Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 407 จดหมายขอความช่วยเหลือ
ฉินซิงเซวียนเลิกคิ้วของนางขึ้น นางขบฟันและหน้าอกกระเพื่อมขึ้น
ด้วยความโกรธ นางกำหมัดแน่น แต่นางก็ไม่ได้ชกเขา
นางรู้ว่าความแข็งแกร่งของนางด้อยกว่าเขา และนางยังมีอำนาจ
ด้อยกว่าเช่นกัน แล้วนางจะทำอันใดได้? นางจึงทำได้เพียงอดทนต่อมัน
เท่านั้น!
โอวหยงเหลือบมองไปยังฉินซิงเซวียนด้วยความสงสารและกล่าว
“อันใดกัน เจ้าคิดว่าข้าใส่ร้ายเจ้าหรืออย่างไร? แผนกลงทัณฑ์นั้นมีศิษย์
หญิงมากมาย พวกเราไม่ต้องการเจ้านักหรอก! ในเมื่อเจ้าตัดสินใจที่จะใช้
ชีวิตอย่างหยิ่งยโสเช่นนี้ ก็จงเตรียมตัวตายซะเอาไว้ด้วย!”
โอวหยงเค้นเสียงและหันหน้าเดินออกไปจากห้องโถง
คนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังนั้นคือ ฉิงซิงเซวียน มือของนางนั้นสั่น ถ้าหาก
โอวหยางปั่วเยี่ยนต้องการที่จะจัดการกับปู่ของนาง เช่นนั้นมันเป็นเรื่อง
ง่ายอย่างยิ่ง! โอวหยางปั่วเยี่ยนแทบไม่จำเป็นต้องทำอันใดเลย! ตราบใดที่
ศิษย์ของเขาคอยสนับสนุนหยางเฉินและกุเรื่องเท็จเกี่ยวกับการก่อกบฏ
เช่นนั้นตระกูลฉินย่อมล่มสลายเพียงชั่วข้ามคืน!
ความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่ฉินซิงเซวียนเหลืออยู่คือฉินจื่อหยา นาง
สั่นขณะที่นางหยิบยันต์สื่อสารกระแสเสียงระยะไกลออกมาจากแหวนมิติ
และเริ่มให้มันบันทึกข้อความ จากนั้นจึงเผามัน….
…………………………
หลายร้อยลี้ห่างออกไป ฉินจื่อหยากำลังนั่งอยู่บนหาดทราย เขา
กำลังเล่นพิณขณะที่เปลวเพลิงจำนวนมากกำลังหายไปอย่างช้าๆต่อหน้า
เขา
ฉินจื่อหยาถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เขาส่ายหัวและกล่าว “ยามที่
หลินหมิงยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งกับเขาหรือคนที่มีความสัมพันธ์กับ
เขา แต่บัดนี้ หลินหมิงได้ตายไปแล้ว ความสามารถและเกียรติยศที่เขาสั่ง
สมไว้ต่างไร้ความหมาย… โอวหยางปั่วเยี่ยนนั้นมิได้ทำอันใดหลายเดือนที่
ผ่านมา ดังนั้นข้าจึงคิดว่าเขาน่าจะเลิกการล้างแค้นแล้ว แต่ดูเหมือนว่า
เขาพึ่งจะเริ่มการล้างแค้นตระกูลของหลินหมิงและสหายของเขา ข้านั้น
ติดหนี้หลินหมิงไว้อยู่ ดังนั้นข้าจึงมิอาจนิ่งเฉยได้ ถ้าหากข้าปล่อยให้มัน
เกิดขึ้น เช่นนั้นมันย่อมขัดต่อหัวใจแห่งพิณของข้า แต่ช่างโชคร้าย ข้าพึ่ง
จะถูกเลื่อนยศให้เป็นผู้อาวุโสและความแข็งแกร่งของข้านั่นอ่อนด้อย
ความสัมพันธ์ของข้าก็มีจำกัดเช่นกัน ถ้าข้าต้องการที่จะต่อต้านโอวหยาง
ปั่วเยี่ยน มันย่อมเป็นไปไม่ได้เว้นแต่ข้ามีคนคอยช่วยเหลือ”
“แน่นอนว่าคนรู้จักของหลินหมิงที่แข็งแกร่งที่สุดและสามารถพึ่งพา
ได้มากที่สุดคือมู่เชียนหยี่ ถ้าหากนางสามารถยืนหยัดเพื่อฉินซิงเซวียนได้
ล่ะก็ เช่นนั้นนางสามารถรับประกันความปลอดภัยของตระกูลฉินและ
ตระกูลหลินได้เป็นระยะเวลา 100 ปี อย่างแน่นอน!”
มู่เชียนหยี่นั้นเป็นว่าที่เจ้านิกายของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต
ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของนาง ไม่ว่าโอวหยางปั่วเยี่ยนจะกล้าหาญ
เพียงใด เขาย่อมมิกล้ามีเรื่องกับฉินซิงเซวียนอีกต่อไป!
แต่คำถามคือ มู่เชียนหยี่จะช่วยหรือไม่?
ฉินจื่อหยาไม่เคยพบมู่เชียนหยี่มาก่อน เขาเคยได้ยินมาว่านางกับ
หลินหมิงนั้นเป็นสหายที่สนิทกัน ส่วนที่ว่านางเป็นคนเช่นไร ฉินจื่อหยาก็
ยังไม่ทราบแน่ชัด
“ข้ามิอาจทอดทิ้งความหวังได้ ถ้าหากมู่เชียนหยี่ไม่ช่วยนางล่ะก็
เช่นนั้นข้าคงต้องหาทางอื่นแล้วล่ะ”
ขณะที่ฉินจื่อหยาคิดเกี่ยวกับมัน เขาก็เขียนจดหมายส่งถึงมู่เชียนหยี่
แห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ตั้งแต่ที่สงครามแพร่กระจายไปทั่วทั้งทะเลทางใต้ หุบเขาเจ็ดแก่นแท้
ที่เป็นพันธมิตรกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต่างติดต่อกันและกัน
และวิธีที่พวกเขาใช้ติดต่อนั้นใช้กระแสเสียงสื่อสารอยู่บ่อยๆ แน่นอนว่า
จดหมายนั้นถูกส่งบ่อยยิ่งกว่า หินลมปราณแท้จำนวนมากถูกใช้เพื่อส่ง
จดหมายนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่า
ภายในสนามรบทะเลทางใต้ ฉินจื่อหยาได้พบกับค่ายกลเคลื่อนย้าย
สำหรับส่งจดหมายที่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้เป็นผู้ควบคุมอยู่และเริ่มใช้งาน
ค่ายกลเพื่อส่งจดหมายออกไป
ทะเลใต้นั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ เกาะฉินจื่อหยาและมู่เชียนหยี่อยู่นั้นอยู่
ห่างกันราว 500,000 ลี้ หลังจากที่มันถูกส่งผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายต่างๆ
มันจะใช้เวลาประมาณ 3 วันก่อนที่จดหมายจะถูกส่งถึงมู่เชียนหยี่
ที่พื้นที่รับจดหมาย ที่นั่นมีศิษย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบสำหรับรับจดหมาย
และจำแนกอยู่ เพื่อให้พวกเขาสามารถส่งต่อไปยังที่อื่นๆได้
“หืม? จดหมายถึงท่านหญิงเชียนหยี่งั้นหรือ? ส่งโดยผู้อาวุโสฉินจื่อห
ยาแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้งั้นหรือ? ผู้อาวุโสหน้าใหม่ของสำนักระดับ 3
ต้องการที่จะส่งข้อความถึงท่านนักบุญของพวกเรางั้นหรือ?”
ด้วยสถานะของมู่เชียนหยี่ ศิษย์ผู้นี้ไม่มีคุณสมบัติพอจะส่งจด
หมายถึงนางได้
“ใช่แล้ว หุบเขาเจ็ดแก่นแท้คือสำนักที่หลินหมิงจากมา…” ศิษย์ผู้นั้น
รู้สึกไม่สบายใจ
เพื่อจะเร่งงานแต่งระหว่างมู่เชียนหยี่กับมู่ชิงชู ท่านอาวุโสที่ 3 ได้
จัดการให้มู่เชียนหยี่อยู่แต่ในเกาะ มันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนที่นี่ต่างอยู่
ภายใต้การควบคุมโดยผู้อาวุโสที่ 3 มู่ชิงชูนั้นเป็นนายพวกเขา และหาก
เกิดเรื่องใดขึ้นพวกเขาต้องรายงานเขาก่อน
เหล่าศิษย์ที่อยู่บนเกาะต่างรู้กันดีถึงความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อน
ระหว่างมู่ชิงชู มู่เชียนหยี่ และหลินหมิง ไม่เพียงแค่นั้น แต่พวกเขายังรู้
ด้วยว่าหลายวันที่ผ่านมามู่ชิงชูอารมณ์ไม่ดีสุดๆ จดหมายนี้ถูกส่งมาจาก
หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ที่ครั้งหนึ่งหลินหมิงเคยเป็นศิษย์ มันเป็นผลให้นี่เป็น
สถานการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ศิษย์ผู้นั้นจึงใช้ยันต์สื่อสารกระแสเสียงไปหามู่ชิงชู
“ศิษย์พี่มู่ ผู้อาวุโสจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ได้ส่งจดหมายถึงท่านหญิงเชียน
หยี่”
หลังจากที่มู่ชิงชูได้รับข้อความผ่านยันต์สื่อสารกระแสเสียง เขาก็
ขมวดคิ้ว ผู้อาวุโสของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้งั้นหรือ? เขาคงจะมีความสัมพันธ์
บางอย่างกับหลินหมิง!
“ส่งจดหมายมาให้ข้า!” มู่ชิงชูนั้นอารมณ์ไม่ดีสุดๆในขณะนี้
“รับทราบ”
ผ่านไปครู่หนึ่ง จดหมายก็ถูกส่งมาและมู่ชิงชูก็เปิดมันดูอย่างหยาบๆ
แม้ว่าจดหมายจะถูกประทับตราไว้ มันก็ยังสามารถประทับอีกครั้งให้
เหมือนเดิมโดยไม่แตกต่างจากเดิม ถ้าหากมันไม่ใช่จดหมายที่เกี่ยวกับ
หลินหมิง เช่นนั้นเขาคงจะส่งมันไปให้มู่เชียนหยี่
เมื่อมู่ชิงชูเปิดจดหมายอ่าน เขาอ่านมันผ่านๆและมันทำให้เขาโกรธ
ในทันที “หลินหมิงงั้นรึ!? มันเกี่ยวกับไอ้เวรนั่นจริงๆด้วย แม้ว่ามันจะตาย
แล้ว วิญญาณของมันก็ยังตามหลอกหลอนข้า!”
“หืม… นี่มัน…”
ขณะที่มู่ชิงชูอ่านต่อ เขาก็ไม่โกรธอีกต่อไป ในความจริง ขณะที่เขา
กำลังอ่านมัน ความโกรธของเขาก็กลายเป็นรอยยิ้มอย่างมีความสุข “ฮ่า
ฮ่า ตอนนี้หลินหมิงก็ตายไปแล้ว ศัตรูทั้งหมดของเขาต่างหาโอกาสที่จะ
ล้างแค้น! แล้วใครคือฉินซิงเซวียนกัน? จากที่ข้าอ่าน ดูเหมือนว่านางจะมี
ความสัมพันธ์อย่างมากต่อหลินหมิง! น่าสนใจ น่าสนใจเสียจริง! หลังจาก
นี้ มันอาจจะลามไปถึงตระกูลหลิน ถ้าหากเรื่องน่าสนุกเช่นนี้ไม่เกินขึ้น
นั่นคงเป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆ”
มุมปากของมู่ชิงชูยกขึ้นเป็นรอยยิ้มของปีศาจ เขานั้นหวังว่าจะได้ดู
ละครครั้งนี้ด้วยตาเขาเอง ฉินซิงเซวียนนั้นเป็นนักแสดงที่เหมาะสมที่สุด
“ไม่เลวเลย แม้ว่าข้าจะอารมณ์ไม่ค่อยดี แต่เจ้าก็ยังแสดงละครให้ข้า
ดู ข้าหวังว่าเจ้าจะแสดงมันออกมาได้สมจริง มิเช่นนั้นมันคงจะน่าเบื่อ
เกินไป” มู่ชิงชูยื่นนิ้วออกไปและปล่อยเพลิงออกมา จากนั้นจดหมายก็ถูก
เผาในทันทีและกลายเป็นเถ้าถ่าน
“ในเมื่อน้องหญิงของข้าค่อนข้างยุ่ง ข้าย่อมไม่ให้เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
รบกวนนาง เพื่อที่จะไม่ให้โอกาสนางเคลื่อนไหวและนึกถึงเจ้านั่นที่ตาม
หลอกหลอนนางราวกับผี นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่น่าพอใจอย่างมาก อ่า!
น้องหญิงของข้า เจ้าน่าจะเป็นภรรยาของข้าอย่างว่านอนสอนง่าย มอบ
ร่างกายอันงดงามและแก่นพลังหยินของเจ้ามาให้ข้า ถ้าหากเจ้าดูแลข้า
ด้วยความเต็มใจและวิญญาณ เช่นนั้นข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีเช่นกัน ข้าจะ
ทำให้เจ้ามีความสุขจนอยากจะตายเลย! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
มู่ชิงชูยิ้มด้วยความพอใจในตนเองและเป่าขี้เถ้าทิ้ง ในที่สุดตอนนี้
เขาก็มีวิธีที่สามารถเอาคืนหลินหมิงได้ เขาจึงอารมณ์ดีอย่างยิ่ง
………………………………..
หลายเดือนผ่านไป ตั้งแต่ที่หลินหมิงเข้าไปยังแดนเร้นลับแห่งเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ผ่านไปเป็นเวลา 10 เดือนแล้ว
ในวันนี้ องค์รัชทายาทหยางเฉินก็ได้ครองบัลลังก์อย่างเป็นทางการ
จักรพรรดิองค์ก่อนของอาณาจักรลิขิตฟ้านั้นถูกระบุไว้ว่าป่วยหนัก
และถูกส่งไปยังส่วนหลังของพระราชวัง องค์ชายหยางหลินนั้นถูกขังอยู่ใน
ห้องขังในเมืองลิขิตฟ้าและไม่สามารถหนีได้
พิธีการขึ้นครองราชย์บัลลังก์นั้นจะใช้เวลา 7 วันเต็ม ส่วนหยางหลิน
นั่งอยู่คนเดียวในพระราชวังและดื่มกับตัวเขาเอง ห่างออกไปแค่กี่ก้าว มี
ยามที่ติดอาวุธครบมือ หยางหลินไม่สามารถออกจากห้องได้แม้แต่ครึ่ง
ก้าว
ขณะที่เขาฟังเสียงแตรที่ดังมาจากพิธีการขึ้นครองราชย์บัลลังก์
หยางหลินก็ยิ้มเจื่อนๆ เขาดื่มไวน์เข้าไปนิดหน่อย จากนั้นก็เทใส่แก้วอื่น
และสาดใส่พื้น
“น้องชายหลิน ดูเหมือนว่าในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ข้าคงจะตามท่าน
ไปยังแม่น้ำเหลือง…” หยางหลินถอนหายใจ บัดนี้หยางเฉินได้ขึ้น
ครองราชย์บัลลังก์ เขาย่อมถูกฆ่าหรือไม่ก็ถูกขังไว้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเกิด
อันใดขึ้นกับเขา มันก็ไม่ต่างกัน ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีจุดจบอันน่าอนาถที่
กำลังรอคอยน้องสาวและมารดาของเขาอยู่…
……………………..
หลังจากที่ฉินจื่อหยาส่งจดหมายของเขา เขาก็เริ่มนับวัน เขารอและ
ก็รอ และหลังจากผ่านไปเป็นเวลา 10 วันเต็มๆ แต่ก็ยังไม่มีจดหมายตอบ
กลับ!
ฉินจื่อหยากลัวว่ามันเป็นเพราะความซับซ้อนและรุนแรงของสงคราม
ในสนามรบ ทำให้มันเกิดอุบัติเหตุกับจดหมาย 10 วันหลังจากเขาส่ง
จดหมายที่ 2 ออกไป แต่ครั้งนี้จดหมายก็ยังหายสาบสูญเช่นครั้งก่อน ราว
กับมันจะไม่มีวันกลับมา
1 เดือนผ่านไป ในที่สุดฉินจื่อหยาก็ยอมแพ้ 10 วันก่อน ฉินซิงเซวียน
ได้ยอมรับคำสั่งโยกย้ายและตอนนี้ได้ไปยังสนามรบทะเลเปิดแล้ว นางไม่
มีทางเลือกนอกจากทำมัน ชีวิตของทุกคนในตระกูลฉินอยู่ในมือของหยาง
เฉิน!
หากเทียบอำนาจพลังของนักสู้ที่แข็งแกร่งกับพลังของทหารของโลก
มนุษย์ มันก็ราวกับเรื่องล้อเล่น ฉินเสี่ยวอาจจะเป็นวีรบุรุษภายใน
อาณาจักรลิขิตฟ้า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าสำนักเจ็ดแก่นแท้ โอวหยางหลิน
เขาก็มิใช่อันใดนอกจากแกะที่รอถูกเชือด!
ขณะที่ฉินจื่อหยามองไปยังทะเลหมอก เขาถอนหายใจลึกๆ “ความ
ตายของมนุษย์ก็เหมือนกับการดับไฟในตะเกียง จดหมายทั้ง 2 ฉบับของ
ข้าหายไปราวกับถูกทิ้งลงทะเล ข้ากลัวว่ามู่เชียนหยี่จะไม่สนใจเรื่องของ
ตระกูลของคนที่ตายไปแล้ว อย่างน้อย ด้วยสถานะของฉินซิงเซวียน นาง
อาจจะไม่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับมู่เชียนหยี่…”
ฉินซี่หยาทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น ในความจริง เขาคิดว่าจริงๆแล้ว
เขาไม่มีคุณสมบัติพอจะส่งจดหมายให้ถึงมือมู่เชียนหยี่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอัน
ใดขึ้น ท้ายที่สุดคือจดหมายมีค่าเทียบเท่าการไม่ส่ง แม้ว่าฉินจื่อหยาจะไป
ยังเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นการส่วนตัว มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่คนที่มี
สถานะเช่นเขาจะสามารถพบกับมู่เชียนหยี่ได้ มันก็เหมือนกับคนธรรมดา
ที่ต้องการจะพบกับองค์หญิง มันไม่มีโอกาสที่จะทำเช่นนั้น
“ซิงเซวียน บัดนี้มันเป็นเช่นนี้แล้ว สิ่งที่ข้าสามารถทำได้คือพยายาม
ที่จะรักษาชีวิตคนในตระกูลเจ้า สนามรบทะเลเปิดนั้นเป็นที่ๆอันตราย
อย่างมาก แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะตายอย่างแน่นอน ตราบใดที่เจ้า
สามารถยืนหยัดภายในสนามรบทะเลเปิดและอยู่จนกระทั่งจบสงคราม
ได้…”
“ฉินจื่อหยาส่ายหัวของเขาและเยาะเย้ยตัวเอง ถ้าหากเขาจะโทษ
อะไรล่ะก็ เขาทำได้เพียงโทษความแข็งแกร่งของตัวเขาและมีเบื้องหลังที่
อ่อนแอเอง เขาตัวคนเดียว และที่ผ่านมาเขาก็เป็นเพียงนักดนตรีผู้โดด
เดี่ยว เขาได้พบกับที่พักอาศัยภายในหุบเขาเจ็ดแก่นแท้และได้รับแซ่ฉิน
เขาทราบเป็นอย่างดีว่าถ้าฉินซิงเซวียนถูกบังคับให้อยู่ในสนามรบ
ทะเลเปิด ด้วยพลังการบ่มเพาะของนางที่พึ่งจะทะลวงผ่านขั้นผสานชีพ
จรได้ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่นางจะเอาตัวรอดจนกระทั่งสงครามจบลง
…………………………
ภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ บนที่ราบสีแดงอันไร้ที่สิ้นสุด
ระเบิดอันน่าหวาดกลัวได้ระเบิดขึ้นกลางอากาศขณะที่ทั่วทั้งปฐพีราวกับ
พลิกกลับ มังกรกระดูกที่มีสีแดงได้กลายเป็นขี้เถ้าจากพลังทำลายของ
ระเบิดนั่น!
ด้วยการผสานกันระหว่างจิตวิญญาณสายฟ้าปีศาจศักดิ์สิทธิ์กับเพลิง
อุกกาบาตถล่มปฐพี พลังทำลายล้างของ ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลาย
ล้าง’ จึงสามารถสะท้านปฐพีได้!
หลินหมิงพยุงตนเองด้วยหอกแห่งดาวหางม่วงและหอบหายใจ เขา
ได้ต่อสู้มาตลอดทางจนถึงบัดนี้ ศัตรูของเขาไม่ได้มีเพียงตุ๊กตาหินอีกต่อไป
มันมีศัตรูจำนวนมากเช่น โครงกระดูก ปีศาจ สัตว์อสูรร้าย และแม้กระทั่ง
มังกรกระดูกที่เขาพึ่งจะทำลายไป
พลังป้องกันของมังกรกระดูกนั้นน่าตกตะลึงอย่างมาก ในการต่อสู้ที่
ยืดเยื้อกับหลินหมิง หลินหมิงถูกบังคับให้ใช้ ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลาย
ล้าง’ เพื่อทำลายมัน จนมันกลายเป็นเถ้าถ่าน
แม้ว่าพลังการบ่มเพาะของหลินหมิงจะถึงขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง
แล้ว ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง’ ที่ถูกใช้ออกอย่างเต็มที่ก็ยังผลาญ
ปราณแท้ของเขาไปกว่าครึ่ง!
“ด้วยการยกระดับของปราณอัคคีและจิตวิญญาณสายฟ้า พลังที่
‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง’ ผลาญไปจึงเพิ่มขึ้นอย่างน่าหวาดกลัว
พลังการบ่มเพาะของข้านั้นอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง
แล้ว และการผสานไขกระดูกของข้าก็สำเร็จไป 60 % แล้ว สิ่งที่เหลืออยู่
คือเศษผลึกหัวใจปีศาจอันสุดท้าย!”
หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าแล้ว เป็นเพราะพื้นฐานที่มั่นคง
ของเขา พลังการบ่มเพาะของหลินหมิงจึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ภายในครึ่งปีเขาที่พึ่งจะเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงต้นถึงจุดสูงสุดขั้นปราณ
ต้นฟ้าช่วงกลาง อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็สามารถเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าช่วง
ปลายได้แล้ว
หลินหมิงถือเศษผลึกหัวใจปีศาจอยู่ในมือของเขา “เมื่อข้ากินเศษ
ผลึกหัวใจปีศาจอันสุดท้ายเข้าไป ข้าคงจะเกือบทะลวงได้ การผสานไข
กระดูกของข้าคงจะสำเร็จไป 65% เช่นกัน ข้าสงสัยว่าพลังของมันจะเป็น
เช่นไร”
ขณะที่หลินหมิงกำลังจะกินเศษผลึกหัวใจปีศาจ พื้นที่เบื้องหน้าเขาก็
เบลออย่างกะทันหัน
“หืม? จิตวิญญาณแห่งตำหนัก?”
หลินหมิงมองไปยังแสงสีขาวจำนวนมากที่อยู่ตรงหน้าเขา จิต
วิญญาณแห่งตำหนักนั้นหลับลึกไปตั้งแต่เริ่มด่านทดสอบหล่อหลอม และ
ในที่สุดเขาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง…