Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 394 วิถีแห่งเพลิง
หลินหมิงรู้สึกเวียนหัวจากความรู้สึกของพื้นที่ซึ่งได้เกิดความ
แปรปรวนรอบตัวเขา แต่ในครั้งนี้ เขาลืมตาขึ้นมา หัวใจของเขาสั่น
สะท้าน ก่อนที่จะเข้ามายังแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ หลินหมิงก็ได้
จินตนาการว่าแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มันจะเป็นเช่นไรกันแน่ แต่เขา
ไม่นึกเลยว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเองมันจะเป็นฉากที่น่าตกใจอย่างยิ่ง!
ด้านหน้าของหลินหมิงเต็มไปด้วยหินสีแดงเข้มกว้างไกลสุดลูกหูลูก
ตา มันรกร้าง ไร้ซึ่งสีเขียว และช่องระหว่างหินสีแดงเข้มก็คือลาวาที่ไหล
เป็นสายนับไม่ถ้วน หินเหล่านี้ดูเหมือนว่ามันเป็นสีแดงเข้มเพราะถูกลาวา
เผาไหม้ตลอดเวลา มันมีทั้งบ่อลาวาที่เดือดพล่านอยู่เป็นหย่อมๆทั่วทุกที่
ตามพื้นหิน มีทั้งบอลอากาศขนาดใหญ่ที่โป่งพองขึ้นมาจากลาวา เมื่อมัน
แตกออก กลิ่นกำมะถันก็จะกระจายออกมาพร้อมด้วยคลื่นความร้อน มัน
เต็มไปด้วยพิษ หากเป็นคนธรรมมาคงตายไปตั้งแต่ได้กลิ่นของมันแล้ว
หากมีเพียงแค่นี้ หลินหมิงก็คงไม่ตกตะลึงอย่างหนัก แต่สิ่งที่เขาพบ
นั้นน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง ที่ด้านหลังของเขากลับมีทุ่งน้ำแข็งที่กว้าง
ใหญ่ไพศาล!
สายลมและหิมะผสานเข้าด้วยกัน ทุ่งน้ำแข็งนี้ราบเรียบราวกับพื้นผิว
ของกระจก ธารน้ำแข็งแผ่กระจายไปทั่วด้านล่างพื้นทุ่งน้ำแข็ง มัน
ประกายแสงแววออกมาราวกับดวงดาราบนฟากฟ้ายามราตรี สายลมที่
รุนแรงพัดลูกเห็บที่ตกลงสู่พื้นกระจายออกไปทุกทิศทางจนพื้นผิวทุ่ง
น้ำแข็งราบเรียบเช่นเดิม มันรวดเร็วราวกับลูกศร หากเป็นคนธรรมดายืน
อยู่ในที่แห่งนี้ เขาก็จะโดนสายลมที่รวดเร็วรุนแรงนี้ฉีกเนื้อหนังออกเป็น
ชิ้นๆเป็นแน่ !
ด้านหนึ่งเป็นดินแดนแห่งลาวาและอีกด้านเป็นทุ่งน้ำแข็ง ด้านหนึ่ง
ร้อนสุดขั้วและอีกด้านเย็นสุดขั้ว เป็นความรู้สึกสุดขั้วและยากที่จะเชื่อ
เช่นกัน
“นี่คือแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์!” มู่ติงซานกล่าวออกมาในลม
หายใจเดียว นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เข้ามาและเขาเคยเห็นฉากนี้มาก่อน
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีขีดจำกัดในการเข้าไปตามอายุของ
กระดูกคนผู้นั้น นอกจากนี้ช่องว่างเวลาระหว่างการเปิดแต่ละครั้งจะนาน
มาก กล่าวโดยเข้าใจง่ายก็คือ จะสามารถเข้าสู่ที่นี่ได้สองครั้งในชั่วชีวิต
ของพวกเขาเท่านั้น
บนถนนที่หลินหมิงได้ยืนอยู่เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นเป็นระยะๆ ทุกแสง
สว่างที่เกิดขึ้น ก็คือศิษย์ถูกวาปเข้ามายังที่แห่งนี้ แน่นอนว่าพวกเขาล้วนมี
อาการมึนงงอันเกิดจากความแปรปรวนรอบตัวพวกเขา แต่หลังจากที่หาย
จากอาการนี้และลืมตาขึ้นมาพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเช่นเดียวกันกับหลินห
มิง
นี่เป็นครั้งแรกของหลายคนที่ได้เข้ามายังแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่าพวกเขาจะได้ยินที่ผู้อื่นเล่าให้ฟังมาบ้างแล้ว แต่เมื่อได้มาเห็นกับตา
ของตนก็ยังตกตะลึงอยู่ดี อย่างที่เขาว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น!
หลังจากที่ศิษย์ต่างเข้ามากันหมดแล้ว มู่ติงซานก็กล่าวขึ้นว่า “ดี
แดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นโลกอิสระ มันมิใช่ส่วนหนึ่งของทวีปนภา
รินไหล ทั้งสองดินแดนของเพลิงและน้ำแข็งแยกออกจากกันและกว้าง
ใหญ่ไพศาล เลือกสิ่งที่ตรงกับธาตุจำเพาะของพวกเจ้าและเข้าไป! ศิษย์
แผนกวิหควารีเข้าไปในโลกน้ำแข็งและศิษย์แผนกวิหคเพลิงเข้าไปในโลก
แห่งเพลิง! จำเอาไว้ด้วยว่า อย่าได้ลืมสิ่งที่ท่านเจ้านิกายได้กล่าวเตือน
เอาไว้และห่วงความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก เอาล่ะ จะเข้าไปเป็น
กลุ่มหรือแยกทางไปคนเดียวก็แล้วแต่พวกเจ้าต้องการเลย!”
โลกอิสระเช่นนั้นหรือ?
เมื่อหลินหมิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขามองเห็นดวงอาทิตย์ 2 ดวง
ส่องสว่างบนฟากฟ้า ดวงอาทิตย์ฝั่งทางโลกแห่งเพลิงนั้นร้อนเป็นอย่างยิ่ง
มันแผ่แสงสีฟ้าจางๆราวกับลูกไฟขนาดใหญ่บนท้องฟ้า บริเวณขอบของ
มัน ร้อนจนเกิดภาพมายา
แต่ในอีกด้านโลกฝั่งน้ำแข็ง มันราวกับวัตถุที่อยู่ไกลและไม่สะทก
สะท้านอันใด แสงของมันที่สาดส่องลงมานั้นมิได้มีความร้อนแม้แต่นิด
เดียว กลับกันมันให้ความรู้สึกที่ราวกับอยู่ในบ่อน้ำแข็ง มันมิใช่ภาพลวง
ตาแต่อย่างใด มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะพบเห็นมันอยู่ภายในทวีป
นภารินไหล
หากนี่มิใช่ทวีปนภารินไหล และเป็นโลกที่แยกออกเป็นเอกเทศ
เช่นนั้นโลกเช่นนี้เกิดมาจากที่ใด หรือเป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้อาวุโส
ระดับสูงของแดนเทวะหรือ?
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะจินตนาการไปต่างๆนาๆ ในตอนนี้เอง มู่ติง
ซานก็กล่าวถามหลินหมิง “หลินหมิงเจ้าอยากไปด้วยกันหรือไม่? หรือเจ้า
อยากจะไปด้วยตัวคนเดียว?”
“หากข้าแยกไปคนเดียวนั้น ข้าจะสามารถไปถึงโถงหลักฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่? หรือข้าจะกลายเป็นหลงทางเช่นนั้นหรือ?”
“ไม่ ในโลกนี้นั้นมันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและเป็นปริศนา แต่ไม่ว่า
เจ้าจะไปที่ใด ใน3วันต่อจากนี้ เจ้าก็จะไปถึงโถงหลักฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้
เอง”
“เช่นนั้น ข้าขอแยกทางไปคนเดียวแล้วกัน”
“ฮ่าฮ่า ข้าก็คิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องไปคนเดียว แดนเร้นลับฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่อย่างยิ่ง จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์คนใดที่หาจุดสิ้นสุดของมันได้ อีกอย่างตอนที่พวกเราถูกวาปเข้า
มานั้น มันจะเปลี่ยนตำแหน่งไปทุกครั้ง มีโชคมากมายรอพวกเราอยู่
ภายในนี้ หากไปด้วยกันหลายคน และพบโชคเพียงเล็กน้อยมันจะยากใน
การแบ่งกัน แต่หากเจ้าไปคนเดียว เช่นนั้นทุกอย่างก็จะขึ้นอยู่กับโชคของ
เจ้าคนเดียว โดยปกติแล้ว มันย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
“ข้าอยากที่จะแนะศิษย์น้องหลินไว้ว่า ยิ่งเข้าไปลึกมากเพียงใด
อันตรายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น หากต้องการความปลอดภัย ก็เพียงแค่อยู่
บริเวณรอบนอกจนถึง 3 วัน แล้วเข้าไปยังโถงหลักของฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้
เอง แน่นอนว่าหากเจ้าทำเช่นนั้นก็จะไม่พบกับโชคอันใด” มู่ติงซานเป็น
หนึ่งในผู้ที่เข้าใจแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี เช่นนั้นเขาจึงได้
บอกทุกอย่างที่ตนเองรู้ให้กับหลินหมิง
ยิ่งเข้าไปลึกมากเพียงใด อันตรายก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น แต่มันก็จะยิ่ง
มีโชคมหาศาลรออยู่เช่นกัน
หลินหมิงเข้าใจแล้ว และก็ได้รู้ด้วยว่าในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
มีโอกาสที่จะตกตายได้ไม่ว่าคนผู้นั้นจะแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์เพียงใด
คนที่มีพรสวรรค์สูงยิ่งมีโอกาสตกตายมากกว่า เนื่องจากความต้องการที่
จะสำรวจในส่วนลึกของมันนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะต่อต้านได้
สำหรับเหล่านักสู้ที่มีความใฝ่ฝันว่าตนจะขึ้นไปยังจุดสูงสุดของ
เส้นทางแห่งนักสู้แล้ว พวกเขายิ่งมีความต้องการที่จะสำรวจสิ่งใหม่ที่ท้า
ทายตนเองมากกว่าผู้อื่น
หลินหมิงเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หากเขานั้นรอเวลาอยู่รอบนอก หาก
เขาเดินตามเส้นทางที่ผู้อื่นไปแล้ว มันก็จะไร้ความหมาย
“ขอบคุณสำหรับแนะเป็นอย่างยิ่งศิษย์พี่มู่ เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน”
หลินหมิงยกมือขึ้นคารวะและจากไปคนเดียว ทิศทางที่เขาเลือกคือฝั่งโลก
แห่งเพลิง เขาบินไปอย่างรวดเร็ว
มู่ติงซานที่มองเห็นหลินหมิงจากไปในทะเลแห่งลาวาและหมอกสี
แดง เขาก็ถอนหายใจ ถึงแม้มู่อวี้หวงจะย้ำแล้วย้ำอีกว่าระวังตัวให้ดี นาง
คงจะกลัวว่าหลินหมิงนั้นจะเข้าไปสำรวจแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จน
ลึกเกินไปและพบกับอันตราย
สายลมที่เต็มไปด้วยความร้อนพัดผ่านใบหน้าของเขาราวกับกำลัง
ย่างเขา อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นกำมะถัน ขณะที่เขามองออกไปไกล ทุกที่
ต่างมีหมอกสีแดงปกคลุม วิสัยทัศน์ของหลินหมิงกว้างไกลกว่า 1000 ก้าว
แต่ยิ่งเข้าไปลึกมากเพียงใด วิสัยทัศน์ของเขาก็ยิ่งค่อยๆลดลงเรื่อยๆ!
หลังจากที่บินมาด้วยความเร็วสูงเกือบทั้งวัน ด้วยความทนทานของ
หลินหมิง เขาไม่ต้องพักก็ยังได้ ความเร็วในการเข้าไปในส่วนลึกเช่นนี้
แม้แต่ศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์รุ่นก่อนๆก็ยังมิอาจเทียบเขาได้
ในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นมิได้มีเวลากลางคืน มันเป็นอะไรที่
แปลกอย่างยิ่งดวงอาทิตย์ด้านบนมิได้เคลื่อนไปที่ใดเลย หลังจากผ่านไป
จนไม่รู้เวลา หลินหมิงก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากด้านบนของเขา เมื่อเขา
มองขึ้นไป เขาสูดหายใจเฮือกใหญ่ในทันที บนท้องฟ้า มีหลายสิบลำแสง
พุ่งลงมาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
ลำแสงเหล่านี้ก็คืออุกกาบาตขนาดสิบก้าวหรือขนาดใหญ่กว่า มัน
เต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่สาดแสงเป็นทางยาวลงมา เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นเมื่อ
พวกมันพุ่งชนพื้น
พลังมากมายเพียงใดกันที่อยู่ภายในอุกกาบาตเหล่านี้? อุกกาบาต
เหล่านี้กว้างเพียงไม่กี่ก้าว พลังทำลายของแต่ละลูกสามารถทำลาย
หมู่บ้านหนึ่งได้เลย! นี้มิใช่สิ่งที่เนื้อหนังของมนุษย์จะสามารถทนทานได้
นอกเสียจากจะเป็นผู้อาวุโสระดับสูงของแดนเทวะ
บึมม! บึมม! บึมม!
อุกกาบาตเหล่านี้ตกไปห่างไกลจากเขามากนัก หลินหมิงสามารถ
มองเห็นมันตกลงใส่หินสีแดงเข้มและบ่อลาวา เกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้น
ลาวาพุ่งกระจายขึ้นบนท้องฟ้านับร้อยก้าว และแม้กระทั้งพันก้าวหรือ
มากกว่านั้น!
พื้นดินสั่นสะเทือนและเกิดคลื่นอัดกระแทกกระจายออกมา ไม่มีผู้ใด
สามารถยืนอย่างไม่ไหวติงได้อย่างแน่นอนในสภาพพื้นที่สั่นสะเทือนเช่นนี้
หลินหมิงพยายามตั้งสมาธิ ความเร็วของอุกกาบาตที่ตกลงมานั้น
รวดเร็วเกินไป ถึงแม้จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ เขาก็ยังไม่อาจที่จะหนีจากแรง
ระเบิดได้ เขาเพียงแค่ต้องหนีให้ไกลจากระยะแรงระเบิดให้มากที่สุดเท่าที่
ทำได้ โชคดีที่อุกกาบาตมิได้หนาแน่นเกินไป มิเช่นนั้นแรงปะทะจากการ
ระเบิดที่เกิดขึ้นก็คงรุนแรงยิ่งกว่า
หลินหมิงห่อหุ้มร่างกายด้วยปราณแท้จนหนาแน่นอย่างที่สุด เขา
สามารถที่จะคาดเดาได้ถึงความเร็วและแนวการตกของอุกกาบาต ในตอน
นั้นเอง ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้าง เขาเห็นอุกกาบาตขนาดเล็ก 3 ก้าว
พุ่งมาทางเขา และมันน่าจะตกไม่ไกลจากเขาเหมือนก้อนใหญ่!
ย่างก้าววิหคทองคำถลาลมถูกเปิดใช้งานในทันที ในตอนนี้หลินหมิง
ได้สูญเสียสัมผัสของดาวตกเพราะเขาได้ใช้ปราณแท้ปกป้องร่างกายเพียง
อย่างเดียวจนถึงขีดจำกัดของเขาเพื่อที่จะหลบจากการปะทะของ
อุกกาบาตที่ตกมาใกล้กับบริเวณที่เขาอยู่
บึมมม!
อุกกาบาตปะทะเข้ากับพื้นและเสียงจากการการระเบิดราวกับฟ้าผ่า
อยู่ใกล้หูของหลินหมิง แทบจะฉีกแก้วหูของเขาออกได้ เขาถูกคลื่น
กระแทกอัดกระเด็นจนลอยออกไปและตกลงไปในบ่อลาวา
โชคดีที่ปราณแท้สีครามนั้นไร้ที่สิ้นสุด การตกลงไปในบ่อลาวาเพียง
ไม่นานนี้ล้วนไม่เป็นอันใดสำหรับเขา
ขณะที่หลินหมิงรีบกระโดดขึ้นมา เขาพบว่าหินสีแดงเข้มที่อยู่รอบตัว
เขานั้นแตกออกไปหลายร้อยก้าว ลาวาเองก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า และ
เพลิงโหมกระหน่ำขึ้นราวกับภูเขาไฟ พุ่งตรงไปยังท้องฟ้า!
นี่มัน…
หลินหมิงจ้องมองด้วยสายตาที่เบิกกว้าง เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึง
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในเมล็ดพันธุ์เทพทรราชซึ่งคือความร้อนรนของ
ปราณอัคคีนั่นเอง ทันใดนั้น หลินหมิงก็รู้แจ้ง… เดิมทีแล้ว มันมิได้มีเพลิง
ใดๆเกิดขึ้นในบ่อลาวา แต่เมื่ออุกกาบาตได้ตกลงมา… มันจึงเกิดเพลิง
ขนาดใหญ่ขึ้น…
บึมม! บึมม! บึมม!
ขณะที่อุกกาบาตยังคงตกลงมาอีกในที่ห่างไกล มองเห็นเปลวเพลิง
ปะทุในดวงตาของหลินหมิงราวกับว่าเขาได้เห็นพลังเพลิงต้นกำเนิด…
เพลิงต้นกำเนิดนั้นคือกฎ และยังเป็นวิถีแห่งเพลิงอีกด้วย
การปะทะ ความเร็ว ส่งผลให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงของเพลิงขึ้นมา
ยิ่งการระเบิดรุนแรงเพียงใด เพลิงก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น
หากอุกกาบาตที่มีความเร็วสูงตกใส่พื้นและเกิดเป็นเพลิงที่น่า
หวาดกลัว เช่นนั้นหากมันตกใส่ปราณแท้แทนเล่า?
หากอุกกาบาตที่มีความเร็วสูงตกใส่ปราณแท้ มันก็มิสร้างเพลิงที่น่า
หวาดกลัวกว่าพื้นที่เป็นเพียงหินหรือ?
วูซซซ!
มีอุกกาบาตอีกลูกได้พุ่งมาทางหลินหมิง มันมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าอัน
ก่อน หลินหมิงรีบใช้ย่างก้าววิหคองคำถลาลมบินหนีอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม
เขามิได้ไปไกลนัก เขาตั้งใจที่จะอยู่ใกล้กับจุดที่มันตกเล็กน้อย เพื่อที่เขา
จะได้คงสัมผัสเชื่อมต่อกับอุกกาบาตเอาไว้ได้
บึมมม!
ราวกับปฐพีได้ถูกฉีกขาด ลาวากระเด็นขึ้นฟ้าและเกิดคลื่นอัด
กระแทกรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน หลินหมิงที่ยืนอยู่ใกล้พายุแรงระเบิดต้อง
ถูกอัดกระเด็นลอยออกไปอีกครั้ง
หลินหมิงรู้สึกว่าอวัยวะภายในของเขาถูกทุบด้วยค้อนและเขาก็ได้
สำลักโลหิตออกมา อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและ
ความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง!
“วิถีแห่งเพลิง ข้าสัมผัสถึงมันได้แล้ว!”
ถึงแม้จะบาดเจ็บสาหัส หลินหมิงก็มิได้สนใจ เขายืนหยัดขึ้นโคจร
ปราณแท้และเรียกหอกแห่งดาวหางม่วงออกมา จากนั้นก็พุ่งออกไป!
เผชิญหน้ากับคลื่นของเพลิงและลาวาที่ถาโถมเข้าใส่ หอกแห่งดาว
หางม่วงกวาดผ่านเปลวเพลิงปะทะเข้ากับลาวาที่ราวกับน้ำหลาก
ปราณของเพลิงและความร้อนผ่านเข้ามา ปะทะ… กับกำแพงปราณ
แท้จำลองนี้ จนพลังของเพลิงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันที!