Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 392 แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 392 แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
นี่เป็นครั้งแรกที่มู่เชียนหยี่ได้เห็นจิตวิญญาณสายฟ้าที่เป็นเช่นนี้ จิต
วิญญาณสายฟ้าที่สามารถกลายเป็นวัตถุ แต่จะทำเช่นนี้ได้นักสู้จะต้องบีบ
อัดปราณแท้จนถึงขีดสุด แต่ดูเหมือนจิตวิญญาณสายฟ้าของหลินหมิงจะ
ไม่มีการบีบอัดปราณแท้ใดๆเลย แต่กลับมีรูปร่างเช่นนี้ได้
“ข้าสัมผัสมันได้หรือไม่?” มู่เชียนหยี่กล่าวถาม หลังจากที่นางลังเล
อยู่ชั่วครู่
“แน่นอน เจ้าสามารถสัมผัสมันได้” หลินหมิงตอบกลับ มันมิได้มี
อันตรายอันใดเมื่อมันอยู่ในสภาพเช่นนี้ ไม่เพียงแค่นั้น ต่อให้หลินหมิงก
ระตุ้นมันจนถึงขีดสุดก็ตามที มันคงไม่อาจที่จะทำอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใน
ปลายขอบจุดสูงสุดของขั้นปราณปลายฟ้าได้
มู่เชียนหยี่ยื่นนิ้วที่งามราวกับหยกออกไป และค่อยๆใช้ปลายนิ้ว
สัมผัสลงบนจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่นางสัมผัสมันอยู่นี้
นางก็รู้สึกได้ถึงความเย็น ราวกับว่าเข็มเหล็กจิตวิญญาณสายฟ้าอันนี้สร้าง
มาจากเหล็กของจริง
“มันช่างยอดเยี่ยม…” มู่เชียนหยี่เกรงว่านี่คือส่วนนึงในความลับของ
หลินหมิง และเกี่ยวข้องกับร่างกายพิเศษของเขาอย่างแน่นอน การที่
หลินหมิงได้ยอมแบ่งปันความลับของตนกับนางเช่นนี้ทำให้หัวใจของนาง
สั่นระรัว
นางยิ้มจางๆและดึงนิ้วของตนเองกลับคืนมาและกล่าวว่า “แดนเร้น
ลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะเปิดในอีกครึ่งเดือน”
“อืม อ่า ใช่ เศษผลึกหัวใจปีศาจที่ข้าได้ให้เจ้าไปนั้น ข้าอยากที่จะให้
เจ้าดูดซับมันที่นี่หากเป็นไปได้”
มู่เชียนหยี่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่และกล่าวตอบ “ย่อมได้”
ในการที่จะใช้เศษผลึกหัวใจปีศาจ จะต้องผสานมันเข้ากับปราณ
โลหิตของตนเองเพื่อจะนำมันเข้าไปได้ มู่เชียนหยี่จึงกัดนิ้วของนาง และ
หยดปราณโลหิตลงไปในขวดผลึก หลังจากที่มันสัมผัสเข้ากับเศษผลึก
หัวใจปีศาจ มันก็เริ่มด้วยความตื่นเต้น โลหิตกลายเป็นหมุนวน เศษผลึก
หัวใจปีศาจเริ่มหลอมรวมเข้ากับปราณโลหิตจนหนาแน่นขึ้นกลายเป็น
หยดสีแดงข้นหนืดทรงกลมอยู่ภายในขวด
กลิ่นอายทรงพลังมหาศาลแผ่ออกมาจากมัน ราวกับว่าของเหลวสี
แดงข้นหนืดในขวดผลึกนี้ได้มาจากอีกโลก และราวกับว่าประตูโบราณได้
ถูกนางค้นพบและกำลังเปิดมันออกมาต่อหน้า
“มันช่างน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง!” มู่เชียนหยี่กล่าวออกมา
“เศษผลึกหัวใจปีศาจนี้มีเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของมหาจักรพรรดิ
อเวจีอยู่ภายใน เมื่อข้าดูดซับมันเข้าไป ข้าก็ได้เข้าใจถึงต้นกำเนิดของ
เหล่านักสู้ลึกซึ้งมากขึ้น”
มู่เชียนหยี่ผงกศีรษะในสิ่งที่หลินหมิงกล่าว จากนั้นนางก็ได้กลืนกิน
มันลงไป รสชาติของโลหิตเต็มอยู่ในปากของนาง
หลังจากที่มันลงไปในร่างของนาง นางก็รู้สึกได้ถึงโลหิตภายในร่าง
ของนางเกิดการเคลื่อนไหว ราวกับว่ามันเดือดพล่าน ความร้อนได้ก่อตัว
ขึ้น และกระจายไปทั่วร่างของนางจนเกิดความร้อนขึ้นทั่วร่าง
“หืม?”
จิตใจของนางสั่นสะท้าน นางได้ถูกดึงเข้าไปในทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของตนในทันที ฉากต่างๆที่หลินหมิงเคยเห็นมาก่อนปรากฏอยู่ตรงหน้า
ของมู่เชียนหยี่อีกครั้ง มหาจักรพรรดิอเวจีที่ถือขวานฟาดฟันปีศาจนับ
หมื่นอย่างบ้าคลั่งจนสวรรค์ถูกย้อมไปด้วยโลหิต เป็นสิ่งนี่น่าตกตะลึง
อย่างถึงที่สุดสำหรับผู้พบเห็น
มู่เชียนหยี่นั้นมีการบ่มเพาะที่ลึกซึ้ง ถึงแม้นางนั้นจะยังมิได้ทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ในด้านการบ่มเพาะที่ลึกซึ้งนั้นนางเทียบได้กับ
ปรมาจารย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้นได้แล้ว แต่ความสามารถในการ
ต่อสู้ยิ่งเหนือกว่านั้นอีก อีกอย่างเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของมหาจักรพรรดิ
อเวจีก็ไม่สามารถที่จะสั่นคลอนจิตใจของนางได้
มันมีเพียงแค่พลังงานที่อยู่ภายในเศษผลึกหัวใจปีศาจที่มู่เชียนหยี่ไม่
อาจที่จะดูดซับได้หมดในเวลาอันสั้น นี่คือเศษผลึกหัวใจปีศาจที่สมบูรณ์
มิใช่เพียงแค่ครึ่งเดียวเช่นที่หลินหมิงได้กลืนกินลงไป อีกทั้งระดับการบ่ม
เพาะของนางด้อยกว่าผู้อาวุโสจินและผู้อาวุโสไป่อย่างมาก นางเริ่มหายใจ
ถี่ขึ้นและเริ่มมีเหงื่อไหลออก
“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้างหรือ?”
“ข้าร้อนเล็กน้อย”
มู่เชียนหยี่นำผ้าเช็ดเหงื่อออกมาจากแหวนมิติและเช็ดเหงื่อของตน
คอของนางแดงระเรื่อ
เมื่อหลินหมิงมองเห็นหยาดเหงื่อสดใสไหลลงมาจากแก้มที่ซีดขาว
ของนาง เขาก็งุนงงอยู่ชั่วครู่ สำหรับเขา ดูเหมือนกับว่าจะไม่มีสิ่งสกปรก
อยู่ในร่างกายของนางเลย มิเช่นนั้นป่านนี้คงมีสิ่งสกปรกไหลออกมาจากรู
ขุมขนของนางบ้างแล้ว เพราะโอสถนี่มีความสามารถในการชำระ
กล้ามเนื้อและไขกระดูก
อย่างไรก็ตาม เขาก็จำได้ว่าในชีวิตประจำวันของมู่เชียนหยี่ที่เกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้น นางจะกินเพียงแค่ผักผลไม้จากหุบเขาจิตวิญญาณ
และดื่มเพียงน้ำค้างบริสุทธิ์ในตอนเช้า จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็น
เรื่องธรรมดาที่นางจะไม่มีสิ่งสกปรกภายในร่างกายของนาง เมื่อตอนที่
หลินหมิงได้กลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจลงไป ร่างกายของเขาปั่นป่วน
อย่างบ้าคลั่ง แต่มู่เชียนหยี่เพียงแค่เหงื่อออกเท่านั้น
เหงื่อที่ไหลออกมามากขึ้นของนางทำให้เสื้อผ้าเริ่มเปียกจนแนบชิด
และมองเห็นรูปร่างของนางมากขึ้น นี่ค่อนข้างจะน่าอึดอัดใจ มู่เชียนหยี่
ไม่อาจทนไหว นางจึงเคลื่อนไหวร่างกายของตน ยิ่งทำมันยิ่งแนบชิดเนื้อ
หนังเข้าไปอีก ซึ่งนางลืมไปว่ามีหลินหมิงอยู่ใกล้ๆ
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากกลืนน้ำลายและ
เขินเล็กน้อย พร้อมกล่าวออกไปว่า “ข้าจะไปเอาน้ำเย็นมาให้”
“ไม่จำเป็น ข้าใกล้จะดูดซับเสร็จแล้ว ข้าดูดซับมันไปเกินกว่าครึ่ง
แล้ว หลังจากนี้ข้าค่อยไปอาบน้ำ” มู่เชียนหยี่กล่าวออกมา จากนั้นก็ดู
เหมือนนางจะตระหนักได้ถึงบางอย่างและแก้มแดงขึ้นมา นางจึงได้รีบใช้
ปราณอัคคีทำให้เสื้อผ้าที่เปียกโชกเหงื่อระเหยไป
เมื่อเสื้อผ้าของนางแห้งเป็นปกติอีกครั้ง ฉากที่งดงามนั้นจึงหายไป
“วันรุ่งขึ้นข้าจะพาเจ้าไปพบกับท่านบรรพบุรุษสูงสุด”
หลินหมิงเขินเล็กน้อยและกล่าวไปว่า “ย่อมได้”
……………………….
ด้านหลังของหุบเขาฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มีพืชพันธุ์สีเขียวอุดมสมบูรณ์
ในตอนนี้เป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ หมอกยังคงปกคลุมไปทั่วหุบเขา มันราวกับ
เป็นหุบเขาที่สมบูรณ์ราวกับเป็นหุบเขาในภาพวาด สายธารฤดูใบไม้ผลิ
และสายลมอ่อนโยนพัดผ่าน เกิดเสียงเพลงในยามเช้าดังขึ้นในอากาศ
อย่างแผ่วเบา
บริเวณสวนไม้ไผ่มีเส้นทางยาวผ่านเข้าไป บนใบไผ่ในยามเช้าตรู่นี้มี
หยดน้ำค้างหยดลงที่ใบของมัน หลินหมิงที่เดินไปตามทางได้แต่ถอน
หายใจ นี่เป็นสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง
เส้นทางผ่านสวนไผ่นี้นำไปสู่สถานที่อาศัยและฝึกตนของมู่เฟิงเซียน
– พลับพลาไผ่มรกต
มันมีบ้านไม้ไผ่ที่งดงาม หากเดินขึ้นไปก็จะสามารถได้กลิ่นของไผ่
และกลิ่นดิน มันทำให้ผู้คนที่มายังที่แห่งนี้นั้นรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
เป็นอย่างยิ่ง
ขณะที่มู่เชียนหยี่และหลินหมิงมาถึง พวกเขาเตรียมที่จะกล่าวชื่อ
ของตนเองออกไป แต่เสียงของมู่เฟิงเซียนก็ดังขึ้นมาก่อน “เข้ามาได้”
“หลินหมิง ท่านบรรพบุรุษเรียกหาเจ้าคนเดียว ข้าจะรออยู่ข้าง
นอก”
หลินหมิงผงกศีรษะ จากนั้นก็เปิดประตูไม้ไผ่ออกและก้าวเข้าไป
ของตกแต่งภายในบ้านไม่ไผ่นี้ค่อนข้างที่จะเรียบง่าย มีเก้าอี้ไม้ไผ่
และโต๊ะไม้ธรรมดา ขณะที่เดินบนพื้นไม้ไผ่ก็จะได้ยินถึงเสียงไม้เสียดสีดัง
ออกมา
มู่เฟิงเซียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่และสวมใส่ชุดยาวสีแดง ผมสีเงินของ
นางถูกมัดไว้ด้วยปิ่นปักผมและยิ้มขณะที่มองมายังหลินหมิง จากนั้นมอง
ไปยังเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามนางและกล่าว “นั่งลงสิ”
“อืม”
หลินหมิงค่อยๆนั่งลง
มู่เฟิงเซียนได้ยินข่าวแล้วว่าหลินหมิงนั้นทะลวงเข้าสู่จุดสูงสุดของขั้น
ผสานชีพจรและนางก็มิได้แปลกใจ นางรินชาและยื่นให้กับหลินหมิง
กล่าวออกมาช้าๆว่า “ในฐานะที่เป็นศิษย์ส่วนตัวของอวี้หวง เจ้าสามารถ
เรียกข้าว่า ท่านอาจารย์บรรพบุรุษ ครึ่งเดือนต่อจากนี้ แดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จะเปิดออก เจ้ารู้หรือไม่ว่าแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์คือสิ่ง
ใด?”
หลินหมิงส่ายศีรษะ ก่อนหน้านี้ เขาได้ยินเพียงข่าวลือของแดนเร้น
ลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และเขามิได้รู้รายละเอียดอันใดมากนัก
“แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็คือมรดกของตระกูลฟีนิกซ์โบราณที่ได้
หลงเหลือเอาไว้ มันอาจมีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปเมื่อหมื่นปีก่อนหรือ
อาจจะแสนปีก่อนก็ไม่เป็นที่แน่ชัด…”
หลินหมิงตกตะลึง “นานถึงเพียงนั้นหรือ? แต่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
…”
“อืม เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมีประวัติเพียงแค่ 3000ปี เกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ของข้าอาจที่จะสืบทอดมาจากตระกูลฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อีกที แต่
ความจริงแล้ว เมื่อ 3000ปีก่อน เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของข้ายังเป็นเพียง
แค่สำนักระดับ 3 ที่มีศิษย์หญิงแทบจะทั้งหมด ในตอนนั้น เมืองจักรพรรดิ
ปีศาจแห่งความเงียบงันเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง และเพราะว่าเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ของข้ามีศิษย์หญิงจำนวนมาก สำนักจึงเกรงว่าจะถูกเมือง
จักรพรรดิปีศาจแห่งความเงียบงันเข้าโจมตีและเหล่าศิษย์ก็จะกลายเป็น
ทาสที่ใช้ในการบ่มเพาะทางเพศ ฉะนั้น สำนักจึงได้ตัดสินใจที่จะหนีไปยัง
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งทะเลทางใต้ เดิมทีเกาะนี้มิได้ถูกเรียกว่าเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์แต่มันถูกตั้งหลังจากที่พวกเรามาอยู่ต่างหาก ”
“หลังจากที่สำนักได้มาตั้งถิ่นฐานในที่แห่งนี้ ท่านเจ้านิกายก็ได้พบ
โชคที่ยิ่งใหญ่ในเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นางเป็นคนแรกที่ได้เข้าไปในแดน
เร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากที่นางออกมา นางก็ได้รับสายเลือดวิหค
เพลิง สายเลือดวิหควารีและสมบัติอีกมากมายกลับมา จากนั้น นางจึง
ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นสำหรับศิษย์
ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นทั้งแหล่งกำเนิด
และโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขา”
ขณะที่หลินหมิงได้ฟัง เขาก็ตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินประวิ
ติศาสตร์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
สามารถที่จะเข้าไปได้เพียงศิษย์ของเกาะเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เขา
คาดว่ามันคงมีด่านทดสอบบางอย่างเพื่อให้ศิษย์ได้ฝึกฝนตนเอง
ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลดี
“ท่านอาจารย์บรรพบุรุษ เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านเจ้านิกายหลังจากนั้น
หรือ?” หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถามออกไป
“หลังจากที่ก่อตั้งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ นางก็สามารถที่จะไปถึงเพียง
ปลายขอบจุดสูงสุดของขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และจิตวิญญาณอมตะของ
นางก็ได้เข้าสู่วัฏสงสารนิรันดร์มานาน 2000 ปีแล้ว ”
หลินหมิงถอนหายใจ นี่ก็อยู่ในความคาดคิดของเขา มิเช่นนั้น มันก็
คงไม่มีทางที่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะยังเป็นเพียงแค่นิกายระดับ 4 ชั้นสูง
ในปัจจุบันอยู่เช่นนี้ “แม้ท่านผู้ก่อตั้งจะได้รับโชคมหาศาลเช่นนี้ แต่นางก็
ยังไม่อาจที่จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบได้ ไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนจะ
กล่าวเอาไว้ว่ามีจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบเพียงราวๆ 10 คนภายในทวีปนภา
รินไหลแห่งนี้”
“ฮ่าฮ่า” มู่เฟิงเซียนยิ้ม “หนทางจากการขั้นหลอมรวมแก่นแท้สู่การ
เป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบนั้นยาวไกลและยากเย็นอย่างยิ่ง จะต้องทะลวง
เข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก่อนอายุ 30ปี ปลายขอบจุดสูงสุดของขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ก่อนอายุ 50ปี และกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบให้ได้
ก่อนอายุ 100ปี! เหล่าอัจฉริยะต่างติดกับดักนี้กว่า 50 ปี แม้ว่าหนทางนี้
จะเต็มไปด้วยความยากลำบากมากมายนับไม่ถ้วน แต่ก็ยังมีเพียงราวๆ
10 คนที่สามารถผ่านไปได้ เพราะว่าเจ้ายังอ่อนแอจึงยังมิได้ล่วงรู้ถึงสิ่ง
เหล่านี้ จักรพรรดิผู้ไร้เปรียบหลายคนต่างปิดด่านฝึกตนในที่เปลี่ยวร้าง
แห่งไกล แน่นอนว่าแม้จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเจ้าก็ไม่มีทางได้รู้”
หลินหมิงผงกศีรษะ เมื่อคนผู้นึงสามารถที่จะไปยังจุดสูงสุดของยอด
เขาได้ พวกเขาก็จะสามารถเห็นได้ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นด้านล่าง
หากเขากลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ เขาก็จะสามารถเห็นโลกใน
มุมมองเดียวกับจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบคนอื่นๆ
มู่เฟิงเซียนลุกขึ้น นางเอากล่องสีแดงออกมาจากแหวนมิติและส่งมัน
ให้กับหลินหมิง “นี่คือปราณโลหิตของวิหคเพลิง ใส่มันเข้าไปในจุดชีพจร
และเมื่อมันซึมลงไปจนหมดเจ้าก็จะมีคุณสมบัติในการบ่มเพาะแก่นหลัก
ของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เจ้าจะต้องทำมัน
อย่างช้าๆและมั่นคงเพื่อที่จะส่งผลต่อการทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ในอนาคต สำหรับการที่จะเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบ พรสวรรค์ของเจ้า
นั้นเพียงพออยู่แล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเจ้า! ส่วนใหญ่พวกเขา
มักจะประสบอุบัติเหตุหรือชะตากรรมบางอย่างและไม่อาจที่จะก้าวขึ้นไป
ได้”
หลินหมิงสูดหายใจลึกและรู้สึกขอบคุณมู่เฟิงเซียนด้วยความเคารพ
จากนั้นก็เก็บปราณโลหิตไว้ในแหวนมิติ เขาจะจดจำความมีน้ำใจของ
นางในครั้งนี้ไว้
มู่เฟิงเซียนผงกศีรษะและกล่าวว่า “ไปได้แล้ว แดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์จะเปิดในอีกครึ่งเดือน และเจ้าต้องคว้าตำแหน่งหนึ่งในการเข้า
ไปยังโถงหลักของแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ ในช่วงเวลานี้ ให้แน่ใจ
ว่าไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับตนเองเสียก่อน”
หลินหมิงโค้งศีรษะและจากไป มู่เฟิงเซียนถอนหายใจที่เต็มไปด้วย
อารมณ์หลากหลาย โชคชะตาเป็นดั่งภาพมายาในความฝัน โชคชะตาของ
หลินหมิงจะยิ่งใหญ่เพียงใดนั้น มันจะแสดงออกมาให้เห็นในการเข้าไปยัง
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
สำหรับผู้คน โชคชะตาเป็นดั่งสายรุ้ง อย่างเช่น ผู้ก่อตั้งของเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับโชคมหาศาลจากการเข้าไปในแดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่โชคชะตาของนางขาดไปเพียง
เล็กน้อย จึงทำให้นางไม่อาจที่จะกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้เปรียบได้