักรจะสนับสนุนพวกเขาเป็นอย่าง
ดี พวกเขาจะมีอำนาจพอๆกับเจ้าหน้าที่ของอาณาจักร หรืออาจจะ
มากกว่านั้นเสียอีก
มันเป็นยศที่ค่อนข้างสูง! ในเมืองลิขิตฟ้า มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความ
ภาคภูมิใจและเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูง ด้วยเกียรติยศนี้สามารถทำให้
ทั้งครอบครัวของพวกเขากลายเป็นชนชั้นสูงได้ และยังเป็นที่น่าภาคภูมิใจ
ของบรรพบุรุษอีกด้วย
ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งได้กระเด็นออกมาจากชั้นที่4
หมายความว่าหลินหมิงสามารถผ่านชั้นที่3ไปแล้วอย่างนั้นหรือ!!
ชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำผู้นี้คือ เหลียนตีซาน เขาได้ทุ่มเทอย่างสุด
ความสามารถและในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงผ่านชั้นที่3ไปได้ แต่ทว่า
ด้วยบาดแผลของเขาทำให้ เหลียนตีซาน ต้องพ่ายแพ้ต่อสัตว์อสูรในชั้นที่
4อย่างง่ายดาย
“เหลียนตีซานเป็นผู้นี้มีพรสวรรค์ เขาคู่ควรต่อการสนับสนุนจาก
สำนัก”
“อืมม.. เขาก็ดูแข็งแกร่งดี ในตอนนี้เหลือผู้ทดสอบอีกเพียงแค่2คน
เท่านั้น หลินหมิง และ หวังหยานเฟิง”
“แม้ว่าหลินหมิงจะยังคงต่อสู้อยู่ในตอนนี้ แต่พลังของเขาก็พอๆกับ
เหลียนตีซาน เขาจะสามารถยื้อเวลาอยู่ในชั้นที่4ได้อีกนานเท่าไรกัน…”
“ข้าว่าต่อให้เป็นหวังหยานเฟิงก็ไม่สามารถผ่านชั้นนี้ไปได้อย่าง
แน่นอน”
…
“ฉูดด” ด้วยการลงมีดเพียงครั้งเดียว ขาของหมีเกราะเงินก็มีเลือด
พุ่งออกมาเป็นสายน้ำ หลินหมิงกลิ้งตัวหลบออกไปด้านข้างขณะที่หมีได้
พุ่งสวนกับเขา
ในตอนนี้ร่างของหมีเกราะเงินถูกอาบไปด้วยเลือด พวกมันทั้งคู่ถูก
ฟันในจุดอ่อนที่อยู่ระหว่างรอยต่อของเกราะ แม้แผลจะไม่ใหญ่มาก แต่
เลือดที่ไหลออกมาก็มากพอที่จะทำให้พวกค่อยๆอ่อนแอลง
การเคลื่อนไหวของหมีเกราะเงินเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจาก
การสูญเสียเลือดในปริมาณมาก
โอกาส!!
หลินหมิงวิ่งหลบไปรอบๆตัวหมี อาการเสียเลือดและความเหนื่อยล้า
ทำให้หมีไม่สามารถจับเขาได้ ทั้งยังทำให้พวกมันสับสนและเปิดช่องว่าง
ให้เขาอีกด้วย
“โฮกกกก!!” หมีเกราะเงินยืนขึ้นแล้วตบลงไปด้วยอุ้งเท้าที่หนัก
หน่วง แต่ในขณะที่หลินหมิงหลบนั้นเขาก็ได้เสียบมีดลงไปบนดวงตาของ
หมีเกราะเงิน!!
เลือดสาดออกมาจากบาดแผล พร้อมทั้งเสียงคำรามที่โกรธเกรี้ยว
อย่างเจ็บปวด หลินหมิงกำหมัดแน่นและชกที่มีดบนดวงตาของมัน ทำให้
มีดเล่มนั้นฝังทะลุลงไปถึงสมองของมัน!!
เขากำจัดหมีเกราะเงินตัวแรกได้แล้ว!!