Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 408 กลับออกมา
หลังจากที่ได้รับประสบการณ์อยู่ภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
มากว่า 10 เดือน สภาพในปัจจุบันของหลินหมิงราวกับยาจก แทบจะ
เปลือยเปล่าเลยด้วยซ้ำ เดิมทีหลินหมิงนั้นได้นำเสื้อผ้ามาหลายชุด เมื่อชุด
ของเขาได้ขาดเขาก็จะเปลี่ยนตัวใหม่ ไม่นานเสื้อผ้าหลายชุดก็ขาดจน
เกือบหมด หลินหมิงยังเหลือชุดที่สมบูรณ์ไว้ 1 ชุดสำหรับตอนที่ตนได้
ออกไปจากที่นี่ ดังนั้น มันจึงเป็นเหตุผลว่า หลินหมิงจึงมีสภาพจนแทบจะ
เปลือยเปล่า
หลินหมิงไม่ได้ตัดผมมานาน แต่ในตอนนี้ มันรุ่งรังและยุ่งเหยิง มัน
ยาวขึ้นมาก ยาวจนถึงเอวของเขา
จิตวิญญาณแห่งตำหนักลอยอยู่เบื้องหน้าของเขาราวกับภูตผีเปลว
เพลิง จากนั้นก็ก่อตัวกลายเป็นรูปหน้าของมนุษย์ ใบหน้านั้นเต็มไปด้วย
ความประหลาดใจ
“ข้าผ่านด่านทดสอบหล่อหลอมแล้วหรือ?” หลินหมิงกล่าวถามจิต
วิญญาณแห่งตำหนัก
“ทั้งหมดเหลือเพียงแค่ระดับสุดท้าย ก่อนหน้านี้ ข้าเคยกล่าวเอาไว้
ว่า หากเจ้าสามารถที่จะมีชีวิตอยู่จนผ่านด่านทดสอบหล่อหลอมนี้จนถึง
ระดับ 5 ได้ เช่นนั้นข้าก็จะตื่นขึ้นมาและเจ้าก็จะสามารถรับรางวัล
ครึ่งหนึ่ง”
หลินหมิงประหลาดใจอยู่ชั่วครู่ และจำได้ถึงสิ่งที่จิตวิญญาณแห่ง
ตำหนักได้เคยกล่าวเอาไว้ตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม เขาได้ตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่ตรึงเครียดและยากลำบากที่ต้องเจอกับศัตรูนับถ้วน เพราะ
เหตุนี้ เขาจึงได้ลืมคำกล่าวเหล่านั้นและมิได้สนใจมัน
“ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับ 5 ข้าเพิ่งผ่านเพียงแค่ด่านทดสอบ
หล่อหลอมระดับ 5 เองหรือ?”
“ใช่แล้ว ทุกระดับนั้นค่อนข้างยาวนาน เจ้าเหลือเพียงแค่ระดับ
สุดท้าย – ด่านทดสอบหล่อหลอมระดับ 6 มันใช้เวลาน้อยที่สุด แต่ก็ยาก
ที่สุดเช่นกัน หากเจ้าสามารถผ่านมันไปได้ และในระดับสุดท้ายนี้… ข้าจะ
ให้สายเลือดฟีนิกซ์โบราณแก่เจ้า!” จิตวิญญาณตำหนักมองอย่างลึกซึ้งไป
ยังหลินหมิง หากหลินหมิงสามารถทำได้ เช่นนั้นเขาก็จะเป็นบุคคลแรกที่
มิได้มาจากราชวงศ์ที่สามารถผ่านด้านทดสอบหล่อหลอมระดับแม่ทัพได้
ทั้งหมดภายในเวลา 1 ปี!
หลินหมิงนั้นมีความสุขอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ได้เห็นแสงสว่างส่อง
เข้ามาภายในอุโมงที่มืดมิด! ถึงแม้ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นใน
ทุกๆวัน หลังจากที่ได้ต่อสู้ในด่านทดสอบที่ราวกับไร้สิ้นสุดนี้ เขารู้สึกเปล่า
เปลี่ยวเดียวดาย หลินหมิงแทบจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดสังหารอยู่แล้ว
หากดำเนินต่อไปเช่นนี้อีก สภาพจิตใจของเขาจะต้องมีปัญหาแน่นอน
“เอาล่ะ ข้าควรให้รางวัลที่เจ้าผ่านระดับที่ 5 มาเสียก่อน ในเมื่อเจ้า
สามารถที่จะผ่านมันมาได้ภายใน 10 เดือน เจ้าก็จะได้รับรางวัลที่มากขึ้น
เจ้าเลือกได้ระหว่าง ปราณโลหิตของวิหคเพลิง แผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะ
โอสถปาฏิหาริย์ธาตุจำเพาะอัคคี ทั้ง 3 สิ่งนี้ เจ้าสามารถเลือกได้เพียง 1
อย่าง”
ปราณโลหิตของวิหคเพลิง แผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะ แล้วก็โอสถ
ปาฏิหาริย์ธาตุจำเพาะอัคคี!
หลินหมิงตัดตัวเลือกปราณโลหิตของวิหคเพลิงออกเป็นอย่างแรกเลย
ในเมื่อเขาต้องการที่จะต่อสู้อีกครั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งโลหิตของฟีนิกซ์โบราณ
ซึ่งแน่นอนว่า ปราณโลหิตของวิหคเพลิงย่อมไม่อาจเทียบเท่าได้
ส่วนแผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะ หลินหมิงก็มิได้ขาดแคลนเคล็ดบ่มเพาะ
ระดับสูงต่างๆ
เช่นนั้นโอสถปาฏิหาริย์ธาตุจำเพาะอัคคีก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดี
ที่สุด นี่คือโอสถที่มาจากตระกูลฟีนิกซ์โบราณ มันต้องมิใช่สิ่งของธรรมดา
อย่างแน่นอน บางทีมันอาจที่จะเพิ่มการผสานไขกระดูกของเขาขึ้นไปได้
อีก 20-30% ก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้น การผสานไขกระดูกของเขาก็จะ
สำเร็จไปมากถึง 80-90% และใกล้เสร็จสมบูรณ์ขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม เพื่อความรอบคอบ หลินหมิงจึงกล่าวถามอีกว่า “แผ่น
หยกเคล็ดบ่มเพาะและโอสถปาฎิหาริย์ธาตุจำเพาะอัคคีเป็นเช่นไรหรือ?”
มันเป็นแค่การถามแบบสุ่ม แต่คำตอบของจิตวิญญาณแห่งตำหนักก็
ทำให้หัวใจของหลินหมิงแทบจะทะลุออกมาจากอก และไม่นาน จิต
วิญญาณแห่งตำหนักก็ได้กล่าวออกมาว่า “ในแผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะนั้นมี
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ 8 ขั้นแรก ส่วนโอสถ
ปาฎิหาริย์ธาตุจำเพาะอัคคีคือกลีบบัวเพลิงเก้าวัฏจักรสามพันปี…”
8 ขั้นแรกของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’!
หลินหมิงนั้นตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ใช่แล้ว เขาควรที่จะตระหนักถึงมันได้เร็วกว่านี้ ในเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์นั้นทั้ง ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ และ
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติเงามายาวิหควารี’ ทั้งสองอย่างต่างก็เป็นสิ่งที่ผู้
ก่อตั้งได้มาจากในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมันมีเพียงในที่แห่งนี้
เท่านั้นด้วย!
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ที่ผู้ก่อตั้งเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ได้รับมานั้นมีข้อบกพร่อง ตามที่หลินหมิงได้รู้มา มันมี
เพียงแค่ 5 ขั้นแรกเท่านั้น!
แม้มันจะมีข้อบกพร่องอยู่เยอะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์
ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ก็มิได้ด้อยไปกว่าเคล็ดบ่มเพาะของนิกายระดับ 5
เลยด้วยซ้ำ!
มันจะต้องรู้ด้วยว่ายิ่งระดับของเคล็ดบ่มเพาะสูงเพียงใด พลังของมัน
ก็จะยิ่งน่าหวาดกลัวมากเท่านั้น และ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์
ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ที่สมบูรณ์นั้น คงจะเทียบเท่าเคล็ดบ่มเพาะระดับสูง
ของแดนเทวะได้ ในตำนานของเคล็ดบ่มเพาะฟีนิกซ์โบราณ มันกล่าว
เอาไว้ว่า หากฝึกฝนได้ถึงจุดสูงสุด คนผู้นั้นก็จะสามารถอาบอยู่ในเพลิง
อมฤตและเกิดใหม่ด้วยตนเอง กลายเป็นผู้อมตะ!
หากผู้ใดสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ เช่นนั้นเกรงว่ามันคงจะเหนือกว่า
ปราณเทพทรราชคลั่งเป็นอย่างมาก
‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เป็นสิ่งที่ค่อนข้าง
สำคัญสำหรับหลินหมิง ภายในความทรงจำของเหล่าผู้อาวุโสของแดนเท
วะ มันมีเคล็ดบ่มเพาะมากมายหลายประเภท อย่างไรก็ตาม มิใช่ทั้งหมด
จะมีความเหมาะสมกับหลินหมิง เช่น ‘ย่างก้าววิหคทองคำถลาลม’
หลินหมิงได้ฝึกฝนมันมานานเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับเพียงแค่สามารถสัมผัส
ถึงขอบเขตของขั้นที่สองเพียงเท่านั้น และยังคงติดอยู่เช่นนั้น ในด้าน
ความเร็ว หลินหมิงมิใช่สัตว์ประหลาดอัจฉริยะในด้านนี้ด้วยซ้ำ ย้อนกลับ
ไปตอนงานประลองชุมนุมร่วมสำนักของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เขายังได้ถูก
กดดันโดยเจียงเป่าอวิ้นในด้านความเร็วนั่นเอง
ในท้ายที่สุดแล้ว ‘ย่างก้าววิหคทองคำถลาลม’ จึงมิใช่เคล็ดวิชาที่
เหมาะสมสำหรับหลินหมิง อย่างน้อย หลินหมิงหมิงก็มิได้มีความสามารถ
ในการผสานธาตุจำเพาะวายุเลย
แต่สำหรับ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ นั้น
ต่างออกไป ด้วยการสนับสนุนของปราณเทพทรราชคลั่ง เมื่อหลินหมิงฝึก
ฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เขานั้นสามารถที่
จะทำได้รวดเร็วกว่ามู่เชียนหยี่ด้วยซ้ำ
หากเขาเลือกโอสถปาฏิหาริย์มันก็จะมีประโยชน์กับเพียงแค่ตัวของ
เขาเอง และในอนาคตเขาก็น่าจะมีโอกาสได้รับโอสถระดับนี้อยู่บ้างใน
อนาคต แต่ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ นั่นยากที่
จะหาได้อีก หากเขาเลือกแผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์
ต้องห้ามวิหคเพลิง’ มันจะมิได้ช่วยเพียงเขาเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยมู่
เชียนหยี่ได้อีกด้วย และเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ก็จะได้รับผลประโยชน์ไป
ด้วยอย่างมากเช่นกัน
หากเขาเอา 8 ขั้นแรกของมันออกมาโชว์ เช่นนั้นหลายคนในเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะต้องคลั่งเพราะอยากได้มันอย่างแน่นอน!
หลินหมิงสูดหายใจลึกและกล่าวถามต่ออีกว่า ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติ
ศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ มีทั้งหมดกี่ขั้นเช่นนั้นหรือ?’
“9 ขั้น! อย่างไรก็ตาม ขั้นสุดท้ายนั้นเป็นของราชวงศ์ มิอาจสามารถ
นำมาเป็นรางวัลได้ ฉะนั้น เจ้าจึงไม่อาจได้รับมัน”
หลินหมิงรู้สึกเสียดาย แต่เพียงแค่ 8 ขั้นนี้ก็น่าทึ่งอย่างยิ่งแล้ว!
“ข้าขอเลือกแผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะ!” หลินหมิงกล่าวออกมาโดยไม่
ลังเลอีกต่อไป
“ได้ตามที่เจ้าขอ!”
แสงสีแดงสาดประกายออกมา จากนั้นแผ่นหยกสีแดงฉานก็ปรากฏ
อยู่บนมือของหลินหมิง เมื่อมันสัมผัสกับมือของเขา มันให้ความรู้สึก
อบอุ่นเป็นอย่างมาก มันใหญ่เพียง 2 เท่าของแผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะ
ทั่วไป และค่อนข้างหนัก
หลินหมิงส่งจิตสัมผัสเข้าไป และจากนั้นก็ระงับความอยากที่จะอ่าน
เนื้อหาทันที เขาจึงเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติ
ในเมื่อมันเหลือเพียงระดับสุดท้ายและยังใช้เวลาไม่นาน หลินหมิง
จะต้องผ่านไปให้ได้โดยไว ด้วยพลังเต็มที่ในตอนนี้ เขาจึงมิได้มีเวลาใน
การฝึกฝน ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ และจิตใจ
ของเขาก็มิได้สงบพอที่จะทำเช่นนั้นด้วย
ในตอนนี้เอง รูปแบบค่ายกลหล่อหลอมเริ่มหมุนวนอีกครั้ง!
ด้วยเสียงสั่นสะเทือน ผืนปฐพีแยกออกจากกันและปีศาจสีโลหิต
พร้อมขวานยักษ์ก็โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกนั้น
มันสูงกว่า 20 ก้าว และมีโซ่พันรอบตัว ปากของมันมีเขี้ยวขนาดใหญ่
หนึ่งคู่และมีเส้นผมสีแดงที่ค่อนข้างยุ่งเหยิง
หลินหมิงมองไปยังมันด้วยความตกตะลึง ปีศาจตนนี้… มันดูคล้าย
มหาจักรพรรดิอเวจียิ่งนัก!
แต่ปีศาจตนนี้สูงกว่า 2 เท่าของมหาจักรพรรดิอเวจี และผิวหนังของ
มันเป็นสีแดงเข้มซึ่งตรงข้ามกับผิวหนังสีฟ้าของมหาจักรพรรดิอเวจี
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หลินหมิงเกิดความสับสนอย่างมากภายในจิตใจและต้องการที่จะ
กล่าวถามจิตวิญญาณแห่งตำหนัก แต่ในตอนนี้ แสงสีขาวได้สาดประกาย
และจิตวิญญาณแห่งตำหนักได้จากไปซะแล้ว
หลินหมิงเลยตัดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในตอนนี้ มันคือศัตรู และเขาต้อง
ทำทุกอย่างเพื่อที่จะเอาชนะมันให้ได้
เขามิได้รีบเข้าไปต่อสู้ อย่างแรกนั่งอยู่ในถ้ำ เขาทำการควบคุมลม
หายใจและนั่งเข้าฌาน เขาผสมเศษผลึกหัวใจปีศาจเข้ากับปราณโลหิต
ของตนและกลืนกินมันลงไป
ในตอนนี้หลินหมิงสามารถที่จะกลืนกินเศษผลึกหัวใจปีศาจทั้งอันได้
แล้ว เขามิได้ถูกกดดันโดยเจตจำนงของมหาจักรพรรดิอเวจีอีกต่อไป เขา
เริ่มใช้วิธีการเดิมๆและเริ่มผสานไขกระดูกของตนเองต่อไป……………..
……………………………………..
ครึ่งเดือนต่อมา ภายในพื้นที่หุบเขาของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ มีการ
ระเบิดเกิดขึ้น ฝุ่นกระจายไปทั่วทุกที่ เกิดวังวนขนาดใหญ่ที่มากพอจะส่ง
ผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณต้นฟ้ากระเด็นออกไปได้!
“ศัตรูบุก!”
“ดินแดนปีศาจแห่งทะเลทางใต้ได้มาถึงแล้ว!”
“อันใดกัน!?”
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
และยังเป็นรากฐานตัวตนของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ – มันก็คือแดนเร้นลับ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับพวกเขาที่ต้องเจอศัตรูบุกที่นี่นั้นน่าหวาดกลัว
อย่างยิ่ง
“เจ้า… เจ้าคือ…” นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าผู้ที่เป็นยามในที่แห่งนี้
ถึงกับอ้าปากค้าง มองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเขา ชายหนุ่มผู้นี้
รูปร่างสูงและหล่อเหล่าเอาการ ใบหน้าคมราวกับถูกสลักด้วยกระบี่ และ
คิ้วทั้งสองข้างของเขาตั้งชัน มีรูปเปลวเพลิงที่ชัดเจนมากระหว่างคิ้วของ
เขาซึ่งดูเหมือนเป็นแผลเป็นตามธรรมชาติ
ผมของเขารุงรัง แต่กลับกันชุดของเขาค่อนข้างสะอาดเอี่ยม ยิ่งผู้คุ้ม
กันมองดูมากเพียงไร ชายหนุ่มผู้นี้ก็ดูคล้ายกับ…
มัน… มันเป็นไปได้เช่นไรกัน!?
ปัง!!!
ฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ทั่วทุกที่ จากนั้นชายหนุ่มลอยขึ้นไปบนฟ้าและพุ่ง
ทะยานจากไป ความเร็วของเขานั่นแม้แต่นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้ายังต้อง
ละอาย
“ข้า… ข้ามิน่าคิดผิดแน่!”
“มิใช่ว่าชายหนุ่มผู้นั้นดูคล้ายกับหลินหมิงหรือ?” ยามทั้งหมดต่างก็
เคยเห็นใบหน้าของหลินหมิงมาก่อนตอนที่เขาได้เข้าไปในแดนเร้นลับ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรก
“ใช่แล้ว ชายหนุ่มผู้นั้นสูงกว่าหลินหมิงเพียงเล็กน้อย และยังมีรูป
เปลวเพลิงอยู่ระหว่างคิ้วอีกด้วย”
ปีก่อนนั้น หลินหมิงมิได้ออกแนวหล่อเหลา แต่เป็นเด็กหนุ่มรูปงาม
แต่ในตอนนี้ หลินหมิงกลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่หล่อเหลาเช่นผู้กล้า
“หรือว่าจะเป็น…”
สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก
หลินหมิงยังมีชีวิตอยู่หรือ!?
พวกเขารีบหยิบยันต์สื่อสารกระแสเสียงออกมาเพื่อรายงานเรื่องนี้
ในทันที
ความเร็วของหลินหมิงนั้นมากยิ่งนัก ก่อนที่ยามเหล่านั้นจะหยิบยันต์
สื่อสารกระแสเสียงออกมา หลินหมิงก็ได้มาถึงห้องโถงวิหคเพลิงแห่งเกาะ
ฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว ความเร็วของเขานั้นเร็วอย่างน่าตกตะลึง และมัน
มิใช่แค่เพราะว่าเคล็ดวิชาการเคลื่อนไหว เป็นเพราะว่าปราณแท้ของเขา
นั้นหนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง หนาแน่นจนผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณปลายฟ้ามิ
อาจที่จะเทียบเขาได้!
“เจ้าคือผู้ใดกัน? นี่คือพื้นที่หวงห้าม…ไปซะ! เจ้ามิอาจที่จะเข้าไปได้!
หญิงสาวนางหนึ่งตะโกนออกมา นางเป็นยามเฝ้าโถงหลักของแผนกวิหค
เพลิง นางชักกระบี่ออกมาเพื่อหยุดยั้งหลินหมิง แต่ก็เกิดสายลมพัดใส่นาง
ทำให้นางถอยหลังไป ในพริบตา หลินหมิงก็ได้ผ่านเข้าไปในโถงหลักแล้ว”
หลินหมิงกังวลเป็นอย่างยิ่ง เขานั้นมิรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้างในขณะที่
ตนเองติดอยู่ในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่หลังจากที่ได้ยินความ
ประหลาดใจของยามตอนที่ออกมา มันดูเหมือนว่าดินแดนปีศาจแห่ง
ทะเลทางใต้จะเริ่มทำสงครามกับเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนอื่น เขาต้องรีบไปหามู่เชียนหยี่หรือมู่อวี้หวงเสียก่อน เพื่อที่จะ
เข้าใจถึงสถานการณ์ของเขาในปัจจุบัน
อีกอย่าง หลินหมิงยังมีเรื่องที่เป็นห่วงอีก นั่นก็คือเรื่องของบิดา
มารดาของเขาว่าได้รับรู้ถึงข่าวการเสียชีวิตของเขาหรือไม่ หลินหมิงนั้น
เป็นบุตรเพียงคนเดียว และเป็นเพียงความหวังเดียวของพวกเขา หากมีสิ่ง
ใดเกิดขึ้นกับบิดามารดาของเขาเพราะว่าตนได้จากไปแล้วนั้น หลินหมิ
งคงไม่อาจที่จะรับผลที่ตามมาได้!
ในเวลาเดียวกันที่หลินหมิงได้เข้าไปยังห้องโถงหลัก เปลวเพลิงจาก
ยันต์สื่อสารกระแสเสียงก็ลุกขึ้นต่อหน้ามู่อวี้หวง
มู่อวี้หวงได้รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนแล้วจากยาม แต่นางก็ยังไม่
อยากจะเชื่อสายตาของนางเองขณะที่นางมองไปยังหลินหมิงที่พึ่งเดิน
ผ่านทางเข้ามา!
หลินหมิงที่ดูราวกับผู้กล้า เป็นผู้เยาว์ที่สง่างามและเปล่งประกาย
ด้วยจิตวิญญาณ มู่อวี้หวง ผู้ที่มองขุนเขาถล่มก็ยังไม่กระพริบตา แต่เมื่อ
มองมายังหลินหมิงในตอนนี้ นางกลับตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
หลินหมิงนั้นได้ติดอยู่ภายในแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กว่า 10
เดือนครึ่งและเขายังสามารถที่จะกลับออกมาได้อย่างมีชีวิต! ไม่เพียงแค่
นั้น แต่ระดับการบ่มเพาะของเขายังเข้าสู่ขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลาย
เรียบร้อยแล้ว!
สวรรค์!
มีพลังการบ่มเพาะขั้นปราณต้นฟ้าช่วงปลายด้วยอายุเพียง 17 ปี
หรือ!?
แม้กระทั่งมู่อวี้หวงยามที่นางอายุเท่านี้ นางยังอยู่เพียงขั้นปราณต้น
ฟ้าช่วงต้นเท่านั้นเอง!
“ท่านอาจารย์” หลินหมิงนั้นรีบเกินไปจึงมิได้คำนับ “สถานการณ์
ในตอนนี้เป็นเช่นไรบ้างหรือ? พ่อแม่ของข้าคิดว่าข้าตายไปแล้วหรือไม่?
แล้วเรื่องเกี่ยวศิษย์พี่หญิงมู่เป็นเช่นไรบ้าง?”
มู่อวี้หวงที่กำลังตกตะลึง นางพยายามกระแอมและกล่าวออกมา
“หยี่เอ่อร์… นางไปยังสนามรบ สำหรับข่าวการเสียชีวิตของเจ้า มัน
กระจายออกไปเรียบร้อยแล้ว…”
หลินหมิงสลดใจ ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง เขาจะจินตนาการไม่ออก
ได้อย่างไรว่าบิดามารดาของเขานั้นจะมีสภาพเป็นอย่างไรในตอนนี้ อย่าง
แรก เขาจะต้องหาฉินจื่อหยาให้พบและไปหาบิดามารดาของตน
ภาค 7 การล้างแค้น