Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 391 จิตวิญญาณสายฟ้าใหม่
ขณะที่มู่เชียนหยี่ได้เห็นว่าหลินหมิงทำสิ่งใดลงไป นางก็ถึงกับหลั่ง
เหงื่อเย็น หลินหมิงสามารถที่จะผลักดันสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้างเข้าไปในหัวใจของตนได้โดยตรง! แต่ว่าสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้างนั้นเป็นสิ่งที่คล้ายปีศาจคอยดูดซับปราณโลหิต การนำมันใส่เข้าไปใน
หัวใจนั้นเป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง!
“หลินหมิง เจ้า…”
ซี่ ซี่!
ชุดของหลินหมิงบริเวณหน้าอกไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน และใน
ขณะเดียวกันผิวหนังส่วนอกของเขาก็ได้กลายเป็นไร้สีสัน เป็นผลมาจาก
การที่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างได้ดูดซับปราณโลหิต!
มู่เชียนหยี่ตกตะลึงอย่างยิ่ง แต่เมื่อนางคิดถึงปาฏิหาริย์ที่มักจะเกิด
กับหลินหมิงเสมอมาตลอดช่วงครึ่งปีนี้ นางจึงไม่กล่าวอันใดออกไป
มากกว่านี้ กลับกันนางลองหาโอสถจากแหวนมิติของตนที่สามารถช่วย
ฟื้นฟูโลหิตได้ และพบกับโอสถเก้าวัฏจักรแห่งโลหิตชีวิต และเอามันให้กับ
หลินหมิง
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างสามารถดูดซับปราณโลหิตได้ การ
ได้รับโอสถที่สามารถฟื้นฟูพลังของโลหิตชีวิตที่สูญเสียไปได้และช่วยลด
แรงกดดันที่หลินหมิงได้รับอีกด้วย
หลินหมิงกลืนกินโอสถเก้าวัฏจักรแห่งโลหิตชีวิตลงไปและผงกศีรษะ
บอก แล้วกล่าวว่า “ข้าไม่เป็นไร”
เริ่มแรก เมื่อตอนที่ระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่ในขั้นดัดกระดูก เขา
ก็สามารถที่จะดูดซับมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว ในตอนนี้
ระดับการบ่มเพาะของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว มันคงไม่อาจที่จะมี
อันตรายเกิดขึ้นกับเขาได้ในการดูดซับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
ความจริงแล้ว ขณะที่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างได้เข้าสู่หัวใจ
ของเขา มันก็ได้ถูกสะกดข่มอย่างสิ้นเชิงโดยเมล็ดพันธุ์เทพทรราช เนื่อง
ด้วยเส้นชีพจรมีความเหนียวแน่นและความแข็งแกร่ง เส้นชีพจรของ
หลินหมิงจึงสามารถที่จะต้านทานผลกระทบทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในได้
สำหรับโลหิตของเขาที่ถูกสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างกลืนกิน
หรือแม้กระทั้งปราณโลหิตจำนวนเล็กน้อย หลินหมิงมิได้สนใจเท่าไร
เพราะมันเป็นกระบวนการที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในขั้นตอนการดูดซับ
เพราะผู้ที่จะดูดซับมันได้จะต้องให้โลหิตและปราณโลหิตจำนวนหนึ่ง
แก่สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างเสียก่อน
หากพลังสายเลือดของผู้ที่จะดูดซับไม่เพียงพอ เช่นนั้นสายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้างก็จะดูดโลหิตจากร่างของคนผู้นั้นจนหมด และ
จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย และหลังจากนั้น จิตวิญญาณสายฟ้าก็จะ
หนีไป
ในอีกแง่หนึ่ง หากพลังสายเลือดแข็งแกร่งมากพอและเส้นชีพจรก็
เหนียวแน่นมากพอ พวกเขาก็จะสามารถสะกดข่มและควบคุมสายฟ้า
ปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างได้ สำหรับปราณโลหิตของพวกเขาที่มันได้ดูด
ซับไป มันก็จะกลับมาเป็นของพวกเขาอีกครั้ง ตราบใดที่สายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้างมิได้หนีไป
แต่แน่นอนว่าความรู้สึกที่โดนสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างดูด
ซับปราณโลหิตนั้นไม่น่าพิสมัยแน่ หลินหมิงรู้สึกว่าร่างครึ่งหนึ่งของเขา
เหน็บหนาว ขาและแขนเริ่มทื่อ ประสาทสัมผัสด้านผิวหนังกลายเป็น
คมชัดอย่างยิ่ง เขารู้สึกว่าร่างอีกครึ่งแทบจะไม่ใช่ของตัวเอง
พลังของสายฟ้าที่อยู่ภายในสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างมีผล
ในการกัดกร่อนที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง หากมันสามารถวนไปรอบเส้น
ชีพจรครบ 1 รอบ มันก็จะแข็งแกร่งไม่ต่างจากกรดที่มีประสิทธิภาพสูง
เลยสักนิด มันทั้งแสบร้อนและเจ็บปวดและตามมาด้วยการสูญเสียปราณ
โลหิตจำนวนมาก คนผู้นั้นจะรู้สึกไม่ต่างจากกำลังจะตาย
มู่เชียนหยี่สามารถที่จะเห็นได้ถึงเส้นสายสีดำไหลออกมาจากหัวใจ
ของหลินหมิงและเริ่มกระจายไปทั่วร่าง มันกระจายไปที่แขนและขา และ
แม้กระทั้งคอของเขา
นี่เป็นลมหายใจแห่งความตาย มันจะทำให้สูญเสียปราณโลหิตไปเป็น
จำนวนมาก
มู่เชียนหยี่นั้นเข้าใจถึงสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง ถึงแม้จะมี
นักสู้หลายคนที่สามารถดูดซับมันได้ แต่ร่างกายของพวกเขาจะขาดสมดุล
และได้รับเนื้อร้ายเพราะขาดโลหิตไปมาก ซึ่งทำให้พวกเขาต้องนอนรักษา
ตัวอยู่บนเตียงอยู่นาน นางไม่ได้หวังให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นกับหลินหมิง
หากแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เปิดอย่างเป็นทางการและหลินหมิงไม่
สามารถที่จะเข้าร่วมได้ เช่นนั้นก็ต้องรออีกถึง 3 ปี กว่ามันจะเปิดออกอีก
ครั้ง และเมื่อนั้นเขาคงอายุเกือบจะ 20 ซึ่งมันจะเลยช่วงเวลาที่ดีที่สุดใน
การบ่มเพาะไป
ขณะที่มู่เชียนหยี่นึกถึงเรื่องนี้ นางก็ได้เอาโอสถโลหิตหยางออกมา
จากแหวนมิติ โอสถโลหิตหยางนี้กลั่นสกัดมาจากเห็ดหลินจือโลหิต 1000
ปีและมันเป็นสมบัติล้ำค่า มันเป็นหนึ่งในโอสถที่มู่เชียนหยี่เก็บไว้ใช้ในยาม
วิกฤต
“หลินหมิง…”
“ข้าไม่เป็นไร ข้าเพียงแค่ปล่อยให้มันดูดซับปราณโลหิตเท่าที่มัน
ต้องการ ข้ารู้ดีว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่”
หลินหมิงเก็บโอสถโลหิตหยางเอาไว้โดยไม่ใช้ เพราะว่าพลังโลหิต
ชีวิตของเขานั้นแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว และเขายังมีปราณแท้สีครามที่ไร้
สิ้นสุดอีกด้วย ด้วยสิ่งเหล่านี้เขาก็สามารถที่จะยับยั้งโลหิตแห่งความตาย
ไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกายได้ มันไม่จำเป็นที่มู่เชียนหยี่จะต้องใช้โอสถล้ำ
ค่าเช่นนี้กับเขาให้เสียเปล่า
เหตุที่เขายอมให้สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างกลืนกินปราณ
โลหิตของเขาอย่างบ้าคลั่งนั้น ก็เพราะว่าต้องการที่จะให้มันเข้าไปในส่วน
ลึกของหัวใจเพื่อที่เข้าจะผสานกับมันได้ในระดับที่ลึกและสามารถที่จะ
ควบคุมมันได้มากยิ่งขึ้น และในที่สุดเขาก็จะบูรณะมันใหม่โดยใช้เมล็ด
พันธุ์เทพทรราช
แต่เขาไม่นึกว่าความดุร้ายและความป่าเถื่อนของสายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้างจะเกินกว่าที่เขาได้จินตนาการเอาไว้มาก
ในตอนนี้ สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างภายในร่างของหลินหมิง
ราวกับเป็นปลิงขนาดมหึมาที่กำลังดูดโลหิตของเขา ด้วยพลังของเมล็ด
พันธุ์เทพทรราชที่ตรึงไว้ทั่วร่างของเขา ไม่ว่าสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิต
ทำลายล้างจะดุร้ายและทรงพลังเพียงใด มันก็จะไม่สามารถหนีไปจากวัง
วนแห่งแรงดึงดูดมหาศาลนี้ได้
“อี๊กก”
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างจู่ๆก็เปล่งเสียงกรีดร้องออกมา
เมื่อมันจบลง มันก็ก่อตัวเป็นปากขึ้นซึ่งมีขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ในปากเต็มไป
ด้วยเขี้ยวยาวและคมเต็มไปหมด เมื่อหลินหมิงมองเข้าไปในหัวใจของ
ตนเอง เขาก็รู้สึกหวาดเสียวในทันที มันราวกับเป็นสัตว์ประหลาดที่ผิด
ธรรมชาติ จากจิตวิญญาณสายฟ้าที่จู่ๆก็กลายเป็นปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยว
แทน
“อี๊กก! อี๊กก!”
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้น
ปากที่น่าหวาดกลัวของมันก็กัดเข้าที่ผนังหัวใจของหลินหมิง!
อัก! หลินหมิงสำลักโลหิตออกมา!!
ร่างกายของเขาสั่นและสีหน้าซีด ไม่ว่าโลหิตชีวิตของเขานั้นจะ
แข็งแกร่งเพียงไร แต่มันก็ยากอยู่ดีที่จะสามารถทนกับความเจ็บปวดที่
หัวใจได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ได้!
หลินหมิงกัดฟันแน่น และดึงร่างแหปราณแท้สีครามที่ได้ปล่อยให้
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างดิ้นรนไปมา ดึงมันจนแน่นเป็นรูปร่าง
รังไหมจนมันไปไหนมาไหนไม่ได้อีก
“ข้าเห็นแล้ว… ว่าเจ้านั้นเป็นตัวที่สร้างปัญหามากเพียงใด!”
หลินหมิงเริ่มรับรู้ได้ถึงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่แฝงอยู่ในสายฟ้าปีศาจ
แห่งโลหิตทำลายล้าง จากนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้น เมื่อคิดได้ เขา
ปลดปล่อยปราณแท้สีครามอย่างบ้าคลั่งเข้าครอบคลุมสายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้าง ในตอนนั้นเอง เกิดเสียง ‘ฟรุบ’ ราวกับเสียงของเปลว
เพลิงมอดดับ เศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่แฝงอยู่ภายในสายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้างได้ถูกทำลายกลายเป็นหมอกควัน
เหล่ยมู่ไป่ที่นอนอยู่บนพื้นในห้องด้านข้าง สั่นสะท้าน และจากนั้นก็
สำลักโลหิตออกมา และโลหิตที่ออกมามีปราณโลหิตปนออกมาด้วย
สีหน้าของเขาในตอนนี้ราวกับศพอย่างแท้จริง ริมฝีปากสั่นสะท้าน
เขารู้แล้วว่าเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของตนที่แฝงอยู่ภายในสายฟ้าปีศาจแห่ง
โลหิตทำลายล้างได้ถูกทำลายโดยหลินหมิง!
เขายิ้มอย่างไร้อารมณ์ ทั้งปากของเขาเต็มไปด้วยโลหิต เขานั้นได้ใส่
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของตนแฝงไว้ภายในสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลาย
ล้างมาก่อนแล้ว ก่อนที่การบ่มเพาะของเขาจะถูกทำลาย เขาคิดว่าถึงแม้
จะไม่อาจป้องกันให้หลินหมิงมาดูดซับสายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้าง
แต่อย่างน้อยก็ให้ได้ทำลายโลหิตชีวิตของเขาไปจำนวนมากก็ยังดี แต่เขามิ
คิดเลยว่ามันจะถูกทำลายอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
สัมผัสของเหล่ยมู่ไป่เลือนรางลง ดวงตาของเขาจ้องไปยังเพดาน
และไม่หลงเหลือแสงใดๆอีกแล้วในดวงตาคู่นั้น
………………..
หลังจากที่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเหล่ยมู่ไป่ได้ถูกทำลายไป สายฟ้า
ปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างก็ดูเหมือนว่าจะสูญเสียความแข็งแกร่งไปและ
ไม่ดุร้ายเช่นเดิมอีก มันไม่หลงเหลือพลังที่จะใช้ต่อต้านพลังแรงดูดอีกแล้ว
มันจึงได้ถูกดูดเข้าไปภายในเมล็ดพันธุ์เทพทรราช
“ฟ่อออออ!”
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชเป็น
ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถูกกลืนเข้าไปในเข็มเหล็กม้วนมังกร ซึ่งปกติเข็ม
เหล็กม้วนมังกรจะยาวเพียง 2 นิ้ว แต่มันก็เติบโตขึ้นเป็น 3 นิ้วแล้ว
ในตอนนี้ บนผิวมีรูปของอรพิษสีแดงขนาดเล็กพันรอบเข็มเหล็กม้วน
มังกร 8 รอบ
มันเชื่อมโยงกันกับมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
บึมม!
ในขณะนั้นเอง มันเกิดเป็นเข็มเหล็กม้วนมังกรอันใหม่ขึ้น พลังที่ทรง
อำนาจของสายฟ้าปะทุขึ้น แผ่กระจายไปทั่วร่างของหลินหมิง หลินหมิง
รู้สึกได้ถึงร่างกายของตนเองที่สั่นสะเทือน โครงกระดูกทั่วร่างของเขาเกิด
เสียงดังลั่น พิษของโอสถที่เคยตกค้างภายในร่างกายถูกเผาไหม้ไปทั้งหมด
ด้วยพลังของสายฟ้าและกลายเป็นเถ้าถ่านในทันที
หลินหมิงสำลักออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นโลหิตดำ
มู่เชียนหยี่ตกตะลึง นางรีบไปพยุงหลินหมิงไม่ให้ล้มลง โดยไม่
คำนึงถึงข้อห้ามระหว่างชายหญิง นางได้ใช้สัมผัสรับรู้เข้าไปในร่างของ
หลินหมิง จากนั้นนางก็ต้องตกตะลึง และจากนั้นกลับกลายเป็นความสุข
ที่เข้ามาแทนที่
หลินหมิงเชื่อมโยงเส้นชีพจรได้อีกครั้งและทำให้มันเหนียวแน่นและ
แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ได้ทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดของ
ขั้นผสานชีพจร!
“หลินหมิง เจ้าได้ทะลวงระดับแล้ว!”
“อืม ข้าทะลวงระดับได้แล้ว”
หลินหมิงถอนหายใจยาว เขานั้นได้อยู่ในขั้นผสานชีพจรช่วงปลายมา
นานอย่างยิ่ง เป็นเวลากว่า 3 เดือนที่เขาได้อยู่บนเกาะจันทราทมิฬ เขาได้
ใช้โอสถจำนวนมากจนเกิดพิษโอสถตกค้างในร่างกายจำนวนมากเช่นกัน
เขาพยายามที่จะกำจัดมันออกไป แต่เขาก็ยังไม่อาจที่จะขจัดมันออกไปได้
หมด เขาไม่คิดเลยว่าในตอนนี้ ด้วยพลังของสายฟ้าที่รุนแรงแล่นผ่านทั่ว
ร่างของเขา กลับสามารถที่จะขจัดมันออกไปได้จนหมด โลหิตสีดำที่
หลินหมิงได้สำลักออกมาเมื่อครู่ก็คือพิษจากโอสถที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย
ของเขาทั้งหมด
ตอนงานเลี้ยงการบ่มเพาะของหลินหมิงได้เข้าใกล้จุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจรแล้ว และได้ทะลวงเข้าสู่ขั้น 2 ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติ
ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ พร้อมทั้งขจัดพิษของโอสถที่ตกค้างภายใน
ร่างกายหมดแล้ว เขาจึงทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจรได้
“ข้าสงสัยยิ่งนักว่า ความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้จะเกินกว่า
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นแล้วหรือไม่?”
เมื่อใดที่หลินหมิงได้เปิดใช้งานเมล็ดพันธุ์เทพทรราช ความแข็งแกร่ง
ของเขาก็จะเทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้น แต่เมล็ด
พันธุ์เทพทรราชไม่อาจที่จะเปิดใช้งานได้นาน แต่เมื่อเปิดใช้งานแล้วก็ยัง
ไม่อาจที่จะเอาชนะจนต่อสู้ยืดเยื้อออกไป เขาก็แทบจะตกเป็นฝ่ายพ่าย
แพ้และอย่างมากที่สุดคงทำได้แค่เสมอ
ในตอนนี้เข้าสู่จุดสูงสุดของขั้นผสานชีพจร ความแข็งแกร่งของหลินห
มิงจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกครั้ง เขาอยากที่จะหาผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณ
ปลายฟ้าช่วงต้นเพื่อมาทดสอบความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของตนเอง ในการ
เทียบพลังโจมตีและพลังป้องกันกับผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้านั้นเป็น
ความยากที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เขาส่งจิตสัมผัสเข้าไปในจิตวิญญาณสายฟ้าที่ได้พัฒนา จากนั้นเขาก็
ต้องประหลาดใจ “หืม? มันเปลี่ยนไปเช่นนั้นหรือ?”
บนเข็มเหล็กม้วนมังกรอันใหม่นี้ เขาสัมผัสได้ถึงพลังทั้งสองแบบ เขา
รู้สึกได้ถึงพลังที่ท่วมท้นและรุนแรงของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
ราวกับพลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ แต่ก็รู้สึกได้ถึงพลังปีศาจและชั่วร้ายของ
สายฟ้าปีศาจแห่งโลหิตทำลายล้างที่กระหายชีวิตด้วยเช่นกัน!
“มันยังคงพลังของสายฟ้าสองรูปแบบอย่างสิ้นเชิงเลยหรือ?”
“ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังเพิ่มระดับเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับ
ปฐพีขั้นกลางอีกด้วย!”
ถึงแม้มันจะยังเป็นจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีขั้นกลางที่อ่อนแอ
กว่าระดับกลางด้วยกันก็ตามที แต่หลินหมิงก็พอใจมากแล้ว
ขณะที่มู่เชียนหยี่มองเห็นหลินหมิงมีสีหน้าที่ตื่นเต้น นางก็ผ่อนคลาย
ลงได้ ดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว แม้แต่เส้น
สายสีดำที่กำลังแผ่ไปทั่วร่างของหลินหมิงก็ได้เริ่มหายไป และในที่สุดก็ได้
หายไปจนหมดสิ้น ผิวหนังของเขากลับมามีสีสันที่สมบูรณ์อีกครั้ง
มู่เชียนหยี่หันหน้าหนี เพราะจู่ๆนางก็เกิดความคิดที่อยากจะ
ตรวจสอบจิตวิญญาณสายฟ้าของหลินหมิงอย่างใกล้ๆ แต่การกระทำ
เช่นนี้นั้นค่อนข้างที่จะหยาบคายและเสียมารยาทอย่างยิ่งสำหรับนักสู้ ต่อ
ให้เป็นสหายกัน ก็ไม่ควรที่จะขอดูไพ่ตายของอีกฝ่าย ไม่เพียงแค่นั้น จิต
วิญญาณสายฟ้านี่ยังน่าจะเกี่ยวข้องกับความลับบางอย่างภายในร่างกาย
ของหลินหมิงอีกด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อผู้หญิงได้สงสัยสิ่งใด พวกนางก็ยากที่จะปล่อยวาง
มู่เชียนหยี่นั้นอยากที่จะรู้อย่างยิ่งว่าเหตุใดหลินหมิงจึงสามารถที่จะบรรจุ
จิตวิญญาณสายฟ้าสองอย่างไว้ภายในร่างกายได้ นางกระพริบตาเล็กน้อย
และกล่าวถามอย่างนุ่มนวลว่า “หลินหมิง ข้าขอตรวจสอบจิตวิญญาณ
สายฟ้าของเจ้าได้หรือไม่?”
ช่างเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลและหวานแหววฟังแล้วชุ่มชื่นใจยิ่งนัก
หลินหมิงมิได้ลังเลที่จะให้มู่เชียนหยี่ดูเลย จากนั้นเขาก็ได้เอา ‘จิต
วิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์’
ฟริ้ว!
เข็มเหล็กม้วนมังกรที่ยาว 3 นิ้วพุ่งออกมาอยู่บนปลายนิ้วของหลินห
มิง ลอยอยู่บนฝ่ามือของเขาและหมุนไปมา
บนเข็มเหล็กนี้ มีทั้งรูปลักษณ์ของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์
และอสรพิษสีแดงพันรอบอยู่ หนึ่งเป็นมังกร อีกหนึ่งเป็นอสรพิษ ทั้งสอง
ราวกับมีชีวิต ทุกเกล็ดและทุกลวดลายสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
มันจึงราวกับว่ามีมังกรและอสรพิษพันอยู่โดยรอบเข็มเหล็กอย่างแท้จริง
ขณะที่จิตวิญญาณสายฟ้าปรากฏ สายฟ้าสีแดง-ม่วงสาดประกาย
ออกไปทุกทิศทาง และพลังต้นกำเนิดสายฟ้าภายในห้องหินกลายเป็นคุ้ม
คลั่งและได้ถูกดูดกลืนเข้าไปในจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์ เกิดเป็น
วังวนสีแดง-ม่วง
มู่เชียนหยี่ดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นี่… นี่คือ
จิตวิญญาณสายฟ้าแน่หรือ?”