Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 390 ดูดซับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 390 ดูดซับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
ณ บริเวณใกล้กับกองไฟมีหญิงสาว 6-7 คนกำลังสนทนากันเป็น
วงกลมด้วยความตื่นเต้น
“หลินหมิง” มีน้ำเสียงของผู้หญิงที่สดใสดังขึ้นมา
หลินหมิงจึงหันกลับไปมองและพบว่าผู้ที่กล่าวออกมานั้นคือมู่เชียน
หยี่
เมื่อเหล่าศิษย์บริเวณที่หลินหมิงอยู่เห็นนางเข้า จึงรีบคารวะ หาก
เปรียบเทียบกับผู้อาวุโสของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มู่เชียนหยี่นั้นมี
สถานะสูงยิ่งกว่าเสียอีก
มู่เชียนหยี่ยิ้มแล้วกล่าว “เหล่ยมู่ไป่นั้นได้ถูกขังอยู่ในคุก เจ้าอยากที่
จะไปพบเขาในตอนนี้หรือไม่?”
หลินหมิงประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็มีความสุขแล้วกล่าวว่า “แน่
อยู่แล้ว”
ก่อนหน้านี้หลินหมิงก็ได้ถูกมู่อวี้หวงเรียกไปพบ และสนทนากันอยู่
ร่วม 2 ชั่วโมง เขาแทบไม่ได้มีเวลาคิดเรื่องเหล่ยมู่ไป่อีกเลย
เมื่อมู่เชียนหยี่ได้มาถึง บรรยากาศในงานก็กลายเป็นอึดอัด มู่เชียน
หยี่มองไปยังเหล่าหญิงสาวที่อยู่รอบหลินหมิงและยิ้มให้เล็กน้อย จากนั้น
นางก็ส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปยังหลินหมิงว่า “เจ้าคิดว่าเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์เป็นสวรรค์ของศิษย์ชายหรือไม่?”
หลินหมิงผงะ จากนั้นก็ยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “แม่นางมู่ อย่าล้อข้าเล่น
เลย แม้จะเป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆ แต่ข้าก็ได้สัญญากับพวกนางไปแล้ว
หลายอย่าง”
“ฮ่าฮ่า” มู่เชียนหยี่หัวเราะคิกคัก “จากนี้ไปเจ้าควรจะเรียกข้าว่า
ศิษย์พี่หญิง ท่านอาจารย์เองก็ได้รับเจ้าเป็นลูกศิษย์แล้ว และอีกอย่างท่าน
บรรพบุรุษต้องการที่จะพบเจ้า”
“อืม”
ท่านบรรพบุรุษคงอยากที่จะสนทนากับเจ้าเรื่องการเข้าไปในแดน
เร้นลับของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ใช่สิ เจ้ามิได้สนใจในสิ่งที่เหล่ยมู่ไปได้
ครอบครองอยู่ในตอนนี้เช่นนั้นหรือ?
“แน่นอนว่าข้าต้องสนใจ” หลินหมิงตอบกลับตามตรง
“อืม ท่านอาจารย์บอกว่าจะให้ทุกอย่างของเขาแก่เจ้าตราบใดที่เจ้า
มิได้สังหารเขา เท่าที่ข้าจำได้ วิธีการของเจ้าค่อนข้างโหดเหี้ยมและ
เด็ดขาด ผู้อาวุโสที่รักษาให้กับเหล่ยมู่ไป่นั้นจำเป็นต้องใช้โอสถระดับสูง
เลยทีเดียว แต่เขาก็ยังนอนแน่นิ่งครึ่งเป็นครึ่งตายและไม่น่าจะอยู่ได้อีก
นาน เส้นชีพจรทั่วร่างของเขาถูกหั่นเป็นชิ้นๆและการบ่มเพาะก็ถูกทำลาย
เช่นกัน” มู่เชียนหยี่มองไปยังหลินหมิง มีความลึกซึ้งอยู่ในแววตาของนาง
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นเคล็ดวิชาที่สามารถทำให้นักสู้พิการได้เช่นนี้
นางมิรู้เลยว่าหลินหมิงนั้นไปเรียนรู้วิชาเช่นนี้มาจากที่ใด
หลินหมิงหัวเราะเล็กน้อยและมิได้กล่าวอันใดออกไป เคล็ดวิชาฝ่ามือ
สะบั้นชีพจรนั้นเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายและโหดเหี้ยม สำหรับการที่จะ
รักษาอาการบาดเจ็บจากมันนั้น… แม้แต่โอสถปาฏิหาริย์จากแดนเทวะก็
ยังอาจจะไม่มีผล อย่างน้อยก็ไม่น่าจะมีทางรักษาในทวีปนภารินไหล
“ไปกันเถอะ”
ทั้งสองได้ออกไปจากงานเลี้ยงและมุ่งหน้าไปยังคุกของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์
คุกของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของหุบเขาและลึก
ลงไปหลายร้อยก้าว ภายในบริเวณคุกมีรูปแบบค่ายกลจำนวนมาก เมื่อ
รูปแบบค่ายกลนี้ถูกเปิดใช้งาน มันก็จะสามารถป้องกันการระดมโจมตี
เต็มกำลังของปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้
ภายในคุกที่ลึกมีห้องหินที่ปิดสนิท เหล่ยมู่ไป่นอนอยู่บนพื้นราวกับ
ตายไปแล้ว สีหน้าซีดราวกับไร้ซึ่งโลหิตหลงเหลืออยู่ ส่วนแหวนมิติของ
เขาได้ถูกถอดและวางไว้บนโต๊ะที่ได้ผนึกเอาไว้ ง้าวโลหิตล้างผลาญก็อยู่
ใกล้กัน
หลินหมิงมองดูเหล่ยมู่ไป่ที่อยู่ในสภาพเช่นนี้และรู้ว่าหัวใจของเขาได้
ตายไปแล้ว ชายผู้ภาคภูมิและหยิ่งยโสจนถึงกระดูกและฝันว่าวันนึงตนจะ
ได้ครองโลกและควบคุมชะตาชีวิตของผู้อื่นไว้ในมือ แต่กลับบาดเจ็บ
สาหัส จนต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาจึงได้สูญเสียความหวังทั้งหมดไป
“หลินหมิงเจ้าสนใจจิตวิญญาณสายฟ้าในร่างของเหล่ยมู่ไป่หรือ?” มู่
เชียนหยี่กล่าวถามออกไป
“อืม” หลินหมิงผงกศีรษะ
มู่เชียนหยี่ขนตาตั้งชัน “หากข้าเดาไม่ผิดการโจมตีที่ทรงพลังของเจ้า
ด้วยท่าไม้ตายนั้น มันไม่เพียงแค่ใช้จิตวิญญาณสายฟ้า แต่ยังใช้ปราณอัคคี
ด้วยใช่หรือไม่?”
ร่างกายของมู่เชียนหยี่นั้นมีสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับทุกอย่างที่เป็น
เพลิง แม้เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พลังของ
ปราณอัคคีก็ได้ถูกตรวจพบโดยสัมผัสของมู่เชียนหยี่
หลินหมิงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะยอมรับความจริง เพราะไม่ว่า
อย่างไรเขาก็จะได้ใช้เวลาร่วมกับมู่เชียนหยี่ไปอีกนาน ไม่ช้าก็เร็ว นางคง
สามารถที่จะค้นพบความลับนี้ได้ เขาจึงกล่าวออกไปว่า “ร่างกายของข้า
นั้นพิเศษ ข้าสามารถที่จะดูดซับจิตวิญญาณสายฟ้าและปราณอัคคีได้”
ถึงแม้จะสงสัยเรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อได้ยินจากปากของหลินหมิงเอง
มู่เชียนหยี่ก็สูดหายใจลึก หลินหมิงนั้นมีสายเลือดพิเศษอันใดอยู่ในร่าง
ของเขากันแน่? เขาสามารถที่จะดูดซับได้ทั้งจิตวิญญาณสายฟ้าและ
ปราณอัคคีเลยหรือ? เป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!
โดยปกติแล้วเมื่อนักสู้มีความแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาจะต้องแทนที่จิต
วิญญาณสายฟ้าหรือปราณอัคคีที่ระดับสูงขึ้นภายในร่างใหม่อีกครั้ง แต่
หากผู้ใดมีจิตวิญญาณสายฟ้าหรือปราณอัคคีอยู่ในร่างมาก่อนเมื่อเปลี่ยน
ใส่อันใหม่ที่มีระดับสูงกว่าจะมีความเสถียรมากกว่า แต่ก็ต้องเริ่มฝึกและ
พัฒนาเคล็ดวิชาที่สูงขึ้นไปด้วย กระบวนการนี้จะใช้เวลานานเป็นอย่างยิ่ง
แต่หลินหมิงกลับสามารถที่จะดูดซับได้ทั้งจิตวิญญาณสายฟ้าและ
ปราณอัคคี ไม่เพียงแค่จะมิต้องยุ่งยากในการควบคุมอันใดมาก กลับ
สามารถที่จะเพิ่มพลังของเพลิงและสายฟ้าภายในร่างได้อีกด้วย นี่เป็น
พรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง!
มู่เชียนหยี่มองไปยังหลินหมิงราวกับว่ากำลังมองไปยังสัตว์ประหลาด
ที่น่าหวาดกลัว “เจ้าสามารถที่จะดูดซับจิตวิญญาณสายฟ้าและปราณ
อัคคีได้มากเท่าไหร่กัน?”
“เอ่อ…คือ… ข้าก็มิรู้แน่ชัดนัก” หลินหมิงนั้นมิรู้ว่าเมล็ดพันธุ์เทพ
ทรราชจะมีขีดจำกัดในการดูดซับหรือไม่ ผู้อาวุโสของดินแดนแห่งทวย
ไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาลับนี้มานาน ก่อนที่จะได้ศึกษามันอย่างจริงจังเขาก็ได้
เสียชีวิตไปแล้ว จึงต้องทำให้หลินหมิงเป็นผู้หาคำตอบเอาเอง
โดยไม่ต้องการที่จะตอบคำถามเหล่านี้อีก หลินหมิงเอาขวดเล็ก
ออกมาจากแหวนมิติ มันคือผลึกสีแดงทรงกลมผนึกอยู่ภายใน
“ใช่แล้ว นี่สำหรับเจ้า…”
มู่เชียนหยี่หยิบขวดที่มีผลึกสีแดงอยู่ภายในมาจากมือของหลินหมิง
และนางก็มีสีหน้าประหลาดใจในทันที “นี่คือเศษผลึกหัวใจปีศาจเช่นนั้น
หรือ? เจ้ายังมีมันเหลืออยู่อีกเช่นนั้นหรือ?”
มู่เชียนหยี่มองไปยังเศษผลึกหัวใจปีศาจที่สมบูรณ์นี้ มันต่างจากอันที่
ได้แบ่งออกเพื่อพิสูจน์ความผิดของเหล่ยมู่ไป่ สมบัติเช่นนี้สามารถที่จะทำ
ให้นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าของทุกนิกายอิจฉาได้ หลินหมิงมีมันใน
ครอบครองจำนวนเท่าใดกันแน่?
“อืม นี่เป็นของขวัญสำหรับเจ้า”
หลินหมิงยิ้มให้กับนางและกล่าวอย่างขี้เล่น “ในเมื่อข้าได้เข้าร่วม
นิกายและมีอาจารย์แล้ว ข้าก็ควรจะให้ของขวัญกับศิษย์พี่หญิงเสียบ้าง”
มู่เชียนหยี่ผงะ นางเตรียมทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้มา
ตลอด ถึงการที่จะทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้จะขึ้นอยู่กับ
เวลาก็ตาม แต่หากนางได้เศษผลึกหัวใจปีศาจช่วย นางอาจสามารถที่จะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ได้ในอีกไม่กี่เดือน สำหรับเหล่าอัจฉริยะ
แนวหน้า เวลาไม่กี่เดือนนั้นสำคัญสำหรับพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง
มู่เชียนหยี่จ้องมองไปยังเศษผลึกหัวใจปีศาจและกล่าวว่า “ข้ามิรู้ว่า
ร่างกายของเจ้าพิเศษเพียงใด แต่เจ้ากลับกลืนกินสิ่งนี้ลงไปได้!”
“อืม ข้ากลืนกินมันลงไปเพียงแค่ครึ่งเดียว” หลินหมิงกล่าวอย่าง
ราบเรียบ
มู่เชียนหยี่ยังคงตะลึง นี่คือโอสถปาฏิหาริย์ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญขั้น
ปราณปลายฟ้ายังต้องระมัดระวังในการกลืนกินมันลงไป แต่หลินหมิงกับ
สามารถกลืนกินมันลงไปได้ทั้งที่อยู่เพียงขั้นผสานชีพจร ร่างกายของเขา
นั้นพิเศษอย่างแท้จริง
ในที่สุดนางก็ยอมเก็บเศษผลึกหัวใจปีศาจเอาไว้ นางต้องการที่จะ
กล่าวคำขอบคุณบางอย่าง แต่มันก็ได้ติดอยู่ที่ปากของนางรู้สึกซาบซึ้ง
เล็กน้อยและตัดสินใจที่จะไม่กล่าวอันใดออกไป เมื่อคิดย้อนกลับไป มู่
เชียนหยี่จำได้ว่าเมื่อครึ่งปีก่อน นางและหลินหมิงเป็นเพียงแค่คนแปลก
หน้า แต่ในตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนาขึ้นการยอมรับ
ของขวัญจากอีกฝ่ายโดยมิต้องกล่าวคำขอบคุณราวกับเป็นความสัมพันธ์
ของพี่น้อง
ในขณะที่นางได้ตระหนักว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด มู่เชียน
หยี่ก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางมองไปยังหลินหมิงด้วยความสุขและกล่าว
ออกมาว่า “เจ้าต้องการที่จะดูดซับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
เช่นนั้นหรือ? เจ้าต้องการที่จะให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่?”
“อืม จะดีมากหากเจ้าช่วยอยู่ใกล้ เผื่อมีบางอย่างเกิดขึ้น”
ขณะที่เขาเปิดคุกหินเข้าไป หลินหมิงก็ตรวจสอบสภาพของเหล่ยมู่
ไป่ และเห็นได้ว่า ระดับการบ่มเพาะของเขาตกลงมาเหลือเพียงขั้นฝึกฝน
กล้ามเนื้อ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ปราณแท้ที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างของเขาก็
ค่อยๆเหือดแห้งลงไปเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็ว มันจะต้องหายไปจนหมดอย่าง
แน่นอน หลังจากนี้ 2-3วัน เหล่ยมู่ไป่จะกลายเป็นพิการอย่างแท้จริง
“หลินหมิง…” เหล่ยมู่ไป่เปิดตาของตนขึ้นมา ปากเขากล่าวคำที่ตน
เกลียดชังและไม่อาจให้อภัยที่สุดออกมา
หลินหมิงมิได้ตอบสนองอันใดต่อคำกล่าวนั้น เขาเดินไปยังโต๊ะผนึก
สิ่งของและเอาแหวนมิติของเหล่ยมู่ไปที่อยู่ในนั้นออกมา
“เจ้าจะต้องตาย! รอวันที่ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้จัดการกับ
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มาถึงก่อนเถอะ! เมื่อวันนั้นมาถึง เจ้าจะต้องถูกถลก
หนังทั้งเป็นและทำลายร่างกายของเจ้าทิ้งจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้ฝัง
กลบ!”
ชีวิตของเหล่ยมู่ไปนั้นใกล้มาถึงจุดสิ้นสุด และหัวใจของเขาก็ได้ตาย
ไปแล้ว สิ่งเดียวที่ยังทำให้เขายังมิยอมตายก็คือความเกลียดชังที่มีต่อ
หลินหมิงอย่างที่สุด
หลินหมิงคว้าไปยังแขนของเหล่ยมู่ไป่ที่มิอาจขัดขืนอันใดได้และเริ่ม
ที่จะเชื่อมต่อปราณแท้เข้ากับเมล็ดพันธุ์เทพทรราช ขณะเดียวกันเขาก็
สามารถที่จะสัมผัสได้ถึงพลังของสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง เมล็ด
พันธุ์เทพทรราชของเขาจึงเริ่มที่จะหมุนวนด้วยความตื่นเต้น
นี่คือจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นต่ำที่มิได้ด้อยไปกว่ามังกรวารีสี
ม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของเขาเลย หากมิใช่ว่าในตอนนี้ระดับการบ่มเพาะ
ของเหล่ยมู่ไป่นั้นลดลงจนต่ำเป็นอย่างยิ่งแล้ว มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะ
หลินหมิงจะมาเอามันไปได้
เมล็ดพันธุ์เทพทรราชนั้นตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง หลินหมิงถ่ายเทปราณ
แท้ลงไปในร่างของเหล่ยมู่ไป่ เปลี่ยนมันเป็นร่างแห่ใช้จับสายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้าง
เป็นเพราะว่าเหล่ยมู่ไป่อ่อนแออย่างมากในตอนนี้ สายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้างจึงมิอาจที่จะสามารถต่อต้านหลินหมิงได้ หลังจาก 15
นาทีผ่านไป ปราณแท้ของหลินหมิงก็สามารถที่จะห่อหุ้มจิตวิญญาณ
สายฟ้าเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง มันยังคงพยายามดิ้นรนต่อสู้ให้
หลุดจากการจับกุม อย่างไรก็ตาม ภายใต้พลังการควบคุมของเมล็ดพันธ์
เทพทรราชมันก็ราวกับเป็นปลาเล็กที่ติดอยู่ในร่างแห่
ฟรุป!
เกิดเสียงดังเล็กน้อย สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างได้ถูกหลินหมิ
งดึงออกมา ทั่วทั้งร่างของเหล่ยมู่ไป่สั่นสะท้านและสำลักโลหิตออกมา
และจากนั้นก็คว่ำลงกับพื้น
ความทะเยอทะยานและความหวังของเหล่ยมู่ไป่กำลังจะหมดไป
ขณะที่หลินหมิงมองดูสภาพอันน่าสังเวชของเหล่ยมู่ไป่อยู่นั้น เขาก็มิได้
รู้สึกผิดหรือเสียใจอันใดเลย เพราะหากในอนาคตเหล่ยมู่ไปได้กลายเป็นผู้
อาวุโสปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้หรือแม้กระทั่งกลายเป็น
จักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ มันต้องมีหลายชีวิตที่จะต้องจบสิ้นด้วยน้ำมือของ
เขา เพราะเส้นทางและการบ่มเพาะของเขาที่เลือกเดิน
ขณะที่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างปรากฏออกมา มันราวกับ
เป็นอสรพิษสีแดง พลังปราณสีแดงสว่างจ้าที่เปล่งออกมาจากร่างของมัน
ราวกับว่ามันต้องการที่จะเข้าไปในร่างของหลินหมิงและสูบปราณโลหิต
ของเขาจนเหือดแห้ง
หลินหมิงผสานมือเข้าด้วยกัน และเริ่มใช้วิธีการผนึกสายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้าง เกิดอักษรรูนนับสิบปรากฏออกมาและพุ่งเข้าโอบ
ล้อมสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง ทำให้พลังปราณสีแดงสว่างจ้าที่
เปล่งออกมาของมันลดลงอย่างมาก หลังจากหลายลมหายใจผ่านไป
หลินหมิงก็สามารถที่จะโคจรปราณแท้สีครามเป็นรูปแบบกรงขัง กักขัง
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างเอาไว้
จิตวิญญาณสายฟ้าสีแดงดิ้นรนพุ่งชนกรงขัง อย่างไรก็ตาม มันก็มิ
อาจจะสามารถทำลายกรงขังของปราณแท้สีครามที่ไร้สิ้นสุดออกมาได้
“ช่างเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าที่ร้ายกาจและชั่วร้ายยิ่งนัก”
หลินหมิงถอนหายใจเล็กน้อย ถึงแม้มันจะถูกกักขังเอาไว้อยู่ภายใน
กรง แต่ก็ยังสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงพลังกลิ่นอายโลหิตมหาศาลที่แผ่
ออกมาจากมัน และโลหิตชีวิตของเขาก็ค่อยๆถูกดูดออกไป
“มันมีห้องที่ค่อนข้างเงียบสงบด้านข้าง ข้าจะคอยเฝ้าระวังให้เจ้า
เอง” มู่เชียนหยี่กล่าวออกมา
“อืม”
หลังจากที่เดินเข้าไปในห้องด้านข้าง หลินหมิงก็นั่งลงบนเตียงหิน
และวางมือลงบนกรงขังจิตวิญญาณสายฟ้า ทันใดนั้นปราณแท้ของเขาก็
ปะทุออกมา พลังมหาศาลภายในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชเริ่มครอบงำ
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
ในตอนนี้เอง สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
พุ่งชนกรงขังปราณแท้อย่างบ้าคลั่ง เพราะแรงกดดันที่มหาศาลที่มาจาก
เมล็ดพันธุ์เทพทรราชทำให้มันรู้สึกกลัว
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งพุ่งชนครั้งแล้ว
ครั้งเล่า จนรอยแตกเริ่มปรากฏขึ้นที่กรงขัง!
“เจ้าต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?” มู่เชียนหยี่กล่าวถามออกมา หลินห
มิงจะต้องรับมือกับกระบวนการสุดท้ายในการดูดซับด้วยตัวเองอยู่ดี
เพราะถึงอย่างไรนางก็สามารถช่วยได้เพียงแต่ตอนเริ่มต้นกระบวนการ
“ไม่จำเป็น!” เมื่อหลินหมิงปลดปล่อยกรงขังออกมา เขาก็ได้ยื่นมือ
ไปคว้าจับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง จากนั้นก็นำมันมาแนบชิด
กับหน้าอกและผลักดันมันเข้าไปในร่างของเขา!